แค้นรักสามีตัวร้าย - บทที่ 689 เป็นคนขี้ขลาดจริงๆ
บทที่ 689 เป็นคนขี้ขลาดจริงๆ
“นรมน เปิดประตูให้ผม! ให้ผู้หญิงคนเมื่อกี้ออกมา! ผู้หญิงบ้าคนนั้น ผมอยากให้เธอรู้ว่าพ่อผมเป็นใคร!”
เจตต์ไม่ได้โกรธมากมานานแล้ว
นี่ไม่ใช่เรื่องของความโกรธ แต่เป็นเรื่องของศักดิ์ศรี
ผู้หญิงร่างเล็กสูงร้อยห้าสิบกว่ากล้าที่จะยกมือวาดเท้ากับผู้ชายร้อยแปดสิบห้าอย่างเขา แล้วหันหลังกลับ
วันนี้เขาจะแสดงให้เธอเห็นอิทธิฤทธิ์
นรมนมองไปที่นิตาด้วยความสงสัย ก่อนใช้ภาษามือถาม “เกิดอะไรขึ้น?”
“โอ้ ไม่มีอะไรค่ะ ก็แค่เด็กหนุ่มหน้าขาวคนหนึ่ง ประธานนรมนอย่าได้เป็นกังวล ฉันสามารถเหวี่ยงเขาลงได้ด้วยมือเดียว จริงนะคะ ฉันยังคิดอยู่เลยเป็นคนตัวโตภาษาอะไรนี่”
นิตาพูดอย่างสงบ แต่นรมนตกใจ
เหวี่ยงเจตต์ลงด้วยมือข้างเดียว?
นี่เธอเข้าใจอะไรผิดอยู่หรือไม่?
อย่างไรเจตต์ก็เป็นศิลปะการต่อสู้!
“คุณทำอะไรกับเขา?”
นรมนอยากรู้อยากเห็นมาก
เธอไม่ได้เห็นเจตต์ให้ความสำคัญกับผู้หญิงคนไหนมานานแล้ว แต่สนใจแบบนี้เธอรู้สึกว่ามันไม่ใช่เรื่องดี
นิตาพูดอย่างไม่ใส่ใจ “ฉันไม่ได้ทำอะไรเลยนี่คะ? ฉันก็ผลักเขาออกไป คือเขาจัดการปัญหาตัวเองไม่ได้ ไปนั่งแหมะอยู่บนพื้น ไม่ใช่ความผิดของฉันนะคะ ใครใช้ให้เขาไม่มีแรงกัน? ถ้าอยู่ในหมู่บ้านของเรา ผู้ชายประเภทนี้ต้องถูกคนทุบตีแน่ ดูร่างกายก็ไม่มีเนื้อหนัง จะไปทำอะไรได้กันนะ”
เมื่อได้ยินคำพูดของนิตา นรมนก็ตกใจอีกครั้ง
ในที่สุดเธอก็เข้าใจว่า เธอและนิตาไม่ได้อยู่ในโลกเดียวกัน
“ไม่ใช่นะ นิตา เขาไม่ใช่คนธรรมดา เขาไม่จำเป็นต้องทำงานแบกหาม เขาคือ… …”
“ฉันไม่สนหรอกค่ะ ว่าเขาจะเป็นใคร ขอเพียงแต่มาอยู่ในเส้นทางของประธานนรมน ฉันก็โยนเขาออกไปเหมือนขยะ”
นิตาไม่รอให้นรมนทำภาษามือเสร็จ ก็พูดสวน
เจตต์ได้ยินทุกอย่างชัดเจนจากข้างนอก โกรธจนปอดแทบจะระเบิด
ทิ้งเขาไปเหมือนขยะ?
ผู้หญิงคนนี้อยากตายหรือ?
นรมนมองไปทางด้านนอกประตู ก่อนหันกลับมามองนิตาที่ทำท่าไม่แยแส อดไม่ได้ที่จะกังวล
“นิตา คนนั้น ไม่สนใจหรือว่าใครจะอยู่ข้างนอก”
“ทำไมคะ? เขาข่มขู่ประธานนรมนเหรอคะ? ไม่ต้องกลัวไปค่ะ มีฉัน พวกเราหญิงสาวที่อยู่ที่นี่ สามารถยืนหยัดบนผืนแผ่นฟ้าได้!”
นิตาคิดว่านรมนกลัว เธอตบเข้าไปที่หน้าอกตัวเองพลางรับประกัน
แม้ว่าตัวเธอจะเล็กตัว แต่เธอก็ให้ความรู้สึกปลอดภัยแก่นรมน
นรมนยิ้มขำ ก่อนจะทำภาษามือไป “ไม่เป็นไร เขาเป็นเพื่อนฉัน”
“เพื่อน? นี่คุณมีเพื่อนที่ใช้ประโยชน์ไม่ได้อย่างนั้นกันหรือคะ? มิน่าละประธานนรมนถึงให้ฉันจัดการบริษัท ที่แท้ข้างหายมีแต่พวกใช้การไม่ได้”
คำพูดของนิตาทำให้เจตต์แทบคลั่ง
“เธอ ผู้หญิงคนนั้นน่ะ ถ้าออกมาแล้วฉันตีเธอไม่ตาย ฉันก็ไม่ใช่คนในตระกูลรัตติกรวรกุล ”
เป็นครั้งแรกที่นรมนเห็นเจตต์ถูกผู้หญิงทำให้โกรธจนเปลี่ยนเป็นอย่างนี้ อดไม่ได้ที่จะขำนิดหน่อย อารมณ์โกรธไม่กี่วันก่อนหายเป็นปลิดทิ้ง
“เรียกอะไร? ที่พวกเราอยู่ตรงนี้ เรียกเฉพาะผู้ชายที่ไม่มีความสามารถเท่านั้น นายก็ดูไม่เหมือนผู้ชายเช่นกัน”
นิตาทำเสียงจุ๊ๆ สองคราแต่กลับทำให้เจตต์โกรธจนเกือบขาดสติ
เขาอยู่กับผู้หญิงสวยๆมาอย่างเต็มที่ตลอดหลายปี ใครก็ชมว่าเทคนิคเขาจัดจ้าน ทนทาน? กล้ามาพูดได้อย่างไรว่าเขาไม่ใช่ผู้ชาย?
ผู้หญิงคนนี้โผล่มาจากไหนวะ?
นรมนเม้มริมฝีปากของเขา ดูสองคนทะเลาะกัน
นิตาขี้เกียจที่จะคุยกับเจตต์ เขาหันไปพูดกับนรมน “ประธานนรมน นี่เป็นรายการเดินบัญชีของรอบฤดูกาลนี้ ฉันจัดเป็นระเบียบออกมาแล้ว แต่มีรายการที่บันทึกในบัญชีอีกมากที่ซ้อนกันไม่ได้ คุณดูสักหน่อย”
นรมนรับรายการเดินบัญชีที่ นิตาส่งมา
ไม่ต้องพูดถึง ถึงแม้รูปร่างของนิตาจะเล็ก แต่รายการเดินบัญชีนี้ชัดเจนมาก
“คุณทำเหรอ?”
“ใช่ค่ะ นักบัญชีเป็นคนของชยนต์ ได้ยินว่าชยนต์หนีไปแล้ว ตัวเองก็พิมพ์เอกสารชี้แจงลาออก ตอนนี้ยังหาฝ่ายการเงินที่เหมาะสมไม่ได้ ฉันทำได้แค่มาด้วยตัวเอง”
นิตาเป็นคนที่ตรงไปตรงมา มีอะไรก็พูด
“ประธานนรมน ฉันรู้สึกว่าภายในบริษัทมีคนที่ไม่ยอมทำงานเยอะเกินไป ญาติของชยนต์ จนไปถึงญาติห่างๆล้วนแล้วอยู่ในบริษัท เงินเดือนทุกเดือนก้อนใหญ่ที่จ่ายออกไป ในความเป็นจริง เราไม่ต้องการคนมากขนาดนี้ เพียงกำหนดจำนวนไกด์นำเที่ยวของเรา พนักงานฝ่ายธุรการแนวหลังไม่กี่คน หลังจากนั้นร่วมมือกับขบวนฝั่งนั้น ฉันไปเจรจาก็สำเร็จได้ เมื่อคิดแบบนี้แล้ว คนจำนวนสองในสามของบริษัทต้องออก”
เมื่อนิตาพูดสิ่งนี้นรมนก็ตะลึง
“เอาออกสองในสามส่วนเลยหรือ? ถ้าหากพวกเขาโวยวายขึ้นมาจะทำอย่างไร?”
นรมนถามอย่างเป็นกังวลใจ
นิตาส่ายหัวและพูดว่า “เรื่องนี้ฉันจะจัดการให้ประธานเองค่ะ คุณไม่ต้องออกหน้า จิตสำนึกต่อวงศ์ตระกูลของพวกเราที่นี่มันเข้มข้นมาก กีดกันคนภายนอกมาก ถึงแม้คุณจะมารับช่วงบริษัทท่องเที่ยวต่อ แต่ไม่เห็นว่าคนอื่นจะฟังคุณ ตอนนี้คุณนำบริษัทมาให้ฉันแล้ว ขอเพียงคุณวางใจให้ฉันจัดการ ฉันรับปากว่าจะทำให้มันดีที่สุด ประหยัดค่าใช้จ่ายของบุคลากรลงไป พวกเราสามารถไปลุงทุนอื่นๆได้ ว่ากันว่ามีพื้นที่ท่องเที่ยวที่สามารถพัฒนาได้บนเส้นทางสิบสองปันนาเมื่อถึงเวลานั้นเราสามารถขยายการลงทุนไปที่นั่นได้”
เมื่อได้ฟังนิตาพูดอย่างฉะฉาน นรมนก็รู้สึกว่าตัวเองพบสมบัติเข้าให้แล้ว
เธอมองไปที่นิตา ยิ้มและพยักหน้า
“โอเค รบกวนคุณแล้ว คุณคิดเสียว่าบริษัทเป็นเหมือนความสำเร็จของคุณเอง ฉันจะไม่จ่ายเงินเดือนให้คุณอีกต่อไปฉันจะซื้อหุ้นให้คุณเองโดยตรง และจะปันผลให้คุณในช่วงสิ้นปี”
ความหมายของนรมนทำให้นิตาดีใจมาก
“ประธานนรมน พูดจริงหรือคะ?แต่ฉันไม่มีเงินทุน”
“ไม่ต้องใช้เงินทุนของคุณ ตัวคุณก็เป็นเหมือนทุนแล้ว ฉันจะให้คุณ 30% ของหุ้นบริษัท ทุกเดือนคุณจะได้รับ 30% ของกำไรและจะมีเงินปันผลทุกสิ้นปี”
ความหมายของนรมนทำให้ดวงตาของนิตาเป็นสีแดงก่ำทันที
“ขอบคุณค่ะประธาน ขอบคุณค่ะ”
เธอจับมือของนรมนอย่างรวดเร็ว เสียงของเธอคล้ายจะสะอื้น
เธอมีความสุขมาก
นรมนยิ้มและตบหลังมือของเธอ ส่งภาษามือไปว่า “ภายหลังพวกเราจะเป็นเพื่อนกัน คุณสามารถเรียกฉันว่านรมนเฉยๆได้ ไม่ต้องเรียกประธานแล้ว”
“ไม่ค่ะ ฉันจะเรียกคุณว่าประธานนรมน! คุณเป็นคนที่สูงส่งของฉัน! วางใจเถอะค่ะ หนุ่มหน้าขาวข้างนอกนั่น ฉันจะจัดการให้คุณ”
นิตาพูดพลางลุกขึ้น เปิดประตูแล้วก็เดินไปหาเจตต์
“ตะโกนอะไรนักหนา? มันยังไง? อยากจะตีผู้หญิงนักเหรอ? ลองตีฉันดูสิ!”
นิตาก้าวไปข้างหน้า หน้าอกที่เอิบอิ่มทำให้เจตต์ตกใจก้าวถอยหลังไปสองก้าว
“ฉันพูดกับนาย มีอะไรก็พูด อย่าไม่ให้เกียรติผู้หญิง!”
เจตต์ไม่เคยเห็นผู้หญิงที่แกล้าหาญเช่นนี้มาก่อน
นิตา กลับพูดอย่างรังเกียจ “มาอยู่ข้างหน้าแล้วก็ยังไม่กล้า ยังจะมาบอกว่าตัวเองเป็นผู้ชาย! นายเป็นงี้ ก็รีบกลับบ้านไปเลยไป๊ อย่าออกมาให้อับอายสายตาคน”
“เธอ!”
เจตต์โกรธเสียจนอยากจัดการผู้หญิงคนนี้ให้คาที่ แต่สายตาของเขากลับมองไปทางนรมน
แม้นรมนจะมีรอยยิ้ม ทว่าแววตาของเธอเคร่งขรึมมาก
ถ้าหากเขากล้าแตะต้องผู้หญิงคนนี้ คาดว่านรมนคงไม่แยแสเขาไปอีกแปดปีหรือสิบปี
เจตต์นึกขึ้นมาได้ว่าครั้งที่แล้วที่โดนเกรทวางแผน และเกือบจะแตะต้องปัญญ์ ตอนนั้นนรมนเกือบจะเคืองเขา ผู้หญิงที่กล้าหาญคนนี้เป็นผู้ช่วยน้ำดีของนรมน เขายิ่งไม่กล้าลงมือกับนิตา
เขาไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งเขาจะรู้สึกปวดร้าวขนาดนี้ ใกล้จะปวดจนตายแล้ว
นิตากลับไม่รู้ถึงความยุ่งเหยิงในหัวใจของเจตต์ เมื่อเห็นว่าเจตต์ไม่ได้ทำอะไร เธอจึงดูถูกเจตต์มากขึ้น
“ไอ้คนขี้ขลาด ฉันขอเตือนนาย อย่ามาก่อกวนประธานนรมรอีก ได้ยินไหม?”
“ถ้าฉันไปก่อกวนนรมน แล้วเธอจะทำไม?”
เจตต์ยิ่งอยู่ยิ่งรู้สึกว่าผู้หญิงร้ายกาจคนนี้ขวางหูขวางตาขึ้นเรื่อยๆ
จริงๆ
รูปร่างไม่สูงก็ช่าง แต่ก็ดำขนาดนี้ ดำหน่อยก็ช่างเถอะ แต่ปากเน่ามาก นิสัยก็กระด้างกระเดื่อง ผู้หญิงอย่างนี้จะขายออกไหม?
“เฮ้ย เธอยังไม่แต่งงานสินะ? ใช่ไหม ยังไม่มีแฟนด้วยใช่ไหมละ?”
เจตต์ถามอย่างไม่กลัวตาย
จู่ๆเมื่อนิตาถูกถามคำถามนี้ ก็ถามออกไปอย่างสงสัย “ฉันเพิ่ง22 จะรีบหาแฟนไปทำไมกัน”
“ชิ ก็เธอเป็นเสียอย่างนี้ ยังจะหาแฟน? คาดว่าผู้ชายคนนั้นคงถูกเธอทำให้ตกใจกระเจิงไปเสียก่อน สาวน้อย เห็นว่าเป็นเพื่อนกับนรมนนะ ฉันจะแนะนำอย่างจริงใจนะ อ่อนโยนสักหน่อยบางทีอาจจะหาแฟนได้ ไม่อย่างนั้น เธอจะแก่ตายคนเดียวนะ รู้ไหม?”
เจตต์พูดเกลี้ยกล่อม
สีหน้าของนิตายังคงไม่เปลี่ยน มองไปทางเจตต์ ก่อนพูดอย่างถือดีว่า “นายจะไปเข้าใจอะไร? ครอบครัวฉันมีสวนกล้วยกว่าสองร้อยไร่ เมื่อถึงเวลาจะมีผู้ชายมากมายคนมาขอแต่งงานกับฉัน ฉันต้องศึกษาพวกเขาสามปีถึงจะตัดสินใจได้ว่าต้องการพวกเขาหรือไม่ จะให้เขามาเลือกฉัน? ล้อกันเล่นเถอะ”
มุมปากของเจตต์กระตุกเล็กน้อย
สวนกล้วย 200 ไร่ นี่รวยแล้วเหรอ?
มีค่าพอที่จะคุยโวไหม?
“ไม่ ครอบครัวเธอนอกจากสวนกล้วยแล้วยังมีอะไรอีก”
“ยังต้องการอะไรอีก?”
นิตาอึดอัดเล็กน้อย
เจตต์รู้สึกว่าตัวเขาเองเล็กเกินไปแล้ว
ทำไมเขาถึงมาเสียเวลาอยู่ที่นี่กับผู้หญิงที่โง่เขลาและหยาบคายเช่นนี้กัน?
“ไม่ ไม่มีอะไร ค่อนข้างดี เธอรีบไปเถอะ ไม่อย่างนั้นฉันจะให้คนไปซื้อสวนกล้วยสองร้อยไร่อะไรของเธอนั่น”
“อย่ามาเหลวไหล! นั้นมันสินเดิมที่พ่อแม่ให้ฉัน!”
นิตาสบถออกมา
เจตต์รู้สึกว่าถ้าตัวเองอยู่กับเธอต่อไป เขาต้องเป็นบ้าแน่!
เขารีบเลิกใช้นโยบายยืดเยื้อที่เอามาต่อสู้กับนรมน ก่อนจะหันหลังและเดินออกไป
“เฮ้ย พูดไม่ทันคนอื่น สู้คนอื่นไม่ได้ก็ไปแล้วเหรอ ขี้ขลาดจริงๆเลย”
เจตต์กำมือตัวเองเข้าหากันแน่น
เขาเอาแต่บอกตัวเองให้อดทน
ผู้หญิงคนนี้เป็นเพื่อนของนรมนและเขาไม่สามารถทำอะไรเธอได้ แต่ความโกรธในใจกำลังลุกโชนและไม่สามารถดับได้
“เฮ้ย รู้แล้วนะว่าอย่ามาตอแยกับประธานนรมนอีก ไม่อย่างนั้นฉันอัดแกจริง เมื่อถึงตอนนั้นหน้าขาวๆของนายจะถูกทำลาย เอาให้หาผู้หญิงรวยๆมาเลี้ยงไม่ได้อีกเลย”
หลังจากที่นิตาพูดจบ เจตต์ก็หันกลับมาอย่างเร็ว ตรงดิ่งเข้าไปหา และขังล้อมนิตาไว้ตรงกำแพง พูดอย่างโหดร้ายว่า “ฉันเจตต์ไม่ต้องการให้ผู้หญิงต้องมาเลี้ยง!”
“นายทำอะไร? ออกไป!”
จู่ๆนิตาก็รู้สึกว่าออกซิเจนรอบตัวเธอ ถูกชายตรงหน้าพรากออกไป
ร่างกายของเขาทาบทับเข้ามา ร่างสูงใหญ่ของเขาทำให้เธอรู้สึกเป็นทุกข์ อึดอัดยิ่ง
นิตาผลักซ่งเหวินฉี แต่กลับพบทันใดว่า ผู้ชายที่ดูอ่อนปวกเปียกเช่นเขาคนนี้ คิดไม่ถึงเลยว่าทรงพลังอย่างไม่น่าเชื่อ
เธอใช้พละกำลังไปแล้ว 90% แต่ผู้ชายคนนี้ไม่ขยับเลยสักนิด?
คิ้วของนิตาขมวดเข้าหากัน