แค้นรักสามีตัวร้าย - บทที่ 657 ยังคงเป็นรสชาติเดิม
บทที่ 657 ยังคงเป็นรสชาติเดิม
หลังจากบุริศร์ออกมา ก็รู้สึกว่าตนเองด้อยกว่าเล็กน้อย ทำไมแค่ให้นรมนดุด่าสักทีความโกรธก็หมดไป?
เห็นชัดเจนว่าเธอไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่ใช้ภาษามือ แม้แต่ตัวเขาเองยังไม่ค่อยเข้าใจความหมายของภาษามือเธอด้วยซ้ำ แต่จากการแสดงออกของเธอบุริศร์ก็รู้ว่านรมนไม่พอใจ
ภรรยาไม่มีความสุข ผลลัพธ์ที่ตามมาจะร้ายแรงมาก
เขาไม่สนว่าคนอื่นจะมองเขาอย่างไร อาจจะพูดว่าเขากลัวเมีย จึงได้เดินคอตกออกมา
แต่หลังจากออกมา ความโกรธของบุริศร์ก็ไม่เหลือแล้ว ในเมื่อไม่สามารถโมโหใส่นรมนได้ งั้นผู้เชี่ยวชาญเศษสวะที่ก่อให้เกิดเรื่องพวกนี้ขึ้นก็ซวยไปแล้วกัน
บุริศร์หยิบมือถือโทรหาพฤกษ์
“ไม่ว่านายจะใช้วิธีอะไร ฉันต้องการให้ผู้เชี่ยวชาญเศษสวะคนนั้นเข้าคุก อีกอย่าง ถึงแม้จะเข้าไปแล้ว ก็อย่าทำให้มันอยู่ในนั้นอย่างมีความสุข”
เมื่อพฤกษ์ได้รับคำสั่งก็รู้ว่า ผู้เชี่ยวชาญคนนี้ทำให้บุริศร์ไม่พอใจแน่นอน เขาไม่ได้พูดอะไร ทำตามคำสั่งโดยตรง
นรมนถูกส่งเข้าไปในห้องฉุกเฉินไม่นาน คมทิพย์กับปัญญ์ก็รีบมา
พวกเขามองเห็นบุริศร์นั่งอยู่ตรงทางเดินด้านนอก จึงรีบถามว่า “นรมนเป็นอย่างไรบ้าง?”
บุริศร์มองพวกเขา และตอบกลับไปอย่างเย็นชา “เป็นอย่างไรบ้าง?พวกเธอยังเป็นห่วงอยู่ด้วยเหรอ?พวกเธอทำมาเป็นพูดเป็นห่วงนรมนมาก คิดไม่ถึงว่าจะปล่อยให้เธอก่อเรื่องแบบนี้!พวกเธอรู้หรือเปล่า อาการแพ้สามารถถึงตายได้เลยนะ!”
ปัญญ์ถูกด่าไม่กล้าตอบกลับไปสักคำ
เขารู้ว่านรมนมีแผน แต่ไม่คิดว่าแผนของนรมนจะเป็นเช่นนี้
“จะตะโกนทำไม?เสียงของนายดังมากเลยใช่ไหม?มีฝีมือมีความสามารถ ทำไมนายไม่ทำให้ผู้เชี่ยวชาญคนนี้หายไปจากเมืองBเลยล่ะ?”
แค่พูดถึงตรงนี้ บุริศร์ก็ยิ่งโมโหเข้าไปใหญ่
“ฉันขัดขวางไม่ให้มันมาที่นี่แล้ว ใครกันล่ะที่เป็นคนส่งเที่ยวบินพิเศษไปรับมันมา?ทำร้ายคนของฉันที่รอตรงทุกปากทางจนรออย่างเสียเปล่า”
ได้ยินบุริศร์พูดแบบนี้ ปัญญ์กระแอมไอออกมาอย่างไม่สบายใจ จากนั้นจึงรีบหันหน้าหนีไป
คมทิพย์เข้าใจทันที ดูเหมือนปัญญ์ไปยืมตัวมา
เพียงแต่ถึงแม้จะเป็นแบบนี้แล้วยังไงล่ะ?
คมทิพย์ยังคงพูดอย่างไม่ยอม “ถึงแม้พวกเราจะไปรับมาเขาแล้วยังไงล่ะ?พวกเราไม่ได้ทำเพื่อนรมนหรือไง?หรือว่านายอยากให้เธอเป็นใบ้ไปตลอดชีวิต?ใช่สิ นรมนกลายเป็นใบ้ที่ตระกูลโตเล็กไม่ใช่เหรอ?”
ประโยคนี้เหมือนกริชที่แหลมคม กรีดเข้าไปในหัวใจของบุริศร์ทันที จนเลือดสด ๆ หยดลงมา
เขาเงียบไปโดยพลัน
ปัญญ์รู้สึกว่าคมทิพย์พูดเกินไปแล้ว จึงรีบดึงข้อมือของเธอเอาไว้ และพูดเสียงเบาว่า “พี่ พอเถอะ”
“พออะไรกัน ?คนอื่นรังแกยังไม่ยอมพูดอะไร นี่แกกลัวเขาขนาดนี้เลยเหรอ?หรือการที่โดนเขาต่อยให้สองหมัด มันทำให้ความกล้าของแกหายไปหมดแล้ว?”
คมทิพย์โมโหสุด ๆ
แค่มองเห็นบุริศร์ก็รู้สึกโมโห
ถ้าไม่ใช่เพราะเขาให้คำมั่นสัญญาว่าจะดูแลนรมนเป็นอย่างดี จะให้ชีวิตที่ดีที่สุดแก่นรมน ตอนนั้นเธอจะวางใจมอบนรมนให้เขาได้อย่างไร?
แต่ทว่าตอนนี้ คนดีกลับกลายเป็นแบบนี้ในวันนี้ แถมเขายังทำเสียงดังต่อหน้าเธออย่างไม่ละอายใจ
คมทิพย์ยิ่งคิดยิ่งโมโห จึงพูดออกไปว่า “คุณรีบไปเถอะ อย่ามาอยู่ตรงนี้ให้นรมนเจ็บปวดอีกเลย”
บุริศร์โตมาขนาดนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่ถูกคนไล่ แต่เขากลับรู้สึกสิ้นหวังจนพูดโต้แย้งกลับไปไม่ออก
ในขณะนั้นเอง นรมนก็ถูกเข็นออกมา
“คุณหมอ เธอเป็นอย่างไรบ้างคะ?”
คมทิพย์รีบวิ่งเข้าไปหาทันที จงใจดันบุริศร์ไปด้านหลัง ไม่ยอมให้เขาเข้าใกล้
บุริศร์ขมวดคิ้วแน่น แต่กลับไม่ได้ทำอะไรคมทิพย์ เพราะถึงอย่างไรเธอก็จริงใจกับนรมน
ปัญญ์มองเห็นบุริศร์เป็นแบบนี้ ก็อดรู้สึกเห็นใจเขาขึ้นมาไม่ได้
บุริศร์รู้สึกอัดอั้นตันใจจริง ๆ
เขาตกอยู่ในจุดที่ถูกคนเห็นใจตั้งแต่เมื่อไหร่?แถมยังถูกเด็กที่อายุน้อยกว่าตนเองเห็นใจ จนรู้สึกหดหู่ใจอย่างยิ่ง แต่ไม่สามารถทำอะไรได้เลย
เมื่อคุณหมอมองเห็นบุริศร์ ก็นิ่งไปชั่วคราวอย่างไม่รู้ตัว แต่ยังคงรีบตอบคมทิพย์กลับไปอย่างรวดเร็ว
“คุณนรมนปลอดภัยดี ถึงแม้เธอจะดูค่อนข้างน่าเป็นห่วง แต่ตัวของคุณนรมนเองรู้ดี รับประทานของที่แพ้ไปนิดเดียว และมาได้ทันเวลามาก ตอนนี้จะไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง หลังจากนี้ให้ดื่มน้ำเยอะ ๆ ระวังอย่ารับประทานของพวกนั้นอีกก็พอ”
ได้ฟังคุณหมอพูดแบบนี้ คมทิพย์กับปัญญ์และบุริศร์พวกเขาต่างถอนหายใจอย่างโล่งอก
เมื่อนรมนถูกเข็นเข้าห้องพักผู้ป่วย บุริศร์ก็ไม่อยู่แล้ว
คมทิพย์พูดด้วยความโกรธ “แกดูสิ นี่เรียกว่าเป็นห่วงนรมนเหรอ?ก็แค่ทำเป็นเอาหน้าจริง ๆ ผู้ชายแบบนี้อย่าไปสนใจ ฉันจะบอกแกให้นะ อย่าไปยืนอยู่กับเขาอีกได้ยินไหม?ไม่อย่างนั้นอย่าโทษว่าพี่ไม่ยอมแยกแยะกับแกน้องชายคนนี้ ”
ปัญญ์ไม่กล้าพูดออกมาสักคำ
ตอนนี้คมทิพย์แผ่รังสีไปทั่ว เขาปิดปากไว้จะดีที่สุด
คมทิพย์มองนรมนที่อยู่บนเตียงผู้ป่วย กล่าวอย่างโมโหจนแทบหายใจไม่ทันว่า “วุ่นวายจริง ๆ เพื่อคนที่ไร้ค่าคนหนึ่งคนต้องทรมานตัวเองแบบนี้ ไม่รู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่ แกก็อีกคน ก่อเรื่องวุ่นวายตามไปด้วย นี่ถ้าเกิดอะไรขึ้นมาจริงๆ แกจะทำอะไรทันไหม!”
ปัญญ์รู้สึกคับข้องใจ แต่ไม่กล้าอ้าปากพูดออกมา
ในไม่ช้านรมนก็ฟื้นขึ้น เมื่อมองเห็นคมทิพย์กับปัญญ์อยู่ข้างกาย ก็มองไปด้านหลังอย่างไม่รู้ตัว เมื่อไม่พบบุริศร์ ดวงตาก็ปรากฏความผิดหวังเล็กน้อย
คมทิพย์เห็นสีหน้าของเธอชัดเจน จึงยื่นนิ้วมือออกไปจิ้มตรงหน้าผากของนรมนและถามอย่างโมโหว่า “มองอะไร?เธอยังคาดหวังให้เขาอยู่ตรงนี้เหรอ?หรือจะบอกว่าที่เธอทรมานตัวเองแบบนี้เพื่อจงใจให้เขารู้สึกสงสาร?นรมน ถ้าเธอกล้าพูดว่าใช่ เชื่อไหมว่าฉันจะฟาดเธอเลยนะ”
นรมนหัวเราะก๊ากออกมา
เธอทำภาษามือ “ฉันไม่เป็นอะไร เธอก็น่าจะรู้ว่า ฉันทำเรื่องต่าง ๆ อย่างมีขอบเขต”
“มีขอบเขตกะผีสิ!มีขอบเขตยังเป็นแบบนี้ ถ้าไม่มีขอบเขตเธอยังคิดจะทำอีกเหรอ?”
เผชิญหน้ากับการตำหนิของคมทิพย์ นรมนเอาแต่เงียบลูกเดียว เธอรู้ว่าตอนนี้ตนเองพูดอะไรออกไปก็จะโดนด่าทันที ดังนั้นเธอจึงหยุดฟัง
คมทิพย์เห็นเธอไม่พูดจา ก็ยิ่งโมโหเข้าไปใหญ่
“เธอช่วยบอกฉันมาสิ ไม่ทำให้ฉันต้องเป็นห่วงได้ไหม?ทุกวันนี้เธอว่างไม่มีอะไรทำใช่ไหม?งั้นเธอไปห้างสรรพสินค้าซะ มีเรื่องมากมายรอเธออยู่ อย่าผลักทุกอย่างมาให้ฉัน หลังจากนี้เธอจะได้ทรมานเอง ฉันจะบอกเธอให้นะ ถ้าครั้งต่อไปยังเป็นแบบนี้อีก ฉันรับรองว่าจะโยนห้างสรรพสินค้าคืนให้เธอ ฉันไม่สนใจแล้ว”
คมทิพย์พูดว่าต้องการจะโยนห้างสรรพสินค้าคืนให้นรมนในตอนนี้ นรมนตกใจจนรีบขอโทษขอโพย
และในเวลานี้ บุริศร์ก็ปรากฏตัวขึ้นมา
ในมือของเขาถือกล่องข้าวหนึ่งกล่อง เดินมาตรงหน้านรมน
ทั้งสามคนภายในห้องต่างชะงักงัน
คมทิพย์กับปัญญ์ต่างคิดไม่ถึงว่าบุริศร์ออกไปเพราะจะไปทำของกินมาให้นรมน
ส่วนนรมนก็คิดไม่ถึงว่าบุริศร์ยังอยู่
บุริศร์ไม่สนว่าคนอื่นจะมองอย่างไร นำกล่องข้าววางบนโต๊ะ กลิ่นหอมอย่างรุนแรงลอยเตะจมูกทันที
“ว้าว หอมจังเลย!”
ปัญญ์รู้สึกว่าความตะกละของตนเองถูกกระตุ้นออกมา
แท้จริงแล้วผู้ชายคนนี้ทำอะไรกันนะ?
ทำไมถึงได้หอมแบบนี้?
บุริศร์กลับไม่ได้มองไปที่เขา หยิบชามกับทัพพีและตักออกมาชามหนึ่งทันที ยื่นให้แก่นรมน
“ผมถามป้องมา เขาบอกว่าตอนนี้ร่างกายของคุณอ่อนแอมาก อ่อนแอจนไม่สามารถบำรุงได้ จึงไม่สามารถกินของบำรุงได้มากเกินไป ผมทำโจ๊กหมูติดมันและไข่เยี่ยวม้าที่คุณชอบมาให้ กินเยอะ ๆ หน่อย ทรมานมาสักพักหนึ่งแล้ว เดาว่าคงจะหิว ไม่ว่าจะอย่างไร อย่าละเลยร่างกายนี้เลยนะ”
ลำคอของนรมนบีบรัด
เธอรับชามมา อยากจะพูดขอบคุณ กลับไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไร
กินไปหนึ่งคำ ยังคงเป็นรสชาติเดิม เพียงแต่ในใจรู้สึกยุ่งเหยิง
บุริศร์ก็ไม่ได้พูดอะไรอีก
ภายใต้สถานการณ์แบบนี้ คมทิพย์ก็ไม่อาจไล่บุริศร์ออกไป
พวกเขาบอกว่าเป็นห่วงนรมน แต่รออยู่ตรงนี้จนกว่านรมนฟื้นขึ้นมาก็คือการเป็นห่วงเหรอ?
หลังจากบุริศร์รู้ว่านรมนปลอดภัยแล้วจึงกลับไป ผลปรากฏว่าตอนนี้ได้นำสิ่งของที่จำเป็นที่สุดของนรมนมาส่ง
คมทิพย์รู้สึกขึ้นมาทันทีว่าตนเองไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่จะไปตำหนิบุริศร์ได้
บรรยากาศภายในห้องเงียบลงทันที เงียบจนถ้ามีเข็มเล่มหนึ่งตกลงบนพื้นก็สามารถได้ยินอย่างชัดเจน
นรมนได้ยินเสียงลมหายใจของตนเอง สัมผัสได้ว่าหัวใจเต้นเร็วมาก เธอรีบกินต่ออีกหลายคำ จนปรากฏว่าสำลัก
“แค่ก ๆ !”
เมื่อนรมนเริ่มไอ บุริศร์ก็ก้าวขึ้นมาตบหลังของเธอ กล่าวด้วยความรักและสงสารว่า “กินช้าลงหน่อยสิ ไม่มีใครแย่งคุณกินหรอก ”
นรมนรู้สึกว่าแผ่นหลังร้อนรุ่มขึ้นมาทันที
เธออยากผลักบุริศร์ออกไป แต่กลับรู้สึกอึดอัดใจ ในขณะเดียวกันก็ไม่รู้ว่าควรจะกินต่อหรือไม่ควรกินต่อดี
ความรู้สึกที่ว่องไวของบุริศร์สัมผัสได้ว่านรมนลำบากใจ หลังจากเธอหายใจได้ราบรื่นก็รีบถอยออกมาอยู่ข้างเตียง และกล่าวเสียงเบาว่า “กินช้า ๆ เดี๋ยวอีกสักพักผมจะมาเก็บให้นะ”
พูดจบ บุริศร์ก็เดินออกไป
คมทิพย์มองเห็นท่าทางของบุริศร์ ไม่สามารถพูดอะไรที่ไม่ดีของบุริศร์ออกมาได้
เธอพบว่านรมนมองแผ่นหลังของบุริศร์ที่จากไปอย่างใจลอย จึงอดพูดออกมาไม่ได้ “เฮ้ เธอคงไม่คิดจะให้อภัยและใช้ชีวิตกับเขาต่อไปใช่ไหม?”
นรมนถอนสายตากลับมาอย่างรวดเร็ว และส่ายหน้า
เธอก้มหน้ากินโจ๊กหมูติดมันและไข่เยี่ยวม้าในมือ ทันใดนั้นก็รู้สึกกลัดกลุ้มใจ ไม่ว่าอย่างก็กินไม่ลง
นรมนวางชามบนโต๊ะ ปัญญ์ดึงคมทิพย์และพูดว่า “พี่นรมน พี่พักผ่อนไปนะครับ ผมจะไปดูว่าไอ้ผู้เชี่ยวชาญเศษสวะคนนั้นตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง”
“จ๊ะ!”
นรมนพยักหน้า
คมทิพย์ไม่อยากออกไป กลับถูกปัญญ์หัวชนฝาลากออกไป
เมื่อภายในห้องผู้ป่วยเหลือเพียงนรมน เธอจึงนึกขึ้นมาได้ ยังมีแก้วตาที่ยังไม่ได้จัดการ
ในเมื่อแก้วตาบุ่มบ่ามเข้ามา เธอก็จะกำจัดให้สิ้นซาก
นรมนส่งเฟซบุ๊กหาคมทิพย์ บอกว่า “ของสำคัญของฉันหายไป ฉันจะถือโอกาสแจ้งความเรื่องนี้กับตำรวจด้วย”
“อะไรหายไป?”
คมทิพย์ตึงเครียดทันที
นรมนนึกถึงสิ่งที่หายไปกับของสำคัญที่ให้แก่แก้วตาในตอนแรก ก็อดรู้สึกปวดใจไม่ได้
เธอบอกคมทิพย์ คมทิพย์จึงรีบแจ้งความทันที
ตอนบุริศร์เดินผ่านคมทิพย์ หลังจากได้ยินคำพูดของเธอ คิ้วก็ขมวดเล็กน้อย
นรมนทำของหายเหรอ?
เขารีบหยิบมือถือเข้าอินเทอร์เน็ต ค้นหาภูมิหลังของแก้วตา
ค้นหาอย่างไม่รีบร้อน บุริศร์ค้นเจอเรื่องฝ่าฝืนกฎหมายของแก้วตามากมาย รวมไปทั้งเรื่องที่แก้วตาฆ่ามายด์
รู้ว่านรมนต้องการลงโทษแก้วตา บุริศร์นำข้อมูลนี้ส่งอีเมลไปสถานีตำรวจโดยไม่เปิดเผยตัวตน
หลังจากทำทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย เขาก็เก็บมือถือ กลับพบว่ามีคนเดินมาตรงหน้าคนหนึ่ง เขาหน้าเปลี่ยนสีทันที