แค้นรักสามีตัวร้าย - บทที่ 617 ช่างโง่เสียจนน่าสงสาร
บทที่ 617 ช่างโง่เสียจนน่าสงสาร
“คุณนายตระกูลโตเล็กท่านจะใส่ร้ายฉันแบบนี้ไม่ได้!คุณนายคะ คุณนาย!”
ธิดาร้องตะโกนอย่างต่อเนื่อง
“อุดปากของเธอไว้ แล้วนำตัวไป!”
คุณนายตระกูลโตเล็กรีบออกคำสั่งอย่างรวดเร็ว
คนรอบข้างของธิดารีบอุดปากของธิดาทันใด จากนั้นก็รีบพาตัวเธอออกไป
คุณนายตระกูลโตเล็กยิ้มอย่างดูแคลนแล้วพูดขึ้นว่า “ใส่ร้ายไม่ได้เหรอ ฉันจะบอกให้รู้ด้วยการกระทำนะ ฉันทำได้อยู่แล้ว! เธอคิดว่าฉันโง่ขนาดที่เก็บเธอไว้เพื่อไปฟ้องบุริศร์เหรอ บ้านหลังนี้ยังไม่ถึงเวลาที่จะคนอย่างเธอกับนรมนเป็นคนจะมาออกออกคำสั่ง ฉันยังไม่ตาย”
ธิดา ส่งเสียงกรีดร้อง แต่น่าเสียดายที่ปากโดนอุดไว้ จึงไม่มีเสียงร้องเล็ดลอดออกมา และนรมนที่กำลังนอนพักผ่อน เธอที่ดูเหนื่อยล้ามาก
ความบาดเจ็บของท่อนแขนและแผ่นหลังได้ดึงพลังงานของเธอไปจนหมด ตอนนี้เธอมีเรื่องที่อยากทำมากมาย แต่ทว่าได้นอนพักดีๆสักครู่คงจะดี
การมาของธิดาทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยชั่วคราว เพราะว่าธิดามีฝีมืออยู่นิดหน่อย แต่สิ่งที่เธอคาดไม่ถึงก็คือ ธิดาถูกคนของคนของคุณนายตระกูลโตเล็กจับตัวไป คิดไม่ถึงจริงๆว่าคุณนายตระกูลโตเล็กจะกล้าลงมือกับเธอ
คุณนายตระกูลโตเล็กพูดกับคนที่อยู่ข้างๆว่า “ นำตัวคนที่หักหลังฉัน ที่ฟังคำสั่งของนรมนก่อนหน้านั้นไปด้วย ชาตินี้อย่าได้ปล่อยให้มาเหยียบที่เมืองชลธีอีกแม้แต่ก้าวเดียวได้อีก”
“ครับ!”
คุณนายตระกูลโตเล็กสามารถเดินมาถึงจุดนี้อย่างวันนี้ได้ ผู้หญิงที่ต่อสู้มาเพียงคนเดียวมาหลายปี อีกทั้งยังจัดการตระกูลโตเล็กได้เป็นอย่างดี ต้องยอมรับว่าเธอนั้นก็มีชั้นเชิงที่ดีเช่นกัน
เรื่องราวทุกอย่างได้เปลี่ยนแปลงไปในขณะที่เธอนอนหลับ
“หม่ามี้! ผมกลับมาแล้ว! คุณบุริศร์!ผมกลับมาแล้ว!”
เสียงของกานต์ดังลอยมาจากด้านนอก
น้ำเสียงของเขาที่ชัดเจน รีบร้อน และร่าเริง
คุณนายตระกูลโตเล็กขมวดคิ้วขึ้น แล้วพูดกับคนรอบข้างว่า “ไปพาตัวกานต์มาที่ห้องของฉัน อย่าให้มีเสียงนะ บอกไปว่าหม่ามี้ของเขาได้รับบาดเจ็บ กำลังนอนพักผ่อน อย่าได้ไปรบกวน”
“ครับ!”
จากนั้นลูกน้องรีบออกไปทันที
กานต์กำลังเดินเข้ามาที่ห้องรับแขก ก็ถูกลูกน้องขวางเอาไว้
“คุณชายกานต์ครับ”
“หลีกไป ผมต้องการพบหม่ามี้!”
กานต์ที่อยากรู้ว่าสารทุกข์สุกดิบของนรมน
ลูกน้องจึงได้พูดอย่างเคารพว่า “คุณชายกานต์ครับ คุณนายต้องการพบคุณชายครับ คุณนายได้รับบาดเจ็บนิดหน่อย ตอนนี้กำลังนอนพักผ่อน ไม่อยากให้ใครไปรบกวน”
“ได้รับบาดเจ็บเหรอ นายบอกว่าหม่ามี้ได้รับบาดเจ็บเหรอ ใครเป็นคนทำ คุณบุริศร์ล่ะ ทำไมเขาถึงปล่อยให้หม่ามี้ได้รับบาดเจ็บอีก ไม่ได้ ผมจะต้องไปดูให้ได้”
กานต์พลางพูดพลางจะเดินขึ้นไปบนตึก
“ไม่ได้จริงๆครับ คุณชายกานต์ คุณนายได้กำชับไว้ ไม่ว่าใครก็ตามห้ามไปรบกวนการพักผ่อนของคุณนาย ดูสิครับ คุณนายเรียกคุณชายให้ไปพบ คุณนายเป็นคุณย่าของคุณชาย คุณชายควรจะไปสวัสดีท่านก่อนนะครับ”
คำพูดของลูกน้องทำให้กานต์ชะงักเท้าขึ้น
“ก็ถูกนะ ก็ได้ ผมจะไปสวัสดีคุณย่าก่อน จากนั้นค่อยไปดูหม่ามี้ พวกนายต้องดูแลหม่ามี๊ของผมให้ดีๆนะ
“ครับคุณชายกานต์”
กานต์ไปที่ห้องคุณนายอย่างไม่ค่อยเต็มใจ
“คุณย่าครับ ได้ยินว่าคุณย่าเรียกหาผมเหรอครับ”
“กานต์กลับมาแล้วเหรอ มา มาให้ย่าดูหน่อยว่าผอมลงไปหรือเปล่า”
คุณนายตระกูลโตเล็กหันไปโบกมือเรียกกานต์อย่างเอ็นดู
กานต์มาถึงด้านหน้าของคุณนายตระกูลโตเล็ก ด้วยท่าทีที่เชื่อฟัง
คุณนายตระกูลโตเล็กรู้สึกพึงพอใจในตัวกานต์มาก ตอนนี้กิจจาก็กลายเป็นแบบนี้ และไม่รู้ว่าต่อไปจะเป็นเช่นไรอีก ตอนนี้กานต์จึงเป็นเพียงชายคนเดียวของตระกูลโตเล็ก
“กานต์ ต่อไปจะวิ่งออกไปข้างนอกคนเดียวไม่ได้แล้วนะ หนูเป็นคุณชายของตระกูลโตเล็ก ต่อไปจะต้องสืบทอดทุกอย่างของตระกูลโตเล็ก หนูดูตัวเองสิว่าเอาแต่ใจมากแค่ไหน ถ้าหากเกิดเรื่องอะไรขึ้น หนูจะให้ย่าทำอย่างไร จะให้ตระกูลโตเล็กทำอย่างไร”
ถูกตำหนิโดยคุณนายตระกูลโตเล็ก กานต์รู้สึกเสียใจเล็กน้อย “ก็ผมเป็นห่วงหม่ามี้นิครับ”
“หม่ามี้ของหนูมีแด๊ดดี้คอยดูแล ต่อไปหนูไม่ต้องเป็นห่วง ตั้งใจเรียนรู้ฝึกทักษะความสามารถก็พอ อนาคตจะได้สืบทอดตระกูลโตเล็ก นี่เป็นหน้าที่ของหนูรู้ไหม”
“ครับ!”
กานต์พยักหน้า แต่กลับพูดอย่างไม่พอใจสักเท่าไรว่า “คุณบุริศร์มักจะทำให้หม่ามี้ได้รับบาดเจ็บ ผมต้องปกป้องหม่ามี้ถึงจะถูก”
แววตาคุณนายตระกูลโตเล็กประกายแสงแห่งความอิจฉา
ทำไมบุริศร์ที่ปกป้องนรมนแล้ว ตอนนี้แม้แต่หลานของเธอก็คิดถึงแต่นรมน นรมนคนนี้ช่างน่าขยะแขยงนัก!
แต่ว่าคุณนายตระกูลโตเล็กก็ต้องข่มความรู้สึกนี้เอาไว้
เธอลูบหัวของกานต์แล้วพูดขึ้นว่า “อยากปกป้องหม่ามี้นั้นเป็นเรื่องที่ดี แต่หนูไม่อยากปกป้องย่าบ้างเหรอ”
“อยากครับ ผมก็อยากปกป้องคุณย่าเช่นกัน”
กานต์ที่ไม่รู้เรื่องอีโหน่อีเหน่ ยังเป็นเด็กที่ประสีประสา
ณ จุดจุดนี้ ทำให้คุณนายตระกูลโตเล็กพึงพอใจเป็นอย่างมาก
ไม่ว่าจะอย่างไร เธอจะไม่ยอมให้กานต์อยู่กับนรมน ไม่อย่างนั้นถ้าต่อไปหลานเกิดไม่ชอบเธอขึ้นมา เธอจะทำอย่างไร
เมื่อเทียบกับบุริศร์ที่ไม่ง่ายแก่การควบคุม กานต์เด็กน้อยคนนี้ช่างทำให้เธอพึงพอใจเป็นอย่างมาก
คุณนายตระกูลโตเล็กยิ้มอย่างเอ็นดู แล้วพูดขึ้นว่า “กานต์ ตอนนี้มีเรื่องที่ต้องให้หนูช่วย หนูจะเต็มใจไหม”
“เรื่องอะไรครับ”
“แขนของหม่ามี้หนูได้รับบาดเจ็บ แด๊ดดี้ของหนูก็อยู่ที่บริษัท มีเรื่องมากมายที่ต้องจัดการ อาจไม่สามารถปลีกตัวมาได้ชั่วคราว แต่ร่างกายของหม่ามี้หนูดูเหมือนจะมีปัญหา ต้องการยาเพื่อใช้รักษา หนูจะไปช่วยหม่ามี้หายาได้ไหม”
“หม่ามี้เป็นอะไรครับ”
กานต์เริ่มกระวนกระวาย
“ผมจะไปหาหม่ามี้”
พลางพูดพลางวิ่งออกไปด้านนอก แต่ก็ถูกคุณนายตระกูลโตเล็กขวางไว้
“กานต์ หม่ามี้ของหนูกำลังนอนพักผ่อน จะไปรบกวนไม่ได้ ฟังย่านะ ถ้าหากหนูเป็นเด็กกตัญญู ก็รับปากย่า ไปหายามาให้หม่ามี้ เรื่องนี้กิจจาทำไม่ได้ กมลก็ทำไม่ได้ แดดดี้ของหนูยิ่งไม่มีทาง เพราะงานเยอะจนปลีกตัวมาไม่ได้ ตอนนี้ในบ้านมีเพียงหนูที่เก่งที่สุด และก็รักหม่ามี้ที่สุดใช่ไหม เพราะฉะนั้นย่าจะสามารถมอบภารกิจนี้ให้หนูได้ใช่ไหม”
เมื่อกานต์ได้ยินคุณนายตระกูลโตเล็กพูดเช่นนี้ จึงได้คิ้วขมวดขึ้น
“หม่ามี้ผมต้องการยาอะไรครับ ที่บ้านไม่มีเหรอ พวกเราสามารถออกไปซื้อได้นิครับ”
“เด็กโง่ ถ้าหากว่าสามารถใช้เงินซื้อได้ อย่างนั้นย่าก็คงไม่ต้องมากระวนกระวายเช่นนี้ หนูก็รู้ว่าย่ารักหม่ามี้หนูมาก และก็รักหนูด้วยเช่นกันใช่ไหม ยาตัวนี้ย่าจะให้ลูกน้องบอกกับหนูอีกที พวกเขาจะไปกับหนูด้วย เมื่อหามาได้แล้วก็โทรมาบอกย่านะ ย่าจะจัดคนไปรับหนู”
เมื่อได้ยินคุณนายตระกูลโตเล็กพูดเช่นนี้ กานต์พยักหน้าอย่างไม่ลังเลใจ เรื่องที่สามารถทำให้กับนรมน กานต์ไม่แม้แต่จะไตร่ตรอง
ดวงตาของคุณนายตระกูลโตเล็กประกายแสงแห่งชัยชนะ
เธอยิ้มแล้วพูด “อย่างนั้นกานต์ก็ออกเดินทางตอนนี้เถอะ”
“เดินทางตอนนี้เหรอครับ ผมอยากไปดูหม่ามี้สักหน่อย”
กานต์เป็นห่วงที่สุดก็คือนรมน กลับบ้านมาแล้ว ยังไม่ได้เห็นหม่ามี้เลย
แต่คุณนายตระกูลโตเล็กกลับพูดว่า “อย่าไปดูเลย เวลาเร่งรีบ หนูรีบไปหายาแล้วนำกลับมาให้โดยเร็วที่สุด หม่ามี้ของหนูจะได้ฟื้นขึ้นมาเร็วๆไงถูกไหม ทางบ้านมีย่ากับแด๊ดดี้ของหนูอยู่ หนูจะเป็นห่วงอะไรอีก”
“แต่ว่า…..”
“ไม่ต้องแต่แล้ว อาการป่วยของหม่ามี้หนูชักช้าไม่ได้ ย่าได้เตรียมเฮลิคอปเตอร์ไว้แล้ว หนูรีบออกเดินทางตอนนี้ดีไหม เมื่อหนูรักษาอาการป่วยของหม่ามี้หนูจนหายดีแล้ว ถึงเวลานั้นหนูก็มีเวลาอยู่กับหม่ามี้แล้วไม่ใช่เหรอ หม่ามี๊เป็นของหนู ไม่มีใครสามารถแย่งไปได้”
การเร่งรัดของคุณนายตระกูลโตเล็กทำให้กานต์รู้สึกอึดอัดใจเล็กน้อย แต่ว่าเธอเป็นคุณย่าของตัวเอง และเวลาปกติก็ดีกับหม่ามี้มาก
กานต์กัดริมฝีปากแล้วพูดว่า “อย่างนั้นผมขอมองหม่ามี้ผ่านประตูสักครู่เดียวนะครับ ครู่เดียวจะได้ไหมครับ”
คุณนายตระกูลโตเล็กขมวดคิ้ว แม้ในใจรู้สึกไม่พอใจที่กานต์อาลัยอาวรณ์นรมน แต่ยังคงยิ้มแล้วพูดขึ้น “ได้ๆ ย่าจะพาหนูไปดูหม่ามี้ แต่ว่าแค่แป๊บเดียวนะ หม่ามี้ของหนูตอนนี้ต้องการพักผ่อนจริงๆ”
“ครับ ขอบคุณครับคุณย่า”
กานต์ผู้ไร้เดียงสาถูกคุณนายตระกูลโตเล็กพาไปที่หน้าประตูห้องของนรมน
ประตูห้องค่อยๆถูกเปิดออก
กานต์มองดูนรมนอยู่ครู่หนึ่งผ่านช่องประตู
เขาเห็นนรมนนอนอยู่บนเตียง ด้วยใบหน้าที่ขาวซีด ท่าทางที่อิดโรย ในใจจึงรู้สึกร้อนรนขึ้นมา
“คุณย่า อาการป่วยของหม่ามี้จะสามารถรอการกลับมาของผมได้ไหม”
“ได้สิ แต่ว่าหนูต้องรีบไปนะ”
“อย่างนั้นผมจะไปเดี๋ยวนี้ครับ”
กานต์ที่เพิ่งจะกลับมา ความจริงแล้วก็เหน็ดเหนื่อยนิดหน่อย แต่เพื่อหม่ามี้เขาจึงจากไปอย่างไม่ลังเล
คุณนายตระกูลโตเล็กมองคนที่อยู่รอบๆกานต์ แล้วพูดด้วยเสียงเย็นชา “ดูแลคุณกานต์ให้ดี ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น ฉันก็จะเอาผิดพวกนาย”
“ครับ!”
กานต์ที่ขึ้นรถไปแล้ว หันมาพูดกับคุณนายตระกูลโตเล็กว่า “คุณย่าครับ ร่างกายของหม่ามี้ไม่ค่อยแข็งแรง ตอนที่ผมไม่อยู่ฝากคุณย่าช่วยดูแลหม่ามี้แทนผมด้วยนะครับ คุณบุริศร์งานยุ่งมาก เรื่องบางเรื่องแม้นหม่ามี้จะไม่สบาย หม่ามี้ก็ไม่ยอมบอกกับคุณบุริศร์
“ได้ๆ ย่ารู้แล้ว รีบไปเถอะ”
การเร่งรัดของคุณนายตระกูลโตเล็กทำให้กานต์รู้สึกอาลัยอาวรณ์
เขามองไปทางหน้าต่างห้องนอนของเรานรมนแล้ว รถก็ค่อยๆเคลื่อนออกไป
เห็นกานต์ได้ถูกนำตัวออกไปแล้ว สีหน้าคุณนายตระกูลโตเล็กก็ขรึมขึ้น
“บอกกับพวกเขาว่า จงคิดหาวิธีให้กานต์อยู่ที่นั่น เขาเป็นอนาคตของตระกูลโตเล็ก เป็นหลานของฉัน เขาจะต้องอยู่ห่างจากนรมน ผู้หญิงไร้ค่าที่ไม่มีอะไรดีสักอย่าง อย่ามาทำให้หลานของฉันมัวหมองไปด้วย”
“ครับ!”
ลูกน้องรับทราบแล้วรีบไปทำตาม
คุณนายตระกูลโตเล็กหันมาพูดกับคนอื่นๆว่า “พฤกษ์น่าจะใกล้กลับมาแล้วใช่ไหม”
“ใกล้แล้วครับ”
“แล้วกิมจิล่ะ รักษาตัวจนหายดีแล้วไม่ใช่หรอ ให้เขามาพบฉัน”
“ครับ”
เมื่อคุณนายตระกูลโตเล็กได้สั่งกำชับเสร็จแล้ว จึงได้มาที่ห้องของนรมน
นรมนที่ยังคงนอนหลับใหล
มองดูเธอที่นอนอย่างสบาย คุณนายตระกูลโตเล็กเห็นแล้วก็รู้สึกขวางลูกตา
ล้วนเป็นเพราะผู้หญิงคนนี้!
ไม่รู้จักเจียมเนื้อเจียมตัว อยากจะมาต่อกรกับฉันอย่างนั้นรึ
เธอดูแลตระกูลโตเล็กมากว่ายี่สิบสามสิบปี แค่เพียงไม่กี่ประโยคของเธอจะสามารถมาแย่งไปได้อย่างนั้นรึ
ช่างโง่เสียจนน่าสงสาร!
“ไป ไปเอาน้ำเย็นมาหนึ่งกะละมัง มาราดตัวเธอให้ตื่น”
คำพูดของคุณนายตระกูลโตเล็กทำให้ลูกน้องลังเลอยู่สักพัก
“คุณนายครับถึงอย่างไรเธอก็เป็นคุณนาย ถ้าท่านประธานบุริศร์เอาผิดขึ้นมา พวกเราจะ……”
“กลัวอะไร บุริศร์เป็นลูกชายของฉัน นรมนไม่เคารพฉัน ฉันสั่งสอนเธอแล้วยังไง อีกอย่างถ้าพวกนายไม่พูด บุริศร์จะไปรู้ได้อย่างไร ต่อให้เธอนำความไปฟ้อง ก็ยังมีฉันอยู่ไม่ใช่เหรอ ไปปิดระบบกล้องวงจรปิดทั้งหมดทิ้งซะ”
“ครับ!”
ลูกน้องรีบไปทำตามคำสั่ง
หลายปีมานี้ ตระกูลโตเล็กยังคงถูกดูแลโดยคุณนายตระกูลโตเล็ก ส่วนบุริศร์ดูแลธุรกิจนอกบ้านเท่านั้น ดังนั้นลูกน้องจึงเคยชินกับคำสั่งของคุณนายตระกูลโตเล็ก หรือบางทีลึกๆภายในใจคิดว่าคุณนายตระกูลโตเล็กต่างหากที่เป็นเจ้าบ้านตัวจริง
ลูกน้องได้ยกน้ำเย็นมาอย่างรวดเร็ว
“ราดใส่ตัวมัน!”
คุณนายตระกูลโตเล็กออกคำสั่งปุ๊บ น้ำเย็นในกะละมังก็สาดมาทางตัวนรมน