แค้นรักสามีตัวร้าย - บทที่ 560 การฆ่าคนมันไม่ดี
บทที่ 560 การฆ่าคนมันไม่ดี
“กานต์!”
นรมนกังวลมากๆ แต่ไม่มีข่าวคราวจากฝั่งกานต์สักนิดเดียว
หรือจะเกิดเรื่องขึ้นกับกานต์เหมือนกัน?
นรมนกระวนกระวายใจ อยากจะให้ปีกงอกออกมา แล้วบินกลับไปดูทันที
ในขณะที่นรมนไม่สามารถก้าวไปข้างหน้าหรือถอยหนีได้ เธอไม่รู้จะต้องทำอย่างไร สายของกานต์ก็โทรเข้ามาอีกครั้ง
“หม่ามี้”
“ลูกเป็นอย่างไรบ้าง? เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า?”
หัวใจของนรมนขึ้นมาถึงลำคอและในดวงตา
ตอนนี้สถานการณ์เป็นแบบนี้ เธอรับไม่ไหวกับการรุกรานใดๆ อีกแล้ว โดยเฉพาะหากเกิดอะไรขึ้นกับคนใกล้ตัวที่สุดของเธอ
กานต์ส่ายหน้าและตอบว่า: “เปล่าครับ ทางฝั่งผมไม่ได้เกิดเรื่องอะไร เพียงแต่เมื่อสักครู่ถูกแฟนคลับตามรอย จนเกือบถูกตามรอยได้แล้ว ดังนั้นผมจึงต้องตัดสัญญาณ”
ได้ยินกานต์พูดแบบนี้ นรมนถึงจะถอนหายใจอย่างโล่งอก เพียงแต่ยังคงถามด้วยความไม่วางใจ: “ไม่เป็นอะไรแน่นะ?”
“ไม่เป็นอะไรจริงๆ ครับ หม่ามี้ เพียงแต่สัญญาณของคุณอาเจตต์ถูกบล็อก ผมหาไม่เจอแล้ว”
“ไม่เป็นไร รู้แผนที่ตำแหน่งของเขาก็พอ เรื่องอื่นปล่อยให้หม่ามี้จัดการ ลูกอย่าเสี่ยงอันตราย”
เหงื่อเย็นๆ ของนรมนไหลซึมออกมาจากศีรษะ
เธอรู้สึกเสียใจด้วยซ้ำไม่ควรดึงกานต์เข้ามา
ไม่ว่าจะพูดอย่างไร สุดท้ายแล้วกานต์ก็คือเด็กคนหนึ่ง แล้วจะสามารถปล่อยให้เด็กคนหนึ่งเสี่ยงอันตรายกับตนเองได้อย่างไร?
นรมนรู้สึกว่าตนเองไร้ประโยชน์มากๆ
“หม่ามี้ หม่ามี้ไม่ต้องเป็นห่วง ผมไม่เป็นอะไรจริงๆ หม่ามี้วางใจได้ ถึงแม้สัญญาณจะถูกบล็อก แต่ผมสามารถใช้วิธีการอื่นเข้าไปได้”
“ไม่ต้อง! ห้ามเด็ดขาด!”
นรมนปฏิเสธทันที
กานต์ ลูกฟังหม่ามี้พูดนะ ทำมาถึงตรงนี้ก็พอแล้ว ส่วนที่เหลือปล่อยให้หม่ามี้จัดการต่อ จริงนะ หม่ามี้สามารถจัดการได้เองจริงๆ ”
ความร้อนใจและเร่งรีบของนรมน กานต์สามารถสัมผัสได้ และเขาสามารถสัมผัสได้แม้แต่ความห่วงใยและความกังวลที่นรมนมีต่อตนเอง
“หม่ามี้ ผมจะรับปากหม่ามี้ครับ เพียงแต่ถ้ามีเรื่องอะไรต้องการผม หม่ามี้จะต้องบอกผมนะ เกิดเรื่องกับคุณบุริศร์ไปแล้ว ผมไม่หวังให้หม่ามี้เกิดเรื่องขึ้นอีก ถึงตอนนั้นผมกับกมลคงจะกลายเป็นเด็กกำพร้าจริงๆ ”
พูดไปพูดมา อยู่ดีๆ กานต์ก้ร้องไห้
นรมนได้ยินกานต์ร้องไห้น้อยครั้งมากๆ เธอเข้าใจมาตลอดว่าเด็กคนนี้ไม่ร้องไห้ แต่ตอนนี้ เมื่อได้ยินกานต์ร้องไห้ หัวใจของนรมนมีเลือดหยดออดมา
ลูกจะรู้สึกไม่ปลอดภัยมากขนาดไหนนะ!
เข้าใจมาตลอดว่าความสัมพันธ์ระหว่างกานต์กับบุริศร์ไม่มีความแน่นแฟ้นแบบนั้น คิดไม่ถึงว่าในใจของกานต์ บุริศร์คือเสาหลัก วันนี้รู้ว่าเกิดเรื่องขึ้นกับบุริศร์ โลกของกานต์ถล่มลงไป ถึงแม้ลูกจะมีการแสดงออกที่เย็นชา แต่การร้องไห้ตอนนี้เผยให้เห็นความไม่สบายใจและความกังวลใจของเขา
หัวใจของนรมนกระตุกอย่างเจ็บปวด
ตั้งแต่ลูกเกิดมา เธอไม่เคยให้สภาพแวดล้อมที่สงบสุขแก่เขาเลย ถึงแม้ห้าปีที่ผ่านมาพวกเขาจะไม่ขาดแคลนอาหารและข้าวของเครื่องใช้ แต่สุดท้ายแล้วก็มีชีวิตอยู่ภายใต้เงามืดของตระกูลวัชโรทัย ก็นับว่าเป็นการพึ่งพาอาศัยคนอื่นโดยไม่สามารถเป็นอิสระได้ วันนี้กลับมาที่เมืองชลธี กลับมาอยู่ข้างกายบุริศร์ กลับมาตระกูลโตเล็ก เธอคิดว่าในที่สุดลูกๆ จะสงบสุข สามารถลงหลักปักฐานได้ คิดไม่ถึงว่าเรื่องแต่ละเรื่องจะยังคงไม่ทำให้ลูกรู้สึกปลอดภัยเหมือนเดิม
ในตอนนี้ นรมนรู้สึกผิดในใจและตำหนิตนเองอย่างยิ่ง
“อย่าร้องไห้นะ ลูกรัก หม่ามี้สัญญากับลูกนะ ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม หม่ามี้จะไม่ปล่อยให้ลูกกับกมลต้องกลายเป็นเด็กกำพร้า คนเก่ง อย่าร้องไห้นะ”
“หม่ามี้ หม่ามี้ต้องรักษาคำพูด ผู้ใหญ่ต้องรักษาคำพูด”
กานต์สะอึกสะอื้น แต่กลับบีบหัวใจของนรมนแน่น
“ได้ หม่ามี้จะรักษาคำพูด ตราบใดที่สามารถใช้สถานที่ของกานต์ได้ แม่จะไม่แบกมันไว้คนเดียว หม่ามี้รับปากกับลูก หม่ามี้จะทำในสิ่งที่ทำได้ ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร หม่ามี้จะพาแด๊ดดี้กลับไป เพื่อให้ลูกกับกมลมีครอบครัวที่สมบูรณ์”
นรมนก็สะอึกสะอื้น เพียงแต่พยายามซ่อนมันเอาไว้
เธอไม่สามารถร้องไห้ได้!
ถ้าเธอร้องไห้ ลูกจะยิ่งรู้สึกไม่สบายใจ
“อืม พวกเราคำไหนคำนั้น”
“คำไหนคำนั้น”
นรมนวางสาย แต่ไม่สามารถทำจิตใจให้สงบอยู่นานสองนาน
เธอจะต้องทำตามคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ ตอนนี้ไม่รู้ที่อยู่ของบุริศร์กับเจตต์ มายด์ยังอยู่ที่นั่นกับยมราช ทางเดียวของเธอตอนนี้คือไปดูที่เมืองใต้ดิน แม้จะต้องฝ่าฟันอันตราย เธอก็จะพุ่งเข้าใส่
เธอเชื่อว่า เพียงแต่ตามหาบุริศร์เจอ ทุกอย่างก็จะสามารถพัฒนาไปในทางที่ดี
หลังจากแก้วตายืนยันตัวตนของนรมนแล้ว จึงเบาใจลง จากนั้นถึงจะให้พนักงานรักษาความปลอดภัยตรวจสอบเรื่องกระเป๋าเงินที่หายไปของนรมน
บังเอิญว่า ดูเหมือนจะมีพนักงานบริการคนหนึ่งที่เข้าไปทำความสะอาดในห้องของนรมนหยิบของบางอย่างไปจริงๆ
ด้วยเหตุผลนี้แก้วตาจึงพาพนักงานบริการคนนั้นมาตรงหน้านรมน
“คุณชลลี่ พนักงานคนนี้ขโมยของของคุณไปจริงๆ เพียงแต่เป็นตายร้ายดีเธอก็ไม่ยอมรับว่าเป็นกระเป๋าเงิน คุณจะทำอย่างไรคะ”
แก้วตาทำแบบนี้ให้นรมนได้เห็น โดยปกติคนทั่วไปจะบอกให้แก้วตาจัดการด้วยตนเองไปเลย แต่นรมนกลับตะลึงเล็กน้อย หัวใจยิ่งเต้นรัว
ถูกขโมยจริงๆ ?
เธอขมวดคิ้วเบาๆ ถามว่า: “เอาอะไรของฉันไปก็ส่งคืนมา ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าฉันไม่เกรงใจ”
พนักงานบริการเห็นนรมนหน้าตาสะสวย แถมยังดูอ่อนแอ จึงรู้สึกดูถูกเธอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งขอเพียงแค่เธอผ่านไปได้ อีกสักพักเอาของให้แก้วตา ไม่แน่ว่าตนเองอาจจะได้รับเงินบางส่วน ในเมื่อของที่ตนเองเอามาก็ไม่มีประโยชน์
เห็นพนักงานบริการไม่ยอมให้ความร่วมมือแน่นอน แก้วตาแอบดีใจ แต่สีหน้าของนรมนกลับดูไม่ได้
บอกว่ากระเป๋าเงินหายเป็นแค่เพียงข้ออ้าง แต่ตอนนี้ถูกขโมยของไปจริงๆ เมื่อสักครู่ยังไม่ได้สังเกตเห็นอะไรเลย ตอนนี้เธอแอบลูบกระเป๋า จึงพบว่าเป็นตราประทับของตนเอง
เธอคือนักออกแบบ จึงมีตราประทับเฉพาะของตนเองโดยปริยาย แต่สลักเป็นชื่อภาษาอังกฤษของตนเอง ถึงแม้คนเหล่านี้จะไม่รู้ชื่อภาษาอังกฤษของตนเอง แต่เกรทรู้ หากตราประทับตกไปอยู่ในมือของเกรท ตัวตนของเธอต้องถูกเปิดเผย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งตราประทับของเธอใช้ไม้ที่ดีที่สุดจากต้นแพร์ มันช่างโดดเด่นคุ้มค่า เป็นของขวัญที่กานต์มอบให้แก่ตนเอง ถึงแม้จะไม่รู้ว่าไอ้เด็กหน้าเหม็นคนนั้นจะไปเอาไม้ต้นแพร์ที่ดีแบบนี้มาจากไหน แต่ของขวัญที่ลูกชายมอบให้ไม่สามารถหายไปได้
แต่วันนี้มองเห็นท่าทีระหว่างแก้วตากับพนักงานบริการ นรมนจึงเข้าใจโดยปริยาย ในใจของเธออดโมโหขึ้นมาอย่างรุนแรงไม่ได้
เรื่องของมายด์ยังไม่ทันได้ชำระบัญชีกับแก้วตา เธอจะต้องใส่ความคิดนี้เข้าไปในหัวของตนเองใช่ไหม?
นรมนหัวเราะอย่างเยือกเย็น พูดว่า: “ฉันจะพูดอีกครั้ง ส่งของของฉันคืนมา!”
“ฉันไม่รู้ว่าคุณกำลังพูดอะไร”
พนักงานบริการยังคงปากแข็งต่อ
นรมนไม่เปลืองน้ำลายอีก ก้าวขึ้นไปทันที บิดข้อมือของพนักงานบริการ
การกระทำของเธอรวดเร็วและแม่นยำ ไม่มีใครคาดคิด และไม่ได้ป้องกันตัวล่วงหน้า แขนของพนักงานบริการบิดลงมา
“อ๊าก!”
พนักงานบริการร้องออกมาเมื่อรู้ตัวอีกที
นรมนกลับไม่มีความเมตตาใดๆ นิ้วมือรัดรอบลำคอของพนักงานบริการแน่น ในแววตาเต็มไปด้วยไอสังหาร
“ฉันเป็นคนที่ใจกว้างมาก ถ้าเธอบอกฉันว่าขาดแคลนเงิน ฉันก็จะบริจาคให้เธอสักหน่อย แต่ถ้าเธอยังมีปัญหาอีก ข้าวของของฉัน หยิบไปโดยไม่ถาม ตามปกติฉันจะไม่ปล่อยไป ฉันให้โอกาสเธอแล้ว แต่เธอจะโทษฉันไม่ได้ถ้าเธอไม่รู้จักหวงแหน ส่งของมา ฉันจะไว้ชีวิตเธอ ไม่อย่างนั้น ฉันจะไม่รังเกียจที่จะจบชีวิตเธอที่นี่ เธอควรจะรู้ว่า คนในฐานะอย่างฉัน ถึงแม้จะไปทำอะไรใครจนต้องขึ้นโรงขึ้นศาล ก็จะไม่เป็นอะไรไม่จริงเหรอ?”
นรมนพูดประโยคนี้ออกมาช้ามาก แม้กระทั่งมองไปทางแก้วตาอย่างตั้งใจแต่ก็เหมือนไม่ตั้งใจด้วยซ้ำ
แก้วตาคิดไม่ถึงว่าฝีมือของนรมนจะดีขนาดนี้ และอารมณ์ก็ฉุนเฉียว
เธออดไม่ได้ที่จะสะดุ้งโหยง
“คุณชลลี่ ฆ่าคนที่นี่คงจะไม่ดี”
“ไม่ดีเหรอ?ชีวิตของคนที่เมืองใต้ดินก็มีไม่น้อยใช่ไหม?ผู้จัดการแก้วตาได้เห็นการเปลี่ยนแปลงมากพอแล้วใช่ไหม?คิดว่าฉันไม่กล้าลงมือจริงๆ ใช่ไหม?”
ในระหว่างที่พูด นิ้วมือของนรมนออกแรงเล็กน้อย พนักงานบริการใบหน้าแดงด้วยความอึดอัด
“อย่าฆ่าฉันเลย ฉันยอมพูดแล้วๆ ฉันแค่หยิบตราประทับไปหนึ่งอัน ฉันเห็นว่าวัสดุของตราประทับทำมาจากไม้ต้นแพร์ จึงเกิดความโลภ ฉันขอโทษ ตราประทับอยู่นี้ ฉันคืนให้คุณ”
พนักงานบริการใช้มืออีกข้างล้วงตราประทับออกมาจากกระเป๋าอย่างตะลีตะลาน ส่งให้นรมนอย่างสั่นๆ
แก้วตาก้าวขึ้นมาเหลือบมองอย่างรวดเร็ว เห็นเป็นชื่อภาษาอังกฤษ จึงอดมองนรมนมากกว่าเดิมไม่ได้
“คุณชลลี่ ชื่อภาษาอังกฤษนี้คือ……”
“อย่าถามสิ่งที่คุณไม่ควรถาม ผู้จัดการแก้วตาควรจะรู้กฎข้อนี้ ในสังคมชั้นสูงของพวกเรา ตราประทับแสดงถึงอะไร ผู้จัดการแก้วตาไม่รู้เหรอ?”
นรมนมองแก้วตาอย่างเยือกเย็น ไอสังหารในแววตาทำให้เธอรู้สึกหวาดกลัวอย่างไม่ห้ามไม่ได้
“ใช่ๆๆ ตราประทับเป็นของมีค่า ไม่สามารถหายได้”
แก้วตาตอบอย่างจนปัญญา
แต่เป็นไม้ต้นแพร์ที่สวยจริงๆ พูดได้ว่าชิ้นเล็กๆ นี้มีมูลค่ามากกว่าล้าน เพียงแต่ตอนนี้เธอทำได้เพียงแค่มอง
ถึงแม้จะไม่ค่อยยินยอม แต่แก้วตายังรู้ดีว่าต้องรักษาชีวิตเอาไว้
นรมนเอาตราประทับกลับมา ตรวจสอบดูอย่างละเอียด เมื่อมั่นใจว่าไม่มีการตกหล่น ถึงจะปล่อยพนักงานบริการออก สีหน้ากลับมาสุภาพอ่อนโยนเหมือนเมื่อสักครู่
“ตราประทับมีความสำคัญกับฉันมาก ส่วนอย่างอื่น ฉันให้อำนาจแก่คุณ”
คำพูดนี้ทำให้พนักงานบริการรู้สึกไม่เป็นธรรมเล็กน้อย
“คุณชลลี่ ฉันแค่เอาตราประทับไป ไม่ได้หยิบอย่างอื่น”
“จริงเหรอ?แต่ฉันหากระเป๋าเงินไม่เจอ ขโมยก็คือขโมย เธอจะปล่อยเงินในกระเป๋าไปได้เหรอ?ช่างเถอะ ฉันก็ไม่อยากเถียงกับเธอแล้ว เธอก็ไม่ต้องเถียงข้างๆ คูๆ เพื่อฉลองที่ฉันหาตราประทับกลับมาได้ ฉันยกกระเป๋าเงินให้เธอแล้วกัน ผู้จัดการแก้วตา ฉันต้องการพักผ่อน ถ้าไม่มีอะไรแล้วเชิญกลับไปได้ค่ะ”
นรมนไล่แขกโดยตรง
พนักงานบริการกำลังคิดจะพูดอะไร กลับถูกสายตาของแก้วตาขู่เอาไว้ เธอรู้ว่าตนเองจบแล้ว ไม่ว่าจะพูดอย่างไร แก้วตาก็ไม่เชื่อว่าเธอไม่ได้เอากระเป๋าเงินไป
สำหรับจุดจบของพนักงานบริการ นรมนไม่เห็นใจสักนิดเดียว คนที่เห็นแก่เงินสมควรจะมีจุดจบแบบนี้
เมื่อนรมนหันตัวกำลังจะกลับเข้าห้อง แก้วตาส่งสายตาให้คนอื่น พนักงานบริการถูกปิดปากและพาลงไป ส่วนเธอก็รีบไปขวางนรมนเอาไว้อย่างรวดเร็ว
“คุณชลลี่ คุณต้องการบัตรผ่านทางเมืองใต้ดินไหมคะ?”
“นี่ผู้จัดการแก้วตาจะให้ฉันเสนอราคาเองเหรอคะ?”
นรมนถามอย่างไม่สนใจไยดี เธอรู้ว่าตอนนี้คนที่รีบร้อนจะขายบัตรผ่านเข้าเมืองใต้ดินคือแก้วตาไม่ใช่เธอ หากเกรทรู้ว่าเธอแอบขายโดยไม่ได้รับอนุญาต เดาว่าเธอคงจะไม่มีอะไรกิน
เห็นนรมนไม่สนใจไยดีแบบนี้ แก้วตาร้อนใจทันที