แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 21 รู้ไหมว่าเธอได้ทำให้ตระกูลจ้าวไม่พอใจแล้วนะ?
- Home
- แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง
- บทที่ 21 รู้ไหมว่าเธอได้ทำให้ตระกูลจ้าวไม่พอใจแล้วนะ?
บทที่ 21 รู้ไหมว่าเธอได้ทำให้ตระกูลจ้าวไม่พอใจแล้วนะ?
เสียงร้องครวญครางของผีสัตว์ประหลาดดังขึ้นอย่างน่าสงสาร ในขณะที่หนิงหนิงเตะมันอย่างรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ จนถังถังแทบทนดูไม่ได้
ผีสัตว์ประหลาดค่อย ๆ หยุดนิ่ง ภาพลวงตาในห้องก็ค่อย ๆ จางหายไป
เมื่อสีแดงสุดท้ายในห้องหายไป ผีสัตว์ประหลาดบนพื้นก็หายไปด้วย
“มันหนีไปแล้วเหรอ?” ถังถังถาม
หนิงหนิงเดินตรงไปที่ผ้าม่าน
เห็นหลิวเอ้อร์กำลังแยกเขี้ยวขู่ฟ่อ
ภาพมายาเป็นสิ่งที่เขาสร้างขึ้นและผีสัตว์ประหลาดก็คือร่างแยกของเขา
บาดแผลครึ่งหนึ่งที่ผีสัตว์ประหลาดได้รับ จะย้อนกลับมาทำร้ายร่างกายของเขา
บ้าเอ๊ย ดูถูกผู้หญิงคนนี้เกินไปแล้ว
รอก่อน ฉันจะไปเรียกซานอู่มา
เดิมทีเขาเห็นว่าเธอสวย จึงอยากจะไว้ชีวิตเธอแต่ตอนนี้หลิวเอ้อร์อยากจะฆ่าเธอให้ตาย
ฆ่าเธอให้ตาย แล้วเอามาเป็นภรรยา!
เพชรพวกนั้นของเธอ จะต้องเป็นของเขาทั้งหมด!
ทันใดนั้นร่างทั้งร่างของเขาก็ถูกกระชากออกไป ลอยค้างอยู่กลางอากาศ
เขาก้มมองลงไป สบตากับดวงตาของหญิงสาวที่ดำมืดราวกับหยดหมึก
หนิงหนิงกำมือในอากาศเบา ๆ หลิวเอ้อร์รู้สึกเหมือนมีมือมาบีบคอเขาไว้ มันบีบแน่นขึ้นเรื่อย ๆ แน่นขึ้นเรื่อย ๆ
ทั้งๆ ที่เขาไม่จำเป็นต้องหายใจ แต่กลับรู้สึกเหมือนกำลังจะขาดอากาศหายใจ
เขาตาเหลือก รู้สึกทรมานมากเหมือนกำลังจะตายอีกรอบ
จิตใจของหลิวเอ้อร์จมดิ่งลงสู่ความมืดมน ความรู้สึกแบบนี้เขาเคยประสบมาก่อน
ตอนก่อนที่เขาจะตาย ก็เป็นแบบนี้
หนิงหนิงปล่อยมือลง หลิวเอ้อร์ก็ร่วงลงพื้นดังปัง หนิงหนิงเดินเข้าไปหายกเท้าขึ้น
คราวนี้ ความเจ็บปวดมาเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์
หลิวเอ้อร์เจ็บปวดจนแทบจะตายอยู่แล้ว
เขาขยับตัวไม่ได้ ได้แต่ร้องขอชีวิตไม่หยุด “ขอโทษครับ ขอโทษ จ้าวฉี่หมิงเป็นคนส่งผมมา อย่าฆ่าผมเลย”
จ้าวฉี่หมิง ถังถังรู้จักคนคนนี้
เขาคือคุณชายใหญ่แห่งตระกูลจ้าว
ภาพลักษณ์ของเขาบนโลกออนไลน์นั้นดีมาก สุภาพอ่อนโยนและมีบุคลิกภาพที่สง่างาม
เขามักจะช่วยแฟนคลับขับไล่ผีให้ฟรี ๆ อยู่เสมอ
คนแบบนั้น กลับทำเรื่องแบบนี้ออกมาได้
ถังถังมองภาพลักษณ์ที่มีต่อจ้าวฉี่หมิงแตกกระจายไปหมด
หนิงหนิงไม่สนใจว่าใครคือจ้าวฉี่หมิง เธอไม่รู้จักเขาด้วยซ้ำ
เธอรู้สึกแค่ว่าความคิดของคนคนนี้ช่างสกปรกเหลือเกิน
เธอจึงเตะลงไปแรงกว่าเดิม
ชั้นล่าง
เซี่ยลี่เฟินมองขึ้นไปที่ชั้นสอง “เหมือนมีเสียงอะไรดังมาจากข้างบนหรือเปล่านะ?”
จินเฉียนตัวพูด “ฉันก็เหมือนได้ยินเสียงนั้นเหมือนกัน”
จินซุ่ยพยักหน้า “หนูก็ได้ยินค่ะ”
เซี่ยลี่เฟินถามขึ้น “พวกเราขึ้นไปดูกันดีไหม?”
ทั้งสามคนเพิ่งจะลุกขึ้นยืน
จู่ ๆ ก็มีมือสีซีดคู่หนึ่งยื่นออกมาจากข้างใต้ คว้าข้อเท้าของจินซุ่ยเอาไว้
จินซุ่ยกรีดร้องออกมาทันที เธอกระโดดขึ้นและพยายามสะบัดมือนั้นออก
“พ่อ แม่ ช่วยหนูด้วย!”
แต่เธอไม่เห็นเงาของจินเฉียนตัวและเซี่ยลี่เฟินที่ไหนเลย
ได้ยินเสียงดังกร๊อบ เธอกระชากจนแขนหลุดออกมาทั้งท่อน
แขนที่เต็มไปด้วยเนื้อห้อยอยู่ข้างเท้าของเธอ ตรงรอยขาดมีเศษเนื้อสีแดงห้อยระย้า ส่วนที่เหลืออยู่บนพื้นมีเพียงก้อนเนื้อสองก้อนที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด
ถ้าไม่ใช่เพราะประสบการณ์ที่ถูกทำให้ตกใจในช่วงที่ผ่านมา ตอนนี้จินซุ่ยคงจะเป็นลมไปแล้ว
เธอตัวสั่นเทาพยายามจะล้วงหยิบยันต์ในกระเป๋า
ข้อเท้าของเธอถูกรัดแน่นขึ้นกะทันหัน จินซุ่ยเจ็บจนล้มลงบนพื้น
ใบหน้าของคนคนหนึ่งปรากฏขึ้นมาบนพื้น
ใบหน้านั้นบวมพองและซีดขาว เหมือนกับคนที่จมน้ำตาย
มันค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมา เผยให้เห็นรูกลวงสองรูที่มีเลือดไหล
จินซุ่ยตกใจจนกรีดร้องเสียงดัง
วาเซียที่กำลังกินเป็ดย่างอยู่
หันกลับไปมองอย่างรวดเร็ว
เป็นอย่างที่คิดไว้จริง ๆ
สามคนที่นั่งอยู่บนโซฟาไม่ขยับเขยื้อน ทุกคนจ้องมองไปข้างหน้าด้วยสายตาว่างเปล่า
น่ารำคาญจริง ๆ
แต่ภารกิจนี้ หนิงหนิงเป็นคนมอบให้เขา
เขากระโดดลงจากโต๊ะ
จินซุ่ยกุมหัวใจที่เต้นรัวแทบจะวิ่งออกมา
จู่ ๆ ร่างสีดำก็พุ่งเข้ามาในระยะการมองเห็นของเธอ
วาเซียก้าวเดินแบบแมว ๆ โยกตัวไปมา แล้วทิ้งก้นลงนั่งตรงหน้าเธอพอดี มันนั่งลงข้าง ๆ ใบหน้าของผี
“เซียเซีย รีบวิ่งหนีเร็ว!” จินซุ่ยตะโกน
แย่แล้ว เธอลืมให้ยันต์กับเซียเซียไป
เธอมียันต์ติดตัว ผีทำร้ายเธอไม่ได้ เธอรู้ว่านี่เป็นแค่ภาพมายา
ขอแค่ใช้ยันต์ทำลายมัน เธอก็จะออกไปได้
เซียเซียนั้นแตกต่าง
มันเป็นเพียงแค่แมวน้อยที่อ่อนแอและไม่เข้าใจอะไรเลย!
จินซุ่ยกำลังจะร้องไห้ด้วยความร้อนใจ
วาเซียมองเธอแวบหนึ่ง ด้วยสายตาที่แสดงความรังเกียจ
จินซุ่ยถึงกับงงงัน
สายตาที่มองด้วยความรังเกียจเหมือนคนแบบนั้นมันหมายความว่ายังไง
เดี๋ยวก่อน?
เซียเซียเข้ามาในภาพมายานี้ได้ยังไง
ผีตนนั้นดูเหมือนจะตระหนักได้แล้วว่าแมวตัวนี้คงจะมีความสำคัญกับคนพวกนี้มาก
มันรู้สึกตื่นเต้น มือที่จับข้อเท้าของจินซุ่ยก็เริ่มคลายออก
แขนที่ขาดทั้งสองข้างลอยขึ้นในอากาศ พุ่งตรงไปที่เซียเซียหมายจะบีบคอของวาเซีย
วาเซียยกอุ้งเท้าขึ้นฟาดซ้ายขวา ตบแขนที่ขาดทั้งสองข้างด้วยอุ้งเท้าของมัน
แขนที่ขาดกระแทกกับกำแพง ดังตุบสองครั้ง
วาเซียสะบัดอุ้งเท้า ช่างสกปรกจริง ๆ
ในเมื่อมันสกปรกอยู่แล้ว
อุ้งเท้าของมันจึงตบลงบนใบหน้าผีที่อยู่บนพื้นโดยตรง กรงเล็บจิกเข้าที่เบ้าตาของใบหน้าผี
แล้วค่อย ๆ บีบให้แน่นขึ้น
ใบหน้าผีส่งเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด
จินซุ่ยรีบเอามือปิดหู
วาเซียฉีกใบหน้านั้นออก ลากผีที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นออกมาทีละนิ้ว ๆ
ระหว่างนั้น เสียงกรีดร้องของผีดังไม่ขาดสาย
จินซุ่ยได้ยินแล้วรู้สึกหัวใจเต้นระรัว
ซานอู่รู้สึกว่าตัวเองกำลังจะแยกออกเป็นสองส่วน
ผีทั้งตัวถูกลากออกมาแล้ว เลือดเปรอะเปื้อนไปทั้งร่าง
วาเซียอ้าปากกว้าง แล้วงับลงที่คอของปีศาจ
เลือดจากเส้นเลือดแดงพุ่งกระฉูดออกมาเหมือนน้ำพุ
จินซุ่ยตกใจถอยหลังไปทันที
“แม่เจ้า!”
แมวตัวน้อยนี่ ทำไมถึงดุร้ายยิ่งกว่าปีศาจซะอีก
หรือวาเซียก็อาจจะกลายเป็นผีไปแล้ว?
“วาเซีย ห้ามฆ่า”
วาเซียคลายปากออก
ซานอู่นอนอยู่บนพื้น ที่คอเต็มไปด้วยเลือด
ทำไมล่ะ? ทั้งที่ตายไปแล้ว ตอนนี้ถึงยังรู้สึกเหมือนกำลังจะตายอีกครั้ง
หนิงหนิงเดินลงมาจากบันได
“พวกคุณเป็นอะไรไหม?”
จินซุ่ยได้สติขึ้นมา เธอยังคงนั่งอยู่บนโซฟา ข้าง ๆ มีจินเฉียนตัวและเซี่ยลี่เฟินอยู่ด้วย
ทั้งสามคนกะพริบตา ที่ข้างเท้ามีผีที่แทบจะไม่เป็นไม่ตายนอนอยู่ ส่วนวาเซียนั่งหมอบอยู่บนพื้นดวงตาสีเขียวมรกตของมันกำลังจ้องมองพวกเขาอยู่
พวกเขาทั้งหมดต่างเห็นภาพเหตุการณ์เดียวกัน วาเซียอัดใบหน้าผีอย่างรุนแรง
เหมือนกับกำลังฝันอยู่เลย
หนิงหนิงนั่งลงตรงข้ามกับพวกเขา วาเซียก็กระโดดขึ้นมานั่งบนตักของเธอแล้วนอนลง
ถังถังนั่งลงข้าง ๆ หนิงหนิง วาเซียเงยหน้าขึ้นมองเธอแวบหนึ่ง ถังถังรีบขยับออกห่างทันทีวาเซียจึงนอนลงอีกครั้ง
ถังถังถอนหายใจเบา ๆ อย่างโล่งอก
ในขณะที่เรื่องของหนิงหนิงเธอยังไม่ทันได้ทำความเข้าใจเลย เรื่องของแมวน้อยตัวนี้ก็มาอีกแล้ว
สมองของเธอแทบจะหยุดทำงาน
ครอบครัวสามคนที่อยู่ตรงหน้าก็กำลังงงงวยไม่แพ้กัน
แมวตัวนี้คงจะกลายเป็นปีศาจไปแล้ว
หนิงหนิงกอดอก มองดูซานอู่ที่อยู่บนพื้นอย่างเกียจคร้าน
จินเฉียนตัวถามขึ้นมาว่า “เรื่องนี้จบแล้วใช่ไหม?”
หนิงหนิงตอบ “จัดการเสร็จแล้ว ยังมีอีกตัวอยู่ที่ชั้นบน ตอนนี้ฉันยังไม่เจอตัวที่สาม”
ยังมีอีกตัวอยู่ที่ชั้นบนงั้นเหรอ?
จัดการตั้งแต่เมื่อไหร่กัน พวกเขาไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย
ทั้งสามคนสบตากัน ดวงตาเป็นประกายตื่นเต้น
นี่มันสุดยอดจริง ๆ
ซานอู่นอนคว่ำอยู่บนพื้น เมื่อได้ยินคำพูดนั้นมันก็พูดขึ้นมาว่า “เรียบร้อยอะไรกัน? เธอรู้ตัวหรือเปล่าว่าไปสร้างความไม่พอใจให้ตระกูลจ้าวเข้าแล้ว”
“จะจัดการผีก็ต้องดูก่อนว่าเจ้านายเป็นใคร พวกเธอรู้ไหมว่าพวกเรารับงานจากใคร จ้าว…”
“จ้าวฉี่หมิง” หนิงหนิงชิงตอบ
ซานอู่ชะงักไปเล็กน้อย
ฝั่งของจินสุ่ยและคนอื่น ๆ ก็รู้สึกประหลาดใจเช่นกัน
จ้าวฉี่หมิงเป็นทายาทคนต่อไปที่ได้รับการยอมรับจากตระกูลจ้าว
ไม่คิดเลยว่า เขาจะย่ำแย่ถึงขนาดนี้
ช่วงเวลานี้ภาพลักษณ์ที่พวกเขามีต่อสำนักเซียนได้แตกสลายลงอีกครั้ง
“ทำไมเธอถึงรู้เรื่องนี้ล่ะ” ซานอู่ถาม
“เพื่อนของนายบอกฉันมา” หนิงหนิงตอบ
ซานอู่โล่งอกแล้ว
ซานอู่ได้ยินดังนั้นก็โล่งใจไป มันนึกว่าหนิงหนิงจะเก่งกาจขนาดมองปราดเดียวก็รู้เสียอีก
ซานอู่พูดว่า “รอดูเถอะ ทำร้ายพวกเราก็เท่ากับตบหน้าตระกูลจ้าว คิดว่าตระกูลจ้าวจะปล่อยเธอไปง่าย ๆ เหรอ?”
หนิงหนิงไม่พูดอะไร
ซานอู่คิดว่าหนิงหนิงคงกลัวแล้ว จึงยิ่งเหิมเกริมขึ้น