แค้นรักสามีตัวร้าย - บทที่ 580 อยากจะขอร้องก็ต้องทำเหมือนคนที่จะขอร้อง
บทที่ 580 อยากจะขอร้องก็ต้องทำเหมือนคนที่จะขอร้อง
“เธอพูดว่าอะไรนะ”
ใบหน้าของบุริศร์ดูแย่ลงเล็กน้อย
ก่อนที่คนของพฤกษ์ยังไม่มา เขาก็ไม่อยากจะมีเรื่องขัดแย้งกับคนของเมืองใต้ดินไม่ใช่ว่ากลัวจะมีปัญหา แต่เพราะกลัวว่าจะไม่มีเวลาช่วยนรมนต่างหาก
ตอนนี้นรมนเป็นแบบนี้ยมราชยังต้องการให้เขากลับไปที่เมืองใต้ดินอีก ซึ่งสำหรับบุริศร์แล้วนั้นนี้เป็นสัญญาณที่ไม่ดีเลย
ยมราชไม่ได้มองหน้าเขา แต่พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “นายได้ยินไม่ผิดหรอก ฉันอยากให้นายกลับไปที่เมืองใต้ดินเพราะว่าเมืองนี้อยู่บนภูเขา ยาทั้งหมดที่ฉันต้องการก็มีแค่ที่นี้ แม้ว่านายจะมีเงิน มีเฮลิคอปเตอร์ หรือแม้ว่านายจะสามารถซื้อมันได้ แต่ทั้งหมดนี้ต้องใช้เวลา แต่ตอนนี้นายกับเธอมีเวลาเหลือไม่มากแล้ว”
บุริศร์อึ้งไปเล็กน้อย เหลือบมองไปทางห้องพักผู้ป่วยของนรมนก่อนจะถามขึ้น “เธอต้องการอะไร”
“ถั่งเช่า ไกลโคลินจากกระรอกบิน มูลค้างคาว แล้วก็ชะมด ดีหมี ผิวของลิ่น อย่างอื่นก็ไม่มีปัญหา ที่หายากก็คือ ไกลโคลินและ
มูลค้างคาวแต่ว่าทั้งสองอย่างนี้มีที่เมืองใต้ดิน แต่ไม่มีการประมูล ส่วนนายจะได้สิ่งเหล่านี้มาได้อย่างไรฉันไม่สนใจ ถ้าหากไม่มีสิ่งเหล่านี้ฉันก็ไม่สามารถช่วยชีวิตคนได้ ตราบใดที่นายนำสิ่งเหล่านี้มาได้ ฉันก็สัญญาว่าจะคืนภรรยาที่เข้มแข็งให้กับนาย รวมถึงปัญหาของเธอที่ฉันก็สามารถแก้ไขได้ ”
บุริศร์ขมวดคิ้วเมื่อได้ยิน ยมราช พูดชื่อยาแต่ละอย่างออกมา
ยาพวกนี้ล้วนเป็นยาที่มีชื่อเสียง
“ตอนนี้เขาไม่ใช่แค่กำลังอ่อนแอเหรอ ทุกสิ่งไม่ใช่เพื่อบำรุงเหรอ ของทั้งหมดที่เธอใช้คือยาบำรุง ไม่กลัวว่าสิ่งนี้จะส่งผลกับเขาโดยตรงเหรอ เธอแน่ใจนะว่าจะรักษาเขาได้”
เมื่อได้ยินคำพูดของบุริศร์ ยมราชก็ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ฉันบอกว่าได้ก็ต้องได้สิ นายคิดว่าฉันจะต้องการยาจากเลือดของคนคนนั้นไปทำไม เลือดของเขาสำคัญมาก ถ้าไม่มียาชนิดนี้ ต่อให้นายนำยาทั้งหมดมาให้ฉันแต่ฉันก็ไม่สามารถช่วยภรรยาของนายได้ ดูเหมือนว่ายาชนิดนี้กลายเป็นสิ่งล่ำค่าสำหรับภรรยาของนายแล้ว”
บุริศร์ขมวดคิ้วแน่น
เขาไม่ชอบฟังคนอื่นพูดว่านภดลเป็นสมบัติของนรมน
ผู้ชายคนนั้นโตมาพร้อมหน้าตาที่ดีมาก แต่ก็เป็นคนโหดร้ายเช่นกัน ยมราชไม่สนใจว่าเขาจะคิดอย่างไร หลอนมองหน้าเขาก่อนจะพูดว่า “นายยังไม่ไปอีกเหรอ ? เวลาของภรรยานายเหลือไม่มากแล้วนะ”
บุริศร์เงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้น “ตอนที่ฉันไม่อยู่ รบกวนเธอช่วยดูแลภรรยาของฉันด้วย”
“วางใจเถอะ ในเมื่อฉันเอาของของนายมาก็ต้องดูแลให้ดี นายรีบไปรีบกลับ คนที่นั้นต้องให้ยากับนายแน่ แต่ถึงแม้ว่าจะได้มาด้วยวิธีไหนก็ขึ้นอยู่กับตัวของนายแล้ว ถ้าคุณไม่กลับมาก่อนสองทุ่มล่ะก็ อย่ามาโทษฉันที่ช่วยภรรยาของนายไม่ได้ก็แล้วกัน”
เมื่อได้ยินยมราชพูดแบบนั้นเขาก็รีบออกเดินทางทันที ระหว่างทางเขาก็เจอกับ มายด์และ นภดล
มายด์ นิ่งก่อนจะเขียนถามบุริศร์ว่า “คุณชายเจตต์พิการจริงเหรอ”
“ใช่”
บุริศร์มองไปยัง มายด์ พูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
แววตาของ มายด์ แสดงออกถึงความรู้สึกผิดก่อนที่จะเดินออกไปเงียบๆโดยไม่ได้พูดอะไร
นภดลมองหน้าบุริศร์ก่อนจะเอ่ยถามขึ้น “อยากให้ผมไปกับคุณไหม?”
“ไม่จำเป็น ก่อนที่ผมจะกลับมา คิดหาวิธีการปกป้องเขาให้ดีเถอะ แค่นี้ก็นับว่าเป็นบุญคุณมากแล้ว”
“ไม่เป็นไรหรอก ถึงอย่างไรผมก็จะดูแลเขาให้ดี”
คำพูดของนภดลครั้งนี้ทำให้บุริศร์รู้สึกไม่ค่อยสบายใจนัก
ถ้าเขาเลือกได้ เขาก็ไม่อยากให้ผู้ชายคนอื่นมาดูแลภรรยาของตัวเองหรอก แต่ตอนนี้เขาทำได้เพียงแค่นี้จริงๆ
เขาออกจากโรงพยาบาล คนของเมืองใต้ดินก็มาล้อมเขาไว้ทันที
“พาฉันไปพบเจ้านายของพวกแกหน่อย และบอกเขาว่าต้องการอะไรจากฉัน ฉันคิดออกแล้ว”
เมื่อคนของใต้ดินได้ยินที่บุริศร์บอกก็รีบนำเรื่องไปบอกทันที หลังจากนั้นบุริศร์ก็ตามพวกเขาไปที่ใต้ดินอีกครั้ง
ตอนเดินผ่านประตู บุริศร์ก็เห็น เกรท
เกรทถูกมัดไว้ที่นั้น ถูกคนทุบตีจนจำหน้าไม่ได้
บุริศร์นิ่งไปชั่วขณะ ก่อนจะพูดขึ้น “ปล่อยเขากับครอบครัวของเขาไปเสียเถอะ”
“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพวกฉัน”
เกรท รู้สึกแปลกใจที่บุริศร์ขอร้องเพื่อช่วยเขา อดไม่ได้ที่จะเหลือบสายตาไปมอง
บุริศร์พูดอย่างเย็นชา “คุณอย่าเข้าใจผิด ผมทำไปก็เพื่อเจตต์แล้วก็ภรรยาของผม ขาของเขาหักไปข้างหนึ่ง ในใจของเขาคุณคือน้องชายของเขา ไม่ว่าคุณจะทรยศเขาอย่างไรเขาก็ยังปฏิบัติต่อคุณเหมือนพี่ชาย ”
เกรทน้ำตาซึม
เขากัดริมฝีปากล่างแน่นและพูดว่า: “ขอโทษนะ ขอโทษเขาด้วย ผมรู้ว่าเขาจะไม่ยกโทษให้ผม แต่ผมทำอะไรไม่ได้แล้วจริงๆ
ท่านขุนอิน แข็งแกร่งเกินไป ภรรยาของผมอ่อนแอเกินไป ผมไม่มีภูมิหลังเหมือนคุณชายบุริศร์ที่จะปกป้องภรรยาได้ ผมทำได้แค่ขายวิญญาณของตัวเอง ”
บุริศร์ไม่ได้พูดอะไร ในใจของเขาก็ไม่มีความสุข
แล้วภูมิหลังที่แข็งแกร่งของเขาล่ะ
ตอนนี้ภรรยาของเขาไม่ได้ทุกข์ทรมานแบบเขาอยู่เหรอ
ผู้ชายทุกคนก็ล้วนแต่ใช้วิธีการของตัวเองปกป้องครัวและคนที่ตัวเองรัก
ตอนนี้บุริศร์รู้สึกว่าเกรทก็ไม่ได้เป็นคนโหดร้ายขนาดนั้น
“ผมสามารถนำมันมาให้คุณได้”
พูดจบ บุริศร์ไม่ได้หยุดแต่กลับเดินตรงไปข้างใน
ทุกอย่างก็เพื่อภรรยาของเขา
ข่าวภายในแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วและใช้เวลาไม่นานบุริศร์ก็ถูกนำตัวไปที่ห้องส่วนตัว
นี้เป็นครั้งแรกที่เขาได้พบกับ ท่านขุนอิน
อายุห้าสิบกว่าๆ ดูแล้วเป็นคนที่เต็มเปี่ยมไปด้วยประสบการณ์
บุริศร์มั่นใจว่าเขาไม่ได้ทำร้ายใคร นับประสาอะไรกับคน ๆ นี้ที่เขาก็ไม่รู้จัก แต่ทำไมเขาถึงต้องถูกโจมตีด้วยล่ะ
เขาถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา “คุณคือท่านขุนอินใช่ไหม”
“ใช่แล้ว ยินดีที่ได้เจอนะคุณชายบุริศร์”
ท่านขุนอินนั่งอยู่บนเก้าอีกและกำลังสูบซิการ์ ไม่จำเป็นจะต้องยืน เป็นกษัตริย์อยู่ที่นี้จนคุ้นชินแล้ว ไม่จำเป็นต้องสนใจใคร อีกทั้ง
บุริศร์มาที่นี้เพื่อขอร้องเขา บัลลังก์ของเขาเลยยิ่งสูงขึ้น
บุริศร์มองเขาอย่างเย็นชา
ประสบการณ์ของชายคนนี้ทำการค้ามาเป็นเวลานาน มีประสบการณ์มากกว่าเขา แต่ถ้าคิดว่าจะหยุดยั้งบุริศร์ด้วยวิธีนี้ เขาก็คงจะประเมินบุริศร์ต่ำเกินไป
“ผมต้องการยาจากเมืองของคุณ”
บุริศร์ไม่ได้มีความหมายอื่นแอบแฝง เขาพูดออกมาตรงๆ
ท่านขุนอินยิ้มพลางพูดว่า “ได้สิ ยาของเมืองใต้ดิน ทั้งหมดถ้าคุณอยากได้ผมก็จะยกให้ แต่คุณก็รู้นะว่าผมต้องการอะไร”
สีหน้าของบุริศร์ดูแย่ลงเล็กน้อย
“ผมแค่อยากรู้ ใครเป็นคนบอกความลับของตระกูลโตเล็กกับคุณ”
บุริศร์มองไปยัง ท่านขุนอิน ถามคำตอบคำ
นรมนไม่รู้ความลับของตระกูลโตเล็ก แล้ว ท่านขุนอินรู้ได้ยังไง
เขาไม่เคยรู้เลยว่าทำไมตระกูลพรรณโรจน์ถึงมีปัญหามากมายขนาดนี้ ทำไมป้าโอถึงยอมตายอยู่ที่ตระกูลพรรณโรจน์? ทำไมตังเมถึงวางแผนที่จะแต่งงานกับเขมิกา เพื่ออยู่ในตระกูลพรรณโรจน์ไปชั่วชีวิต? ทำไมตรินท์ถึงมองเขาว่าเป็นคนไม่ดี ทำไมเขาถึงถูกกล่าวหาว่าเป็นคนติดยา? ทำไมเขาถึงถูกสะกดจิตให้มามาที่นี่?
ทั้งหมดนี้เพื่ออะไร ท่านขุนอิน ให้คนสะกดจิตเขาให้เขาสารภาพ ตอนนี้บุริศร์เข้าใจทุกอย่างแล้ว
เพราะเป็นความลับของตระกูลโตเล็ก!
มีเพียงแค่ไม่กี่คนที่รู้ คนของตระกูลโตเล็กที่รู้ความลับนี้มีเพียงแค่คุณนายและบุริศร์!
ท่านขุนอินมองไปยังบุริศร์ พูดเสียงเรียบ “แล้วถ้าผมไม่ตอบคำถามนี้ล่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นเราก็อย่ามัวแต่ชักช้ารำไรอยู่เลย”
ทันทีที่บุริศร์พูดจบ ท่านขุนอินก็หัวเราะออกมา
“นี่คุณชาย ผมรู้ว่าคุณน่ะเก่งขนาดไหน แต่อย่ามองผมแบบนั้นเลย มันเปล่าประโยชน์ ถึงแม้ว่าผมจะเข้าไปโรงพยาบาลของ
ยมราช ไม่ได้ แต่ผมก็มีคนที่อยู่ในนั้น คุณรู้ไหมว่าทำไมถึงมีคนป่วยเกิดขึ้นมากมายอย่างกะทันหัน นั้นเป็นบทเรียนที่ผมมอบให้กับ ยมราช คนเหล่านั้นเขาสามารถดูแลได้อย่างสบาย แต่สิ่งนี้กลับมอบโอกาสให้กับผม ผมเข้าใจดีเกี่ยวกับอาการของภรรยาของคุณ แบบนี้แล้วยังอยากที่จะสู้กับผมอีกไหม?”
หัวใจของบุริศร์กระตุกวูบ
ในโรงพยาบาลมีคนของ ท่านขุนอินอยู่!
ถ้าอย่างนั้นความปลอดภัยของนรมนตอนนี้จะเป็นอย่างไรบ้าง นภดล คนนั้นจะพึ่งพาได้ไหม
บุริศร์ร้อนใจแต่ก็แสดงออกมาไม่ได้
“ใช่ ผมรู้ว่าคุณมีคนอยู่ในนั้น รู้ว่าคุณรู้ถึงอาการของภรรยาของผมดี ผมยอมรับว่าเอาเข้าจริงๆผมก็ไม่กล้า แต่สิ่งที่ผมอยากจะบอกก็คือ ถ้าเกิดว่าภรรยาของผมเป็นอะไรไปจริงๆ ทุกสิ่งทุกอย่างของตระกูลโตเล็กก็จะถูกฝั่งไปพร้อมกับภรรยาของผม คุณคิดว่าเป็นยังไงบ้างล่ะ”
ทันทีที่บุริศร์พูดประโยคนี้ออกมา ท่าทีของ ท่านขุนอินก็ดูเปลี่ยนไปทันที
“ผมไม่เชื่อหรอก ว่าคุณจะเอาทุกสิ่งทุกอย่างของตระกูลฝั่งลงไปพร้อมกับภรรยาของคุณ!”
“งั้นเราก็มาดูกัน”
บุริศร์พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ภรรยาเป็นจุดอ่อนเดียวของผม พวกคุณก็รู้ดี ดังนั้นตอนที่ข่มเหงเธอ ก็เพื่อที่จะใช้เธอควบคุมผมใช่ไหม ผมบอกอะไรคุณให้นะ เธอคือจุดอ่อนเดียวของผม ถ้าเธอตายผมก็จะไม่มีจุดอ่อน เมื่อถึงเวลานั้นผมก็จะฝั่งเมืองใต้ดินและเธอไปพร้อมๆกับความลับของตระกูลโตเล็ก!”
คำพูดของเขาไม่มากเกินไปเลยสักนิด
ในที่สุดท่าทีของ ท่านขุนอิน ก็เปลี่ยนไป
เขามองไปยังบุริศร์ เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าประเมินชายหนุ่มผู้นี้ต่ำเกินไป
“พ่อหนุ่ม ทำไมต้องโมโหขนาดนั้น ก็แค่ผู้หญิงคนเดียว”
“แต่เธอเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ผมอยากจะทำทุกอย่างเผื่อปกป้องเธอ”
“งั้นเหรอ”
ท่านขุนอินยิ้มพลางมองไปยังบุริศร์
“ได้ยินมาว่าคุณชายบุริศร์แห่งเมืองชลธีที่มีทั้งอำนาจล้นมือ มีทั้งศักดิ์ศรี ผมก็แค่อยากรู้ว่าคุณจะทำอะไรได้บ้างเพื่อที่จะช่วยภรรยาของตัวเอง”
“คุณต้องการอะไร”
บุริศร์มองไปยัง ท่านขุนอิน เดาไม่ออกเลยว่าเขาต้องทำอย่างไรกันแน่
ทันใดนั้น ท่านขุนอิน ก็หัวเราะออกมาแล้วก็พูดว่า “จะขอร้องคนอื่นก็ต้องทำท่าทีให้เหมือนกับคนที่อยากจะอ้อนวอนหน่อยไม่ใช่หรือยังไง แต่สิ่งที่คุณทำมันทำให้ผมรู้สึกว่าคุณไม่ได้มาเพื่อขอร้องผมเลยสักนิด แต่มาเพื่อข่มขู่ผมมากกว่า ผมน่ะ ไม่ชอบให้คนอื่นมายุ่ง แม้ว่าทั้งหมดที่คุณบอกมาจะเป็นเรื่องจริง แต่ไม่มีของเหล่านั้นของตระกูลพรรณโรจน์ แต่ก็ไม่มีผลอะไรกับผมนิ แต่ถ้าคุณไม่ขอร้องผมให้ยาที่คุณต้องการล่ะก็ คุณว่าผมจะเป็นอะไรไหม”
แววตาของบุริศร์ดูแข็งกร้าวขึ้นทันที
ใช่แล้ว!
สูญเสียนรมนไปแล้วเขาจะยังเหลืออะไรอีก
เมื่อก่อนเขาคิดว่าสิ่งของต่างๆเป็นความภาคภูมิใจของเขา แต่วันนี้เมื่อเทียบกับนรมนแล้วมันก็ไร้ค่า
ถ้าไม่มีนรมน ชีวิตของเขาก็คงมีแต่สีเทามน ไร้ซึ่งความอบอุ่น
คิดถึงตรงนี้ บุริศร์ก็เอ่ยถาม ท่านขุนอินว่า “คุณจะให้ผมทำยังไง”
“ก็อย่างที่ฉันพูดไปแล้ว ทำท่าทางให้เหมือนคนที่กำลังขอร้องหน่อย แม้ว่าคุณจะเป็นกษัตริย์ของเมืองชลธี แต่เมื่ออยู่ที่นี้ คุณก็แค่คนที่มาขอยาคนหนึ่ง คุณไม่เข้าใจเหรอว่าต้องทำอย่างไร”
แววตาของท่านขุนอินดูเย็นชา
บุริศร์ตกตลึง
นี่เขาต้องคุกเข่าขอร้องจริงๆเหรอ