แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 67 หาของขวัญอะไรไปฝากดีนะ
ฟึ่บ ฟึ่บ ฟึ่บ
วินาทีนี้ ศิษย์นับพันและผู้อาวุโสนับสิบของสำนักเหมันต์น้ำแข็ง ต่างล้อมกรอบไป๋หลิงและนักพรตซอมซ่อเอาไว้ทุกทิศทาง
เป็นเจ้า นึกไม่ถึง… ว่าจะยังรอดมาได้ ดูท่า… เจ้าคงได้รับวาสนามาไม่น้อย พลังฝึกตนถึงได้ฟื้นคืนมา แต่แล้วยังไง ในสายตาข้า เจ้าก็ยังเป็นแค่มดปลวก ปิงไท่มาถึงเป็นคนแรก จ้องมองไป๋หลิงด้วยจิตสังหารอันรุนแรง
อย่าว่าแต่เขาเลย ทุกคนต่างตกตะลึงที่ไป๋หลิงสามารถซ่อมแซมรากฐานและฟื้นฟูพลังยุทธ์ได้
แค่นี้ก็ตกใจแล้วเหรอ ทั้งศิษย์ ทั้งผู้อาวุโส รวมถึงคลังสมบัติของเจ้า ล้วนเป็นฝีมือข้าสองคนเอง โกรธไหมล่ะ ไป๋หลิงทิ้งระเบิดลูกใหญ่อีกลูก
สิ้นคำพูด ทั้งลานกว้างเงียบกริบ
ส่วนนักพรตซอมซ่อทำตัวไม่รู้ไม่ชี้ ยืนแคะขี้มูกอยู่ข้างๆ ไป๋หลิงอย่างสบายใจ
ที่แท้ก็เป็นเจ้า เจ้ามันสมควรตายจริงๆ ปิงไท่โกรธจนเลือดขึ้นหน้า เกือบจะกระอักเลือดออกมา
โกรธมากใช่ไหม แน่จริงก็เข้ามาอัดข้าสิ ไป๋หลิงยังคงยั่วยุต่อ
ตายซะเถอะ ปิงไท่ในตอนนี้ ไม่มีมาดเจ้าสำนักหลงเหลืออยู่แล้ว
ความโกรธครอบงำสติ เขาต้องการตบไป๋หลิงให้ตายคามือ
ตูม
กลิ่นอายพลังอันแข็งแกร่งของปิงไท่ระเบิดออกมา พุ่งเข้าใส่ไป๋หลิงด้วยความเร็วสูงและพลังทำลายล้างมหาศาล
นักพรตซอมซ่อกำลังจะพุ่งเข้าไปช่วย
แต่ถูกไป๋หลิงห้ามไว้เสียงเบา ไม่ต้อง เดี๋ยวค่อยถึงตาเจ้า
ได้ยินดังนั้น นักพรตซอมซ่อชะงักฝีเท้าด้วยความสงสัย
เขารู้ว่าไป๋หลิงมีลูกเล่นประหลาด ก็อยากจะเห็นกับตาอีกครั้งเหมือนกัน
การโจมตีของปิงไท่พุ่งมาถึงหน้าไป๋หลิงในพริบตา
ในขณะที่ปิงไท่คิดว่าไป๋หลิงจะถูกเขาตบจนแหลกเหลว
ฝ่ามือที่อัดแน่นด้วยพลังทำลายล้างของเขา กลับหยุดชะงักลงตรงหน้าไป๋หลิง
และ… พลังทั้งหมดที่เขาซัดออกไป ถูกพลังบางอย่างดูดกลืนหายไปในทันที
ยังไม่ทันที่ปิงไท่จะตั้งตัว
ตูม
อ๊าก
ปิงไท่ปลิวลิ่วราวกับลูกปืนใหญ่ กระเด็นออกไปไกลกว่าร้อยเมตร
พุ่งเข้าชนตำหนักหลังหนึ่งเข้าอย่างจัง
โครมคราม
ตำหนักหลังนั้นระเบิดแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ
ทั้งลานกว้างเงียบกริบอีกครั้ง
แม้แต่นักพรตซอมซ่อที่ยืนมองปิงไท่ปลิวออกไป ยังอดหนังตากระตุกไม่ได้
โชคดีที่ก่อนหน้านี้เขาไม่ได้ลงมือกับไป๋หลิง ไม่อย่างนั้น คงมีสภาพไม่ต่างกัน
เขาหันไปถามไป๋หลิง เจ้าทำได้ยังไง
เมื่อกี้เขาเบิกตาดูจนแทบถลน แต่ก็ยังมองไม่ออกว่าเกิดอะไรขึ้น
ไว้เจอท่านอาจารย์ของข้า เจ้าก็จะรู้เอง ไป๋หลิงยิ้มเจ้าเล่ห์
งั้น… ข้าควรมีของติดไม้ติดมือไปหน่อยไหม ไปมือเปล่ามันดูไม่ดีนะ นักพรตซอมซ่อเริ่มลนลาน
ตอนนี้ความเกรงขามที่เขามีต่ออาจารย์ของไป๋หลิงเพิ่มขึ้นทวีคูณ
คนขี้งกอย่างเขา วันนี้กลับคิดอยากจะซื้อของขวัญไปฝากเป็นครั้งแรก
เอ่อ… ท่านอาจารย์ของข้า ดูเหมือนจะชอบอาหารอร่อยๆ ไป๋หลิงเห็นด้วย ไม่ได้กลับไปนานแล้ว ควรมีของฝากติดไม้ติดมือไปบ้าง
คิดไปคิดมา ก็รู้แค่ว่าเย่หนานชอบของกิน
หา อาหาร นักพรตซอมซ่อเริ่มหนักใจ
ดูจากความเทพของอาจารย์ไป๋หลิงแล้ว อาหารที่ท่านโปรดปรานคงไม่ใช่ของธรรมดาแน่
แล้วจะไปหามาจากไหนล่ะเนี่ย นักพรตซอมซ่อนั่งแปะลงกับพื้น ครุ่นคิดอย่างหนัก
ในซากปรักหักพังของตำหนัก ปิงไท่นอนจมกองเลือดอยู่ในหลุมลึก
บาดแผลตามร่างกายลึกจนเห็นกระดูก
มะ… ไม่จริง เป็นไปไม่ได้ ปิงไท่เหมือนคนไร้ความรู้สึก ไม่รับรู้ถึงความเจ็บปวด
ในหัวเอาแต่ฉายภาพเหตุการณ์เมื่อครู่ซ้ำไปซ้ำมา
แต่ไม่ว่าจะคิดยังไง ก็หาคำตอบไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น
ท่านพ่อ ปิงเสวียนและตงหมิงที่เพิ่งมาถึง เห็นสภาพปิงไท่พอดี
ปิงเสวียนรีบประคองปิงไท่ขึ้นมา แล้วป้อนยารักษาอาการบาดเจ็บใส่ปาก
ยาออกฤทธิ์เร็ว บาดแผลของปิงไท่ดีขึ้นทันตา ลมหายใจก็สม่ำเสมอขึ้น
ยาพวกนี้ ตงหมิงเป็นคนมอบให้ปิงเสวียน
เวลานี้ ตงหมิงหรี่ตามองไปทางไป๋หลิง
แววตาเต็มไปด้วยความตกตะลึง ความโลภ และความสงสัย
การโจมตีเมื่อครู่ เขาเห็นชัดเจน
นายน้อย ข้าคิดว่า… แม่นางผู้นั้นน่าจะมีสมบัติวิเศษประเภทสะท้อนการโจมตีติดตัวอยู่ สมบัติแบบนี้หาได้ยากยิ่ง ชายชราผู้คุ้มกันข้างกายตงหมิงเอ่ยขึ้น
โอ้ งั้นท่านผู้เฒ่าหวัง พอจะจัดการนางได้ไหม เหมือนนึกอะไรขึ้นได้ ตงหมิงรีบเสริม ห้ามทำให้นางบาดเจ็บนะ จับเป็นมาให้ข้าก็พอ
ลำพังแม่นางคนนั้นไม่เท่าไหร่ แต่นายน้อยเห็นนักพรตซอมซ่อคนนั้นไหม ขนาดข้ายังมองระดับพลังของเขาไม่ออกเลย ผู้เฒ่าหวังยังไม่ลงมือ แต่ลังเล
หือ ได้ยินดังนั้น ตงหมิงถึงสังเกตเห็นนักพรตซอมซ่อ
ก่อนหน้านี้พวกเขาไม่ได้สนใจนักพรตซอมซ่อเลย แต่พอได้ยินผู้เฒ่าหวังทัก ตงหมิงก็ขมวดคิ้ว
ผู้เฒ่าหวังเป็นถึง ขั้นปฐพีเร้นลับ ยังมองไม่ออก
ทำเอาตงหมิงรู้สึกหงุดหงิดใจ
ไป๋หลิงในตอนนี้ ทั้งบุคลิก หน้าตา และรูปร่าง เหนือกว่าปิงเสวียนไปไกลโข
ตงหมิงไม่อยากปล่อยของดีหลุดมือ
เขาไม่ทันสังเกตว่า ปิงเสวียนที่อยู่ข้างๆ ถลึงตามองเขาอย่างเคียดแค้น
จากนั้นนางก็หันไปมองไป๋หลิงผู้สง่างาม ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความริษยาและจิตสังหาร
นางยอมไม่ได้ที่ไป๋หลิงจะเหนือกว่านางในทุกๆ ด้าน
ของดีทุกอย่างที่ไป๋หลิงมี สมควรเป็นของนาง
ครั้งนี้ นางจะทำลายไป๋หลิงอีกครั้ง และจะแย่งชิงความลับของไป๋หลิงมา เพื่อให้นางแข็งแกร่งยิ่งขึ้น
คุณชายตง รบกวนท่านช่วยจับตัวนังแพศยานั่นให้ข้าหน่อยได้ไหม ปิงเสวียนไม่กล้าบุ่มบ่าม จึงขอความช่วยเหลือจากตงหมิง
จุดจบของปิงไท่ นางเห็นมากับตาแล้ว
นางคิดว่าไป๋หลิงต้องมีสมบัติวิเศษคุ้มกายแน่
ได้ ตงหมิงคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วหันไปสั่งผู้เฒ่าหวัง ผู้เฒ่าหวัง ท่านลองไปหยั่งเชิงดู จับนางมาให้ได้ก็พอ
ผู้เฒ่าหวังคิดดูแล้ว ก็ได้แต่พยักหน้า
ฟึ่บ
ผู้เฒ่าหวังพุ่งมายืนอยู่ไม่ไกลจากไป๋หลิง
เจ้าเป็นใคร ไป๋หลิงถาม เพราะตอนที่นางอยู่สำนักเหมันต์น้ำแข็ง นางไม่เคยเห็นผู้เฒ่าหวังมาก่อน
เขาคือคนของตระกูลตงแห่งเมืองหลวง นังแพศยา ทำไมเจ้าถึงไม่ตายๆ ไปซะทีนะ ยังไม่ทันที่ผู้เฒ่าหวังจะตอบ ปิงเสวียนก็เดินแทรกขึ้นมา
น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเคียดแค้นชิงชัง
ราวกับว่าไป๋หลิงไปฆ่าล้างตระกูลนางมา ทั้งที่จริงแล้ว เป็นเพราะความริษยาของนางล้วนๆ
ข้ายังไม่ได้แก้แค้น จะตายก่อนเจ้าได้ยังไง ไป๋หลิงตอบกลับเสียงเย็น
ปากก็ตอบโต้ไป แต่ในใจไป๋หลิงกำลังครุ่นคิดว่า ตระกูลตงแห่งเมืองหลวง คือขุมกำลังไหนกันแน่
นางอายุน้อย ประสบการณ์ยังน้อย รู้จักผู้คนและขุมกำลังไม่มากนัก
มีเพียงนักพรตซอมซ่อที่หรี่ตาลง
กระซิบข้างหูไป๋หลิงเบาๆ ว่า ตระกูลตงไม่ใช่เล่นๆ นะ มี ขั้นสวรรค์ลี้ลับ นั่งเมือง รองจากราชวงศ์ ก็คือพวกเขานี่แหละ เขตปกครองนับหมื่นลี้ ล้วนอยู่ภายใต้อาณัติของราชวงศ์
ข้าเคยได้ยินมาบ้าง เหมือนจะชื่อราชวงศ์เทียนฉี อะไรสักอย่าง ไป๋หลิงพยายามนึก แต่ก็ไม่แน่ใจ
ถูกต้อง ในราชวงศ์เทียนฉี ตระกูลตง นอกจากราชวงศ์แล้ว ก็ถือเป็นขุมกำลังระดับแนวหน้าสุดแล้ว นักพรตซอมซ่ออธิบายเพิ่ม
เขาเริ่มหนักใจ อยากจะถอนตัวแล้วสิ
แต่พอนึกขึ้นได้ว่า รับปากไป๋หลิงไปแล้ว และถ้าได้พบอาจารย์ของไป๋หลิง ได้รับความเมตตา
ถึงตอนนั้น… ต่อให้เป็นราชวงศ์ เขาก็กล้าถล่ม
ความแข็งแกร่งของอาจารย์ไป๋หลิง ในความคิดของเขา เหนือกว่า ขั้นสวรรค์ลี้ลับ ไปไกลโข ตระกูลตงจะไปสู้อะไรได้
คิดได้ดังนั้น นักพรตซอมซ่อตัดสินใจเดิมพันแน่วแน่