แค้นรักสามีตัวร้าย - บทที่ 687 ฉันไม่ได้ขาดน้องสาว
บทที่ 687 ฉันไม่ได้ขาดน้องสาว
นรมนโอบกอดความเชื่อนี้ รอคอยปาฏิหาริย์
ข่าวจากทางฝั่งป้องถูกส่งมาเป็นระยะ แต่ก็ไม่เป็นที่น่าพอใจ
ในที่สุดเจตต์ก็รู้ว่านรมนอยู่ที่ไหน เขาบินตรงมาหาเธอ
นรมนตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นเจตต์
เจตต์กอดนรมน มีน้ำเสีนงสะอื้น
“นรมน คุณผอมลง”
คำพูดนี้ของเขาทำให้นรมนรู้สึกแสบที่จมูก
เธอตบหลังเจตต์เบาๆ
เขาไม่เคยหรือ?
คืนวันในต่างถิ่นแน่นอนว่าต้องนำความเศร้าเสียใจมา เจตต์พูดไม่จบ ธุรกิจหนึ่งล้มเหลวไปแสวงหาความมั่งคั่งต่างแดน สามารถดีได้ถึงที่ไหน? บางทีคือช่วงชีวิตของคนที่ไปลิ้มรสชาติของชีวิต
“ฉันไม่เป็นไร”
นรมนทำภาษามือบอกเขา ทำเสร็จเพิ่งจะมาสังเกตว่าดวงตาของเจตต์ชื้นเล็กน้อย
“ทำไมโง่ขนาดนี้”
เขาทำภาษามือส่งกลับไป ก่อนจิ้มไปที่หน้าผากของนรมนอย่างแรง
นรมนรู้สึกเจ็บเล็กน้อย เธอขมวดคิ้วเบาๆ
“เจ็บเหรอ? เจ็บจนเตือนตัวเองได้หรือยัง? พูดมา วางแผนอะไร? หือ? ตามฉันมายังดีมากกว่า จะไปอยู่ข้างกายบุริศร์ ผลเป็นไงต้องมากลายเป็นคนที่มีคุณธรรมสูงส่ง นรมน นี่คุณโง่หรือ? ดูแล้วก็ไม่ได้ไม่ฉลาด ทำไมอยู่ข้างบุริศร์แล้วถึงได้โง่ขนาดนี้นะ? ตอนนี้เขานอนเป็นผักแล้วก็ยิ่งดี คุณมาอยู่กับผมดีกว่า”
เจตต์โพล่งออกไปดื้อๆ
นรมนจ้องเขาเขม็ง ก่อนทำภาษามือ “อย่ามาพูดเรื่องไร้สาระ”
“ไม่ต้องมาทำภาษามือใส่ผม ผมไม่เข้าใจ นรมน ผมจะบอกคุณให้ ไม่ว่าบุริศร์จะเป็นยังไง คุณไปรักษาเสียงของคุณให้หาย
เสีย ได้ยินไหม? เท่าไหร่ผมก็จ่าย”
สิ่งที่เจตต์พูดทำให้นรมนรู้สึกซาบซึ้งใจ
“ฉันค่อนข้างสบายดี จริงๆ”
เธอหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา เพื่อส่งข้อความทางวีแชทให้เจตต์
เมื่อเจตต์เห็นสิ่งนี้ เขาก็โยนโทรศัพท์ทิ้งด้วยความโกรธ
“ให้ตายเถอะ ทำไมตอนนั้นผมถึงได้ไปกันนะ? คุณตอนนั้นตัวคนเดียวต้องทำอะไรไม่ถูกแน่เลยใช่ไหม? ผมบอกว่าผมชอบคุณ และยังบอกว่าจะทำให้คุณมีแต่วันที่ดี แล้วเป็นยังไง? ตอนที่คุณต้องการผมที่สุด ผมไปอยู่ตรงไหนวะ?”
เจตต์เอาแต่โทษตัวเองไม่หยุด
เมื่อเห็นเขาเป็รเช่นนี้ นรมนก็รีบนั่งยองๆ และหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาใส่ไว้มือของเขา
เธอเขียนบนวีแชทว่า “ไม่โทษคุณเลย ทั้งหมดมันเป็นเพราะฉันไม่ดี คุณมานี่เพื่อทำงานเหรอ?”
“ผมลางานมาเพื่อมาดูคุณ ผมจะฉวยโอกาสตอนที่บุริศร์นอนเป็นผัก แย่งคุณไป ผมก็ไม่เชื่อแล้ว ตอนนี้เขาเป็นอย่างนี้ คงกระโดดขึ้นมาต่อยผมไม่ได้แน่”
เจตต์ดูเหมือนว่าจะไม่กลัวบุริศร์ได้ยิน เขาพูดเสียงดังมาก
นรมนมองไปทางบุริศร์ด้วยความกังวล เมื่อเห็นว่าเขาไม่มีการตอบสนอง ความผิดหวังก็ฉายชัดผ่านดวงตา
แบบนี้ยังไม่ได้ยินอีกหรือ? กระตุ้นไม่ได้เลยหรือ?
สมองของบุริศร์หลับไหลจริงๆ?
เจตต์เห็นดวงตาของนรมนจ้องมองไปที่บุริศร์ และอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ “อย่าไปมองเขา ตอนนี้เขาก็เหมือนคนที่ตายไปแล้วครึ่งหนึ่ง คุณจะพูดหรือทำอะไร เขาก็ไม่ได้ยินและรู้สึกไม่ได้ ผมมานี่เพื่อดูคุณ คุณไปเป็นเพื่อนผมทานข้าวหน่อยสิ”
“แต่บุริศร์อยู่ที่นี่คนเดียวฉันไม่วางใจ”
นรมนเขียนบนวีแชท
“มีอะไรไม่วางใจ? เขาก็เหมือนคนที่ตายไปแล้ว บินหนีไปไหนไม่ได้หรอก”
คำพูดของเจตต์ทำให้นรมนไม่พอใจเล็กน้อย
“เขาไม่ใช่คนที่เหมือนตายไปแล้ว ฉันไม่อนุญาตให้คุณพูดถึงเขาอย่างนี้”
“โอ้ ตายแล้ว นรมน สมองคุณมีปัญหาหรือ? บุริศร์เป็นอย่างนี้แล้ว คุณยังจะเฝ้าดูแลเขาไปทำไม? แสดงความรักความภักดี? เลิกล้อเล่นเสีย คิดว่าตอนนี้คุณอายุเท่าไหร่กัน จะเหลือชีวิตอยู่ได้อีกกี่ปี? ถ้าบุริศร์รักคุณจริง เขาควรปล่อยคุณไปและปล่อยให้คุณหาความสุขที่เป็นของตัวเอง แทนที่จะใช้เวลากับเขาที่นี่!”
เสียงของเจตต์ดังมาก ไม่กลัวว่าบุริศร์จะได้ยินสักนิด ราวกับให้บุริศร์เป็นคนที่ตายไปแล้วจริงๆ
“ดูคุณสิ หน้าตาก็สวยงาม ยังจะตัดสินใจดูแลเขาอีกหรือ? ถ้าหากว่าเขาไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลยตลอดชีวิต คุณก็จะดูแลเขาตลอดชีวิต ไม่หาใครอื่นอีกเลยตลอดชีวิตเหรอ?”
“ใช่!”
นรมนตอบกลับอย่างหนักแน่น
ดวงตาของเธอสว่างจ้าและแน่วแน่มาก จนทำให้หัวใจของเจตต์แสบร้อนเล็กน้อย
ผู้หญิงที่รักเดียวใจเดียวแบบนี้ ทำไมถึงปล่อยให้ตัวเองพลาดจากเธอกันนะ?
“โอเค โอเค ไม่ว่าคุณจะทำอะไร ดูผมมาจากที่ไกลนะ ไปกินข้าวกับผมสักมื้อได้ไหม? มันแค่ประเดี๋ยว ส่วนบุริศร์คุณหาพยาบาลมาดูแลเขาชั่วคราวสักพัก ก็ไม่เป็นไรแล้ว”
เพื่อปกปิดความเศร้าของเขา เจตต์จึงพูดไม่ดีต่อไปไม่หยุด
นรมนรู้ เจตต์ที่ยังพูดอยู่แบบนี้ แต่ว่าอยากจะบังคับให้เธอทำอะไรจริงๆ เขาไม่ยอมหรอก
เธอมองไปที่บุริศร์ ก่อนใช้โปรแกรมแปลงเสียงพูดกับเขา “ฉันออกไปกินข้าวก่อนนะ เดี๋ยวค่อยกลับมาหาคุณ”
หลังจากนั้น เธอก็จูบไปที่หน้าผากของบุริศร์ตามปกติ
มุมปากของเจตต์กระตุกเล็กน้อย
เวร!
ควรทำอย่างไรหากจู่ๆรู้สึกหึง?
อยากนอนอยู่ที่นี่เหมือนบุริศร์ คงสามารถได้รับการดูแลจากนรมน
แน่นอนว่า เจตต์คิดเรื่องนี้ได้ในใจ
นรมนพาเจตต์ไปที่แผงขายอาหารด้านหลังโรงพยาบาล
เจตต์ตกตะลึง
“คุณพาผมมากินที่นี่?”
นรมนยิ้ม ก่อนพิมพ์ไปว่า “ที่นี่อร่อยมาก ลองชิมดู ฉันรับประกันว่าคุณอยากมากินอีกแน่”
“อย่ามาล้อกันเล่น ที่นี่กินได้แน่เหรอ? ไม่เจอกันมาสักพัก คุณเปลี่ยนไปเช่นนี้ เช่น… …”
เจตต์ไม่สามารถหาคำที่เหมาะสมเพื่อจะมาอธิบายได้ สำหรับคุณชายเจตต์อย่างเขา ยังไม่เคยมากินแผงขายอาหารอย่างนี้
เขาอยากกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปนอกเมืองให้ผ่านไปวันๆมากกว่า กินที่แผงขายอาหารแบบนี้ ดูแล้วไม่ค่อยถูกสุขลักษณะเท่าไหร่
นรมนไม่สนว่าเขาคิดอย่างไร กลับลากเขามานั่ง
เถ้าแก่ร้านรู้จักนรมนเมื่อเร็วๆนี้ จึงรีบออกมาทักทายเธออย่างกระตือรือร้น
“คุณนายบุริศร์ พาเพื่อนมากินข้าวด้วยหรือ? รับแบบเดิมไหม?”
นรมนพยักหน้า
“อะไรคือแบบเดิม?”
เจตต์รู้สึกสงสัยมาก
นรมนไม่ได้พูดอะไร เพียงปล่อยให้เขารออย่างเงียบๆ
เมื่อตอนอาหารมาถึง เจตต์รู้สึกรังเกียจมาก
“นี่คนกินเหรอ? อี๋… …”
ก่อนที่เขาจะพูดจบ นรมนก็รีบปิดปากเขาด้วยเนื้อที่เสียบไม้โดยตรง
เจตต์อยากจะอาเจียนออกมา แต่รสชาติที่เข้มข้นกระตุ้นต่อมรับรสของเขา แ ละทำให้กินมันเข้าไปโดยไม่รู้ตัว
อืม?
มันก็อร่อยจริงๆ
เจตต์ดูเหมือนจะค้นพบโลกใบใหม่ เขมือบเข้าไปราวเสือกลืน
นรมนมองไปที่ท่าทางกินอย่างเขมือบของเขาที่เพิ่งบอกว่าไม่ใช่อาหารของคน รู้สึกตกตะลึงเล็กน้อย อดไม่ได้ที่จะรู้สึกตะลึงเล็กน้อย แต่ก็ปล่อยวางอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็หัวเราะ
สำหรับเธอ ตอนนี้เพื่อนต่างก็อยู่ดี มีความสุขก็เป็นความปรารถนาที่ใหญ่ที่สุดของเธอแล้ว
เธออดไม่ได้ที่จะคิดถึงปัญญ์และคมทิพย์
เมื่อนึกขึ้นมาได้ นรมนจึงส่งข้อความไปหาปัญญ์ผ่านทางวีแชท
“พวกเธอสบายดีไหม”
หางตาของเจตต์เห็นว่านรมนยังไม่ได้กินมัน แต่ส่งข้อความวีแชทแทน เขาคว้าโทรศัพท์ของเธอ แต่เมื่อเห็นว่ารูปโปรไฟล์วีแชทเป็นผู้ชาย คิ้วของเขาย่นขึ้นเล็กน้อย
“ตอนฉันไม่อยู่ นี่เธอแอบไปสมคบกับเด็กที่ไหนอีกละเนี่ย?”
คำพูดของเจตต์ทำให้ความโกรธของนรมนสั่นระริก
“ระวังคำพูดหน่อย เด็กคนนี้ เป็นน้องชายของฉัน”
“น้องชาย? ตายแล้ว ไม่กี่วันที่ได้ร่ำเรียนมานี่ จู่ๆก็มีน้องชายขึ้นมากี่คนกัน? ถ้าอย่างนั้นผ่านไปไม่กี่วัน คุณต้องมีพี่ชายอีกคน?”
เจตต์อิจฉา
มีบุริศร์ที่ตัวเองไม่สามารถเอาชนะได้ก็พอแล้ว ตอนนี้ยังมีน้องชายเพิ่มขึ้นมาอีกคนอีก ยังอยากให้เขามีชีวิตอยู่ต่อหรือ?
นรมนเห็นท่าทางของเจตต์ เธอยิ้มก่อนชี้ไปที่เขา และพิมพ์ว่า “คุณไม่ใช่พี่ชายฉันเหรอ?”
“ออกไปซะ! ผมไม่ขาดน้องสาว”
เจตต์คิดว่าอาหารตอนแรกหอมมาก แต่ตอนนี้เขาไม่อยากอาหารแล้ว
“นรมน ผมจะบอกอะไรคุณให้ ตลอดชีวิตนี้ผมเจตต์คิดอยากให้คุณอยู่บนเตียงกับผม ดังนั้นอย่ามาพูดเรื่องน้องสาวพี่ชายกับผม ผมไม่ได้อยู่ในฐานะนี้ รู้ไหม?”
เจตต์พูดอย่างตรงไปตรงมา นรมนรู้ แต่ตรงแบบนี้เธอก็รับไม่ค่อยได้เท่าไหร่
ในตอนนี้ เธอรู้สึกโชคดีที่บุริศร์ยังหลับใหลอยู่ ไม่อย่างนั้นไม่รู้ว่าเธอสามารถทะเลาะกับเขาได้อีกหรือเปล่า
“ธุรกิจเป็นยังไงบ้าง?”
นรมนเปลี่ยนเรื่องอย่างเร็ว
แม้ว่าเขาจะไม่พอใจอย่างมากที่นรมนเปลี่ยนเรื่อง แต่เจตต์ก็ภูมิใจที่จะพูดว่า “คุณไม่เห็นเหรอว่าผมคือใคร? แค่ให้โอกาสผมสักนิด ผมก็สามารถหวนกลับมายิ่งใหญ่ได้อีก ตอนนี้ผมเป็นคุณชายเจตต์แห่งเมืองชลธี พวกคนที่เคยซ้ำเติมผม คอยดูให้ดีเถอะ”
เจตต์ไม่เคยเป็นพุทธศาสนิกชน นรมนรู้ดีว่า เขากลับมา ต้องมีการแก้แค้นนองเลือดกันแน่
เธอตบไหล่เจตต์ และเขียนบนโทรศัพท์ว่า “คุณระวังตัวด้วย อย่าทำอะไรอันตราย ไม่อย่างนั้นคุณเองจะลำบากเอา”
“รู้แล้ว แต่ว่าน่ารำคาญมากที่คุณต้องมาพิมพ์อยู่แบบนี้ เสียงคุณมันรักษาไม่ได้แล้วเหรอ?”
คำพูดของเจตต์ทำให้นรมนนิ่งไป
เธอยอมแพ้กับเสียงของเธอ
“อย่ามายุ่งยากเลย อย่างนี้ก็ดีแล้ว”
“ดีบ้าอะไร เดี๋ยวผมหาหมอชื่อดังมารักษาเสียงให้”
เจตต์แอบตัดสินใจลับๆ
หลังจากทั้งสองคนกินอาหารเสร็จแล้ว เจตต์ยังอยากไปเดินเล่นกับนรมน แต่นรมนกังวลเรื่องบุริศร์ที่โรงพยาบาลตลอด พูดอะไรก็อยากกลับไป
เจตต์ค่อนข้างหดหู่ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้
เมื่อทั้งสองกลับมา ปรากฏว่าพยาบาลไม่ อยู่เสื้อผ้าของบุริศร์ถูกปลดออก และผ้านวมก็ตกลงไปอยู่ที่พื้น
สีหน้าของนรมนเปลี่ยนเป็นไม่น่ามองขึ้นมาทันใด
แต่ไหนแต่ไรมา เธอไม่เคยจ้างพยาบาลรับจ้าง ครั้งนี้มีเจตต์มาก่อกวนด้วย เลยทำให้ต้องจ้างมาชั่วคราว ไม่คิดว่าเพียงแค่ชั่วโมงเดียว บุริศร์กลับกลายเป็นอยู่ในสภาพที่ลำบากแบบนี้
นรมนเดินไปข้างหน้าบุริศร์อย่างโกรธ ๆ และดูที่ถุงปัสสาวะของบุริศร์ ปัสสาวะเต็มแล้ว แต่ไม่มีใครจัดการ
เมื่อเจตต์เห็นว่าใบหน้าของนรมน ก็รู้เลยว่าเธอโกรธแล้ว
“เกิดอะไรขึ้น? พยาบาลคนนี้เชื่อถือได้ไหม? ฉันไปดูว่าอยู่ไหนก่อนแล้วกัน ต้องสั่งสอนเสียหน่อยแล้ว”
เมื่อเจตต์พูด ก็เดินออกไป
ในขณะนี้ ก็นรมนส่งข้อความหาเวทัส
“ฉันอยากแจ้งตำรวจ มีคนทารุณคนไข้”