แค้นรักสามีตัวร้าย - บทที่ 718 ผู้หญิงคนนั้นน่าเกลียดชังเกินไป
บทที่ 718 ผู้หญิงคนนั้นน่าเกลียดชังเกินไป
“เฮ้ เธอไม่เป็นไรใช่ไหม?”
นรมนแปลกใจเล็กน้อย เพียงแต่ยังถามออกไปอย่างมีมนุษยธรรม
ป้าโออ่อนแรงมาก เธอฟุบลงบนโต๊ะสักพักจึงหอบออกมา ตอบว่า: “ ฉันไม่เป็นอะไร เพียงแต่ไม่เหลือเวลามากแล้วแค่นั้นเอง”
“วันนี้เธอให้ฉันมาหาทำไม?”
นรมนไม่รู้ว่าคนอื่นเป็นอย่างไร แต่สำหรับป้าโอ เธอไม่อยากให้ตัวเองเสียเวลาไปเห็นอกเห็นใจ ถึงแม้เธอจะช่วยชีวิตบุริศร์ก็ตาม
ป้าโอมองเห็นแววตาระมัดระวังของนรมน จึงกล่าวด้วยรอยยิ้ม: “เธอคอยป้องกันตัวจากฉันตลอดเลยนะ ฉันคงต้องตายไปจริง ๆ ใช่ไหม เธอถึงจะปล่อยวางความเกลียดชังที่มีต่อฉัน?”
“ฉันไม่ได้เกลียดเธอ แต่ฉันไม่อยากเห็นใจหรือให้อภัยเธอ ในเมื่อฉันไม่ใช่พระแม่มารี และทำอย่างที่คุณทำร้ายฉันไม่ได้ ฉันยังรู้สึกเห็นใจเธอในทุกทาง จุดจบของเธอในตอนนี้ ถึงแม้ไม่สามารถพูดได้ว่าสะใจมาก แต่ก็ระบายความแค้นเคืองของฉันได้มากจริง ๆ ”
นรมนไม่ได้ปิดบังทัศนคติของตนเองที่มีต่อป้าโอแม้แต่น้อย
ป้าโอรู้สึกเจ็บปวดมาก
ผู้หญิงคนนี้คือลูกสะใภ้ของตนเอง ถึงแม้เธอจะไม่ยอมรับมาตลอด แต่ในเวลานี้ อย่างไรเสียเธอก็คือคนแก่ที่กำลังจะตาย
“เธอพูดถูก ทุกสิ่งทุกอย่างในวันนี้เป็นฉันที่หาเรื่องใส่ตัวเอง โทษคนอื่นไม่ได้ แต่ว่านรมน สุดท้ายแล้วเธอยังคงต้องยอมก้มหัวให้ฉัน”
“ทำไม?”
“หรือเธอไม่รู้สึกแสบร้อนที่ลำคอตลอดเวลาหรือไง?อยากรู้ไหมว่าเพราะอะไร?”
คำพูดของป้าโอทำให้นรมนเดือดดาลขึ้นมาทันที
“ว่าแล้วว่าเธอต้องลงมือกับฉัน”
“ก็จริง ผู้หญิงที่โหดเหี้ยมอำมหิตอย่างฉัน ทำไมจะไม่เหลือทางหนีทีไล่ไว้ให้ตนเองล่ะ?ถึงแม้ฉันจะตายไปแล้ว ฉันก็ยังต้องการบรรลุความปรารถนาของฉัน”
ป้าโอไม่ปิดบังความตั้งใจของตนเองเลยสักนิด นรมนโกรธจนอยากจะทำร้ายคนจริง ๆ
“ฉันรู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่? ตอนนี้เธอทำร้ายฉันไปก็ไม่มีประโยชน์ มีแต่จะทำให้ฉันตายเร็วขึ้นกว่าเดิม ถ้าฉันตายไปจริง ๆ เธอกับบุริศร์ก็ต้องฝังไปพร้อมกับฉันด้วย”
“เธอพูดอะไร ?นั่นลูกชายแท้ ๆ ของเธอนะ!”
ไม่ว่าอย่างไรนรมนก็คาดไม่ถึง ป้าโอยังคงรับมือยากไม่มีเปลี่ยน มาถึงวาระสุดท้ายยังคงเป็นแบบนี้
เธอคว้าคอเสื้อของป้าโอ อยากจะชกผู้หญิงคนนี้ให้ตาย
ป้าโอกลับพูดอย่างไม่แยแส: “ลูกชายแท้ ๆ ?ในสายตาของเขาเห็นฉันเป็นแม่แท้ ๆ ไหม?ฉันเป็นแบบนี้แล้ว ส่วนเขายังนอนอยู่ตรงนั้น อาจจะไม่ได้เจอหน้าฉันเป็นครั้งสุดท้าย นี่เรียกว่าลูกชายแท้ ๆ ของฉันเหรอ?”
“นั่นเธอหาเรื่องใส่ตัวเอง ถ้าไม่ใช่เพราะเธอโหดเหี้ยมอำมหิตมากเกินไป ผลสุดท้ายคงไม่เป็นแบบนี้”
“นรมน สามปีนั้นที่พวกเธอแต่งงานกัน ฉันไม่ดีกับเธอเหรอ?”
ป้าโอเอ่ยถามขึ้นมาฉับพลัน
นรมนตอบด้วยรอยยิ้มอย่างเย็นชา: “เธอดีกับฉัน เพื่อปิดบังความชั่วร้ายของเธอ ตอนนี้มาพูดเรื่องเหล่านี้หมายความว่าอะไร?”
“ไม่ได้หมายความว่าอะไร เพียงแต่สามปีแรกนั้น ฉันต้องการปกป้องบุริศร์แบบนั้นจริง ๆ ถึงแม้จะวางยาเธอตลอด แต่นอกจากเรื่องนี้ตรงส่วนอื่นฉันก็ยังดีกับเธอจริงไหม?”
“ป้าโอ เธอหมายความว่าอะไร ?เธอคิดจะอธิบายอะไร? หรือขอร้องอะไร ?ไม่ว่าเธอจะทำอะไร หรือพูดอะไร เธอก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า เธอคือผู้หญิงที่มีจิตใจโหดเหี้ยม”
นรมนไม่รู้ว่าจิตใจของป้าโอโหดเหี้ยมเช่นนี้ได้อย่างไร ตอนนี้เพียงแค่อยากรู้ว่าบุริศร์เป็นอย่างไรบ้าง
“เธอทำอะไรกับบุริศร์กันแน่?”
ป้าโอมองเห็นท่าทางร้อนรนของนรมน และยิ้มอย่างปลื้มอกปลื้มใจขึ้นมาฉับพลัน
“ชีวิตนี้ฉันทำเรื่องเลวร้ายมามากเกินไป โชคดีที่พระเจ้าไม่ได้ใจร้ายกับลูกชายของฉัน ทำให้เขาบังเอิญมาพบฉัน ถึงแม้จะผ่านเรื่องราวมากมาย เขายังคงไม่จากไปไหน นี่คือโชคของเขา ฉันไม่ได้ทำอะไรเขา เพียงแค่สุดท้ายมีความปรารถนาเล็กน้อยอยากให้เธอช่วยทำให้เป็นจริง ดังนั้นจึงวางยาเขานิดหน่อย ตราบใดที่เธอตอบรับความปรารถนาของฉัน ฉันก็จะแก้ให้เขา ไม่อย่างนั้น ฉันตายไปแล้ว ใครก็ไม่อาจแก้พิษของฉันได้ เธอก็รู้ดี”
“นังสาระเลว!แกคิดจะทำอะไรกันแน่?”
นรมนยิ่งฟังก็ยิ่งหวาดกลัวสุด ๆ
ป้าโอตอบด้วยรอยยิ้มขมขื่น: “ฉันอยากเจอหลานชายหลานสาวของฉัน”
“แกอย่าได้แม้แต่จะคิด”
นรมนปฏิเสธทันที
การให้เธอสัมผัสบุริศร์เป็นสิ่งที่จำเป็นไม่ทำไม่ได้ เธอสามารถลงมือกับลูกชายแท้ ๆ ของตนเองได้ นรมนไม่กล้าพาลูก ๆ มาให้เธอเห็นหน้า
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเธอมีดีอะไรถึงจะได้เจอกับกานต์และกมล
การปฏิเสธของนรมนเป็นไปตามที่ป้าโอคิดเอาไว้
เธอเอื้อมมือสางผม และกล่าวอย่างไม่รีบร้อน: “งั้นเธอรอจัดงานศพให้ฉันกับบุริศร์พร้อมกันได้เลย”
“แก……”
นรมนถูกข่มขู่จนหมดหนทางสู้อีกครั้ง
ทำอะไรไม่ได้ ใครใช้ให้บุริศร์เป็นจุดอ่อนของเธอ?
เธอสามารถไม่สนใจความเป็นความตายของตนเองได้ แต่ไม่สามารถเพิกเฉยต่อความเป็นความตายของบุริศร์
นรมนกัดฟันถลึงตามองป้าโอ แต่ป้าโอกลับไม่ประนีประนอมสักนิดเดียว
“ฉันใกล้ตายแล้ว มันถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าแล้ว ฉันแค่อยากเจอหลานชายหลานสาวของฉันแค่นั้นเอง ความต้องการเล็กน้อยแบบนี้เธอไม่สามารถตอบรับได้เหรอ ?เธอไม่ได้มีความเมตตาที่สุดหรือไง?”
“ความเมตตาของฉันไม่ได้มีไว้สำหรับเธอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใครจะไปรู้ว่าเธอจะทำอะไรพวกเขา?ตอนนี้เธอเพิ่งจะนึกขึ้นมาได้เหรอว่าพวกเขาคือหลานชายหลายสาวของเธอ เมื่อก่อนตอนที่เธอลงมือกับพวกเขามันช่างไม่มีความเมตตาเลยสักนิดเดียว ดังนั้นเธอจะให้ฉันเชื่อใจได้อย่างไร?”
“เธอไม่ต้องพาพวกเขามาตรงหน้าฉันก็ได้ แค่ให้พวกเขาวิดีโอคอลมาก็พอ คำขอร้องง่าย ๆ เช่นนี้เธอจะไม่ตกลงเหรอ?”
“ไม่ตกลง!”
นรมนลุกขึ้นเดินออกไป
ดูเหมือนป้าโอจะไม่คิดว่านรมนจะเป็นแบบนี้ เธอคิดจะร้องตะโกนเรียกนรมนอย่างร้อนใจทันที กลับเพราะกระอักเลือดขึ้นมา สำลักจนเธอไอออกมาไม่หยุด
นรมนออกมาจากคุก ร่างกายสั่นไปทั้งตัว
หลังจากกลับมาถึงโรงแรม โพนี่เห็นเธอสีหน้าไม่สู้ดี จึงรีบเอ่ยถามว่า: “เป็นอย่างไรบ้าง?”
“ป้าโอผู้หญิงคนนี้น่าเกลียดชังเกินไป คิดไม่ถึงว่าเธอจะลงมือกับบุริศร์อีกครั้งเพื่อข่มขู่ฉัน”
“อะไรนะ?”
โพนี่รีบหันไปมองทางป้อง
ป้องขมวดคิ้วและกล่าวว่า: “ผมดูใบสั่งยาทั้งหมดแล้ว ตำแหน่งฝังเข็มทุกจุดผมก็ตรวจสอบแล้ว เธอไม่มีโอกาสลงมือกับบุริศร์ได้เลยนะ”
“เธอวางยาพิษ ยาพิษของผู้หญิงคนนี้ร้ายแรงมาตลอด พวกเธอลืมไปแล้วเหรอ?น่าเกลียดชังเกินไป บุริศร์คือลูกชายแท้ ๆ ของเธอด้วยซ้ำ ตอนนี้เธอใกล้จะตายแล้ว ทำไมถึงยังเป็นแบบนี้?”
นรมนโมโหอย่างยิ่ง
โพนี่ตบหลังของนรมนและกล่าวว่า: “อย่าเพิ่งกังวลไปก่อน เธอทำแบบนี้จะต้องมีเจตนาอื่นแน่ เธอคิดจะทำอะไร?”
“เธออยากเจอกานต์กับกมล”
“อะไรนะ?”
ป้องคิ้วขมวดทันที
โพนี่กลับกล่าวเสียงเบา: “สามารถเข้าใจได้นะ คนหนึ่งคนไม่สำคัญว่าแต่ก่อนจะเลวร้ายแค่ไหน เมื่อถึงวาระสุดท้าย สิ่งที่อยากเจอที่สุดก็คือญาติของตนเอง ตลอดชีวิตของเธอไม่ได้อยู่กับคนในครอบครัว แถมยังทำเรื่องโหดร้ายมากมาย ตอนนี้ใกล้ตายแล้ว การอยากพบหน้าหลาน ๆ ของตนเองเป็นธรรมชาติของมนุษย์”
“แต่ถ้าเธอไม่เอาบุริศร์มาข่มขู่ฉันก็จะตกลงกับเธอ”
“นรมน อันที่จริงเธอก็ประนีประนอมแล้วไม่ใช่เหรอ?ไม่อย่างนั้นเธอคงจะไม่โมโหแบบนี้ อันที่จริงลองคิดดู มันก็ไม่มีอะไรเสียหายนะ ในเมื่อพวกเขาเป็นหลานแท้ ๆ ของป้าโอ”
นรมนอึ้งไปทันที
จริงด้วย เรื่องนี้เธอเป็นฝ่ายแพ้ตั้งแต่เริ่มแล้ว
เธอไม่อาจเดิมพันได้
สภาพในตอนนี้ของบุริศร์ เธอไม่อาจเดิมพันได้
แต่ความรู้สึกที่ถูกคนข่มขู่มันช่างน่าอึดอัดเสียจริง
“เอาล่ะ ในเมื่อตัดสินใจมาก่อนแล้ว ก็รีบทำเถอะ ป้าโอทำอะไรกับบุริศร์ แท้จริงแล้วพวกเราไม่มีใครรู้ แต่พวกเรากลับไม่มีใครรับความเสี่ยงนี้ได้จริงไหม?พูดตามหลักทำนองคลองธรรมแล้ว ตอนนี้เธอไม่สามารถลงมือกับบุริศร์ได้ แต่ใครจะสามารถเข้าใจจิตใจของป้าโอได้อย่างแท้จริง?”
ได้ยินโพนี่พูดแบบนี้ นรมนถึงจะพยักหน้า ความโมโหลดลงไปเยอะ
“ฉันไปโทรหากานต์กับกมล”
“อืม”
นรมนมาที่ห้องของตนเอง เมื่อหยิบมือถือออกมากดวิดีโอคอลหากานต์ เธอรู้สึกกระวนกระวายใจ ไม่รู้จะพูดเรื่องนี้กับลูก ๆ อย่างไรดี
กานต์รับสายทันที
“หม่ามี้ หม่ามี้ยังรู้จักวิดีโอคอลหาผมเหรอครับ?ผมยังคิดว่าหม่ามี้กับคุณบุริศร์มีความสุขจนลืมไปแล้วว่ามีพวกเรา”
กานต์พูดหยอกล้อนรมน
นรมนมองเห็นกานต์นั่งแทะแตงโมอยู่บนเตียงผู้ป่วย กมลกำลังกินทาร์ตไข่อยู่ด้านข้าง ส่วนกิจจากำลังปอกลิ้นจี่ให้กมล
เด็กทั้งสามคนไม่ได้เปลี่ยนเป็นแย่ลงเพราะพวกเขาจากไปสักนิดเดียว
“หม่ามี้ เมื่อไหร่หม่ามี้จะกลับมา?”
ทาร์ตไข่เต็มปากกมล แต่กลับไม่ยอมวางลง เธอมองนรมนไปพลางพร้อมกับถามไปด้วย: “แด๊ดดี้ล่ะคะ? หนูคิดถึงแด๊ดดี้ ทั้งสองคนแย่มากเลย ไม่ยอมพาหนูไปเที่ยวด้วย หนูจะไม่สนใจทั้งสองคนแล้ว”
ปากเล็ก ๆ ของเธอบูดบึ้งออกมา ราวกับว่านรมนติดหนี้เธอมาก
ทันใดนั้นเองนรมนก็หัวเราะออกมา
เธอพบว่าไม่ว่าตัวของเธอจะอยู่ที่ไหน ผ่านอะไรมาบ้าง ตราบใดที่เห็นเด็กสองคนนี้ หัวใจของเธอก็ร่าเริงขึ้น ไม่ว่าปัญหาใด ๆ ก็สามารถแก้ไขได้
“หม่ามี้ยอมรับผิดต่อพวกลูก ๆ โอเคไหม?”
นรมนพูดจบ หัวคิ้วของกานต์ขมวดขึ้นทันที
“หม่ามี้ คอของหม่ามี้……?”
“ไม่เป็นไรจ้ะ”
กิจจารีบเงยหน้าขึ้น มองนรมนด้วยใบหน้าเซอร์ไพรส์
“หม่ามี้?”
“กิจจา ทำให้ลูกเป็นห่วงแย่เลย ตอนนี้หม่ามี้เรียบร้อยดีทุกอย่าง”
คำพูดของนรมนทำให้ดวงตาของกิจจามีน้ำตาคลอทันที
เขากัดริมฝีปากล่างไม่พูดอะไรต่อ มุมปากของกานต์ยกขึ้นเล็กน้อย มีเพียงกมลที่มองพวกเขาอย่างงุนงง ถามว่า: “ทุกคนเป็นอะไรไป ?หม่ามี้ หม่ามี้เป็นหวัดเหรอคะ ทำไมเสียงแปลก ๆ ?”
“อืม หม่ามี้เป็นหวัด อีกไม่กี่วันก็หายดี ไม่ต้องเป็นห่วงหม่ามี้นะ”
“หนูไม่ได้เป็นห่วงหม่ามี้ซะหน่อย หนูอยากเจอแด๊ดดี้ แด๊ดดี้ล่ะคะ?”
กมลปากมุ่ย โวยวายอยากเจอบุริศร์
นรมนรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาอีกครั้ง เพียงแต่กลับตอบด้วยรอยยิ้ม: “ แด๊ดดี้ของลูกกำลังหลับอยู่ เพลียมากเกินไป เดี๋ยวค่อยวิดีโอคอลกับเขานะตกลงไหม?”
“ทุกครั้งเอาแต่พูดว่าแด๊ดดี้หลับ หม่ามี้ไม่อยากให้หนูเจอแด๊ดดี้ใช่ไหม?”
กมลรู้สึกแย่มาก
หัวใจของนรมนหยุดเต้นไปชั่วคราว รีบตอบกลับไปว่า: “จะเป็นไปได้อย่างไรกัน?เพียงแค่ทางนี้เพลียมากเกินไปจริง ๆ แด๊ดดี้ของลูกพักผ่อนอยู่จริง ๆ ถ้าไม่เชื่อหม่ามี้จะให้ลูกดู?”
“เชอะ หนูไม่ฟัง อย่างไรเสียหม่ามี้ก็ไม่ให้หนูเจอแด๊ดดี้อยู่แล้ว! หม่ามี้นิสัยไม่ดี! หนูไม่ชอบหม่ามี้แล้ว!”
กมลพูดจบก็หันหลังไปไม่สนใจนรมน ราวกับว่าโมโหจริง ๆ
ปิดบังความจริงมานาน แต่ไหนแต่ไรนรมนไม่รู้สึกลำบาก แต่เพราะคำพูดของกมลในครั้งนี้ เธอรู้สึกน้ำตาจะไหลออกมาอย่างกะทันหัน และไม่รู้ว่าเพราะอะไร น้ำตาไหลพรั่งพรูออกมาทันที ถึงแม้จะกลั้นเอาไว้อย่างเต็มที่ และยังคงถูกกานต์กับกิจจามองเห็นเข้า
“หม่ามี้ อย่ารู้สึกแย่ไปเลยครับ กมลยังเด็ก เธอไม่รู้ว่าอะไรควรหรืออะไรไม่ควร”
กิจจาปลอบโยนนรมน ส่วนดวงตาของกานต์หรี่ลง
คราวก่อนดูเหมือนหม่ามี้ก็บอกว่าแด๊ดดี้มาบ้านใครนะ
คุณบุริศร์อ่อนแอแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?