แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 76 การเปลี่ยนแปลงของจูหลาน
สำหรับกระบี่เล่มนั้น ทั้งไป๋หลิงและจูหลานดูไม่ออกว่ามันพิเศษตรงไหน
พี่จูหลาน รีบดื่มยาเปลี่ยนพรสวรรค์ที่ท่านอาจารย์ให้เถอะ มาดูกันว่าจะมีผลยังไงบ้าง ไป๋หลิงเตือน
ได้ยินดังนั้น จูหลานก็ยิ่งคาดหวัง
เคล็ดวิชาระดับจักรพรรดิเย่หนานยังให้ได้ ยาน้ำขวดนี้ต้องไม่ธรรมดาแน่
มือที่ถือขวดหยกของจูหลานสั่นเทา
เพราะ… หลังจากนี้ ชีวิตของนางอาจจะเปลี่ยนไปตลอดกาล
เห็นอาการของจูหลาน ไป๋หลิงรู้สึกสะเทือนใจและเข้าใจหัวอกเดียวกัน
ตอนที่นางถูกชิงรากวิญญาณและทำลายฐานพลัง นางก็สิ้นหวังไม่ต่างกัน
โชคดีที่สวรรค์ยังเมตตา ให้นางได้พบกับเย่หนาน
ไม่รอช้า จูหลานเปิดจุกขวดแล้วดื่มรวดเดียวหมด
ทันทีที่น้ำยาไหลลงคอ จูหลานรู้สึกทรมานไปทั้งตัว
ร่างกายของนางเริ่มมีควันขาวพวยพุ่งออกมา ร้อนรุ่มดั่งไฟเผา
ภายในร่างกายปั่นป่วนราวกับคลื่นยักษ์โหมกระหน่ำ เลือดลมเดือดพล่าน
แม้จะทรมาน แต่จูหลานกลับรู้สึกว่าสมองของนางปลอดโปร่งขึ้นเรื่อยๆ
พี่สาวรีบนั่งลง เดินลมปราณดูดซับฤทธิ์ยาเร็วเข้า ไป๋หลิงรู้ว่ายาเริ่มออกฤทธิ์แล้ว
อาการผิดปกติของจูหลาน ในสายตาไป๋หลิงถือเป็นเรื่องปกติ
ได้ยินคำเตือน จูหลานรีบตั้งสติ นั่งขัดสมาธิเดินลมปราณทันที
แม้กระบวนการนี้จะเจ็บปวด แต่นางไม่ปริปากร้องสักแอะ ในใจมีเพียงความยินดี
ในขณะที่จูหลานเริ่มดูดซับฤทธิ์ยา ปรากฏการณ์ประหลาดก็เกิดขึ้นอีกครั้ง
ท้องฟ้ามืดครึ้มลงอย่างกะทันหัน
ทั่วทั้งท้องฟ้าเต็มไปด้วยเสียงฟ้าร้องคำราม
แต่สายฟ้าเหล่านั้นไม่ใช่สายฟ้าปกติ มันคืออัสนีบาตสีเข้มดั่งมาจากยมโลก ราวกับโซ่ตรวนจากขุมนรกโลกันตร์
ไม่เพียงแค่นั้น เหนือศีรษะของจูหลาน ปรากฏภาพมายาของพญาหงส์เพลิงมรณะ ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นและบินวนเวียนอยู่เหนือหัวนาง
ปรากฏการณ์เหล่านี้ทำเอาไป๋หลิงหน้าถอดสี
ยาที่ท่านอาจารย์ให้พี่จูหลาน คือยาอะไรกันแน่ ไป๋หลิงไม่อยากจะเชื่อสายตา
ที่สำนักอวี้หัว เย่หนาน อวี้เซียน และคนอื่นๆ ต่างสังเกตเห็นปรากฏการณ์ประหลาดบนท้องฟ้า
นี่มัน อวี้เซียนทำหน้าสงสัย ด้วยพลังที่จำกัด นางดูไม่ออกว่าคืออะไร
อย่าว่าแต่อวี้เซียนเลย แม้แต่อวี้เซียวจื่อที่อยู่ในตำหนักใหญ่ก็ยังงุนงง
มีเพียงเย่หนานที่มองท้องฟ้าอย่างไม่ยี่หระ ดูท่า… ผลลัพธ์จะออกมาดีทีเดียว
ในขณะเดียวกัน ณ สถานที่อันห่างไกล ภายในตำหนักอันโอ่อ่า
หญิงชราที่กำลังนั่งสมาธิอยู่ จู่ๆ ก็ลืมตาโพลง
นี่มัน… กลิ่นอายของหงส์เพลิงมรณะเก้าโลกันตร์ หญิงชราตัวสั่นเทาด้วยความตื่นเต้น
ฟึ่บ ฟึ่บ ฟึ่บ
วินาทีต่อมา เงาร่างอันน่าเกรงขามหลายสายปรากฏขึ้นเบื้องหน้าหญิงชรา มีทั้งชายและหญิง
คารวะท่านบรรพชนสูงสุด เงาร่างเหล่านั้นทำความเคารพหญิงชราอย่างนอบน้อม
เหลือเชื่อ ผ่านมาหมื่นปีแล้ว ไม่เคยมีกายาเช่นนี้ปรากฏขึ้นเลย นึกไม่ถึงว่าจะมาปรากฏในวันนี้ หญิงชราพึมพำกับตัวเอง ราวกับไม่ได้ยินเสียงคารวะ
ได้ยินหญิงชราพึมพำ เงาร่างเบื้องล่างต่างมองหน้ากันด้วยความสงสัยระคนตกใจ
พวกเขาเองก็สัมผัสได้ ถึงรีบมาหาหญิงชรา
หมิงหง ในที่สุดหญิงชราก็เอ่ยปาก
ท่านบรรพชนสูงสุด โปรดสั่งการเจ้าค่ะ หญิงงามวัยกลางคนในชุดเขียวผู้เปี่ยมอำนาจขานรับ
เจ้าจงไปเชิญท่านผู้นั้นกลับมาด้วยตัวเอง จำไว้ว่าต้องเชิญห้ามใช้กำลังเด็ดขาด ไม่ว่านางจะมีเงื่อนไขอะไรก็ต้องยอมรับ นางคือความหวังของเผ่าพันธุ์เก้าโลกันตร์ของเรา เจ้า… เข้าใจไหม หญิงชรามองหมิงหงด้วยสายตาเคร่งขรึม
หมิงหงทราบแล้วเจ้าค่ะ หมิงหงโค้งคำนับ แล้วหันหลังเดินจากไป
ท่านบรรพชนสูงสุด เรื่องนี้ ขุมกำลังอื่นจะล่วงรู้ด้วยหรือไม่ขอรับ ชายวัยกลางคนผู้เป็นหัวหน้ากลุ่มถามด้วยความกังวล
ไม่น่าจะรู้ กายาชนิดนี้ปรากฏขึ้น มีเพียงเผ่าพันธุ์เก้าโลกันตร์ของเราเท่านั้นที่สัมผัสได้ หญิงชราลังเลเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวต่อ แต่… ที่เจ้าพูดก็มีเหตุผล กันไว้ดีกว่าแก้ เจ้าคอยระวังให้ดี
ขอรับ หากใครกล้าแตะต้องท่านผูั้น ข้าจะทำให้เลือดมันนองท่วมปฐพีสามพันลี้ ชายวัยกลางคนกล่าวด้วยจิตสังหาร
กลับมาที่ด้านของจูหลาน
เวลานี้ จูหลานเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของการดูดซับฤทธิ์ยา ปรากฏการณ์บนท้องฟ้าจางหายไป
แกร๊ก
ในจังหวะที่จูหลานกำลังจะดูดซับเสร็จสิ้น
ราวกับมีบางอย่างในร่างกายแตกออก
วินาทีต่อมา
ระดับพลังของจูหลาน พุ่งทะยานจาก ขั้นรวบรวมวิญญาณ สู่ ขั้นผสานแก่นแท้
ขั้นผสานแก่นแท้ ขั้นหนึ่ง, สอง… ห้า
พุ่งไปหยุดอยู่ที่ ขั้นกายาบริสุทธิ์ ขั้นสอง ถึงจะหยุดลง
นี่มัน อย่าว่าแต่จูหลานเลย แม้แต่ไป๋หลิงยังตะลึง
ข้า… ในที่สุด จูหลานกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ น้ำใสๆ ไหลอาบแก้ม
หลายปีมานี้ ภายนอกนางดูเข้มแข็ง แต่ความอัดอั้นตันใจภายในนั้นยากจะบรรยาย
จนถึงวินาทีนี้ ทุกอย่างได้รับการปลดปล่อย
ยินดีด้วยพี่จูหลาน ตอนนี้ระดับพลังของท่านแซงหน้าข้าไปแล้ว ไป๋หลิงยิ้มแสดงความยินดี
นางไม่ได้อิจฉา ด้วยความเร็วในการบำเพ็ญเพียรของนาง อีกไม่นานก็คงถึง ขั้นกายาบริสุทธิ์ เช่นกัน
น้องไป๋หลิง ถ้าไม่ใช่เพราะท่านผู้อาวุโส ข้าคงไม่มีวันหลุดพ้นจากพันธนาการนี้ จูหลานมองไปทางทิศที่เย่หนานอยู่ด้วยความเคารพเทิดทูนยิ่งกว่าเดิม
เรื่องเดียวที่น่าเสียดาย คือไม่ได้เป็นศิษย์ของเย่หนาน
แต่ความผิดหวังนั้นก็หายไปในพริบตา
ข้าจะต้องพยายามเพื่อให้ได้ติดตามรับใช้ข้างกายท่านผู้อาวุโสให้ได้ นี่… คือเป้าหมายต่อไปของข้า จูหลานสาบานในใจ
ไปกันเถอะ ไปตระกูลจู จูหลานแววตาเย็นชา หันไปบอกไป๋หลิง
ไป๋หลิงไม่พูดอะไร เพียงพยักหน้า แล้วออกเดินทางไปพร้อมกับจูหลาน
พวกนางหารู้ไม่ว่า ความเคลื่อนไหวที่จูหลานก่อขึ้น ได้สร้างความตื่นตระหนกให้กับขุมกำลังรอบด้านไม่น้อย
แม้แต่ขุมกำลังที่อยู่ห่างออกไปพันลี้ยังสังเกตเห็น
บางสำนักอาจไม่รู้ความหมาย
แต่… ปรากฏการณ์ระดับนี้ ย่อมไม่ธรรมดา และไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ
แน่นอนว่ามีบางสำนักที่แข็งแกร่งพอจะคาดเดาได้บ้าง
และยังมีพวกปีศาจเฒ่าที่เร้นกายบางคน ที่รู้แจ้งเห็นจริงว่าสิ่งนี้หมายถึงอะไร
สวรรค์จะเกิดกลียุค ยุคสมัยนี้ช่างไม่ธรรมดาจริงๆ บนยอดเขาห่างไกลออกไปหลายพันลี้ หน้ากระท่อมไม้ซอมซ่อ ชายชราท่าทางเหมือนเซียนผู้หลุดพ้นทางโลกยิ้มบางๆ
ท่านอาจารย์ หมายความว่ายังไงขอรับ ต่อให้ไม่ธรรมดา จะเก่งกาจกว่าท่านอาจารย์เหรอ เด็กหนุ่มอายุราวสิบเจ็ดสิบแปดปีข้างกายชายชราถามด้วยความสงสัย
เจ้ารู้อะไร เจ้ายังเด็กนัก สิ่งเดียวที่เจ้าต้องทำตอนนี้ คือเร่งฝึกฝนฝีมือ ไม่งั้น… ต่อให้เป็นอาจารย์ ถึงเวลานั้นคง ชายชรายังคงยิ้มแย้ม ราวกับพูดเรื่องล้อเล่น
เด็กหนุ่มยังคงไม่เข้าใจ ได้แต่พยักหน้าแบบงงๆ
เอาล่ะ ถึงเวลาที่เราต้องออกไปเดินเล่นข้างนอกบ้างแล้ว ชายชราค่อยๆ ลุกขึ้น
ได้ยินดังนั้น เด็กหนุ่มตาเป็นประกาย
เขาอยู่บนเขานี้มาหลายปี อยากออกไปเห็นโลกภายนอกใจจะขาด
ในขณะที่เด็กหนุ่มกำลังตื่นเต้น
เขาก็รู้สึกเหมือนถูกพลังนุ่มนวลยกตัวขึ้น
ชายชราก้าวเท้าเพียงก้าวเดียว มิติรอบข้างเกิดระลอกคลื่น
ฟึ่บ
จากนั้น… ทั้งสองก็กลายเป็นลำแสง พุ่งหายไปในท้องฟ้าไกล
**แอดจะอัพให้ล่วงหน้านะครับ วันเสาร์ จะไม่ได้อัพนิยายครับผม