แค้นรักสามีตัวร้าย - บทที่ 1840 ไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย
“พี่เขย พี่กานต์ มีอะไรพูดกันดีๆได้ไหม? โอ๊ย!”
แมทธิวหลบหลีกไปทั่ว แต่หมัดเท้าของกานต์ราวกับมีลูกกะตายังไงอย่างงั้นมาถึงตามใจคิด
“ต่อยคนไม่ขายหน้าสิ พี่กานต์”
ในใจของแมทธิวเชรดแม่มเป็นหมื่นคำวิ่งผ่านไป แต่กลับไม่กล้าพูดออกมา
แม่งเอ๊ย พลังการสู้รบของผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าแข็งแกร่งขนาดนี้เลยหรอ?
เขาจะตายอยู่ที่นี่ไหมเนี่ย?
“ช่วยด้วย!”
แมทธิวเพิ่งตะโกนออกมา ก็รู้สึกเจ็บที่ซี่โครง หมัดของกานต์ราวกับค้อนเหล็กก็ไม่ปานกระแทกจนเขาแทบกระอักเลือด
“ฉันเสื่อมสมรรถภาพเหรอ? หืม?”
เสียงของกานต์เย็นชา กลับแฝงไปด้วยลมพายุกระหน่ำที่อดกลั้นเอาไว้ ความโมโหทั้งหมดต่างกำลังก่อตัว เริ่มจังหวะโหมโรงราวกับพายุทอร์นาโดก็ไม่ปาน
แมทธิวจับสาเหตุที่เขาโดนกระทืบขึ้นมาได้อย่างกะทันหัน เขารีบเอ่ยว่า “พี่กานต์ นกพี่ขัน!อย่าตีผมเลย!”
คนที่อยู่ตรงหน้าเป็นถึงคนในใจของพี่ใหญ่เขา ยิ่งเป็นเทพโชคลาภในอนาคตของเขา เขาจะล่วงเกินไม่ได้
อย่าพูดว่าสู้ไม่ไหวเลย ต่อให้สู้ไหวเขาก็ไม่กล้าคืนหมัด ทว่ากานต์ดันไม่ออมมือเลยแม้แต่น้อย ตรงจุดทุกหมัด ทั้งยังไม่มีอะไรแสดงออกให้เห็น ให้คนดูไม่ออกว่าเขาถูกต่อย แต่กระดูกทั่วทั้งร่างกายกับเจ็บปวดจนยากที่จะทนราวกับถูกแกะออกประกอบใหม่ยังไงอย่างงั้น
แมทธิวเกือบจะร้องไห้ออกมาแล้ว
กานต์ต่อยเขาจนร้องโอดโอยอย่างต่อเนื่อง ถึงได้รู้สึกว่าอารมณ์โกรธที่กลัดกลุ้มอยู่ในใจลดน้อยลงมาหน่อย
เขาเอ่ยขึ้นอย่างเยือกเย็น “ช่วงระยะเวลาสามเดือนนี้ฉันไม่อยากเห็นหน้าแก”
“นั่นเกรงว่าจะไม่ได้ หากพี่กับพี่ผมแต่งงานกัน ผมต้องปรากฏตัว”
แมทธิวรีบเอ่ยขึ้นอย่างแสดงท่าที
กานต์ขมวดคิ้วเล็กน้อย กลับก็เป็นเพราะประโยคนี้ในใจถึงได้รู้สึกสบายขึ้นมาหน่อย
“หากไม่ใช่เพราะแกเป็นน้องชายของไอรา ฉันจะต้องกดแกลงกับพื้นให้แกทดสอบด้วยตัวเองดูสักหน่อยว่าฉันทำได้หรือไม่ได้กันแน่”
หลังจากพูดจบคำพูดนี้กานต์ก็หมุนตัวจากไป เหลือแมทธิวยืนขมิบตูดอยู่ท่ามกลางลม คนทั้งคนตกใจจนมึนงงไปหมด
ความหมายของพี่กานต์จะต้องไม่ใช่แบบที่เขาคิดอย่างแน่นอน!
ฮือๆ!
เขากลัวจัง!
เขาอยากกลับบ้าน!
กานต์ไม่สนใจหรอกว่าแมทธิวจะคิดยังไง หลังจากที่ระบายความอาฆาตพยาบาทคนเดียวแล้วก็ไปหาไอรา แต่ไอราตอนนี้แทบอยากจะหลบจากเขา
ไม่ต้องพูดถึงเหตุการณ์ที่ห้องน้ำก่อนหน้านี้ทำเอาไม่มีวิธีเผชิญหน้ากับกานต์ ตอนนี้ข่าวลือที่แมทธิวเจ้าปัญญาอ่อนนั่นปล่อยออกมาทำให้เธอยิ่งไม่กล้าเผชิญหน้ากับกานต์เข้าไปอีก
ดังนั้นในวินาทีที่เห็นเงาร่างของกานต์เข้ามาจากสวนดอกไม้ที่ด้านหลัง ไอราที่รบเร้ารมิดาทำการผ่าตัดล่วงหน้าไม่สำเร็จก็วิ่งไปที่ห้องของชมพูในทันที
นะโมก็อยู่พอดี เห็นไอรามาอดไม่ได้ที่จะยืนอยู่ด้านหน้าชมพู เอ่ยถามอย่างเป็นกังวลว่า “ลูกพี่ จะทำอะไร?”
“นายออกไป!เฝ้าไว้ที่หน้าประตู ไม่ว่าใครก็ห้ามเขาเข้ามา!”
ไอราผลักนะโมออกไปเลย
หากเป็นเมื่อก่อน นะโมก็ไปแล้ว แต่ตอนนี้เขาไม่กล้าออกไปจากที่นี่
ชมพูแม้จะบอกว่าล้มเลิกการตามจีบที่มีต่อกานต์ แต่สงครามระหว่างไอรากับชมพูก็หลายปีแล้ว ให้พวกเธออยู่ตามลำพังกันสองคนเช่นนี้ สมองของนะโมพังก่อนถึงจะออกไป
“ลูกพี่ อย่าก่อกวนเลย ชมพูสุขภาพไม่ดี ลูกพี่ก็จะผ่าตัดแล้ว พวกเธอพักรบชั่วคราวได้หรือเปล่า?”
“พักรบอะไร? ฉันก็แค่จะคุยกับชมพู”
ไอราพูดจบก็นั่งลงที่ข้างกายของชมพู ยื่นมือไปทาบบนข้อมือของชมพูพร้อมกับเอ่ย “พิษของเธอนี่แก้ได้ไวมากเลยนะ”
“อืม คุณหมอรมิดาออกใบสั่งยาด้วยตัวเอง”
ชมพูแม้จะไม่รู้ว่าไอรากำลังทำบ้าอะไรอยู่ แต่ผู้หญิงคนนี้วันนี้ผิดปกติมาก
ก่อนอื่นคือมาแย่งห้องน้ำของเธอ ตอนนี้ก็มาจับชีพจรให้ตนเองอีก พวกเธอทั้งสองความสัมพันธ์ดีขนาดนี้เมื่อไรกัน?
ในตอนที่ทุกคนกำลังสงสัย กานต์ก็มาถึงหน้าประตูห้องของชมพู เคาะประตูเบาๆพร้อมกับเอ่ยว่า “นะโม ชมพู ให้ไอราออกมา”
“ฉันไม่ออกไป!”
ไอราเพียงครู่เดียวก็ราวกับถูกอะไรกัด กระโดดขึ้นมาในทันที จากนั้นถึงพบว่าปฏิกิริยาตอบสนองของตนเองใหญ่เกินไป ถึงได้หัวเราะพร้อมกับเอ่ยอย่างเก้อเขินว่า “ฉันอยากจะอยู่เป็นเพื่อนชมพูสักพัก”
ชมพูตอนนี้ถือว่าดูออกแล้ว ไอรานี่กำลังหลบกานต์แปดสิบเปอร์เซ็นต์
แม้ไม่รู้ว่าพวกเขาทั้งสองเกิดอะไรขึ้น แต่ท่าทีที่เหมือนกับหนูเจอแมวขนาดนี้ของไอรากลับทำให้ชมพูรู้สึกโปรดปราน
ขอเพียงแค่ไอราไม่มีความสุข เธอก็มีความสุขแล้ว
ชมพูรีบเอ่ยขึ้นในทันทีว่า “ฉันกำลังจะออกไปเดินเล่นกับนะโมพอดี พี่กานต์ พี่เข้ามาก็พอ พวกเราออกไป”
ในขณะที่พูดชมพูก็ไม่สนใจสัญญาณขอความช่วยเหลือจากไอรา ดึงมือของนะโมกระโดดลงจากเตียงวิ่งไปทางด้านนอกในทันที
ไอราเอ่ยด้วยความโมโหจนหอบหายใจ “ชมพู เธอจงใจใช่หรือเปล่า?”
“ใช่น่ะสิ ฉันจงใจ จะทำไม? เธอแย่งพี่กานต์ที่ฉันชอบที่สุดไปแล้ว ยังไม่ให้ฉันได้ระบายอีก?”
ชมพูพูดอย่างเปิดเผย ไอรากลับทนไม่ไหว
เธอสมองพิการถึงได้มาหาชมพูหลบภัย
ไอรารู้สึกเสียใจในภายหลัง แต่ตอนนี้ไม่มีที่ว่างให้เสียใจในภายหลังแล้ว
ทำไงดี?
เห็นว่ากานต์กำลังจะเข้ามา
ไอรากระโดดขึ้นไปที่ระเบียง คิดจะปีนจากระเบียงไปห้องที่อยู่ข้างๆ กลับคิดไม่ถึงว่ากานต์จะเข้ามาไวขนาดนี้ กระชากแขนของไอราเอาไว้ เอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าที่ไม่ดีเป็นอย่างมาก“ขึ้นมา!”
“ฉันไม่!นอกจากคุณจะรับปากว่าจะไม่คิดเล็กคิดน้อยกับฉัน!”
ไอรารีบเอ่ยปากเสนอเขื่อนไขอย่างความปรารถนาในการร้องขอชีวิตสูงมาก
กานต์ถูกยั่วโมโหจนหัวเราะออกมา
“ฉันคนที่เสื่อมสมรรถภาพคนหนึ่งจะทำอะไรเธอได้?”
คำพูดนี้พูดจนไอราหน้าแดงขึ้นมาในทันที
“ไม่ใช่ แมทธิวคนไม่น่าเชื่อถือนั่นพูดจาซี้ซั้ว คุณไม่ต้องไปฟังเขา”
“แต่ตอนนี้ทั้งโรงพยาบาลคงจะรู้กันหมดแล้วว่าฉันเสื่อมสมรรถภาพ ทำยังไงดี?”
กานต์กลัดกลุ้มขึ้นมา
ไอราตกใจจนอ้าปากค้าง
ทั้งโรงพยาบาลรู้กันหมดแล้ว?
ไม่ใช่มั้ง?
ใครปากมากขนาดนี้?
ราวกับสามารถดูสิ่งที่ในใจของไอราคิดทั้งหมดออกยังไงอย่างงั้น กานต์หัวเราะอย่างประชดประชันพร้อมกับเอ่ย “แม่เธอออกใบสั่งยาให้ฉัน ให้ฉันไปรับยา พยาบาลน้อยที่จ่ายยาบอกกับฉันว่าอย่าปิดบังหมอไม่รับการรักษา ไอรา ฉันงงไปหมด ฉันทำเรื่องอะไรให้แม่กับน้องชายเธอคิดว่าฉันเสื่อมสมรรถภาพกันแน่? หรือเธอคิดว่าฉันไม่ได้? เพราะฉันไม่ได้จัดการเธอ?”
ขอบข่ายของคำพูดนี้ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆแล้ว
ไอราคิดว่าตนเองขึ้นไปตอนนี้เรียกได้ว่าหาความตาย ก็เลยให้ตัวเองแขวนอยู่บนระเบียง ไม่ว่ากานต์จะออกแรงยังไง ก็ไม่มีทางขึ้นไป ปากยังบ่นอุบอิบว่า “ฉันจะรู้ได้ยังไง? ไม่ใช่ฉันพูดสักหน่อย เป็นพวกเขาที่คิดว่าพวกเรานอนอยู่ด้วยกันคุณกลับไม่แตะฉัน อาจจะเป็นเพราะคุณ…”
คำพูดที่อยู่ด้านหลังเสียงของเธอเบาลงเรื่อยๆ เพราะเธอเห็นสีหน้าของกานต์ดำขึ้นเรื่อยๆ
เธออยากจะร้องไห้ออกมาจริงๆ
คนที่พูดคำพูดนี้ก็ไม่ใช่เธอ ทำไมคนที่รองรับอารมณ์โกรธถึงเป็นเธอล่ะ?
ไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย!
กานต์กลับโมโหจนเจ็บหน้าอก
“ไม่แตะต้องตัวเธอก็คือเสื่อมสมรรถภาพ? งั้นเพื่อพิสูจน์ว่าฉันได้ ตอนนี้ฉันก็จัดการเธอได้แล้วใช่หรือเปล่า?”
คำพูดนี้ออกมา ไอรานิ่งอึ้งไปในทันที จากนั้นคอพับ สลบลงไปทั้งคน