แค้นรักสามีตัวร้าย - บทที่ 688 ผู้หญิงคนนี้ตาบอดหรือเปล่า?
บทที่ 688 ผู้หญิงคนนี้ตาบอดหรือเปล่า?
“เกิดอะไรขึ้น?”
ก่อนที่ปัญญ์จะจากไปเขามอบหมายนรมนให้เวทัสดูแล และตอนนี้นรมนได้ส่งข้อความถึงเวทัส เขาก็ให้ความสำคัญกับเธอเป็นอย่างมาก
นรมนพูดถึงเรื่องนี้อีกครั้ง และถ่ายรูป
เวทัสเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว
เมื่อเจตต์พบพยาบาล เขาก็พาเธอไปที่วอร์ด แต่กลับเห็นชายคนหนึ่งยืนอยู่ข้างนรมน ช่วยนรมนทำความสะอาดบุริศร์ เขาร้อนรนใจทันที
“นั่นคือใคร? คุณคือใคร? ใครให้เข้ามา?”
เมื่อนรมนเห็นว่าเจตต์กำลังจะเข้ามา จึงรีบอธิบายทันที
“นี่เพื่อนฉัน ชื่อเวทัส ตำรวจของที่นี่ ฉันแจ้งตำรวจ ให้เขามาจัดการเรื่องทารุณกรรม ”
ทันใดนั้นใบหน้าของเจตต์ก็พลันมืดลง
“เพื่อนของคุณ? มานี่ไม่กี่วันเอง? มีเพื่อนไปทุกหนทุกแห่งได้อย่างไรกัน? ผมจะบอกคุณให้ คนสมัยนี้ไม่ใช่คนดีทุกคน ระวังหน่อย อย่าเชื่อใจใครง่ายไป”
มุมปากของนรมนกระตุกเล็กน้อย
“คุณดูสนใจมาก”
นรมนมองไปยังพยาบาลที่อยู่ด้านหลังเจตต์ ด้วยดวงตาเย็นชาเล็กน้อย
เมื่อพยาบาลรับจ้างเห็นตำรวจ ตกใจจนรีบสารภาพผิดทุกอย่างออกมา
“ขอโทษ ฉันขอสารภาพ ฉันได้ยินมาก่อนหน้าที่คุณถามคุณหมอเกี่ยวกับชุดของคุณบุริศร์ ฉันคิดว่าบนตัวเขาน่าจะมีของมีค่าติดตัว ดังนั้นก็เลยฉวยโอกาสที่คุณไม่อยู่ที่นี่ค้นหามัน แต่ฉันหาไม่เจออะไร จริงๆนะ”
คำอธิบายของพยาบาลรับจ้าง ทำให้นรมนโกรธมากขึ้น
“เรื่องที่คุณอยากได้เงินทองของเราก็ช่างมันเถอะ นึกไม่ถึงว่าคุณจะ ปล่อยให้คนไข้อยู่ในโรงพยาบาลด้วยเสื้อผ้าที่ไม่เรียบร้อยอยู่ในโรงพยาบาล คุณเป็นพยาบาลได้อย่างไร? แล้วก็ ทำไมบนตัวของคุณผู้ชายมีรอยหยิก”
นี่คือจุดที่นรมนโกรธมากที่สุด ,
ขอเงินช่างมัน นึกไม่ถึงว่าจะฉวยโอกาสตอนบุริศร์ไม่ได้สติข่มเหงเขา มีอย่างที่ไหนกัน
เมื่อไหร่กันที่บุริศร์โดนดูถูกเช่นนี้?
เวทัสเห็นว่าดวงตาของพยาบาลวูบไหว เขาก็พูดอย่างเย็นชา “ถ้าคุณไม่พูดอะไร ผมจะพาคุณไปจริงๆแล้วนะครับ”
“ไม่เกี่ยวกับฉันนะ”
พยาบาลรีบชี้ไปที่เจตต์
“เป็นเขา! เขาให้เงินฉันมา ให้ฉันทำแบบนี้ ฉันแค่คิดว่าจะหาได้มากกว่านี้ไหม ดูว่าบนตัวคุณบุริศร์มีของมีค่าอะไรอีกหรือเปล่า ดังนั้นจึง… …”
คำพูดของพยาบาลทำให้สีหน้าของนรมนมืดดำลงทันที
“เป็นคุณ?”
เธอมองไปที่เจตต์ ทั่วทั้งร่างกายมีความรู้สึกคิดไม่ออกเล็กน้อย
เจตต์เมื่อเห็นว่าเรื่องนี้ถูกเปิดโปงแล้ว เขาแตะไปที่คาง ก่อนจะยอมรับอย่างตรงไปตรงมา
“เป็นผมแล้วอย่างไร? ผมเห็นบุริศร์แล้วไม่ถูกชะตา ตอนเขาตื่นผมทำอะไรเขาไม่ได้ ขอให้ผมได้ฉวยโอกาสรังแกเขาตอนโคม่าอยู่ไม่ได้หรือไงกัน?”
เสียงของเจตต์ยิ่งพูดยิ่งเบาลง เพราะเขาเห็นว่าใบหน้าของนรมนยิ่งไม่น่ามองขึ้นเรื่อยๆ
“ไม่ใช่นะ นรมน ผมไม่ได้ไม่ดีอะไรเลย หยิกไม่กี่ครั้งเอง ไม่ได้ฆ่าใครสักหน่อย ผม โอ้ นรมน!”
คำพูดร้ายกาจของเจตต์ยังไม่ทันพูดจบ นรมนก็ตรงดิ่งไปทางประตูทันที
เจตต์รีบตามไปอธิบาย
“คุณอย่าโกรธ ผมผิดไปแล้ว ผมผิดไปแล้วโอเคไหม? ไม่อย่างนั้น คุณหยิกกลับก็ได้ หยิกผมโอเคไหม? ให้คุณพอใจก็ดีแล้ว อย่าโกรธเลยนะ”
ขณะที่พูด นรมนเปิดประตูแล้ว เจตต์เดินตามหลังไป นรมนหันกายกลับมา ลากคอเสื้อเขาโยนให้ออกไปข้างนอก
จากนั้นเสียง ‘ปัง’ ก็ดัง นำประตูปิดลง
เจตต์เกือบจะไม่ยืนหยัด เมื่อรอให้ยืนหยัดก็ถูกนรมนกวาดออกไปจากห้องแล้ว
“นรมน ฟังผมพูดก่อน อย่าทำแบบนี้ นรมน โอ้ย ปวดท้อง!”
เจตต์มีเล่ห์เหลี่ยมมากมายร้อยแปด นรมนไม่สน
เธอมองไปที่พยาบาล ก่อนจะส่งข้อความอย่างเย็นชาให้เวทัส “จัดการคนนี้ตามขั้นตอนเถอะค่ะ ฉันไม่ยุ่งแล้ว”
เวทัสพยักหน้า
“คนข้างนอก… …”
เขามองออกว่านรมนโกรธมาก แต่ดูเหมือนว่าเธอจะให้อภัยผู้ชายข้างนอกคนนั้น
บุริศร์เป็นจุดอ่อนของนรมน ซึ่งเป็นระดับที่ไม่สามารถแตะต้องได้ แม้แต่พยาบาลรับจ้างเธอก็ไม่ปล่อย แต่แค่กลับโยนผู้ชายคนนั้นออกไปข้างนอก ดังนั้นเวทัสเลยเปิดปากถาม
อารมณ์ของนรมนดูสับสนเล็กน้อย เธอพิมพ์ว่า “ฉันจะจัดการเขาเองค่ะ รบกวนคุณแล้ว”
“ครับ ถ้าอย่างนั้นผมกลับก่อน มีเรื่องอะไรโทรหาผมนะครับ”
เวทัสออกไปพร้อมกับพยาบาลรับจ้างคนนั้น
เมื่อประตูห้องเปิดเดี๋ยวนั้น เจตต์อยากจะเข้ามา กลับถูกสายตาเย็นชาของนรมนทำให้ชะงักขาเขาไว้
“อันนั้นนะนรมน ผมแค่ล้อเล่น ไม่งั้นคุณหยิกผมกลับสิ จริงๆนะ ผมพูดจริง!”
นรมนไม่สนใจ เธอปิดประตู
ตั้งแต่นั้นมา นรมนก็เหมือนพักอยู่ในนั้น ทำอะไรต่างก็ไม่ยืมมือใคร ดูแลบุริศร์ทั้งวันทั้งคืน เป็นเพื่อนคุยกับเขา นวดให้เขา ดูแลเรื่องอาหารการกิน แม้จะป้อนอาหารไม่ได้ เธอก็ยังพยายาม
แต่ดูเหมือนเจตต์จะพูกเธอลืมไปเสียสนิท และบางครั้งเห็นแล้วก็เดินผ่านไป ไม่เหลียวแลสนใจเลยสักนิด
หลังจากทำแบบนี้ผ่านไปสามวัน เจตต์ทนไม่ไหวอีกต่อไป
“นรมน มีอะไรก็พูด อย่าทำเย็นชาแบบนี้ โอเคไหม?”
เจตต์เดินไปขวางทางนรมน
นรมนถืออ่างน้ำซึ่งเป็นน้ำที่ใช้เช็ดตัวของบุริศร์ เจตต์ขวางเธอไว้ ดวงตาของเธอเย็นชาเล็กน้อย
“หลีกไป”
แววตาของนรมนแสดงความหมายอย่างนั้นจริงๆ
เจตต์กล่าวอย่างรวดเร็ว “ไม่ไป! วันนี้ถึงแม้จะถูกคุณตีให้ตายผมก็ไม่ไป”
นรมนมองไปที่เขา เวลาต่อมานำในมือก็ถูกสาดไปที่เจตต์เสียงดังซ่า เจตต์เปียกไปทั้งหัวและตัว
“ฟู่!”
เจตต์ถูกสาดน้ำจนหนาวเย็น
“นรมน!”
นรมนกลับไม่ได้พูดอะไร หมุนกายกลับไปยังวอร์ด หลังจากนั้นจึงปิดประตูลงอีกครั้ง
เจตต์ยืนเปียกซกอยู่ตรงทางเดิน คนที่ผ่านไปมาต่างมองดูเขา
“มองอะไรกัน? ไม่เคยเห็นคนหน้าตาดีกันเหรอ?”
เจตต์พ่นไฟใส่คนบนทางเดิน
บางคนกลั้นขำ บางคนเดินหนีห่าง
เจตต์กลับไปที่โรงแรมของตัวเองอย่างหดหู่ และเปลี่ยนเสื้อผ้าที่สะอาด แล้วเพิ่งมานึกขึ้นได้ว่านี่เป็นน้ำที่เช็ดตัวบุริศร์มา
แม่งเอ๊ย เขาโดนบุริศร์ทรมานอีกแล้ว ไอ้นี่ก็เหมือนกับคนที่ตายไปแล้ว ยังคงทำให้คนอึดอัด
หลังจากเจตต์เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้ว เขาก็วางแผนที่จะพยายามอย่างไม่ลดละ
เขาไปซื้อของอร่อยใกล้ๆ มาที่โรงพยาบาลและยังเคาะประตูห้องผู้ป่วยของบุริศร์อย่างต่อเนื่อง
“นรมน เปิดประตู นรมน เปิดประตู!”
เขาเป็นเหมือนคนไร้เหตุผล นรมนรำคาญอย่างมาก
เป็นเวลาเดียวพอดีกับที่นิตากำลังมาเพื่อรายการเดินบัญชีให้นรมน และบอกนรมนล่วงหน้าไว้แล้ว
นรมนไร้หนทาง เธอพูดกับนิตาว่า “มีผู้ชายคนหนึ่งอยู่ตรงหน้าประตู รบกวนฉันมาก เธอดูสิว่ามีวิธีไหน่ที่จะนำเขาออกไปได้บ้าง”
ตั้งแต่นรมนเลื่อนตำแหน่งให้นิตา ใจเธอก็ทำเพื่อนรมนได้ เธอแทบรอไม่ไหวที่จะทุ่มเทกำลังและความสามารถทั้งหมดให้กับนรมน
เมื่อนรมนพูดเช่นนั้น เธอก็รีบตอบว่า “รับทราบค่ะ ฉันจะหาทาง”
เจตต์ยังไม่รู้ว่านรมนกำลังรับสมัครคนเพื่อจัดการกับตัวเอง และเขายังคงขวางประตูนรมนอย่างไร้เหตุผลอยู่
ว่ากันว่า ผู้หญิงดีๆกลัวผู้ชายตามตื้อ เขาก็ไม่เชื่อ ตัวเองดูแลตลอดทั้งวันทั้งคืนอย่างนี้ นรมนต้องไม่เพิกเฉยต่อเขา
เจตต์คิดอย่างสวยงาม
หลังจากนั้นไม่นาน นิตาก็มาพร้อมกับผลไม้หนึ่งห่อ
“เฮ้ย คุณทำอะไร?”
นิตามองเจตต์ ก่อนจะเปิดปากถามไป
เจตต์เงยหน้าขึ้น เขาเห็นผู้หญิงแปลกหน้ายืนอยู่ตรงหน้าเขา
สำหรับคนที่ผ่านของสวยๆงามๆมาอย่างเจตต์ นิตาหน้าตาดูธรรมดาเกินไป ก็คือประเภทที่มองครั้งเดียวแล้วไม่จำ “คุณมาทำอะไร?”
เจตต์ถามอย่างเย็นชา
สำหรับเขาแล้ว สามารถลดสถานะอันสูงส่งมาคุยกับนิตา ได้ ก็ถือว่าเป็นวาสนาของนิตาแล้ว
นิตาไม่ใช่ผู้หญิงคนอื่นที่เป็นอย่างนั้น ที่พอใจกับหน้าตาของเขา แต่กลับกัน เธอพูดอย่างเมินเฉยว่า “มาจากไหนกันไอ้ไก่อ่อน? คิดไม่ถึงว่าจะมาขวางหน้าประตูประธานนรมน”
“โอ้ ไม่เกรงใจฉันเลย? เธอว่าใครเป็นไอ้ไก่อ่อนกัน?”
เจตต์ถูกทำให้มีอารมณ์โกรธ
ได้ ผู้หญิงคนนี้!
เมื่อพบกัน หน้าตาก็งั้นๆ นิสัยทราม พูดจาไม่น่าฟัง เขาผิวขาวแล้วใช่ความผิดเขาหรือ? อีกอย่าง ร่างกายเขาก็มีแต่กล้ามเนื้อ ดูยังไงว่าเป็นหนุ่มน้อยไก่อ่อนกัน?
นิตาไม่สนว่าใจเขาคิดยังไง ใช้สายตาเย็นชามองเจตต์หัวจรดเท้า หลังจากนั้นพูดอย่างไม่แยแส “บอกว่าตัวเองไม่ใช่เด็กน้อย? ผิวขาวขนาดนี้ ดูก็รู้ว่าไม่เคยผ่านชีวิตลำบาก รูปร่างอ้อนแอ้นเหมือนไม้ไผ่ ลมพัดทีเดียวก็ปลิวแล้วเนี่ยนะ? ดูสิ เอวมีเนื้อบ้างไหม?”
ในขณะที่พูดนิตาก็สัมผัสเจตต์ไปด้วย หนีบเอวที่ไม่มีเนื้อส่วนเกินสักนิดของเขา รังเกียจมากขึ้นเรื่อยๆ
“ก็เป็นแบบนี้ มันมีแต่จะทำให้สิ่งดีๆเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ ไม่ใช่ไก่อ่อนแล้วจะเป็นอะไร? รีบไปเถอะ คนประเภทนาย ประธานนรมนของพวกเราไม่ต้องการหรอก”
ด้วยคำพูดเหล่านี้ทำให้ปากของเจตต์บิวเบี้ยว
เขาทำให้สิ่งดีๆเสียไปโดยเปล่าประโยชน์?
เขาลมพัดก็ปลิว?
ไม่มีเนื้อที่เอวของเขา?
ผู้หญิงคนนี้ตาบอดหรือเปล่า?
“เฮ้ เธอ ถ้าหากอยากจะหาวิธีชวนคุยกับฉันอย่างนี้ ถ้าอย่างนั้นคุณชายอย่างฉันก็จำได้แล้ว เธอคงไม่รู้ว่าฉันคือใคร ฉันคือ… …”
“ฉันไม่สนว่านายคือใคร? คนที่ไม่คิดจะทำงานข้างหน้าฉันคือคนไม่มีประโยชน์ หลีกไป”
นิตาขี้เกียจที่จะสนทนากับเจตต์ เธอผลักเขาออกไป
เจตต์คิดว่าผู้หญิงที่สูงร้อยห้าสิบกว่าคงไม่มีพละกำลังมาก เลยไม่ได้ป้องกันอะไร ใครเล่าจะรู้ว่าผู้หญิงที่ดูตัวเล็กๆคนนี้ แค่แรงผลักก็ทำให้เจตต์ทานไม่ไหว ลงไปนั่งแหมะกองอยู่บนพื้น
“ดู๊ดู ดูเข้าสิ ยังบอกวาตัวเองไม่ใช่ไก่อ่อนอยู่อีกเหรอ? จะมาคิดขวางประตูประธานนรมน? กลับไปดูแลตัวเองให้ได้ก่อนเถอะไป ไม่ตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงาตัวเองบ้างเลย”
หลังจากพูดจบ นิตาไม่ได้มองไปที่เจตต์ เธอเปิดประตูเดินเข้าไป และยังขังเจตต์ไว้ข้างนอก
เมื่อเห็นประตูของวอร์ดเปิดและปิดลง ทั่วทั้งร่างของเจตต์ตะลึงงัน
เขาตัวโตขนาดนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่โดนผู้หญิงเมินใส่
ในช่วงเวลาสำคัญ เขาถูกผู้หญิงตัวเล็กผลักลงไปที่พื้น!
เวรเอ๊ย!
นี่เป็นเรื่องที่น่าอับอาย
รอบข้างเหล่าพยาบาลที่เดินผ่านไปมากลั้นยิ้ม มีบางคนกระซิบกระซาบ เพราะว่าเจตต์อยู่ตลอดสองสามวันนี้ ทุกคนต่างรู้จัก ดูค่อนข้างที่จะไม่เกรงใจ
เจตต์รู้สึกว่าชื่อเสียงของเขาถูกทำลายลงด้วยวิธีนี้ แล เขารู้สึกหดหู่ใจมาก
ผู้หญิงอะไรวะเนี่ย?
เขากระโดดลุกขึ้นด้วยความโกรธ ก่อนจะตบประตูอีกครั้งและตะโกนขึ้นมา