แค้นรักสามีตัวร้าย - บทที่ 670 กรุณาเรียกเธอว่าคุณนายบุริศร์
บทที่ 670 กรุณาเรียกเธอว่าคุณนายบุริศร์
สายเรียกเข้าคือนลิน
นลินโทรหาบุริศร์?
หรือเธอยังมีความอาลัยอาวรณ์กับบุริศร์อยู่?
บุริศร์เห็นสีหน้าของนรมนดูผิดปกติ จึงรีบถามว่า“ใครโทรมาเหรอ?”
นรมนผลักมือถือให้บุริศร์ทันที
เมื่อเห็นสายที่โทรมา คิ้วของบุริศร์ขมวดแน่น
เขาไม่พูดอะไร กดเปิดลำโพงต่อหน้านรมน
“มีธุระอะไร?”
เสียงของบุริศร์เย็นชา
นลินกลับกล่าวด้วยรอยยิ้ม“ประธานบุริศร์ มายูนนานทั้งที ฉันยังไม่ได้ให้การต้อนรับท่านเลย เป็นอย่างไรคะ? ถ้าคืนนี้ฉันจะขอเรียนเชิญท่าน?”
“เชิญฉันคนเดียวเหรอ?”
สายตาบุริศร์มองไปทางนรมน พบว่าแววตาของนรมนผิดปกติ มีความเจ็บปวดจนพูดไม่ออก
เสียงของนลินแบ๊วยิ่งกว่าเดิม
“โธ่เอ๊ยประธานบุริศร์ กลัวว่าฉันจะกินท่านเหรอคะ?ท่านมาจากแดนไกล ฉันเองก็เคยคุยเรื่องของท่านกับคนของสำนักงานการท่องเที่ยว ทุกคนต่างคิดว่าท่านคือนักลงทุนใหญ่ และยังหวังให้ท่านลงทุนบุกเบิกอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมอย่างอื่น เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่น ความจริงแล้ว พวกเขาฝากฝังฉันให้โทรหาท่าน ต้องการให้ฉันโทรหาท่านให้ได้ ดูว่าประธานบุริศร์จะให้เกียรติหรือเปล่า”
นลินพูดมาถึงตรงนี้ เพื่อจะบอกบุริศร์ว่า ถ้าเขาไม่มา เขาจะทำให้คนกลุ่มใหญ่ขุ่นเคือง
บุริศร์หัวเราะอย่างไม่แยแส กำลังคิดจะพูดอะไรออกมา นรมนก็คว้ามือเขาเอาไว้ทันที
“ทำไมเหรอ?”
“คุณไปเถอะ!”
นรมนอ้าปาก เธอรู้ว่าบุริศร์มองออก
ถึงแม้บุริศร์จะไม่รู้ว่านรมนต้องการทำอะไร แต่ในเมื่อนรมนบอกว่าจะไป เขาจึงตอบรับ
“ได้ คืนนี้ฉันจะไปดูสักหน่อย”
“ขอบคุณประธานบุริศร์มากที่ให้เกียรติกัน คืนนี้ที่โรงแรมArcher ฉันจะรอท่านนะคะ”
ประโยคสุดท้ายของนลินพูดอย่างคลุมเครือ
สีหน้าของนรมนบึ้งตึงทันที
ตอนนี้เธอยังเป็นคุณนายบุริศร์อยู่ นลินคนนี้อาจจะหน้าด้านไปสักหน่อย
หลังจากบุริศร์วางสายลง นรมนก็ลุกขึ้นเดินไป
“เฮ้ นี่มันเรื่องอะไร ทำไมจะไปแล้วล่ะ?”
บุริศร์รีบขวางนรมนเอาไว้
นรมนมองเห็นสายตาผิดปกติของบุริศร์ มองออกว่าเขารู้สึกโกรธอยู่ข้างใน
“เป็นอะไรไป? เธอโทรหาผม ไม่ใช่ผมโทรหาเธอ!”
คำพูดของบุริศร์ทำให้แววตาของนรมนยิ่งเย็นชา
เธอสะบัดมือของบุริศร์ออก กล่าวด้วยภาษามือว่า“ใช่แล้ว เป็นเธอที่โทรหาคุณ แต่ทำไมเธอถึงมีเบอร์มือถือของคุณล่ะ?แล้วทำไมมือถือของคุณถึงเก็บเบอร์มือถือของเธอเอาไว้?ไม่ต้องบอกฉันนะว่าพวกคุณไม่ได้เจอกันนานแล้ว เบอร์มือถือยังใช้เบอร์เดิมอยู่”
พูดจบ นรมนก็เดินออกไปด้วยความโมโห
บุริศร์อึ้งไปเล็กน้อย เขาหัวเราะอย่างขมขื่น และวิ่งตามไปอีกครั้ง
“นรมน คุณฟังผมอธิบายก่อนสิ”
นรมนกลับปิดประตูใส่หน้าบุริศร์ จนเกือบกระแทกจมูกของเขา
เขามองประตูอย่างหดหู่ใจ ไม่รู้ว่าควรจะอธิบายอย่างไรดี
นรมนเห็นด้านนอกประตูเงียบลง ในใจยิ่งรู้สึกเหี่ยวแห้ง
ไม่ให้เขาอธิบาย เขาก็ไม่อธิบายจริงๆ ใช่ไหม?
นรมนยิ่งคิดยิ่งโมโห เจ็บทรวงอกด้วยความโกรธ
เธอเปิดประตูทันที กลับเห็นว่าบุริศร์ไม่อยู่ที่ประตูแล้ว ในใจยิ่งหดหู่
มายด์ยืนอยู่ตรงนั้น มองเห็นท่าทางของนรมน เธอส่ายหน้าและกล่าวด้วยภาษามือว่า“ผู้หญิงปากไม่ตรงกับใจ เห็นได้ชัดว่าคุณสนใจ แล้วทำไมไม่ฟังเขาอธิบายล่ะ?”
“ไม่ฟังไม่ฟังก็คือไม่ฟัง”
นรมนพูดจบ ปิดประตูห้องลงอีกครั้ง
เมื่อสักครู่บุริศร์ออกไปรับสายโทรศัพท์ชั่วคราว เมื่อเขาคุยเสร็จกลับมา มองเห็นนรมนยังคงไม่เปิดประตูเหมือนเดิม ก็ยิ้มขมขื่นอย่างอดไม่ได้
นรมนไม่เปิดประตู เขาก็ทำอะไรไม่ได้ จึงกลับห้องเตรียมตัวออกไป
นรมนรอบุริศร์ส่งวีแชทหาตนเองอย่างโมโห แต่ผู้ชายคนนี้ยังคงหัวดื้อจริง ๆ บอกไม่ฟังเขาอธิบาย เขาก็จะไม่อธิบายจริง ๆ เหรอ?
เธอดึงผ้าห่มมาคลุมโปงอย่างโมโห ไม่รู้ว่าจะหลับลงได้อย่างไร
เมื่อบุริศร์เคาะประตูอีกครั้ง คนที่เปิดคือมายด์
เธอกล่าวด้วยภาษามือ“พี่สาวหลับไปแล้วค่ะ”
“หลับแล้วเหรอ? ฉันจะไปดูหน่อย”
บุริศร์มาถึงห้องของนรมน เห็นเธอนอนคว่ำหลับสนิทไปเหมือนเด็กอยู่ตรงนั้น
เขาอดยิ้มขึ้นมาไม่ได้
ผู้หญิงคนนี้ช่างไม่คิดอะไรมากจริง ๆ ไม่กลัวเขาเข้ามาทำอะไรเธอเลยเหรอ?ยังคงไว้วางใจจริง ๆ เลย
ท่าทางไว้วางใจสำหรับบุริศร์ช่างดูถูกอย่างยิ่ง
เขามาที่หน้าเตียงของนรมน เห็นนรมนหลับพร้อมกับอมยิ้มที่มุมปาก ไม่รู้ว่าเธอฝันถึงอะไร ในฝันมีเขาอยู่ด้วยหรือเปล่านะ?
บุริศร์ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลา ยังเหลือเวลาอยู่มาก
เขานั่งลงหน้าเตียงมองเธอแบบนั้น
ในความฝันของนรมนสังเกตว่ามีสายตาหนึ่งจับจ้องตนเอง
สายตานั้นร้อนแผดเผา ทำให้เธอนอนไม่หลับ
เธอลืมตาขึ้นทันที มองเห็นดวงตาที่มีความรู้สึกลึกซึ้งของบุริศร์จับจ้องเธออยู่ ก็อดหลงใหลไปกับดวงตาของเขาไม่ได้
บุริศร์เห็นเธอตื่นแล้ว แต่ยังไม่ค่อยได้สติ จึงกล่าวด้วยรอยยิ้มโดยไม่ได้ตั้งใจ“ตื่นแล้ว?”
“อืม!”
นรมนพยักหน้า ศีรษะยังเลือนราง
เธอต้องการลุกขึ้น กลับถูกบุริศร์อุ้มขึ้นทันที มาที่ห้องน้ำ วางเธอลงที่ชักโครก
นรมนเข้าห้องน้ำเสร็จอย่างสะลึมสะลือ เมื่อออกมาเห็นบุริศร์ยังคงรออยู่ข้างนอก เธอหาวหนึ่งที พิงร่างกายเข้าไปอย่างไม่รู้ตัว
บุริศร์รีบกอดร่างของเธอเอาไว้ กลัวเธอล้มลงไป
นรมนพิงไหล่ของบุริศร์หลับไปอย่างเหนื่อยล้า
เห็นท่าทางแบบนี้ของเธอ บุริศร์ยิ้มอย่างเอาใจ
เธอต้องคิดว่ายังอยู่ในบ้านแน่นอน ต้องคิดว่าอยู่ในบ้าน ยังอยู่ในช่วงเวลาก่อนหน้านี้ของพวกเขา
นรมนที่เป็นแบบนี้พึ่งพาบุริศร์มากจริง ๆ ทำให้ในขณะที่บุริศร์ได้รับความอิ่มอกอิ่มใจอย่างมาก ในใจก็เต็มไปด้วยความสุข
เขาอุ้มนรมนขึ้นไปบนเตียง จากนั้นหาเสื้อผ้าที่จะสวมใส่ให้แก่เธอ และวางลงหน้าเตียงของนรมนเหมือนเดิม พร้อมกับเขย่าปลุกเธอเบา ๆ
“นรมน ตื่นได้แล้ว ต้องออกไปแล้ว”
เสียงของบุริศร์นุ่มนวลและอ่อนโยนมาก
นรมนยังไม่ตื่น เธอหาวและลืมตาขึ้นมา เมื่อมองเห็นบุริศร์ ก็ขยี้จมูก และบิดขี้เกียจเล็กน้อย
บุริศร์นำผ้าขนหนูอุ่น ๆ มาตรงหน้าเธอ
“มา เช็ดหน้าเถอะ”
นรมนรับมาอย่างไม่รู้ตัว เมื่อเช็ดหน้า ถึงจะรู้สึกกระปรี้กระเปร่าสักหน่อย
บุริศร์รับผ้าขนหนูคืน และส่งเครื่องสำอางไป
นรมนจัดการตัวเองเรียบร้อย ถึงจะพบว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง
เธอมองบุริศร์ และมองห้องที่อยู่ตอนนี้อีกครั้ง สมองระเบิดตูม นึกอะไรขึ้นมาได้
“ทำไมคุณ……”
เธอทำภาษามืออยากจะถามอะไรสักอย่าง แต่สุดท้ายก็ไม่รู้จะถามอะไร
“ทำไมเหรอ?”
“เปล่า”
นรมนรีบส่ายหน้า สุดท้ายรีบวิ่งออกมาจากห้องนอน
มายด์กำลังอยู่ในห้องรับแขกของห้องสวีท เมื่อเห็นเธอออกมา ก็อดแปลกใจไม่ได้ จากนั้นจึงเอ่ยถามด้วยภาษามือ“พวกคุณจะออกไปข้างนอกเหรอคะ?”
“อืม พวกเราจะไปคุยธุระนิดหน่อย ฉันสั่งข้าวไว้ให้เธอแล้ว ถ้าไม่มีธุระอะไรไม่ต้องออกไปไหน เข้าใจไหม?”
บุริศร์เป็นเพราะนรมน ท่าทางที่มีต่อมายด์จึงอ่อนโยนมาก
มายด์พยักหน้า
นรมนฝากเรื่องเล็กน้อยไว้กับมายด์ ถึงจะออกจากโรงแรมกับบุริศร์
เมื่อทั้งสองมาถึงหน้าประตูโรงแรมที่นลินบอกเอาไว้ ก็พบนลินรออยู่ตรงนั้น เพียงแต่เมื่อเธอเห็นบุริศร์พานรมนมาด้วย สีหน้าก็เปลี่ยนทันที
“คุณนรมน คุณก็มาด้วยเหรอคะ?”
การเรียกของนลินทำให้นรมนขมวดคิ้วเบาๆ
บุริศร์กลับกล่าวอย่างเย็นชา“นี่คือภรรยาของผม กรุณาเรียกเธอว่าคุณนายบุริศร์”
สีหน้าของนลินกลืนไม่เข้าคายไม่ออกทันที
“เรียกอะไรก็เหมือนกัน จริงไหมคะ? คุณนายบุริศร์?”
เธอมองนรมน หวังว่านรมนจะเห็นด้วยกับคำพูดของเธอ หรือจะพูดให้ถูกต้อง แววตาของเธอมีการข่มขู่เล็กน้อย
ข่มขู่เธอ?
ทำไมนลินจึงคิดว่าตอนนี้เธอสามารถข่มขู่ตนเองได้?
ยิ้มเยาะของนรมนทำให้สีหน้าของนลินยิ่งดูไม่ได้
บุริศร์ไม่สนว่านลินจะคิดอย่างไร เอื้อมมือออกไปโอบไหล่นรมน และพูดกับนลินอย่างไม่แยแส“ถ้าให้คนยุ่งกับมือถือของฉันตามใจชอบอีก ฉันจะทำให้เธอรู้ผลที่ตามมา”
“ประธานบุริศร์ ท่านกำลังพูดเรื่องอะไรคะ ท่านไม่ได้เป็นคนบันทึกเบอร์ของฉันเองเหรอคะ? ท่านยังจำวันนั้น……”
นลินจงใจพูดให้ดูคลุมเครือ แถมยังมองนรมนอย่างอึดอัด เหมือนระหว่างเธอกับบุริศร์มีอะไรกันจริง ๆ
นรมนรู้สึกแค่เพียงไฟกำลังลุกไหม้อย่างรวดเร็วในหัวใจ จนเธออยากจะทำร้ายคน
วันนั้น?
ตั้งแต่บุริศร์มาถึงยูนนาน ออกไปจากสายตาของเธอเมื่อไหร่?
นลินคนนี้ถึงแม้อยากจะยุให้รำตำให้รั่ว แต่ขอร้องเถอะช่วยใช้สมองหน่อยได้ไหม?
นรมนเหลือบมองเธออย่างไม่แยแสและไม่พูดอะไร นอกจากนี้บนใบหน้าก็ไม่ได้มีความรู้สึกใดๆ
นลินรีบปิดปากพูดว่า“โธ่เอ๊ย คุณดูสมองฉันสิ ฉันลืมไปว่าคุณนายบุริศร์ตอนนี้เป็นใบ้ พูดไม่ได้!”
ทันทีที่พูดจบ นลินรู้สึกว่ามีคนจับข้อมือของตนเอง และต่อจากนั้นเอง ความเจ็บปวดอย่างรุนแรงที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันทำให้เธอร้องโอดโอยขึ้นมา
“โอ๊ย มือของฉัน!”
“คราวหน้าพูดไม่ได้ก็หุบปากไปซะ มิฉะนั้นไม่รู้ว่าร่างกายของเธอจะมีส่วนไหนหายไปบ้าง วางใจเถอะ เธอจะน่าเวทนากว่าพูดไม่ได้แน่นอน”
พูดจบ บุริศร์ก็สะบัดมือเธอออกทันที จากนั้นหันไปหานรมน อธิบายอย่างนุ่มนวล“ผมไม่ได้เพิ่มเบอร์ของเธอจริง ๆ นะ มือถือของผมถูกพนักงานยืมไปโทร ตอนนั้นผมไม่ได้คิดมาก แต่ตอนนี้มาคิดดูแล้ว พนักงานคนนั้นน่าจะฉวยโอกาสเพิ่มเบอร์ของเธอลงไปให้ผม มันคือความจริงนะ”
บุริศร์มีท่าทางร้อนรนสุด ๆ ดูเหมือนกลัวนรมนจะไม่เชื่อตนเอง
นลินมองเห็นฉากนี้ กัดฟันด้วยความโมโห
แต่ก่อนบุริศร์ดีกับนรมนก็แล้วไป แต่ตอนนี้นรมนเป็นใบ้ ทำไมเขายังดีกับเธอแบบนี้อีก?และเห็นท่าทางที่เขาปฏิบัติต่อนรมนในตอนนี้ คิดว่านรมนเป็นเจ้าหญิงไปเลยดีไหม
นรมนไม่ได้มีความสามารถหรือสูงส่ง?เธอมีสิทธิ์อะไร?
สายตาของนลินแอบซ่อนความโหดเหี้ยม กลับโชคไม่ดีถูกนรมนจับได้
เธอมองเห็นสีหน้าท่าทางรักแต่ไม่อาจได้ครอบครองเหมือนแต่ก่อนของนลินอย่างน่าขัน จึงอดยิ้มอย่างสวยสดงดงามไม่ได้
โมโหใช่ไหม?
เดือดดาลมากไม่ยินยอมมากใช่ไหม?
งั้นเชิญเธอโกรธให้ตายไปเลย
เมื่อคิดแบบนี้ นรมนควงแขนของบุริศร์ทันที จากนั้นยิ้มเหมือนดอกซากุระที่สวยงาม ทำเอานลินโมโหจนแทบควบคุมสติไม่อยู่