แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 65 คลังสมบัติว่างเปล่า ปิงไท่เดือดดาล
เอ๊ะ ข้างในเหมือนจะมีเสียงอะไรแปลกๆ นะ ทันใดนั้น เสียงของยามเฝ้าประตูคนหนึ่งก็ดังขึ้น
ได้ยินดังนั้น ยามคนอื่นๆ ก็พากันเงี่ยหูฟัง
แต่พยายามฟังอยู่นานสองนาน ก็ไม่ได้ยินเสียงอะไรผิดปกติ
เจ้าหูฝาดไปเองหรือเปล่า บอกแล้วว่าให้เพลาๆ เรื่องผู้หญิงลงบ้าง ก็ไม่เชื่อ เพื่อนยามคนหนึ่งแซวอย่างไม่สบอารมณ์
คลังสมบัติสำนักเหมันต์น้ำแข็งมีการคุ้มกันแน่นหนาขนาดนี้ จะมีใครลอบเข้ามาได้ง่ายๆ
หรือข้าจะหูฝาดไปเองจริงๆ ยามคนที่ทักขึ้นมาเกาหัวแกรกๆ อย่างไม่แน่ใจ
เบาๆ หน่อยสิ เกือบความแตกแล้วเห็นไหม นักพรตซอมซ่อถลึงตาใส่ไป๋หลิงอย่างตำหนิ
ไป๋หลิงยิ้มแหยๆ ด้วยความเขินอาย นางเพิ่งเคยทำเรื่องแบบนี้เป็นครั้งแรก ยังไม่มีประสบการณ์
ฟึ่บ ฟึ่บ ฟึ่บ
และแล้ว ภายใต้ความร่วมมืออย่างขยันขันแข็งของทั้งสอง คลังสมบัติสำนักเหมันต์น้ำแข็งก็ถูกกวาดเกลี้ยง
ไป ไปกันเถอะ นักพรตซอมซ่อเร่ง
ไป๋หลิงรีบตามไปติดๆ แล้วทั้งสองก็มุดกลับทางเดิมที่ขุดมา
เมื่อออกมาได้ นักพรตซอมซ่อก็แกล้งเป่าปากโล่งอก
ต่อไป… สำนักเหมันต์น้ำแข็งคงสนุกพิลึก นักพรตซอมซ่อหัวเราะร่า
ไป๋หลิงก็พยักหน้ายิ้มกว้างอย่างเห็นด้วย
เอาเป็นว่า… เราไปหาที่นั่งจิบเหล้าดูละครดีกว่าไหม ไป๋หลิงหันไปชวนนักพรตซอมซ่อ
ได้ยินดังนั้น นักพรตซอมซ่อตาลุกวาว เอาสิ แต่เจ้าต้องเลี้ยงนะ งานนี้เจ้าได้ส่วนแบ่งไปไม่น้อยเลยนี่ นักพรตซอมซ่อจ้องไป๋หลิงตาเป็นมัน
ตกลง ไป๋หลิงไม่ปฏิเสธ และไม่ได้ทวงตุ๊กตาไม้คืนด้วย
เพราะ… นางได้ยินจูหลานบอกแล้วว่าตุ๊กตาไม้พังแล้ว
มีแต่นักพรตซอมซ่อที่ไม่เชื่อ ยังคงเก็บรักษาไว้อย่างดีราวกับสมบัติล้ำค่า
ไม่นาน ทั้งสองก็กลับเข้ามาในเมือง เลือกจองโต๊ะที่โรงเตี๊ยมที่สูงที่สุด นั่งจิบเหล้ารอชมความโกลาหล
แม้จะมองไม่เห็นภาพรวมทั้งหมดของสำนักเหมันต์น้ำแข็ง แต่ก็พอมองเห็นเค้าลางได้บ้าง
ในขณะเดียวกัน ที่สำนักเหมันต์น้ำแข็ง มีกลุ่มคนกำลังเดินตรงไปยังคลังสมบัติ
ไม่ใช่ใครอื่น ปิงไท่และคณะนั่นเอง
คุณชายตง เมื่อไม่นานมานี้ ข้าได้สมบัติวิเศษชิ้นหนึ่งมาจากแดนลี้ลับ ดูแล้วเหมาะกับท่านมาก ปิงไท่ยิ้มหน้าบานหันไปพูดกับตงหมิง
ฮ่าฮ่าฮ่า… ท่านลุงเกรงใจเกินไปแล้ว สมบัติเพียงเล็กน้อย จะเทียบกับความสัมพันธ์ของสองตระกูลเราได้อย่างไร ตงหมิงตอบอย่างไม่ใส่ใจ
ฮ่าฮ่าฮ่า… นั่นสินะ นั่นสินะ ปิงไท่รอฟังประโยคนี้อยู่พอดี
ขอแค่ได้เกี่ยวดองกับตระกูลตง สถานะของสำนักเหมันต์น้ำแข็งจะพุ่งทะยานขึ้นทันที
ข้างกายยังมีปิงเสวียนเดินตามมาด้วย แต่… ตลอดทางนางถูกตงหมิงโอบกอดไว้ นอกจากรอยยิ้มแบบหญิงสาวตัวเล็กๆ แล้ว นางก็ไม่ได้พูดอะไร
เปิดประตู เมื่อมาถึงหน้าประตูคลังสมบัติ ปิงไท่สั่งยาม
ขอรับ ยามรีบเปิดประตูใหญ่ทันที
คุณชายตง เชิญ ปิงไท่ผายมือเชิญตงหมิง
ตงหมิงก็ไม่เกรงใจ เดินนำเข้าไปก่อน
เขาก็สนใจคลังสมบัติของสำนักเหมันต์น้ำแข็งเหมือนกัน เผื่อจะมีของดีหลงหูหลงตาบ้าง
แต่ทว่า… ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าไปในคลังสมบัติ
รอยยิ้มบนใบหน้าของตงหมิงก็แข็งค้าง
จากนั้น… ใบหน้าก็เปลี่ยนเป็นเขียวคล้ำ
เห็นตงหมิงยืนนิ่งอยู่หน้าประตู
ปิงไท่ยิ้มกริ่ม คิดในใจว่า ดูท่า… ของสะสมของข้า คงทำให้คุณชายตระกูลตงตะลึงจนพูดไม่ออกเลยสินะ
ท่านพ่อ ทะแม่งๆ แล้วนะเจ้าคะ ปิงเสวียนสังเกตเห็นความผิดปกติ จึงรีบเตือนปิงไท่
ทะแม่งๆ อะไรทะแม่งๆ ปิงไท่งุนงง ยังตั้งตัวไม่ทัน
ยังไม่ทันที่เขาจะพูดอะไรต่อ
เสียงตวาดด้วยความโกรธของตงหมิงก็ดังขึ้น นี่นะเหรอคลังสมบัติที่ท่านคุยนักคุยหนา
เห็นตงหมิงโกรธจัด ปิงไท่ถึงได้สติ
เหมือนนึกอะไรขึ้นได้ ใจเขาหล่นวูบไปที่ตาตุ่ม
ไม่สนใจตงหมิงที่กำลังเกรี้ยวกราด รีบเดินเบี่ยงตัวตงหมิงเข้าไปในคลังสมบัติ
เมื่อเห็นสภาพคลังสมบัติที่ว่างเปล่า ราวกับฝูงตั๊กแตนลงลง
ปิงไท่ถึงกับยืนบื้อ
วินาทีต่อมา เสียงคำรามด้วยความคลุ้มคลั่งของปิงไท่ก็ดังสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วสำนักเหมันต์น้ำแข็ง ใคร มันผู้ไหนบังอาจทำเรื่องบัดซบเช่นนี้
ตอนแรกตงหมิงนึกว่าปิงไท่ปั่นหัวเขาเล่น แต่พอเห็นสภาพปิงไท่ตอนนี้ ตงหมิงก็เริ่มทำหน้าแปลกๆ
ปิงเสวียนที่อยู่ข้างๆ หน้าถอดสีไม่ต่างกัน
หลังจากกวาดตามองรอบๆ ในที่สุดสายตาของปิงไท่ก็ไปหยุดอยู่ที่มุมกำแพงด้านหนึ่ง
ทุกคนรีบเดินเข้าไปดู
บัดซบ มันขุดอุโมงค์เข้ามาถึงในคลังสมบัติ ไอ้พวกยามหน้าโง่ มัวทำอะไรกันอยู่ ปิงไท่หน้าดำคร่ำเครียดสุดขีด
เวลานี้ ยามเฝ้าประตูต่างเห็นสภาพภายในคลังสมบัติแล้ว
ทุกคนคุกเข่าลงกับพื้น ตัวสั่นงันงก ไม่กล้าปริปากพูดสักคำ
มิน่าล่ะ ก่อนหน้านี้ถึงมีคนได้ยินเสียงแปลกๆ
ถ้ารู้แบบนี้ รีบเข้ามาตรวจสอบซะก็ดี
ตอนนี้จบเห่กันหมดแล้ว
และเป็นไปตามคาด… วินาทีต่อมา สายตาอาฆาตของปิงไท่ก็พุ่งมาที่พวกยาม
ใครก็ได้บอกข้าที มันเกิดอะไรขึ้น พวกเจ้าเฝ้าประตูกันยังไง ปิงไท่ตะคอกจนตาแทบถลน
ทะ… ท่านเจ้าสำนัก กะ… ก่อนหน้านี้… พวกข้าได้ยินเสียงแปลกๆ แต่ว่า พูดยังไม่ทันจบ พวกเขาก็ไม่กล้าพูดต่อ
ฟึ่บ
ร่างของปิงไท่เคลื่อนไหวราวกับภูตผี มายืนอยู่ตรงหน้ายามคนที่พูด
เขาคว้าคอยามคนนั้นยกขึ้นลอย แล้วทำไมไม่แจ้งข้า ทำไมไม่เข้ามาตรวจสอบ
ยิ่งคิด ปิงไท่ยิ่งเดือดดาล
ผัวะ
ปิงไท่ตบฉาดเดียว ยามผู้นั้นกะโหลกแตกตายคาที่
ส่วนยามคนอื่น ก็ถูกปิงไท่ที่กำลังคลั่งสังหารจนหมดสิ้น
ท่านพ่อ จะทำยังไงดีเจ้าคะ ข้าสงสัยว่า น่าจะเป็นฝีมือของหญิงสาวสองคนที่ฆ่าผู้อาวุโสปิงหยวนก่อนหน้านี้ ปิงเสวียนหัวไว รีบตั้งสติและวิเคราะห์
หา สั่งการลงไปทันที ให้คนทั้งสำนักออกตามล่า พลิกแผ่นดินหาให้เจอ ทั้งในเมืองและนอกเมือง อย่าให้รอดไปได้ ปิงไท่โกรธจนเลือดขึ้นหน้า
สมบัติที่สั่งสมมาหลายชั่วอายุคน หายวับไปกับตาในพริบตา จะให้เขาทำใจได้ยังไง
ตอนนี้เขาอยากจะฉีกร่างคนที่ปล้นคลังสมบัติเป็นชิ้นๆ ถึงจะสาสมกับความแค้น
คุณชายตง ให้เสวียนเอ๋อร์อยู่เป็นเพื่อนท่านก่อนนะ ข้ามีธุระต้องรีบไปจัดการ ปิงไท่ประสานมือลาตงหมิง โดยไม่รอคำตอบ ก็หันหลังเดินจากไปทันที
ฆ่าศิษย์ข้า ฆ่าผู้อาวุโสข้า แถมยังมาปล้นคลังสมบัติข้าอีก ครั้งนี้ต่อให้หนีไปสุดล่าฟ้าเขียว ข้าก็จะตามไปฆ่าให้ได้ ปิงไท่คำรามลั่นขณะระดมพล
น่าสนใจจริงๆ ถ้าเป็นฝีมือผู้หญิงสองคนนั้นจริง เรื่องนี้คงสนุกพิลึก ข้าชักอยากจะเจอพวกนางเร็วๆ แล้วสิ ตงหมิงกลับรู้สึกสนใจในตัวหญิงสาวปริศนาสองคนนั้นยิ่งขึ้น
ถึงขั้นเลียริมฝีปากด้วยความกระหาย
หญิงสาวรุ่นๆ จะเป็นใครกันนะ ปิงเสวียนครุ่นคิด
ในรัศมีหลายพันลี้ เป็นถิ่นของสำนักเหมันต์น้ำแข็ง ใครจะกล้ามาลูบคม แถมยังเป็นผู้หญิงอีก
คิดถึงตรงนี้ ปิงเสวียนฉุกคิดถึงบางอย่าง แต่ก็รีบส่ายหน้าปฏิเสธในใจ เป็นไปไม่ได้ นังแพศยานั่นโดนทำลายไปแล้ว ไม่มีทางฟื้นคืนมาได้ ดีไม่ดีคงตายไปนานแล้ว