แค้นรักสามีตัวร้าย - บทที่ 719 เขาเป็นผู้ชาย
บทที่ 719 เขาเป็นผู้ชาย
นรมนเห็นแววตาของกานต์สว่างขึ้นมาแวบหนึ่ง ก็รู้ว่าเด็กหน้าเหม็นคนนี้ต้องสงสัยแน่นอน
“กานต์ หม่ามี้ขอคุณกับลูกเป็นการส่วนตัวได้ไหม?”
นรมนรีบเอ่ยขึ้นทันที
แทนที่จะให้ลูกชายของตนเองไปคาดเดาอะไร เธอรีบบอกอะไรกับกานต์สักหน่อยดีกว่า เพื่อลูกคนนี้ที่เดินไม่สะดวกจะได้ไม่เป็นห่วงพวกเขา
“ครับ”
กานต์นำมือถือออกไปข้างนอกโดยความช่วยเหลือจากพยาบาล
“หม่ามี้ เกิดเรื่องขึ้นกับคุณบุริศร์ใช่ไหม?”
กานต์ไถ่ถามอย่างไม่อ้อมค้อม
นรมนพยักหน้าและตอบว่า: “แด๊ดดี้ของลูกเกิดอุบัติเหตุขึ้น ตอนนี้ยังอยู่ในอาการโคม่า เพียงแต่สามารถหาวิธีแก้ไขได้แล้ว ลูกไม่ต้องเป็นห่วงนะ อีกไม่นาน พวกเราก็จะกลับไปได้”
“ร้ายแรงไหมครับ?”
คิ้วของกานต์ขมวดเข้าหากัน
“ยังโชคดี ไม่ร้ายแรงมาก เพียงแต่ไม่สามารถนิ่งนอนใจได้ กานต์ อย่าบอกกิจจากับกมลนะ การรับความกดดันของพวกเขา……”
“ผมเข้าใจครับ วันนี้หม่ามี้วิดีโอคอลมาเพราะต้องการให้ผมดูแลพวกเขาให้ดี ๆ ใช่ไหมครับ?”
คำพูดของกานต์ทำให้นรมนเจ็บปวดใจขึ้นมาไม่น้อย
เธอโชคดีแค่ไหน ที่มีลูกชายแบบนี้
“เปล่าจ้ะ วันนี้หม่ามี้มีเรื่องจะปรึกษาลูก”
“หม่ามี้ว่ามาได้เลยครับ”
นรมนเล่าอาการป่วยกับคำขอร้องของป้าโอให้กานต์ฟัง เพียงแต่ไม่ได้เล่าเรื่องที่ป้าโอใช้ร่างกายของบุริศร์มาข่มขู่เธอ
ในภาพจำของลูก นรมนไม่คาดหวังให้เขามีด้านมืดมากเกินไป ถึงแม้ด้านมืดทั้งหมดจะเป็นความจริง แต่ถ้าสามารถทำให้เบาลงได้ นรมนก็ไม่คาดหวังให้กานต์จดจำมัน
กานต์ครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง ถามว่า: “ป้าโอคนนั้นสามารถช่วยคุณบุริศร์ได้ไหมครับ?”
“ได้”
“งั้นผมไป!”
คำพูดของกานต์ทำให้นรมนไม่รู้ว่าควรจะพูดอย่างไร
“กานต์ ลูกไม่จำเป็นต้องมาหรอก เดี๋ยวหม่ามี้จะวิดีโอคอลไปหา ลูกเจอหน้าเธอผ่านทางวิดีโอคอลก็พอ ส่วนกมล หม่ามี้ไม่อยากให้เธอเห็น ลูกก็รู้ว่ากมลไร้เดียงสามาก หม่ามี้กลัว……”
“ผมเข้าใจครับ หม่ามี้ แต่ผมอยากไปด้วยตนเอง ผมเป็นห่วงคุณบุริศร์ หม่ามี้ไม่ให้ผมบอกพี่ชายกับน้องสาว ผมตกลง แต่ผมอยากไปหาคุณบุริศร์ครับ”
ในเสียงของกานต์มีความอ้อนวอนเล็กน้อย
นรมนปฏิเสธทันที
“ไม่ได้ มันอันตรายเกินไป เธอเป็นคนอันตราย ไม่ใช่ว่าลูกไม่รู้ หากเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับลูก หม่ามี้จะบอกแด๊ดดี้ของลูกยังไง?”
“แต่ว่าหม่ามี้ ถ้าหม่ามี้ไม่เห็นด้วย ผมก็จะแอบไปนะ”
“กานต์ ลูกกล้ามากใช่ไหม?”
หัวใจของนรมนเต้นรัวทันที
“ดังนั้น หม่ามี้ หม่ามี้ให้ผมไปเถอะครับ แบบนี้หม่ามี้จะได้สบายใจขึ้นหน่อยจริงไหม?”
กานต์เริ่มออดอ้อนทันที
นรมนมองเขาอย่างจนปัญญา และกล่าวว่า: “ลูกอยากให้หม่ามี้โมโหจนตายใช่ไหม?”
“จะเป็นไปได้อย่างไรครับ?ทุกวันผมภาวนาให้หม่ามี้งดงามดั่งบุปผา อ่อนเยาว์ตลอดไป”
นรมนหลุดหัวเราะออกมาทันที
“อ่อนเยาว์ตลอดไป?งั้นหม่ามี้จะไม่กลายเป็นปีศาจหญิงแก่เหรอ?”
“ไม่มีทางครับ อย่างมากที่สุดก็เป็นปีศาจสาว”
กานต์หัวเราะเสียงดัง
นรมนรู้สึกดีขึ้นมาก เพียงแต่ยังคงกังวล
“กานต์ หม่ามี้ขอปรึกษากับลูกสักหน่อย วิดีโอคอลก็ดีแล้วจริงไหม?”
“หม่ามี้ ผมขอปรึกษากับหม่ามี้สักหน่อย ให้ผมไปหาคุณบุริศร์ได้ไหมครับ?”
ทั้งสองคนนิสัยเหมือนกัน ไม่มีใครยอมใคร ทำเอานรมนเบื่อหน่าย
“หม่ามี้เจ็บคอแล้ว”
“ที่รักผมเจ็บขาแล้ว โธ่เอ๊ย โมโหไม่ได้จริง ๆ คุณหมอบอกว่าอะไรนะ?บอกว่าถ้าตอนนี้ผมโมโหจะขัดขวางการมีสุขภาพแข็งแรง ยิ่งฟื้นฟูได้ไม่ดี”
กานต์พูดจามั่วซั่ว ทำให้นรมนหัวเราะขึ้นมาทันที
เธอรู้ ตนเองไม่สามารถทำอะไรกานต์ได้
“ได้ หม่ามี้ตกลง แต่ลูกต้องเชื่อฟัง และไม่ก่อความวุ่นวายเข้าใจไหม?”
“เข้าใจครับ”
กานต์ได้ยินนรมนตกลง ก็รู้สึกดีใจขึ้นมาทันที
นรมนกลัวว่ากานต์ตัวคนเดี๋ยวจะเกิดปัญหา จึงขอร้องให้ป้องส่งคนไปรับกานต์
หลังจากทุกอย่างเสร็จสิ้น ทันใดนั้นเองนรมนก็รู้สึกว่าแบบนี้ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหา
เธอไม่มีคนของตัวเองที่สามารถใช้งานได้มาตลอด
ไม่ว่าจะเป็นคนของตระกูลโตเล็ก หรือจะเป็นคนของอาณาจักรรัตติกาล สำหรับเธอต่างไม่มีความจริงใจเลย และตัวเธอเองก็ใช้งานได้ไม่ราบรื่น โดยเฉพาะหลังจากเกิดเรื่องของกิมจิขึ้น เธอยิ่งไม่มีความรู้สึกพิเศษกับคนเหล่านี้
แต่ตอนนี้ต้องการคนที่ตนเองใช้งานได้
นรมนนึกถึงนิตากับเจตต์
หากนิตาสามารถกลายเป็นผู้ช่วยของตนเองได้ ตนเองก็จะสามารถผ่อนคลายขึ้นได้เยอะเลยใช่ไหม?
เพียงแต่นิตาอยู่ห่างไกลที่ยูนนาน เมื่อต้องการมาช่วยเหลือในเวลาเร่งด่วนคงจะไม่ได้
นรมนรู้สึกยุ่งเหยิง รู้ว่าไม่สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ชั่วขณะ เธอจึงวางมันลงชั่วคราว
กานต์มาถึงในตอนกลางคืน ซึ่งนรมนกำลังพักผ่อนอยู่
ป้องต้องการจะบอกนรมน แต่กานต์ห้ามเอาไว้
“ลุงป้อง ให้หม่ามี้ของผมหลับไปเถอะครับ คืนนี้ผมจะอยู่กับลุงไปก่อน”
กานต์นอนบนเตียงของป้องอย่างเคยชิน
ป้องมองเห็นกานต์ยึดเตียงของตนเอง เขาเอ่ยถามอย่างกลุ้มใจ: “เธออยู่ตรงนี้ แล้วฉันกับเมียของฉันล่ะ?”
“ไม่งั้นพวกลุงก็ไปเปิดอีกห้องหนึ่งสิครับ?”
“เธอไปเปิดห้องเองไม่ได้เหรอ?”
ป้องกอดอก
“กานต์ตอบด้วยรอยยิ้ม ผมเป็นเด็กเล็ก ไม่สามารถเปิดได้”
“ไม่เป็นไร ฉันเปิดไว้แล้ว คุณแค่ไปก็พอ”
“ผมกลัว!คุณน้าโพนี่ครับ ผมขี้ขลาด แถมยังเป็นเด็กน้อย”
กานต์กอดโพนี่เอาไว้ พูดจาออดอ้อน
โพนี่รีบกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า: “ได้ ๆ ๆ คืนนี้น้าโพนี่จะนอนเป็นเพื่อนเธอเอง”
“น้าโพนี่ใจดีที่สุดไปเลย”
ป้องหน้าดำขึ้นทันที
“คุณจะนอนกับเขาเหรอ?เขาเป็นผู้ชายนะ!”
“เขายังเป็นเด็ก!”
โพนี่กลุ้มใจกับความหึงหวงของป้องจริง ๆ เลย
“เป็นเด็กแล้วไม่ใช่ผู้ชายหรือไง?เด็กคนนี้อนาคตอาจเป็นลูกเขยของคุณ แม่ยายกับลูกเขยนอนด้วยกันมันถูกต้องที่ไหน?ไม่ได้!”
ป้องพูดแล้วจึงวิ่งไปอุ้มกานต์
กานต์รีบเกาะบนตัวของโพนี่เหมือนหมี พูดอย่างบิดพลิ้ว: “ผมจะบอกเรนนี่ว่าลุงจะเอาเธอไปขาย”
“เธอพูดจาไร้สาระอะไรเนี่ย?”
“ก็ลุงบอกว่าผมคือลูกเขยของลุง ?ตอนนี้จับคลุมถุงชนไม่ได้นะ!”
กานต์พูดจาฉะฉานอย่างมีเหตุผล ทำให้ป้องโมโหแทบคลั่ง
“ไอ้เด็กหน้าเหม็น ถ้าวันนี้ฉันไม่ได้ฟาดแกฉันจะ……”
ป้องรูดแขนเสื้อขึ้นอย่างโมโห
ไอ้เด็กคนนี้ทำไมถึงไม่เป็นปัญญาชนเหมือนกับบุริศร์เลย?
กานต์กลับกอดโพนี่ไม่ยอมปล่อยมือ
“น้าโพนี่ครับ ผมเป็นคนป่วย น้าเป็นนางฟ้าในชุดขาว น้าคงไม่ยอมเห็นผมถูกคนไม่ดีรังแกใช่ไหม?”
โพนี่อยากร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตา
สองคนนี้แค่เจอหน้ากันก็ทะเลาะ เธอไม่รู้ว่าป้องเป็นอะไรไป
เอาล่ะ ป้อง แค่คืนเดียวเอง ยอม ๆ ไปเถอะ ยิ่งไปกว่านั้นสุขภาพของนรมนก็ไม่ค่อยดี ดึกขนาดนี้แล้วจะรบกวนการพักผ่อนของเธอไปทำไม?พรุ่งนี้เช้าค่อยว่ากัน”
ป้องเห็นโพนี่ให้ท้ายกานต์ จึงอดกลุ้มใจไม่ได้
“งั้นจะให้ผมไปนอนที่ไหน?”
“โซฟา!”
กานต์ชี้ไปที่โซฟาแล้วพูดออกมา เมื่อแววตาของป้องจ้องมองมาก็รีบหลบไปด้านหลังของโพนี่
โพนี่ลูบศีรษะของเขาอย่างอ่อนโยนและกล่าวว่า: “ รีบนอนเถอะ ดึกมากแล้ว พรุ่งนี้ยังต้องตื่นเช้า ลำคอของหม่ามี้เธอยังต้องฝังเข็ม”
“ใครเป็นคนรักษาลำคอให้หม่ามี้ครับ?”
กานต์อยากถามคำถามนี้มานานแล้ว เพียงแต่ไม่มีโอกาสมาตลอด
โพนี่ตอบเสียงเบา: “เป็นป้าโอ”
“อ่อ”
กานต์ไม่พูดอะไรอีก ถอดเสื้อผ้าอย่างให้ความร่วมมือและหลับไป
เขานอนไม่หลับทั้งคืน
เมื่อนรมนตื่นขึ้นในเช้าวันต่อมา ก็มองเห็นกานต์เท้าคางมองเธออยู่ตรงหน้าเตียง
“หม่ามี้ อรุณสวัสดีครับ”
“อรุณสวัสดีจ้ะ”
นรมนไม่แน่ใจว่านี่คือความจริงหรือความฝัน
เธอพยายามขยี้ตาไปมา ถึงจะเชื่อว่าเป็นความจริง
“มาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่ ?ทำไมไม่บอกให้หม่ามี้ไปรับลูกล่ะ?”
“ไม่ต้องหรอกครับ ลุงป้องพาผมมาส่งเองโดยตรง ตอนกลับมาถึงก็เที่ยงคืนแล้ว เมื่อคืนผมจึงพักในห้องของลุงป้อง”
กานต์กล่าวด้วยรอยยิ้ม จากนั้นมองบุริศร์ด้านข้าง
“เฮ้ คุณบุริศร์ ผมมาแล้วนะ”
ไม่มีการตอบสนองใด ๆ จากบุริศร์
นรมนรู้สึกไม่สบายใจ
“แด๊ดดี้ของลูกได้ยินนะ”
“เขาได้ยิน เพราะหัวใจของพวกเราสื่อสารถึงกันได้”
กานต์ยังคงยิ้มอย่างร่าเริง
เขาแข็งแกร่งกว่าที่นรมนคิดเอาไว้มาก
นรมนดึงเขาเข้ามาในอ้อมกอด กล่าวด้วยความรักว่า: “ขอโทษนะ กานต์ หม่ามี้ทำให้ลูกต้องแบกรับมากเกินไป”
“ไม่เป็นไรครับ ผมคือลูกผู้ชายของบ้าน หม่ามี้ หม่ามี้อย่าเสียใจไปเลย คุณบุริศร์จะปลอดภัย ผมทำนายโชคชะตาได้ ผมทำนายให้คุณบุริศร์แล้ว เขาจะมีอายุยืนนาน”
คำปลอบโยนของกานต์ไหลรินลงสู่น้ำพุร้อนในใจที่แห้งเหือดของนรมน
“ขอบคุณนะ ลูกชายของหม่ามี้!”
นรมนกอดเขาแน่น กอดแน่นมาก
กานต์รู้ว่านรมนไม่สบายใจ จึงกล่าวด้วยรอยยิ้ม: “ หม่ามี้ พวกเราไปหาคุณย่าโอกันเถอะ”
“คุณย่าโอ?”
นรมนไม่มีการตอบสนอง
“ใช่แล้ว คุณย่าโอไม่ได้ต้องการเจอผมเหรอครับ?”
คำพูดของกานต์ทำให้นรมนเข้าใจทันที
เพียงแต่สำหรับเรื่องที่กานต์เรื่องป้าโอว่าคุณย่า เธอค่อนข้างไม่เห็นด้วย แต่เด็กก็มีความคิดเป็นของตนเอง ถึงแม้เธอจะไม่ชอบ แต่ก็ไม่ต้องการไปยัดเยียดความต้องการของตนเองให้แก่กานต์
“หม่ามี้บอกแล้วไง ลูกวิดีโอคอลกับเธอก็พอ ไม่อนุญาตให้ไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งนั่นคือสถานที่อะไร?เด็กจะไปได้ซะที่ไหน?”
“หม่ามี้ ให้ลุงป้องไปกับผม ไม่เป็นไรหรอกครับ หม่ามี้วางใจได้ ผมอยากไปพบเธอจริง ๆ จริงนะครับ”
กานต์พนมมือขอร้อง ด้วยท่าทางจริงใจสุด ๆ
นรมนยังคิดจะพูดอะไร แต่กานต์รีบพูดขึ้นมาว่า: “ถ้าเธอทำอะไรผม ผมจะฉีดยานอนหลับให้เธอทันที”
พูดจบ กานต์ล้วงหลอดเข็มฉีดยาออกมาจากกระเป๋า ซึ่งภายในหลอดบรรจุยาเอาไว้แล้ว
นรมนอึ้งไปทันที
“ลูกไปเอามาจากไหน?”
“ขอมาจากลุงป้องครับ ต้องเตรียมตัวอย่างรอบคอบ”
กานต์พูดตามหลักการว่าควรจะเป็นแบบนี้ แต่นรมนกลับรู้สึกว่าหัวใจเต้นแรงจนตามไม่ทัน
“กานต์ หลังจากนี้ไม่อนุญาตให้ทำเรื่องที่อันตรายนะ”
“ต่อจากนี้ไม่ทำ งั้นผมขอตัวก่อนนะ เจอกันครับหม่ามี้”
กานต์พูดจบ กระโดดออกจากอ้อมแขนของนรมนทันที วิ่งตรงออกไปข้างนอก
“กานต์”
นรมนรู้สึกกังวล รีบลุกขึ้นยืน กลับพบว่าชุดนอนของตนเองถูกกานต์ผูกไว้กับราวเตียงตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ แถมยังเป็นเงื่อนตายซะด้วย
นี่คือกานต์!
นรมนแก้ชุดนอนออกอย่างรวดเร็ว เมื่อวิ่งออกไปจากห้อง จะยังมีร่างของกานต์อยู่ที่ไหนอีก?
ทันใดนั้นเองเธอรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง
กานต์ไม่ได้บาดเจ็บที่ขาอยู่หรือไง?หรือว่าตอนนี้หายดีแล้ว?ไม่อย่างนั้นจะวิ่งเร็วแบบนั้นได้อย่างไร?
และในขณะนั้นเอง เสียงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากด้านหลังของนรมน