แค้นรักสามีตัวร้าย - บทที่ 559 กรุณายืนยันตัวตนของคุณ
บทที่ 559 กรุณายืนยันตัวตนของคุณ
“หม่ามี้ หม่ามี้อยากดูไหม ?ผมมีภาพแคปหน้าจออยู่”
คำพูดของกานต์ทำให้นรมนหน้าแดงขึ้นมา
“ไม่ดู หม่ามี้ไม่ได้สนใจตรงนั้นของเขา”
“ดูได้ครับ เปรียบเทียบดูว่าใหญ่กว่าของคุณบุริศร์หรือเปล่า ผมยังไม่ได้แอบดูของคุณบุริศร์เลย”
นรมนแทบจะสำลักน้ำลายของตนเองตาย
“ถ้าลูกไม่อยากโดนแด๊ดดี้ของลูกฟาด ทางที่ดีอย่ามีความคิดนี้เลย”
นรมนไม่อาจเข้าใจได้ว่าในสมองของกานต์กำลังคิดอะไรอยู่
ทันใดนั้นเอง เสียงของแก้วตาจากด้านนอกก็ดังขึ้น
“คุณชลลี่ คุณอยู่ไหมคะ?”
นรมนชะงักไปเล็กน้อย ทำไมถึงลืมปัญหานี้ไปได้นะ?
“อยู่ค่ะ เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่ว่าง อีกสักพักฉันจะลงไปหาคุณ ฉันกำลังคุยโทรศัพท์อยู่”
นรมนตอบผ่านประตูไป
ถึงแม้แก้วตาจะรู้สึกสงสัยอยู่บ้าง เพียงแต่โรงแรมของตนเองมีกล้องวงจรปิดและบอดี้การ์ดอยู่ทุกที่ นรมนไม่มีทางหนีพ้น จึงอดกล่าวไม่ได้ว่า: “ได้ค่ะ รบกวนคุณชลลี่รีบหน่อยนะคะ คุณต้องรู้ว่า บัตรผ่านทางในมือของฉันมีไม่มาก ตอนนี้ค่อนข้างเคร่งครัด วันนี้เพิ่งจะมีมาอีกสามท่าน ฉันไม่สามารถเก็บไว้เพื่อคนคนเดียวได้”
“เข้าใจแล้ว”
คิ้วของนรมนขมวดแน่น
คนมาที่นี่เยอะเช่นนี้ แท้จริงแล้วเมืองได้ดินนี้มีพลังอะไรที่ทำให้คนหลงใหลอยู่?
นรมนยิ่งรู้สึกแปลกใจ
กานต์ได้ยินสิ่งเหล่านี้ จึงเอ่ยถามเสียงเบา: “หม่ามี้ หม่ามี้เจออุปสรรคเหรอครับ”
“ใช่จ้ะ มีอุปสรรคเล็กน้อย”
นรมนคิดไปคิดมา ในเวลานี้ เดาว่ากานต์จะสามารถช่วยตนเองได้ ก่อนหน้านี้กลัวเขาจะรู้ จึงไม่ได้บอกอะไรกับเขา คิดไม่ถึงว่ากานต์จะรู้ด้วยตนเอง
วันนี้คนที่สามารถแก้เรื่องเร่งด่วนของเธอคงจะมีแค่เพียงกานต์
“กานต์ เพื่อไม่ให้คนอื่นรู้ว่าหม่ามี้เป็นใคร หม่ามี้จึงใช้ชื่อปลอม ในขณะนี้พวกเขาต้องการตรวจบัตรประชาชน และตอนนี้หม่ามี้ไม่สามารถเอาออกมาได้ ลูกพอมีทางออกไหม?”
ถ้าเป็นเด็กทั่วไป นรมนอาจจะไม่ถามแบบนี้ แต่อีกฝ่ายคือกานต์ เธอคิดว่าตนเองควรจะลองดู
กานต์ขมวดคิ้วเบาๆ
“หม่ามี้ใช้ชื่อว่าอะไรเหรอ?”
“ชลลี่”
“หม่ามี้สามารถบอกพวกเขาได้ว่าบัตรประชาชนของหม่ามี้หายไป และให้พวกเขาตรวจสอบทางอินเทอร์เน็ตแทน เพราะถึงแม้ตอนนี้จะทำบัตรประชาชนออกมา หม่ามี้ก็เอาไม่ได้ เพียงแต่ถ้าเป็นบนอินเทอร์เน็ต ผมสามารถช่วยหม่ามี้ทำบัตรประชาชนขึ้นมาชั่วคราว รับรองว่าจะไม่มีปัญหาเมื่อพวกเขาตรวจสอบ เพียงแต่อย่าใช้เวลามากเกินไป เพราะต้องเจาะเข้าระบบรักษาความปลอดภัยของตำรวจ หม่ามี้บอกว่าตนเองเป็นคนที่ไหนครับ?”
คำพูดของกานต์ทำให้นรมนรู้สึกใจเย็นลง
“เปล่าจ้ะ แค่ไม่ใช่เมืองชลธีก็พอ”
“เข้าใจแล้วครับ หม่ามี้ผมขอเวลาสามนาที”
ได้ยินกานต์พูดแบบนี้ นรมนค่อนข้างรู้สึกแปลกใจและเกินความคาดหมาย
“สามนาที?ลูกใช้แค่สามนาทีก็พอเหรอ? ไม่เป็นไรนะ ลูกไม่ต้องรีบ หม่ามี้สามารถดึงเวลาพวกเขาได้ สิบนาที หรือจะครึ่งชั่วโมงก็ได้”
“หม่ามี้ เวลานานเกินไปจะดึงดูดความสงสัยจากคนอื่นได้ หม่ามี้วางใจเถอะ ผมสามารถจัดการได้ในสามนาที”
กานต์พูดจบก็วางสาย
เขารีบกดแป้นพิมพ์อย่างรวดเร็ว
เรนนี่ด้านข้างมองดูรหัสที่กานต์เคาะลงไปซึ่งตนเองไม่รู้จักทั้งหมดนี้ จึงอดที่จะมองเขาอย่างชื่นชมไม่ได้ และในขณะเดียวกันก็รู้สึกว่าตนเองต้อยต่ำ
เธออายุมากกว่ากานต์หลายปี แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะสู้อะไรกานต์ไม่ได้เลย วันนี้ยืนอยู่กับกานต์ จู่ๆ เธอก็รู้สึกถึงความแตกต่าง จนแม้แต่มีความรู้สึกอยากหนีไป
กานต์กำลังยุ่งอยู่กับการเจาะเข้าไปในระบบรักษาความปลอดภัยของตำรวจ แน่นอนว่ามองไม่เห็นท่าทางที่รู้สึกว่าตนเองต้อยต่ำของเรนนี่ เขาค้นหาอย่างรวดเร็ว หาที่ว่างในเมืองเล็กๆ แห่งหนึ่งที่อยู่ห่างไกลออกไป
เขาป้อนบัตรประชาชนปลอมของนรมนเข้าไปอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังทำการแก้ไขวันเกิดปีเกิดและเลขบัตรประชาชนด้วย
หลังจากทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย เป็นเวลาสามนาทีพอดี
กานต์ยิ้มมุมปากเล็กน้อย มองเวลาอย่างมั่นใจในตนเองสุดๆ ไม่ช้าไม่เร็ว สามนาทีพอดี
คำนวณเวลาได้อย่างแม่นยำ กานต์โทรหานรมน
“หม่ามี้ จัดการเรียบร้อยครับ”
“จริงเหรอ?”
นรมนรู้สึกเหมือนตนเองฝันไป
มีลูกอัจฉริยะก็ไม่เลว!เป็นความช่วยเหลือจากพระเจ้าอย่างแท้จริง
กานต์กล่าวอย่างลำพองใจ: “แน่นอนอยู่แล้วครับ ให้มันรู้ซะบ้างว่าฝีมือใคร ผมจะส่งข้อมูลของบัตรประชาชนให้หม่ามี้ดู หม่ามี้จำไว้นะครับ อย่าพูดผิดเด็ดขาด ใช่แล้วหม่ามี้ สถานที่นี้เป็นที่ห่างไกล ผมไม่กล้าใช้คนที่ค่อนข้างมีชื่อเสียง แต่ถ้าไม่มีตัวตนอะไรก็คงไปเมืองใต้ติดไม่ได้ ผมจึงให้คนที่อาณาจักรรัตติกาลติดต่อมหาเศรษฐีทางนั้นชื่อว่าอันวา หม่ามี้แค่บอกว่าเป็นลูกเลี้ยงของอันวาก็พอครับ มาเมืองใต้ดินเพื่ออันวา”
ได้ยินว่าลูกชายจัดการทั้งหมดให้เรียบร้อย นรมนดีใจสุดๆ
“จ้ะ ขอบคุณมากนะลูกชาย”
“ไม่ต้องเกรงใจครับ!”
กานต์พูดจบก็ส่งข้อมูลบัตรประชาชนให้นรมน
นรมนมองใบหน้าของตนเองที่ปรากฏบนระบบรักษาความปลอดภัยของตำรวจ อดถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกไม่ได้
เธอรีบจดจำข้อมูลลงไปอย่างรวดเร็ว จากนั้นสูดลมหายใจเข้าลึก เปิดประตูเดินออกไป
“ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยด้วย!”
นรมนตะโกนออกมาอย่างฉับพลัน
แก้วตาเป็นคนแรกที่รีบเข้ามา
“คุณชลลี่ เป็นอะไรไปคะ?”
“กระเป๋าเงินที่วางเอาไว้ในห้องหายไป โรงแรมของคุณมีกล้องวงจรปิดหรือเปล่า?รีบช่วยฉันตรวจดูหน่อย เป็นพนักงานคนไหนหยิบเอาไปตอนเข้ามาทำความสะอาดหรือเปล่า?”
สีหน้าของนรมนแย่มากๆ
แก้วตาอึ้งไปสักพัก และกล่าวด้วยรอยยิ้มไม่จริงใจ: “คุณชลลี่มันจะไม่บังเอิญไปหน่อยหรือคะ?ฉันเพิ่งจะต้องการดูบัตรประชาชนของคุณชลลี่ กระเป๋าเงินของคุณก็หายไป?”
“คุณหมายความว่าอะไรคะ? ต้องการบอกว่าฉันตั้งใจเหรอ? ฉันจะบอกคุณให้นะ ฉันชลลี่ไม่กลัวคนอื่นตรวจสอบหรอก ถ้าไม่ได้ยินมาว่าที่นี่มีของดี ฉันคงไม่มาหรอก วันนี้คุณพูดกับฉันแบบนี้ กำลังดูถูกฉันใช่ไหม?”
นรมนสีหน้าเปลี่ยนทันที
เห็นนรมนพูดอย่างมั่นใจ แก้วตาก็ค่อนข้างสูญเสียการควบคุม
“คุณชลลี่ คุณอย่าเพิ่งโมโหสิคะ มาตรฐานของพนักงานบริการโรงแรมเราสูงมาก ไม่มีทางหยิบกระเป๋าเงินของคุณชลลี่ไป คุณชลลี่จะไม่ลองหาอีกครั้งเหรอคะ?”
“คุณจะบอกว่าฉันตั้งใจไม่หยิบกระเป๋าเงินออกมาเหรอ หลอกลวงโรงแรมของพวกคุณ?”
“ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ คุณชลลี่อย่าโมโหสิคะ”
“ฉันจะไม่โมโหได้อย่างไร ฉันไม่สนใจ วันนี้ถ้าหากระเป๋าเงินไม่เจอ ฉันจะแจ้งความ”
นรมนพูดด้วยความโมโห
ได้ยินว่านรมนจะแจ้งความ หัวคิ้วของแก้วตาขมวดเข้าหากันอีกครั้ง
ถึงแม้เธอจะทำธุรกิจอย่างเปิดเผย แต่ถ้าเรื่องไปถึงตำรวจจริงๆ มันยากที่จะอธิบาย สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือเรื่องของเมืองใต้ดินจะถูกเปิดเผย
คิดถึงตรงนี้ สีหน้าของแก้วตาก็ผ่อนคลายลงเล็กน้อย
“คุณชลลี่ ฉันแค่อยากดูบัตรประชาชนของคุณ ถ้ากระเป๋าเงินของคุณหายไปจริงๆ สามารถบอกเลขที่บัตรประชาชนให้ฉันได้ไหมคะ? ฉันจะตรวจสอบบนอินเทอร์เน็ต ถึงตอนนั้นทรัพย์สินของคุณชลลี่ที่หายไป โรงแรมของพวกเราจะตรวจสอบให้แน่นอน”
ความหมายของคำพูดนี้ก็คือ ถ้าคุณคือคุณชลลี่จริงๆ พวกเราจะสามารถตรวจสอบได้โดยปริยาย และคืนกระเป๋าเงินให้เธอ แต่ถ้าเธอหลอก หลังจากนี้ก็ไม่ต้องพูดแล้ว
แน่นอนว่านรมนฟังออก เพียงแต่ถามกลับไปด้วยรอยยิ้มเย็นชา: “ฉันสามารถบอกเลขบัตรประชาชนให้คนอื่นได้ด้วยเหรอ?”
“ถ้างั้นคุณชลลี่จะยืนยันตัวตนอย่างไรคะ?คุณก็รู้ว่า ช่วงนี้พวกเราตรวจอย่างจริงจัง นอกเสียจากว่าคุณชลลี่ไม่อยากไปเมืองใต้ดิน”
“นี่จะเป็นไปได้อย่างไร ?ฉันตั้งใจมุ่งหน้าไปเมืองใต้ดิน”
นรมนโมโหเล็กน้อย
“งั้นต้องขอโทษด้วย คุณชลลี่ กรุณายืนยันตัวตนของคุณค่ะ”
แก้วตายิ้มอย่างเป็นทางการ
นรมนกล่าวอย่างโมโห : “ฉันสามารถบอกเลขบัตรประชาชนให้กับคุณได้ แต่คุณต้องรับรองว่าจะไม่แพร่งพรายออกไป ไม่อย่างนั้นถ้าหลังจากนี้เกิดอะไรขึ้นกับฉัน อย่าสงสัยว่าทำไมฉันถึงไม่เกรงใจคุณ”
“แน่นอนอยู่แล้วค่ะ”
แก้วตารีบพยักหน้า
นรมนกระซิบบอกเลขบัตรประชาชน
แก้วตาให้คนด้านข้างหยิบมือถือตรวจสอบบนอินเทอร์เน็ตอย่างรวดเร็ว คิดไม่ถึงว่าจะตรวจพบข้อมูลของชลลี่นรมนคนนั้นจริงๆ นอกจากนี้ยังอยู่ในระบบของตำรวจ
เห็นแบบนี้ หัวใจของแก้วตาตกไปถึงตาตุ่ม
“ต้องขอโทษด้วยค่ะคุณชลลี่ ฉันจะรีบให้คนไปตรวจหากระเป๋าเงินของคุณ”
“ช่างมันเถอะ ในกระเป๋าเงินนอกจากบัตรประชาชนกับบัตรไม่กี่ใบ ก็มีเงินสดอยู่ไม่มาก เพียงแต่สมัครบัตรใหม่ตอนนี้ค่อนข้างยุ่งยาก โชคดีที่ฉันมีมือถืออยู่ จะได้หลีกเลี่ยงการไม่สามารถทำการค้ากับเมืองใต้ดินได้อีก”
นรมนโบกมือ ด้วยท่าทางรำคาญอย่างยิ่ง
เห็นนรมนพูดแบบนี้ แก้วตาก็ดีใจขึ้นมาทันที
“ได้ค่ะๆ คุณชลลี่อย่าได้ตำหนิเลย เดี๋ยวฉันจะให้พนักงานเอาของว่างมาเสิร์ฟ เพื่อเป็นการแสดงคำขอโทษค่ะ”
“ชิ ฉันไม่สนใจของพวกนั้นหรอก”
นรมนพูดจบก็กลับเข้าห้อง
ทันทีที่ประตูปิดลง นรมนพบว่าหลังของตนเองเปียกโชก
ปรากฏว่าเธอยังรู้สึกประหม่า
รู้ความเก่งของกานต์มาตลอด แต่คิดไม่ถึงว่าลูกชายของตนเองจะเก่งเช่นนี้ ตอนนี้แก้วตาหาคนมาตรวจดูข้อมูลบัตรประชาชน หัวใจของนรมนขึ้นมาอยู่ตรงลำคอและตรงลูกตา
ตอนนี้ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เธอนอนนิ่งบนเตียง หอบเฮือกใหญ่
ในเวลานี้กานต์ป้อนข้อมูลเข้ามา
“หม่ามี้ ผมตรวจเจอตำแหน่งของคุณอาเจตต์แล้วครับ ก็คือที่นี่ ผมจะดูว่าสถานที่นี้อยู่ที่ไหน”
นรมนดูภาพตำแหน่งของกานต์ และรีบค้นหาบนอินเทอร์เน็ตทันที พบว่าเป็นสถานที่ที่อยู่ไม่ไกลจากโรงแรมอิมพีเรียล ดูเหมือนจะเป็นโบสถ์
โบสถ์คือเมืองใต้ดิน?
หรือว่าตำแหน่งของกานต์มีความผิดพลาด?
“กานต์ นี่มันคือโบสถ์นะ และเป็นโบสถ์ทั่วไปที่สามารถมองเห็นได้ มันจะเป็นไปได้หรือว่าเจตต์อยู่ที่นี่?”
คำพูดของนรมนทำให้กานต์แปลกใจอยู่บ้าง
“แต่สัญญาณมันปรากฏตรงนี้ ถึงแม้สัญญาณจะอ่อนบ้างแรงบ้าง แต่ผมมั่นใจมากจริงๆ นะ”
กานต์ก็ไม่รู้ว่าเกิดปัญหาตรงไหน
นรมนได้ยินลูกชายพูดแบบนี้ จึงรีบกล่าวว่า: “ไม่เป็นไร เดี๋ยวแม่จะไปดู ตอนนี้ลูกอยู่ที่ไหน?”
“อยู่ในบ้านคุณอาป้องครับ”
กานต์กล่าวเสียงเบา: “หม่ามี้ ผมต้องไปหากิจจากับกมลที่ลานเขตทหารหรือเปล่า? หม่ามี้ไม่อยู่ ผมกลัวว่ากมลจะร้อนใจ”
นรมนอดนึกถึงคำพูดที่กมลพูดกับเธอไม่ได้
ทุกคนต่างคิดว่ากมลรู้จักแค่กินดื่มเที่ยวเล่น แต่เป็นครั้งแรกที่เธอค้นพบความฉลาดที่ไม่แสดงออกมาของกมล
ไม่เป็นไรจ้ะ กมลไม่เป็นไร มีกิจจาอยู่ด้วย ทุกอย่างโอเค ลูกอยู่ในบ้านอาป้องไปเถอะ รักษาการติดต่อกับแม่เอาไว้ทุกเมื่อ แต่หวังว่าพวกเราจะสามารถพาแด๊ดดี้กับคุณอาเจตต์กลับไปได้”
“ได้แน่นอนครับ หม่ามี้!”
กานต์ปลอบโยนนรมน แต่จู่ๆ เขาก็พูดขึ้นมาว่า: “แย่แล้ว!”
“เป็นอะไรไป?”
แต่สัญญาณของทางฝั่งกานต์ถูกตัดขาดไปอย่างกะทันหัน