แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 86 ท่านพ่อรูปหล่อมหาเสน่ห์ผู้ขี้ลืม
เวลานี้ จอมมารเพลิงทมิฬรู้สึกอัดอั้นตันใจเหลือเกิน
เมื่อกี้เจ้าตัวตลกให้เรียกว่าสุดหล่อตอนนี้มาเปลี่ยนให้เรียกว่าพ่อรูปหล่ออีก
เรื่องเปลี่ยนชื่อไม่เท่าไหร่ แต่ต้องมาโดนกระทืบด้วยนี่สิ
แต่เอาเถอะ เจ้าตัวตลกมอบกายหยาบที่สมบูรณ์แบบให้ โดนกระทืบแค่นี้ก็ถือว่าคุ้ม
ประเด็นสำคัญคือ… สู้เขาไม่ได้ด้วยไง
หลังจากกระทืบจนพอใจ เจ้าตัวตลกก็ชักเท้ากลับ แล้วกระโดดโลดเต้นมุ่งหน้าไปทางทิศหนึ่งโดยไม่หันกลับมามอง
จอมมารเพลิงทมิฬผู้ไร้ทางเลือก ได้แต่วิ่งตามต้อยๆ ไปอย่างกระตือรือร้น
แม้จะเจ็บตัว แต่ก็แค่เจ็บเนื้อเจ็บหนัง เจ้าตัวตลกไม่ได้ลงมือหนักถึงชีวิต
ทั้งสองเดินทางท่องเที่ยวชมนกชมไม้ จอมมารเพลิงทมิฬทำตัวประหนึ่งลิ่วล้อผู้ซื่อสัตย์ คอยพยักหน้าโค้งคำนับเอาอกเอาใจตลอดทาง
ท่านพ่อรูปหล่อ เรากำลังจะไปที่ไหนกันหรือขอรับ จอมมารเพลิงทมิฬถามอย่างกล้าๆ กลัวๆ
ท่าทางของเขาระแวดระวังตัวแจ
กลัวจะโดนเจ้าตัวตลกหันมาตบเอาอีก
หา ไปไหน เออว่ะ… ไปไหนหว่า เจ้าตัวตลกมองไปรอบๆ ด้วยความมึนงง
จอมมารเพลิงทมิฬ: .
จอมมารเพลิงทมิฬถึงกับเอ๋อรับประทาน สรุปคือวิ่งตามมาตั้งนาน อีกฝ่ายไม่รู้ว่าจะไปไหน
เจ้ารู้ไหมว่าจะไปไหน เจ้าตัวตลกคิดอยู่ครู่หนึ่งก็คิดไม่ออก เลยหันมาถามจอมมารเพลิงทมิฬ
จอมมารเพลิงทมิฬ: .
ได้ยินคำถามนี้ จอมมารเพลิงทมิฬยิ่งเอ๋อหนักเข้าไปอีก เขาจะไปรู้ได้ไงว่าจะไปไหน
แต่เพื่อหลีกเลี่ยงการโดนตีน เขาพยายามรีดสมองนึกคำพูดก่อนหน้านี้ของเจ้าตัวตลก
คิดจนเหงื่อตก ทันใดนั้น… จอมมารเพลิงทมิฬเหมือนจะนึกอะไรออก
รีบหันไปบอกเจ้าตัวตลก ท่านพ่อรูปหล่อ ก่อนหน้านี้ท่านเหมือนจะพูดอะไรเกี่ยวกับ… หลอมยา นะขอรับ
พอได้ยินคำว่าหลอมยา เจ้าตัวตลกตาเป็นประกาย อ้อ… พ่อรูปหล่อคนนี้นึกออกแล้ว
ไป ไปหลอมยากัน พูดจบ เจ้าตัวตลกก็เดินนำต่อไป
เห็นปฏิกิริยาของเจ้าตัวตลก จอมมารเพลิงทมิฬถอนหายใจโล่งอก
โชคดีที่เดาถูก รอดพ้นจากการโดนซ้อมไปได้อีกมื้อ
แต่หลังจากเดินไปได้ประมาณหนึ่งชั่วยาม เจ้าตัวตลกก็หันมามองจอมมารเพลิงทมิฬอีกครั้ง เราจะไปไหนกันนะ
จอมมารเพลิงทมิฬ: .
จอมมารเพลิงทมิฬเริ่มชาชิน ยืนนิ่งเป็นหุ่นไม้
ท่านพ่อรูปหล่อ เราจะไปหลอมยากันขอรับ คราวนี้จอมมารเพลิงทมิฬตอบทันทีโดยไม่ต้องคิด
อ่า… ใช่ๆๆ หลอมยา หลอมยา เจ้าตัวตลกทำท่าทางบรรลุธรรม
ตอนนี้หน้าจอมมารเพลิงทมิฬดำมืดสนิท แต่ก็ไม่กล้าบ่น
ต่อจากนั้น คือช่วงเวลาแห่งความทรมานของจอมมารเพลิงทมิฬ
ทุกๆ ระยะทางที่เดินผ่านไป เจ้าตัวตลกจะหันมาถามคำถามเดิมซ้ำๆ
แต่จอมมารเพลิงทมิฬก็ไม่กล้าแสดงความรำคาญ คอยเตือนความจำให้อย่างว่านอนสอนง่ายทุกครั้ง
เฮ้อ ท่านผู้ยิ่งใหญ่คนนี้ขี้ลืมขนาดนี้เลยเหรอ จอมมารเพลิงทมิฬสงสัย
ตามตรรกะของเขา คนที่มีพลังระดับน่าสะพรึงกลัวขนาดนี้ ไม่น่าจะมีอาการความจำสั้นแบบนี้นี่นา
ในที่สุด ทั้งสองก็มาถึงหุบเขาแห่งหนึ่ง
ภายในหุบเขาเต็มไปด้วยกองกระดูกขาวโพลน มีทั้งกระดูกสัตว์อสูรและกระดูกมนุษย์
ทั่วทั้งหุบเขาปกคลุมด้วยไอพิษ เห็นได้ชัดว่าสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นล้วนตายเพราะพิษเหล่านี้
บนกระดูกเหล่านั้น ยังมีคราบของเหลวพิษสีแดงฉานเกาะติดอยู่
มองดูไอพิษเหล่านี้ จอมมารเพลิงทมิฬขมวดคิ้วเล็กน้อย
แต่พิษแค่นี้ทำอันตรายเขาไม่ได้ ยิ่งตอนนี้เขามีกายหยาบที่สร้างใหม่แล้วด้วย
ส่วนเจ้าตัวตลกน่ะเหรอ ยิ่งไม่มีผลอะไรเลย
ทั้งสองเดินดุ่มๆ เข้าไปในหุบเขา
ลึกเข้าไปในถ้ำแห่งหนึ่งในหุบเขา ผู้เฒ่ากระดูกขาวกำลังง่วนอยู่กับการหลอมยา
เหมือนสัมผัสได้ถึงบางอย่าง ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีมองออกไปนอกถ้ำ
เสียงฝีเท้าใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
ไม่นาน ร่างของจอมมารเพลิงทมิฬและเจ้าตัวตลกก็ปรากฏแก่สายตา
เมื่อเห็นรูปลักษณ์ที่แปลกประหลาดและดูไม่เข้าพวกของทั้งสอง ผู้เฒ่ากระดูกขาวหรี่ตาลง
ครั้งนี้ ผู้เฒ่ากระดูกขาวไม่ได้ระเบิดอารมณ์ทันที
เพราะ… จนถึงตอนนี้ ยังไม่เคยมีใครฝ่าดงไอพิษของเขาเข้ามาได้
การที่สองคนนี้เดินเข้ามาได้โดยไร้บาดแผล แสดงว่าฝีมือต้องไม่ธรรมดา
ทั้งสองท่าน เป็นใครมาจากไหน บุกรุกเข้ามาในที่ของข้ามีธุระอันใด ผู้เฒ่ากระดูกขาวถาม
ฮี่ๆ… ก่อนหน้านี้เจ้าบอกว่าจะจับพวกข้าไปหลอมยาไม่ใช่เหรอ พวกข้าก็เลยมาส่งให้ถึงที่ไง ลองดูซิ ว่าจะหลอมยังไงถึงจะเหมาะ จอมมารเพลิงทมิฬยืนกางแขนขา ทำท่าทางสบายๆ ให้เชือดได้ตามสบาย
จอมมารเพลิงทมิฬได้ยินเจ้าตัวตลกพูดถึงเรื่องนี้ระหว่างทาง ไม่งั้นเขาคงไม่รู้ว่ามีตัวตนอย่างผู้เฒ่ากระดูกขาวอยู่
ได้ยินคำพูดของจอมมารเพลิงทมิฬ ผู้เฒ่ากระดูกขาวร่างกายสั่นสะท้าน
คำพูดนั้นเขาพูดจริง แต่… เขาพูดกับคนที่ฆ่าศิษย์ของเขา แล้วจอมมารเพลิงทมิฬกับเจ้าตัวตลกรู้ได้ยังไง
คิดได้ดังนั้น ผู้เฒ่ากระดูกขาวตั้งท่าเตรียมพร้อมต่อสู้ พวกเจ้าคือคนที่ฆ่าศิษย์ข้า
ถูกต้อง เป็นฝีมือข้า… เอ้ย ฝีมือท่านพ่อรูปหล่อของข้าเอง จอมมารเพลิงทมิฬนึกขึ้นได้ รีบหันไปประจบเจ้าตัวตลก
เพื่อความสมจริง เจ้าตัวตลกโพสท่าเว่อร์วังที่คิดว่าเท่ระเบิด แล้วพูดว่า ถูกต้อง ฝีมือท่านพ่อรูปหล่อมหาเสน่ห์ผู้นี้เอง
พวกเจ้าพล่ามบ้าอะไรกัน กล้าฆ่าศิษย์ข้า บางทีพวกเจ้าอาจจะมีฝีมืออยู่บ้าง แต่อย่าลืมว่า ที่นี่คือถิ่นของข้า ตอนแรกผู้เฒ่ากระดูกขาวก็หวั่นเกรงอยู่บ้าง
แต่พอลองคิดดูดีๆ ที่นี่มันถิ่นเขา ต่อให้อีกฝ่ายเก่งแค่ไหน ก็ต้องเสร็จเขาอยู่ดีไม่ใช่เหรอ
ได้ยินคำขู่ จอมมารเพลิงทมิฬยิ้มเยาะ หันไปถามเจ้าตัวตลก ท่านพ่อรูปหล่อ จะจัดการเจ้านี่ยังไงดีขอรับ
เคี๊ยก เคี๊ยก เคี๊ยก… จัดการยังไง ก็จับมาหลอมยาสิ เจ้าตัวตลกหัวเราะชอบใจ
ได้ยินดังนั้น จอมมารเพลิงทมิฬตาลุกวาว
ได้ยินไหม ท่านพ่อรูปหล่อของข้าบอกว่า จะจับเจ้ามาหลอมยา จอมมารเพลิงทมิฬยิ้มเหี้ยมมองผู้เฒ่ากระดูกขาว
ฮึ สามหาว ตายซะ ผู้เฒ่ากระดูกขาวโกรธจัด ซัดฝ่ามือคู่
ฉับพลัน หมอกโลหิตจำนวนมหาศาลพวยพุ่งออกมาจากร่างผู้เฒ่ากระดูกขาว ตรงเข้าเล่นงานทั้งสองคน
ฮึ มีแต่ท่าดีทีเหลว ท่านพ่อรูปหล่อ ให้ข้าจัดการเอง ได้จังหวะ จอมมารเพลิงทมิฬอยากโชว์ฝีมือพอดี
เจ้าตัวตลกไม่ได้พูดอะไร เขาเมินเฉยต่อหมอกโลหิตเหล่านั้น แล้วเดินนวยนาดไปที่เตาหลอมยา ยื่นหน้าเข้าไปดูข้างในด้วยความอยากรู้อยากเห็น
อย่าแตะต้องเตาหลอมของข้า ผู้เฒ่ากระดูกขาวกรีดร้องใส่เจ้าตัวตลกด้วยความโกรธ
นั่นคือยาโลหิตที่เขาใช้เวลาหลอมมาเนิ่นนาน
เขาเป็นยอดฝีมือ ขั้นสวรรค์ลี้ลับ ขั้นที่เก้า อีกเพียงก้าวเดียวก็จะเข้าสู่ ขั้นผลัดเปลี่ยนกายา
แต่เพราะพรสวรรค์ไม่ถึง ไม่สามารถก้าวข้ามขีดจำกัดนั้นได้ จึงต้องใช้วิธีมาร นำเลือดมนุษย์และสัตว์อสูรมาหลอมเป็นยาโลหิต
นี่เป็นวิชาที่ผู้ฝึกตนในยุทธภพต่างรังเกียจ เพราะ… มันขัดต่อลิขิตสวรรค์ และต่อให้หลอมสำเร็จ ก็มีโอกาสเพียงหนึ่งส่วนที่จะทะลวงผ่านด่านได้
ขั้นผลัดเปลี่ยนกายา คือระดับที่สามารถเหาะเหินเดินอากาศได้ เป็นเป้าหมายสูงสุดแรกของผู้ฝึกตนทุกคนที่อยู่ต่ำกว่าขั้นนี้
เมื่อถึงขั้นนี้ ไม่ว่าอายุขัยหรือระดับพลังจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เรียกได้ว่าเป็นเซียนเดินดินก็ไม่ปาน
นี่คือเหตุผลที่ผู้เฒ่ากระดูกขาวรีบห้ามเจ้าตัวตลก
ฮึ สู้กับข้าอยู่ ยังจะห่วงยาบ้านั่นอีก จอมมารเพลิงทมิฬเมินเฉยต่อพิษหมอก พุ่งตัวทะลุผ่านเข้าไป แล้วคว้าหมับเข้าที่หัวของผู้เฒ่ากระดูกขาว