แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 66 ฆ่าล้างบางไปเลย จะได้รีบไปหาอาจารย์เจ้า
เสวียนเอ๋อร์ เจ้าเป็นอะไรไป ตงหมิงสังเกตเห็นอาการผิดปกติของปิงเสวียน
ไม่มีอะไร แค่นึกถึงเรื่องเก่าๆ ขึ้นมา ปิงเสวียนเล่าเรื่องราวคร่าวๆ ให้ฟัง
เรื่องนี้ในสำนักเหมันต์น้ำแข็งไม่ใช่ความลับ ใครๆ ก็รู้กันทั้งนั้น
เพียงแต่… นางข้ามเรื่องที่นางแย่งชิงรากวิญญาณของไป๋หลิงไป
หืม มีเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอ น่าสนใจ ตงหมิงฟังแล้วก็รู้สึกสนใจขึ้นมาบ้าง
แต่ที่เขาสนใจ คือไป๋หลิงจะสวยไหม ส่วนเรื่องอื่นเขาไม่ได้คิดอะไรมาก
ในขณะเดียวกัน สำนักเหมันต์น้ำแข็งกำลังวุ่นวายถึงขีดสุด
ทุกคนต่างออกค้นหาหญิงสาวสองคนที่ฆ่าปิงหยวนอย่างบ้าคลั่ง
แม้แต่ในเมืองก็โกลาหลไม่แพ้กัน
ผู้ฝึกตนหญิงทุกคนตกเป็นเป้าสายตา
พวกที่อ่อนแอหน่อย พอได้ข่าวก็รีบหนีออกจากเมือง
เพราะ… มีพวกฉวยโอกาสหวังเคลมหญิงสาวท่ามกลางความวุ่นวายนี้ไม่น้อย
อย่างเช่นตอนนี้… ไป๋หลิงกำลังเผชิญหน้ากับผู้ฝึกตนชายหน้าตาหื่นกามกลุ่มหนึ่ง
คิกคิก… มีเรื่องสนุกให้ดูแล้ว นักพรตซอมซ่อข้างๆ จิบเหล้าพลางทำหน้าตื่นเต้น ไม่คิดจะช่วยแต่อย่างใด
เขาเป็นผู้คุ้มกันของข้า ถ้าพวกเจ้าอยากจับข้า ก็ต้องผ่านเขาไปให้ได้ก่อน ไป๋หลิงโยนขี้ให้นักพรตซอมซ่อหน้าตาเฉย
ได้ยินดังนั้น นักพรตซอมซ่อถึงกับพูดไม่ออก
อย่าไปฟังนางนะ พวกเราแค่บังเอิญมานั่งดื่มเหล้าด้วยกันเฉยๆ นักพรตซอมซ่อรีบโบกมือปฏิเสธ
แต่คนพวกนั้นมีหรือจะเชื่อนกพรตซอมซ่อ
จะสนทำไม ฆ่าไอ้แก่นี่ทิ้งซะ แล้วค่อยจับนังนี่ไป หนึ่งในนั้นตะโกนขึ้น
ได้ยินดังนั้น นักพรตซอมซ่อหน้าดำคร่ำเครียดทันที
ฟึ่บ
วินาทีต่อมา นักพรตซอมซ่อคว้าตัวไป๋หลิงหายวับไปราวกับภูตผี
ทิ้งให้คนพวกนั้นยืนงงเป็นไก่ตาแตก
การปิดล้อมเมืองของสำนักเหมันต์น้ำแข็ง สำหรับนักพรตซอมซ่อแล้ว ก็เหมือนกระดาษบางๆ ไร้ประโยชน์สิ้นดี
ไม่นาน ทั้งสองก็ออกมาอยู่นอกเมืองอีกครั้ง
ฮึ เจ้าจะไปป่วนที่ไหนก็เชิญ ข้าขอตัวล่ะ พอออกมาได้ นักพรตซอมซ่อก็ทำท่าจะชิ่งทันที
เดี๋ยวก่อน นี่เจ้าไม่อยากรู้ฐานะที่แท้จริงของข้าเลยเหรอ ไป๋หลิงตะโกนเรียกไว้
ต่อให้ข้าอยากรู้ เจ้าจะยอมบอกข้ารึไง นักพรตซอมซ่อหันกลับมามอง
เอาเป็นว่า ข้าพาเจ้าไปพบท่านอาจารย์ของข้าดีไหม ไป๋หลิงเลิกคิ้วถาม
นั่นไง.ว่าแล้วว่าเบื้องหลังเจ้าต้องมียอดฝีมือ ในที่สุดนักพรตซอมซ่อก็ได้คำตอบ
แต่เหมือนนึกอะไรขึ้นได้ เขามองไป๋หลิงอย่างระแวง แล้วเจ้าจะพาข้าไปหาอาจารย์ทำไม ข้าไม่ได้ทำอะไรให้เจ้าซะหน่อย อย่ามาคิดไม่ซื่อกับข้านะ
เจ้าเองก็อยากเจอคนผู้นั้นไม่ใช่เหรอ ข้ายอมพาไปแล้ว เจ้ายังจะมาลีลาอีก ไป๋หลิงบ่นอุบ
นางรู้สึกว่านักพรตซอมซ่อคนนี้ไม่ธรรมดา ถ้าพาไปให้ท่านอาจารย์ดู ไม่แน่อาจจะได้รับเขาไว้ใช้งาน
หลักๆ คือนักพรตซอมซ่อนิสัยไม่ได้เลวร้ายอะไร
อย่างน้อยเท่าที่เห็น เขาก็ไม่เคยฆ่าใคร นอกจากหน้าด้านไปหน่อย ชอบหลอกเอาของคนอื่น แล้วก็ชอบขุดสุสานชาวบ้าน
ที่สำคัญคือนักพรตซอมซ่อช่วยนางไว้หลายครั้ง ถือว่ามอบวาสนาให้เขาสักครั้ง ส่วนจะคว้าไว้ได้หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับวาสนาของเขาเอง
ส่วนจะสร้างปัญหาให้เย่หนานหรือไม่ ไป๋หลิงมองข้ามข้อนี้ไปเลย
ความแข็งแกร่งของเย่หนาน แม้นางจะไม่เคยเห็นเต็มๆ แต่ลำพังแค่สมบัติวิเศษและตุ๊กตาไม้ที่นางเห็น ก็เป็นของล้ำค่าระดับตำนาน แถมยังเอามาแจกคนอื่นง่ายๆ อีก
นั่นแสดงว่า เย่หนานมั่นใจในพลังของตัวเองมาก จนไม่จำเป็นต้องพึ่งของวิเศษพวกนี้
ว่าไง ตัดสินใจได้ยัง ไป๋หลิงถามย้ำเมื่อเห็นนักพรตซอมซ่อขมวดคิ้วครุ่นคิด
ความจริงในใจนักพรตซอมซ่อกำลังสับสนอย่างหนัก
เขาเก่งก็จริง แต่ไม่ได้ไร้เทียมทาน คนที่เก่งกว่าเขามีถมไป
ถ้าไปแล้วไม่ได้กลับมาจะทำยังไง
แต่ถ้าไม่ไป ก็อาจจะพลาดวาสนาครั้งใหญ่
จากกระบี่ในมือไป๋หลิง และวิชาประหลาดที่เคยเห็น ก็พอเดาได้ว่าคนเบื้องหลังไป๋หลิงแข็งแกร่งขนาดไหน แน่นอนว่าเหนือกว่าเขามาก
คิดแล้วก็เดินวนไปวนมา ตัดสินใจไม่ได้สักที
ไป๋หลิงเห็นท่าทางนั้นก็นึกขำ
จึงพูดกระตุ้นไปอีกประโยค ตุ๊กตาไม้ของแม่นางคนนั้น ท่านอาจารย์ข้าก็เป็นคนให้เหมือนกัน
คำพูดนี้ทำเอานักพรตซอมซ่อหยุดเดินกึก
หันขวับมามองไป๋หลิงด้วยความตกตะลึง
เจ้าพูดจริงนะ ไม่ได้หลอกข้าใช่ไหม นักพรตซอมซ่อรีบปรี่เข้ามาหาไป๋หลิง
ข้าจะหลอกเจ้าทำไม นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่ข้าไม่ทวงตุ๊กตาไม้คืนจากเจ้าไงล่ะ ไป๋หลิงตอบอย่างไม่ใส่ใจ
ข้า นักพรตซอมซ่อตื่นเต้นจนพูดไม่ออก คิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วกัดฟันตอบ ตกลง ข้าไปกับเจ้า
ไม่มีเหตุผลอื่น แค่ตุ๊กตาไม้นั่นก็เพียงพอแล้ว ยอดคนผู้นั้นสามารถมอบของระดับนี้ให้คนอื่นได้ แสดงว่าในมือต้องมีอีกเพียบ
คิดได้ดังนั้น นักพรตซอมซ่อก็เนื้อเต้น
ถ้าได้ของวิเศษแบบนั้นมาสักชิ้น ชีวิตนี้ก็ถือว่าคุ้มค่าแล้ว
แต่ข้ามีข้อแม้ ก่อนไป… เจ้าต้องช่วยข้าทำลายสำนักเหมันต์น้ำแข็งให้ราบคาบเสียก่อน ไป๋หลิงยื่นเงื่อนไขเพิ่ม
พูดจบ นางก็ไม่แน่ใจว่านักพรตซอมซ่อจะยอมช่วยไหม
เพราะเขาเคยบอกว่าไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต และตามข่าวลือ พวกนักบวชกับนักพรตก็มักจะไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิตจริงๆ
แต่ในขณะที่ไป๋หลิงกำลังกังวล คำตอบที่เด็ดขาดของนักพรตซอมซ่อก็ทำเอานางแทบหงายหลัง
ได้ ไม่มีปัญหา นักพรตซอมซ่อตอบรับทันทีโดยไม่ลังเล
ไหนเจ้าบอกไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิตไง ไป๋หลิงอดถามไม่ได้
ไม่ๆๆ อาตมา… เอ้ย ข้ากำลังจะปราบมารต่างหาก ไม่ใช่การฆ่าสัตว์ตัดชีวิต สิ่งที่สำนักเหมันต์น้ำแข็งทำนั้นชั่วช้าสามานย์ ข้าแค่จะแทนคุณแผ่นดินกำจัดพวกมัน นักพรตซอมซ่อพูดด้วยสีหน้าจริงจังและเปี่ยมคุณธรรม
ถ้าเป็นคนอื่น คงโดนท่าทางขึงขังนี้หลอกเข้าเต็มเปา
ไป๋หลิงกุมขมับอย่างจนใจ ในเมื่อตกลงตามนี้ งั้นเราไปกันเลย จะบุกเข้าไปตรงๆ หรือจะเอายังไง
ฆ่าล้างบางไปเลย จะได้รีบไปหาอาจารย์เจ้า นักพรตซอมซ่อโบกมืออย่างไม่ยี่หระ
เห็นท่าทางมั่นใจของนักพรตซอมซ่อ ไป๋หลิงดวงตาเป็นประกาย
กล้าพูดว่าจะบุกเข้าไปตรงๆ แสดงว่าฝีมือของนักพรตซอมซ่อต้องเหนือกว่าสำนักเหมันต์น้ำแข็งมากแน่ๆ
ตกลง ไหนๆ ก็จะล้างแค้นอยู่แล้ว เมื่อก่อนกะว่าจะค่อยๆ นวด ตอนนี้จัดการให้จบๆ ไปเลยก็ดี ไป๋หลิงแววตาอำมหิต
และแล้ว ทั้งสองก็เดินอาดๆ ตรงไปยังสำนักเหมันต์น้ำแข็งอย่างเปิดเผย
พวกเขาไม่เปิดเผยตัวในเมือง แต่มายืนตะโกนหน้าประตูสำนักแทน
สำนักเหมันต์น้ำแข็ง ปิงเสวียน ปิงไท่ ข้ามาทวงหนี้แค้นแล้ว เสียงของไป๋หลิงดังกึกก้องไปทั่วสำนัก
ปิงไท่และเหล่าผู้อาวุโสที่กำลังประชุมเครียดอยู่ในตำหนักใหญ่ ต่างชะงักเมื่อได้ยินเสียง
เสียงนี้… นังแพศยานั่น ปิงเสวียนที่อยู่กับตงหมิงจำเสียงไป๋หลิงได้ทันที
วินาทีนี้ ใบหน้าของปิงเสวียนเต็มไปด้วยจิตสังหาร นางรีบพุ่งตัวออกไปข้างนอก
น่าสนุก ข้าขอดูหน่อยซิ ว่าจะเป็นสาวงามขนาดไหน พูดจบ ตงหมิงก็เดินตามออกไปอย่างสบายอารมณ์