แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 224 อานุภาพไร้ลักษณ์
เจ้า… เจ้า…
หวงกังชี้หน้าเมี่ยวฉางอันด้วยนิ้วที่สั่นระริก ความโกรธเกรี้ยวและความหวาดกลัวตีกันยุ่งเหยิงในอก
วูบ!
โดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย ผู้นำตระกูลหวงหันหลังกลับและใส่เกียร์หมาวิ่งหนีสุดชีวิต
แม้เขาจะเป็นยอดฝีมือระดับวิญญาณดั้งเดิม แต่เขารู้ตัวดีว่าต่อให้ทุ่มสุดชีวิต ก็ไม่อาจต้านทานอานุภาพดาบเดียวของเมี่ยวฉางอันได้
บัดซบเอ๊ย! ทำไมถึงมีสมบัติวิเศษระดับนี้โผล่มาได้ หรือจะเป็นระดับจักรพรรดิในตำนาน เป็นไปไม่ได้! นั่นมันแค่เรื่องเล่า! หวงกังคำรามลั่นในขณะที่วิ่งหนีหัวซุกหัวซุน
แต่เมี่ยวฉางอันมีหรือจะปล่อยเสือเข้าป่า
วิ้ง!
เสียงดาบคำรามก้องอีกครั้ง แสงดาบสีทองพุ่งทะยานไล่หลังหวงกังไปติดๆ
ข้าขอแลกชีวิตกับเจ้า!
เมื่อเห็นว่าหนีไม่พ้น หวงกังตัดสินใจระเบิดพลังเฮือกสุดท้าย เผาผลาญโลหิตและอายุขัยเพื่อสร้างเกราะป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่จะทำได้ กลิ่นอายพลังที่ระเบิดออกมานั้นน่าสะพรึงกลัวจนฟ้าดินสั่นสะเทือน
นี่น่ะหรือพลังของผู้ฝึกตนระดับวิญญาณดั้งเดิม เมี่ยวฉางอันและชาวบ้านต่างมองดูด้วยความตื่นตะลึง
ถ้าไม่มีดาบเล่มนี้ ข้าคงตายไปแล้ว เมี่ยวฉางอันก้มมองดาบในมือด้วยความรู้สึกขมขื่นปนทึ่ง
นางคิดว่าตนเองประเมินเย่หนานไว้สูงแล้ว แต่ดูเหมือนนางจะยังคงเป็นเพียงกบในกะลา เพียงแค่ดาบพกติดตัวเล่มเดียวยังมีอานุภาพทำลายล้างขนาดนี้ แล้วตัวตนที่แท้จริงของเย่หนานจะน่ากลัวขนาดไหน
ตูม!
พลังป้องกันอันมหาศาลของหวงกังปะทะเข้ากับแสงดาบ
ทว่า… เพียงแค่สัมผัสแรก เกราะป้องกันและพลังทั้งหมดของหวงกังก็แตกสลายหายไปในพริบตา
แสงดาบสีทองพุ่งทะลวงผ่านร่างของหวงกังไปอย่างง่ายดาย
ผู้นำตระกูลหวงสิ้นใจตายคาที่ โดยไม่ทันได้รู้ด้วยซ้ำว่าใครเป็นคนฆ่าลูกชายเขา และตัวเขาเองต้องมาจบชีวิตลงด้วยน้ำมือของผู้ที่มีระดับพลังต่ำกว่าถึงสองขั้นใหญ่
ตระกูลหวงที่เหลือรอดอยู่เพียงน้อยนิด บัดนี้ถือว่าล่มสลายโดยสมบูรณ์ เพราะกำลังหลักทั้งหมดถูกกวาดล้างจนหมดสิ้นในคราวเดียว
โห! สมกับเป็นดาบของท่านผู้อาวุโสเย่ ร้ายกาจจริงๆ! ชางหยวน หัวหน้าหมู่บ้านทะเลทมิฬ กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ จ้องมองดาบในมือเมี่ยวฉางอันตาเป็นมัน
ส่วนเมี่ยวฉางอันนั้น ความตกตะลึงในใจนางมีมากกว่าใครเพื่อน
นางรู้สึกว่าดาบทั้งสามครั้งที่ฟันออกไป ไม่ได้มาจากพลังของนางเลย แต่มันคือเจตจำนงของดาบทองคำเล่มนี้ต่างหาก แม้นางจะใส่พลังลงไป แต่มันก็เหมือนหยดน้ำในมหาสมุทรที่ไม่มีผลอะไรต่อดาบเทพเจ้าเล่มนี้
เอาล่ะ พวกเรารอท่านผู้อาวุโสเย่อยู่ตรงนี้เถอะ เมี่ยวฉางอันตัดสินใจไม่เข้าไปในศิลาจารึก
เย่หนานมอบหมายให้นางดูแลชาวบ้าน นางต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ตอนนี้นางเข้าใจแจ่มแจ้งแล้วว่า วาสนาในป่าหมอกปีศาจนั้นเทียบไม่ได้เลยกับวาสนาที่ได้ติดตามเย่หนาน ดาบในมือเล่มนี้คือคำตอบที่ชัดเจนที่สุด
สหายเมี่ยว… ขอลองจับหน่อยได้ไหม ดาบเล่มนี้มันช่างเย้ายวนใจเหลือเกิน ถ้าไม่ได้จับสักครั้ง คืนนี้ข้าคงนอนไม่หลับแน่ ชางหยวนทำท่าทางกระมิดกระเมี้ยน มือไม้สั่นระริกอยากสัมผัสของวิเศษ
ท่านอยากจับจริงๆ หรือ เมี่ยวฉางอันขมวดคิ้ว ตลอดทางมาชางหยวนตื๊อนางเรื่องนี้ไม่รู้กี่รอบแล้ว
ใช่ๆๆ! แค่แตะนิดเดียว นิดเดียวจริงๆ นะ ชางหยวนพยักหน้ารัวๆ เหมือนไก่จิกข้าวสาร
ก็ได้ แต่ระวังหน่อยนะ เมี่ยวฉางอันรำคาญ จึงยื่นดาบส่งให้
ฮี่ๆๆ… ชางหยวนยิ้มกว้าง ยื่นมือสั่นเทาออกไปหมายจะคว้า
ตูม!
ทว่ายังไม่ทันที่นิ้วจะแตะโดนตัวดาบ ร่างของชางหยวนก็กระเด็นปลิวละลิ่วไปไกลราวกับว่าวสายป่านขาด
อ๊ากกก... กระดูกข้า… เจ็บชะมัดเลยโว้ยยย
เสียงร้องโหยหวนดังมาจากหลุมลึกที่ชางหยวนตกลงไป
เมี่ยวฉางอันและชาวบ้านต่างตกใจหน้าซีด
ฟุ่บ!
เมี่ยวฉางอันรีบพุ่งไปดูอาการ ท่านเป็นอะไรไหม
โอ๊ย… เจ็บจะตายอยู่แล้ว กระดูกแก่ๆ ของข้า… ชางหยวนนอนบ่นอุบอิบอยู่ในหลุม
เห็นชางหยวนยังมีแรงบ่น เมี่ยวฉางอันก็โล่งอก
ดูเหมือนนอกจากคนที่ท่านผู้อาวุโสเย่อนุญาต คนอื่นจะแตะต้องมันไม่ได้เลย เมี่ยวฉางอันมองดาบในมือด้วยความเคารพยำเกรงยิ่งกว่าเดิม
ขี้งกชะมัด แค่จับนิดเดียวก็ไม่ได้ ชางหยวนค้อนขวับใส่ดาบทองคำอย่างน้อยใจ
วิ้ง…
ทันทีที่พูดจบ ดาบในมือเมี่ยวฉางอันก็สั่นระริก ส่งเสียงคำรามต่ำๆ เหมือนกำลังขู่จะซ้ำอีกรอบ
ขะ… ขอโทษครับพี่ดาบ! ข้าน้อยผิดไปแล้ว! ชางหยวนสะดุ้งโหยง รีบขอขมาปลกๆ
เมี่ยวฉางอันมองดาบที่สั่นไหวในมือด้วยความประหลาดใจ หรือว่าดาบเล่มนี้จะมีจิตวิญญาณ
เมื่อได้รับคำขอโทษ ดาบทองคำจึงสงบลง
ช่างเถอะ ข้าขออยู่ห่างๆ ดีกว่า ของสูงแตะต้องไม่ได้จริงๆ ชางหยวนเข็ดขยาด แต่ในใจก็ยังไม่วายคิดแผนการ สงสัยต้องไปประจบเอาใจท่านผู้อาวุโสเย่ ให้ท่านเอ่ยปากอนุญาตสักครั้ง
ตัดกลับมาที่ภายในบททดสอบ
อื้ม อร่อยจริงๆ
เย่หนานกำลังนั่งโซเขมือบบาร์บีคิวอย่างเอร็ดอร่อย ปากมันแผล็บ ข้างกายมีไหสุราวางเรียงราย
วูบ! วูบ!
เงาร่างสองสายปรากฏขึ้นตรงหน้า
ชิงมู่และอวิ๋นซางออกมาจากกระจกแล้ว
ชิงมู่ในชุดเขียวถือหอกมังกรทองทมิฬ ดูผ่อนคลายและเปี่ยมด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ที่ยังคุกรุ่น
ส่วนอวิ๋นซาง… สภาพดูไม่จืด เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง ผมเผ้ายุ่งเหยิง ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผล ดูน่าเวทนา
โอ้! เสร็จกันแล้วรึ นึกว่าจะนานกว่านี้ซะอีก เย่หนานรีบลุกขึ้นต้อนรับ
ศิษย์ได้บรรลุถึงจุดสูงสุดของขั้นไร้ความเท็จแล้วขอรับ ยิ่งได้ศาสตราจักรพรรดิที่ท่านอาจารย์มอบให้ แม้ต้องเผชิญหน้ากับร่างต้นที่แข็งแกร่งกว่า ข้าก็มั่นใจว่าจะเอาชนะได้ นับประสาอะไรกับของเลียนแบบ ชิงมู่ประสานมือคารวะเย่หนานด้วยความเคารพ
อื้ม ดีมาก ดีมาก เย่หนานพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ ศิษย์ของเขาต้องเก่งกาจเช่นนี้สิ
แต่พอนึกถึงหลิงหลงกับมู่เป่ยเฉิน เย่หนานก็อดไม่ได้ที่จะมุมปากกระตุก
เลิกคุยกันได้แล้ว มียารักษาอาการบาดเจ็บไหม ของข้าหมดเกลี้ยงแล้ว อวิ๋นซางเอ่ยขัดจังหวะด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด
อ้าว! ยังอยู่อีกเรอะ นึกว่าตายคาด่านไปแล้วซะอีก เย่หนานทำหน้ากวนประสาท
ฮึ่ม! ดูถูกกันเกินไปแล้ว ข้าเป็นถึงจุดสูงสุดของขั้นวิญญาณดั้งเดิมนะโว้ย! สู้กับคนระดับเดียวกันข้าไม่เคยกลัวใคร แต่… ยอมรับเลยว่าไอ้ตัวปลอมนั่น นอกจากสมองทึบไปหน่อย ฝีมือมันก็ร้ายกาจไม่ใช่เล่น อวิ๋นซางบ่นอุบด้วยความสยดสยอง
เอ้า! เลิกบ่นแล้วรีบกินซะ จะได้ไปต่อ เย่หนานโยนขวดหยกให้อวิ๋นซาง
อวิ๋นซางรับมาแล้วเทโอสถเข้าปากทันที
วินาทีต่อมา ดวงตาของเขาเบิกโพลงแทบถลน
บาดแผลทั่วร่างกายสมานตัวด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ พลังปราณที่แห้งเหือดกลับมาเต็มเปี่ยมในพริบตา โดยแทบไม่ต้องเสียเวลาเดินลมปราณ
นี่… นี่มันยาบ้าอะไรเนี่ย อวิ๋นซางลูบคลำตัวเองด้วยความตกตะลึง ปากคอสั่นพูดไม่เป็นภาษา
แม้แต่ชิงมู่ยังต้องตะลึง มองเย่หนานด้วยสายตาเคารพเลื่อมใสยิ่งขึ้นไปอีก
เอ้า เอาไปเผื่อด้วย เผื่อต้องใช้อีก เย่หนานโยนให้ชิงมู่อีกหลายขวด
เย่หนานไม่ได้ให้เยอะเกินไป เพราะในโลกผู้บำเพ็ญเพียร การพึ่งพาตัวเองคือสิ่งสำคัญที่สุด
ขอบพระคุณท่านอาจารย์ ชิงมู่รับไว้อย่างนอบน้อม
เห็นเย่หนานแจกยาให้ชิงมู่เป็นกำมือ อวิ๋นซางตาร้อนผ่าว
เขาเป็นถึงขั้นวิญญาณดั้งเดิม โอสถที่จะมีผลกับเขานั้นหายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร หากมียาเทพเจ้าแบบนี้ตั้งแต่แรก เขาคงไล่ตบศัตรูสบายใจเฉิบไปแล้ว
แสดงให้เห็นว่ายาในมือเย่หนานนั้นล้ำค่าเพียงใด
อะ… เอ่อ… แหะๆ สหายเย่ ข้าขออีกสักขวดได้ไหม ข้ายินดีเอาสมบัติแลกเลยนะ
อวิ๋นซางรีบทำหน้าหน้าไม่อายเข้าไปประจบ
ไม่แลก เย่หนานปรายตามองแล้วปฏิเสธทันควัน
งกชะมัด… อวิ๋นซางบ่นพึมพำ แต่เมื่อหายดีแล้วเขาก็รีบเปลี่ยนเรื่องแก้เขิน
นี่มันเกิดอะไรขึ้นอีกเนี่ย อวิ๋นซางเพิ่งสังเกตเห็นว่าทุ่งหญ้ามายาหายไป กลายเป็นเหวลึกดำมืดแทน
ในขณะที่อวิ๋นซางกำลังงุนงง เสียงลึกลับก็ดังขึ้นอีก
ยินดีด้วยที่ผ่านด่านที่สาม เชิญเข้าสู่ด่านที่สี่
วิ้ง!
แสงสว่างวาบขึ้นใต้เท้า ส่งร่างของทั้งสามหายวับไปอีกครั้ง
แม่จ๋า! ช่วยลูกด้วย! ทำไมมีแต่ผีบ้าพวกนี้ไม่หมดไม่สิ้นซักที!
ในอีกด้านหนึ่ง หลิงหลงและหยุนเตี๋ยกำลังวิ่งหนีตายอยู่ในอุโมงค์ถ้ำเหล็กกล้า ด้านหลังมีกองทัพโครงกระดูกวิ่งไล่กวดมาติดๆ
ตูม! ตูม! ตูม!
หลิงหลงวิ่งไปปาระเบิดจิ๋วไป เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว
เดิมทีพวกนางแค่จะหาทางออก แต่ดันดวงซวยไปเจอเข้ารังใหญ่ของกองทัพโครงกระดูกเข้าให้
โชคดีที่ระเบิด ไข่ดำหมายเลขสี่ ก่อนหน้านี้กวาดล้างพวกมันไปเกือบหมดแล้ว แต่ที่เหลืออยู่ก็ยังไล่ล่าพวกนางอย่างไม่ลดละ