แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 59 ตุ๊กตาไม้สำแดงเดชอีกครา
แต่ทว่า ในขณะที่จูหลานคิดว่าผู้อาวุโสคนนี้ตรวจสอบเสร็จแล้วจะจากไป
ประโยคถัดมาของเขากลับทำให้นางโกรธจัด
ข้าสงสัยในตัวเจ้า เชิญเจ้าตามข้าไปสอบสวนเพิ่มเติมหน่อย แม้ปากจะพูดแบบนั้น แต่สายตาของผู้อาวุโสวัยกลางคนกลับฉายแววหื่นกามชัดเจนยิ่งกว่าเดิม
จูหลานมีหรือจะดูไม่ออกว่าไอ้แก่ตัณหากลับนี่คิดอะไรอยู่
มันแค่อ้างเหตุผลบังหน้าเพื่อพาตัวนางไปทำมิดีมิร้าย
นางจะยอมไปได้ยังไง
ผู้อาวุโสวัยกลางคนสังเกตเห็นแววตารังเกียจและโกรธแค้นของจูหลาน
แต่เขาทำเหมือนมองไม่เห็น
แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเย้ยหยันและดูแคลน
ราวกับจะบอกว่าแล้วเจ้าจะทำไม รู้ทั้งรู้ว่าข้าจะทำอะไร แต่เจ้าก็ขัดขืนไม่ได้หรอก
แม้แต่คนที่ถูกตรวจสอบคนอื่นๆ ต่างมองจูหลานด้วยความสงสาร
ช่วยไม่ได้ จูหลานงดงามเกินไป รูปร่างหน้าตาแบบนี้ไม่ใช่สิ่งที่ผู้หญิงทั่วไปจะเทียบได้
คนตั้งเยอะแยะ ทำไมเจาะจงจะพาแค่ข้าไป จูหลานระงับความโกรธในใจไม่ได้ จึงถามออกไปทั้งที่รู้คำตอบ
ได้ยินดังนั้น ผู้อาวุโสหัวเราะร่า ฮ่าฮ่าฮ่า เจ้าจะพูดมากไปทำไม ให้ไปก็ต้องไป
ชายวัยกลางคนยิ่งได้ใจ
เมื่อกี้เขาเพิ่งโดนปิงหยวนด่ามา ตอนนี้ได้จูหลานมาระบายอารมณ์พอดี
ได้ยินคำพูดคุกคาม จูหลานเริ่มตื่นตระหนก
มือทั้งสองข้างกำตุ๊กตาไม้ในมือแน่น
เห็นสีหน้าตื่นกลัวของจูหลาน ผู้อาวุโสยิ่งตื่นเต้น
ฮ่าฮ่าฮ่า เด็กๆ พาตัวนางไป รอข้าระบายอารมณ์เสร็จแล้ว จะให้พวกเจ้าได้ลิ้มลองบ้าง เขาหันไปบอกลูกสมุนข้างหลัง
ได้ยินดังนั้น เหล่าลูกสมุนต่างกระตือรือร้นทันที
นอกจากจะได้ประจบผู้อาวุโสแล้ว ยังได้เสพสุขกับสาวงาม ใครบ้างจะไม่ชอบ
ไม่นาน จูหลานก็ถูกล้อมไว้ทุกทิศทาง
ถ้าพวกเจ้ายังไม่หยุด อย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจนะ จูหลานหน้าเครียด
ข้าขอเตือนให้เจ้าอยู่นิ่งๆ อย่าให้ต้องลงไม้ลงมือ ถ้าเจ้าว่านอนสอนง่าย ปรนนิบัติพวกข้าดีๆ อาจจะรอดชีวิตไปได้ ไม่อย่างนั้น ฮึ ชายวัยกลางคนขู่ด้วยความดูแคลน
พูดจบ ทุกคนก็กรูกันเข้ามา หมายจะจับจูหลานกดลงตรงนั้น
แต่ในจังหวะที่พวกมันกระโจนเข้ามา
ตุ๊กตาไม้ในมือจูหลานก็เปล่งแสงสีทองเจิดจ้าออกมา
ตูม
วินาทีนั้น ทุกคนที่พุ่งเข้ามาถูกพลังกระแทกกระเด็นออกไป
ชั่วพริบตา ผนังและเพดานรอบโรงเตี๊ยมเต็มไปด้วยรูโหว่รูปร่างมนุษย์
ซึ่งเกิดจากร่างของคนพวกนั้นที่พุ่งทะลุออกไป
นั่นมันอะไร ผู้อาวุโสวัยกลางคนเห็นวัตถุเปล่งแสงนั้น
มันคือตุ๊กตาไม้ที่จูหลานกำแน่นอยู่ในมือ
คนอื่นๆ ที่เหลือรอด อาศัยจังหวะนี้วิ่งหนีตายกันจ้าละหวั่น
ยังไม่ทันที่ผู้อาวุโสจะได้พิจารณาตุ๊กตาไม้ให้ชัดเจน
ตุ๊กตาไม้ที่ลอยอยู่กลางอากาศ
พลันเปลี่ยนรูปร่างกลายเป็นชายหัวโล้นสวมผ้าคลุม แววตาว่างเปล่าไร้อารมณ์
นี่มัน ผู้อาวุโสตกตะลึงจนพูดไม่ออก
ตอนที่ตุ๊กตาไม้เปล่งแสงกระแทกคนกระเด็น
เขารู้ทันทีว่านี่คือสมบัติวิเศษ
แต่นึกไม่ถึงว่า มันจะแปลงร่างเป็นคนได้ ไม่เคยได้ยินมาก่อน
ชายหัวโล้นสวมผ้าคลุมไม่ได้โจมตีทันที แต่พริบตาเดียวก็มายืนขวางหน้าจูหลาน ปกป้องนางไว้
เดิมที ข้าแค่กะจะระบายอารมณ์ นึกไม่ถึง ว่าจะมาเจอเข้ากับปลาตัวใหญ่ ผู้อาวุโสกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
แม้ปากจะพูดกับจูหลาน แต่สายตาล็อกเป้าไปที่ชายหัวโล้น
ในสัมผัสของเขา ชายหัวโล้นผู้นี้ไม่มีสัญญาณชีพ
แต่เขาก็เข้าใจได้ เพราะมันแปลงมาจากสมบัติวิเศษ
ถ้าไม่เห็นกับตา ใครจะไปเชื่อ
เวลานี้ ผู้อาวุโสเริ่มลังเล
เขาตัดสินใจหยิบหยกสื่อสารออกมา แล้วบีบมันแตกทันที
เห็นผู้อาวุโสส่งสัญญาณเรียกพวก จูหลานเริ่มร้อนใจ นางต้องรีบหนี
นางจึงออกคำสั่งกับชายหัวโล้นทันที ฆ่ามันซะ
สิ้นเสียงคำสั่ง ชายหัวโล้นเงยหน้าขึ้น มองไปที่ผู้อาวุโส
เมื่อถูกจ้องมอง ผู้อาวุโสหรี่ตาลงเตรียมพร้อม
ฟึ่บ
ชายหัวโล้นขยับตัว
ร่างของเขาโยกซ้ายขวา เกิดภาพติดตานับไม่ถ้วน ความเร็วระดับที่ผู้อาวุโสซึ่งอยู่ ขั้นผสานแก่นแท้ ระดับสูงสุด ยังจับตามองร่างจริงไม่ทัน
เคร้ง
ผู้อาวุโสไม่สนแล้ว ชักดาบหัวตัดเล่มใหญ่ออกมา ฟันมั่วซั่วใส่ภาพติดตาที่พุ่งเข้ามา
โครมคราม คลื่นดาบกระจายไปทั่ว
โรงเตี๊ยมสั่นสะเทือนและเริ่มพังถล่ม
แต่คลื่นดาบที่บ้าคลั่งกลับไม่ระคายผิวชายหัวโล้นแม้แต่นิดเดียว
หลังจากฟันดาบไปได้เพียงหนึ่งหรือสองลมหายใจ กำปั้นธรรมดาๆ ที่ไร้ซึ่งพลังวิญญาณก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา
เห็นกำปั้นโผล่มาจ่อหน้า ผู้อาวุโสตกใจสุดขีด
รีบยกดาบขึ้นกัน
ตูม
หมัดปะทะดาบ
อ๊าก
เสียงร้องโหยหวนดังพร้อมกับเสียงลมฉีกขาด ร่างของผู้อาวุโสปลิวละลิ่วออกไป
พร้อมกับเสียงดาบแตกกระจายดังเพล้ง
โครมคราม
ร่างของเขาทะลุโรงเตี๊ยม และพุ่งชนบ้านเรือนพังไปอีกหลายหลัง
เวลานี้ ผู้อาวุโสวัยกลางคนนอนแน่นิ่งราวกับสุนัขตายอยู่ในหลุมลึกห่างออกไปกว่าร้อยเมตร
กลางหน้าอกมีรูเลือดขนาดใหญ่
เห็นได้ชัดว่า ลมหายใจเข้ามีน้อยกว่าลมหายใจออกแล้ว
แม้จะเป็นครั้งที่สองที่ได้เห็นฉากนี้ จูหลานก็ยังอดทึ่งไม่ได้
ความแข็งแกร่งของเย่หนานในใจนาง ถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้น
ความต้องการที่จะตามหาเย่หนานให้พบ ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น
หือ เกิดอะไรขึ้น
ณ ใต้ต้นไม้นอกเมือง ไป๋หลิงที่สวมหมวกสานปิดบังใบหน้า ได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่นมาจากในเมือง
ชัดเจนว่าเกิดการต่อสู้ขึ้น
แถม สเกลการต่อสู้ยังไม่เล็ก
เมืองปิงหลิง มีสำนักเหมันต์น้ำแข็งดูแลอยู่ ไม่มีใครกล้าลงมือสุ่มสี่สุ่มห้า
เว้นแต่จะมั่นใจในตัวเองหรือขุมกำลังเบื้องหลังมากจริงๆ
คิดได้ดังนั้น ไป๋หลิงก็เกิดความสนใจ
ฟึ่บ
นางกระโดดลอยตัว มุ่งหน้าไปยังจุดเกิดเหตุ
คนที่มุ่งหน้าไปไม่ใช่มีแค่ไป๋หลิง
ยังมีปิงหยวนอีกคน
ทันทีที่ได้รับสัญญาณจากผู้อาวุโสคนนั้น เขาก็รีบบึงมาทันที
ฮึ ข้าล่ะอยากจะรู้นัก ใครมันบังอาจมากระตุกหนวดเสือ ปิงหยวนตะโกนด้วยความโกรธขณะพุ่งทะยาน
แน่นอนว่ายังมีผู้ฝึกตนในเมืองที่ชอบดูเรื่องสนุก
วินาทีนี้ ใครพอมีฝีมือต่างมุ่งหน้าไปยังจุดเกิดเหตุ
ช่วยไม่ได้ ชายหัวโล้นเล่นใหญ่เกินไป อยากจะปิดก็ปิดไม่มิด
จูหลานยิ่งรู้ดี
นางรีบเก็บตุ๊กตาไม้เตรียมจะหนี
แต่วินาทีต่อมา เงาร่างสวมหมวกสานก็มายืนอยู่บนหลังคาห่างออกไปร้อยเมตร จ้องมองมาที่นาง
เป็นนาง ไป๋หลิงแปลกใจ
นางจำได้ว่าเคยเห็นจูหลานที่โรงเตี๊ยมก่อนหน้านี้
แต่ตอนนั้น นางมัวแต่สนใจเรื่องสำนักเหมันต์น้ำแข็ง เลยไม่ได้ใส่ใจ
ดูท่า ข้าจะตาถั่วซะแล้ว ชายหัวโล้นนั่นเป็นใครกัน ไป๋หลิงเบนสายตาไปที่ชายหัวโล้น
หลังจากกราบอาจารย์ นางก็รีบจากมา ไม่ได้อยู่นาน เลยไม่รู้ว่าเย่หนานมีของเล่นพวกตุ๊กตาไม้นี้ด้วย
แต่ยิ่งดู ไป๋หลิงยิ่งขมวดคิ้ว
เพราะ นางสัมผัสกลิ่นอายของชายหัวโล้นไม่ได้เลย
จูหลานเองก็สังเกตเห็นไป๋หลิง
แต่ไม่ได้คิดมาก เพราะดูจากชุดแล้วไม่ใช่คนสำนักเหมันต์น้ำแข็ง คิดว่าเป็นแค่คนมามุงดู
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง เงาร่างกำยำราวลูกปืนใหญ่ก็ร่อนลงบนหลังคาบ้านหลังหนึ่ง
ตูม
บ้านหลังนั้นพังครืนลงมาทันที
ผู้มาใหม่ไม่ใช่ใครอื่น ปิงหยวนนั่นเอง