แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 28 ศาลเจ้าร้างของคุณหนูตัวปลอมตกอับ
- Home
- แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง
- บทที่ 28 ศาลเจ้าร้างของคุณหนูตัวปลอมตกอับ
บทที่ 28 ศาลเจ้าร้างของคุณหนูตัวปลอมตกอับ
คอมเมนต์ในห้องไลฟ์สดเงียบลงไปในทันที
ผู้ชมต่างก็หลงใหลในความงดงามของเขา
[ไม่แปลกใจ ที่ไม่เคยมีใครด่าหน้าตาของหนิงเหนียนเลย]
[เหลือเชื่อเลยที่ทีมงานสองคนนี้เจอตัวเขา]
[อาจจะเป็นเพราะรายการวาไรตี้นี้หาคนมาแทนยากจริง ๆ มั้ง ฮ่า ๆ]
[พี่ชายของเธอไม่ได้มาแทนแล้ว ร้อนใจเหรอ?]
[พูดบ้าอะไร! ใครจะอยากไปแสดงเป็นพี่น้องกับหนิงหนิงกัน น่าขยะแขยงจะตาย ถอย ๆ ๆ อย่าเข้ามาเกาะ]
[…จินตนาการไม่เลวนี่ พวกคุณนี่มันหาเรื่องยกย่องตัวเองเก่งกันจริง ๆ นะ]
[หนิงเหนียน ก็มีดีแค่หน้าตาเท่านั้นแหละ]
[ทั้งหน้าตาดี ทั้งมีความสามารถบอกมาสิว่าเจ็บใจหรือเปล่าล่ะ]
[ก็อิจฉาต่อไปเถอะนะ คิดว่าพี่ชายของเธอไม่อยากทำหรือไง?]
แฟนคลับของหนิงเหนียนนั้น ติดตามเขามาตั้งแต่จุดต่ำสุดจนถึงจุดสูงสุด ถึงแม้ว่าตอนนี้จะมีกระแสต่อต้านเหมือนสมัยที่เขาเพิ่งเดบิวต์ใหม่ ๆ แต่แฟนคลับที่ภักดีก็ยังมีอยู่มาก พวกที่เลือกจะอยู่ต่อต่างก็เคยผ่านมรสุมอะไรมานักต่อนัก พลังในการต่อสู้จึงแข็งแกร่งมาก
“ไปกันเถอะ” หนิงเหนียนพูด
“ไปเลยเหรอครับ?” ทีมงานถาม
“ถ้าพวกคุณอยากถ่ายก็เข้าไปถ่ายสิ แต่ผมว่าไม่มีอะไรน่าถ่ายหรอก” หนิงเหนียนตอบ
[คงไม่ใช่ว่ารกเกินไปจนไม่กล้าให้คนเข้าไปถ่ายหรอกนะ?]
[นายก็รู้ดีนี่ หุบปากไปเลย]
[อ้าาาา รีบถ่ายสิ ฉันอยากดู!]
[ถ่าย ๆ ๆ! อยากดูมากเลย!]
ทีมงานสองคนสบตากัน “พวกเราขอถ่ายสักหน่อยดีกว่า”
หนิงเหนียนเปิดประตู ทีมงานถือกล้องวิดีโอเดินตามเข้าไป
พอเข้าไปในห้อง ทุกคนก็ชะงักไปครู่หนึ่ง
“ห้องใหม่เหรอครับ?”
“ไม่ใช่หรอก แค่ไม่ค่อยได้อยู่เท่าไหร่” หนิงเหนียนตอบ
“ในเมื่อมาถึงแล้ว ผู้ชมก็ต้องอยากดูแน่ ๆ!”
ห้องนั่งเล่นดูโล่ง ๆ มีเพียงเฟอร์นิเจอร์พื้นฐานเท่านั้น
โซฟาสีเทา ผ้าม่านสีเทา ทุกอย่างเป็นสีเทา เมื่อรวมกับผนังสีขาวทำให้ไม่มีความรู้สึกอบอุ่นเลยแม้แต่น้อย
ไม่มีของตกแต่งใด ๆ เลย แม้แต่ของประดับสักชิ้นก็ไม่มี
จริง ๆ แล้วก็ไม่มีอะไรน่าดูเลย
[ถ้าไม่บอก ฉันก็นึกว่าเป็นห้องตัวอย่างที่ตกแต่งแบบเรียบง่ายซะอีก]
[ไม่ใช่แค่เช่าห้องมาชั่วคราวเพื่อหลอกคนดูหรอกเหรอ ทำตัวเรื่องมากจังคนอื่นเขายังยอมให้ถ่ายที่บ้านได้เลย แต่เขาคนเดียวที่ไม่ยอม]
[เรื่องนี้คุณไม่ควรวิจารณ์เขาแบบนั้นนะ นี่เป็นอพาร์ตเมนต์หรูหลังแรกที่หนิงเหนียนซื้อหลังจากที่เขาเริ่มมีรายได้ ตอนที่ซื้อก็โดนช่างภาพปาปารัสซี่แอบถ่ายแล้วเปิดเผยออกมาด้วย]
[โชคดีที่ที่นี่ต้องใช้คีย์การ์ดถึงจะขึ้นไปได้ และระบบรักษาความปลอดภัยก็เข้มงวดไม่งั้นไม่กล้าคิดเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น]
[เพราะโดนแฉที่อยู่ออกมา เลยไม่กล้ามาอยู่หรือเปล่า ดูเงียบเหงาจัง]
[อาจจะใช่มั้ง]
หนิงเหนียนก็ขึ้นรถไปแล้ว ตอนนี้เหลือแค่หนิงหนิงคนเดียว
ทีมงานที่มารับหนิงหนิงขับรถตามที่อยู่ที่ถังถังให้มา ตอนนี้มาถึงเชิงเขาหลานซานแล้ว รถยังคงมุ่งหน้าขึ้นไปบนภูเขา
ผู้ชมเริ่มทนไม่ไหว
[ของปลอมนี่อาศัยอยู่บนภูเขาเลยเหรอ?]
[ไม่มีปัญญาอยู่แม้แต่ในย่านชนบท เลยต้องหนีขึ้นไปอยู่บนเขางั้นเหรอ?]
[คนที่อยู่แถวนั้นช่วยบอกทีว่าบนเขามีวัดหรือศาลเจ้าอะไรหรือเปล่า?]
[มีศาลเจ้าร้างที่ไม่มีคนอยู่ และทรุดโทรมมาก]
[ฮ่า ๆ ๆ ๆ ของปลอมต้องจบลงด้วยการไปอยู่ศาลเจ้าโทรม ๆ สินะ]
[ก็เดาไว้อยู่แล้วว่าพอของปลอมถูกไล่ออกจากตระกูลเศรษฐี จะใช้ชีวิตลำบาก แต่ไม่คิดว่าจะลำบากขนาดนี้ น่าสมเพชจริง ๆ]
[อยู่ข้างล่างภูเขาก็ไม่มีใครสนใจเธอ ถึงได้หนีขึ้นไปอยู่บนภูเขา บางทีอาจจะได้ไปแย่งของกินกับสัตว์ก็ได้ เพราะยังไงซะสัตว์ก็ใจดีไม่รู้หรอกว่าเธอเป็นคนไม่ดี]
[ตัวปลอมที่แทนที่เจินเจินมาตลอดยี่สิบกว่าปี ได้แต่อ้าปากรอกินข้าว ยื่นมือรอรับเสื้อผ้า ตระกูลเจียงดีกับเธอขนาดนั้น แต่เธอไม่ได้เรียนรู้อะไรเลยนอกจากนิสัยคุณหนู ตอนนี้ไม่มีตระกูลเจียงแล้วก็เป็นแค่คนไร้ค่าคนหนึ่ง ถ้าชีวิตไม่ลำบากก็แปลกแล้ว]
[สะใจจริง ๆ ฉันสะใจมาก]
จินซุ่ยก็กำลังดูการถ่ายทอดสดอยู่เช่นกัน เธอทนดูต่อไปไม่ไหวแล้ว
ไม่เคยเจอตัวจริงสักหน่อยก็เดาไปเรื่อย ไม่กลัวจะถูกตบหน้าหรือไง
พูดจนเธอเกือบจะเชื่อว่าพวกเขาเห็นหนิงหนิงอาศัยอยู่ในศาลเจ้าร้างกับตาตัวเองแล้ว
เธอพิมพ์ข้อความ ส่งคอมเมนต์บนหน้าจอ
เธอถึงกับยอมซื้อวีไอพีมาโดยเฉพาะ
เพราะสมาชิกวีไอพีสามารถส่งคอมเมนต์เป็นตัวอักษรสีรุ้งได้
[แต่ว่า ยังมีคฤหาสน์กุหลาบที่เขาหลานซานนะ]
ข้อความขนาดใหญ่พิเศษและคอมเมนต์สีรุ้งนี้ ค่อย ๆ ลอยผ่านไปบนหน้าจอ
ทุกคนต่างเห็นเหตุการณ์นั้น
[พรืดดด]
[ฮ่า ๆ ๆ ๆ…]
ข้อความในช่องแชทเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ
[คุณหมายถึงคฤหาสน์กุหลาบที่เคยได้รับรางวัลการออกแบบระดับนานาชาติ มูลค่าสามร้อยล้านหยวนใช่ไหม?]
[แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเรื่องของปลอมที่เรากำลังคุยกันอยู่ตอนนี้ล่ะ?]
จินซุ่ยปิดคอมเมนต์อย่างหงุดหงิด
รอดูก็แล้วกัน
บนถนนภูเขามีรถน้อย รถจึงวิ่งได้เร็ว หลังจากผ่านไปยี่สิบนาทีพวกเขาก็เข้าสู่เขตของสวนกุหลาบ
จากระยะไกลมองเห็นศาลเจ้าเก่า ๆ ที่ถังถังเคยพูดถึงว่าเป็นจุดสังเกต มันตั้งอยู่กลางเขาขับรถต่อไปอีกสักพักก็จะถึงแล้ว
“ใกล้จะถึงแล้ว”
เดินทางมานานพอสมควร กลัวว่าผู้ชมจะเบื่อทีมงานจึงเอ่ยปากพูดขึ้นมา
ผู้ชมต่างใจร้อน แต่เพื่อที่จะได้เห็นสภาพย่ำแย่ของหนิงหนิงเป็นคนแรก พวกเขาจึงอดทนรอ
ผู้ชมที่กำลังตื่นเต้นได้ดันแฮชแท็ก #หนิงหนิงศาลเจ้าร้าง ขึ้นเทรนด์ฮอต
ตอนนี้ในห้องไลฟ์ มีผู้ชมอีกกลุ่มที่ตามกระแสฮอตเข้ามาดูเพิ่มขึ้น
ทำให้หนิงหนิงมียอดผู้ชมในห้องไลฟ์แซงหน้าเจียงเจินและขึ้นไปอยู่อันดับหนึ่ง
ยี่สิบนาทีต่อมา หลี่หลุนที่กำลังขับรถอยู่ก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ
ทำไมระยะทางไปถึงศาลเจ้าร้างยังคงเท่าเดิม
หลี่หลุนเร่งความเร็วรถ เลี้ยวผ่านไหล่เขา
มองไปที่ศาลเจ้า ก็ยังคงอยู่ไกลเท่าเดิม
ทีมงานอีกคนที่นั่งไปด้วยกันอย่างเจียงเจ๋อยี่ก็สังเกตเห็นเช่นกัน
“นี่มัน ผีหลอกให้หลงทางหรือเปล่า?”
เหงื่อผุดซึมขึ้นมาบนศีรษะของทีมงานทั้งสองคน
พวกเขาขับรถวนรอบภูเขาอีกรอบ
ทั้งสองคนสบตากัน ทิวทัศน์ตลอดเส้นทางที่ผ่านมานั้นแตกต่างไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง
หัวใจที่เต้นระส่ำค่อย ๆ สงบลงครึ่งหนึ่ง
แต่ระยะห่างนี้กลับไม่มีทีท่าว่าจะเปลี่ยนแปลงเลยแม้แต่น้อย
มันช่างแปลกประหลาดจริง ๆ
ผู้ชมเริ่มรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา
[ยังไม่ถึงอีกเหรอ นานจังเลย?]
[ฉันเพิ่งเห็นศาลเจ้าเก่า ๆ นั่นชัด ๆ]
[เร็ว ๆ ขับไปที่นั่น ฉันอยากดูของปลอม]
เจียงเจ๋อยี่โทรหาหนิงหนิง
“สวัสดีครับ พวกเราเป็นทีมงานของรายการพวกเราโตแล้ว…”
“พวกคุณมาแล้วเหรอ?” เสียงของหนิงหนิงฟังดูเย็นชาเล็กน้อย
“ตอนนี้พวกเราอยู่กลางเขา ผมขอถามที่อยู่ที่แน่นอนของคุณหน่อยได้ไหมครับ?”
“เดี๋ยวก่อน ขอโทษนะ ฉันลืมไปเลย”
เจียงเจ๋อยี่สงสัย
ลืมอะไร?
ที่อยู่ของตัวเองก็ลืมได้ด้วยเหรอ?
“ตอนนี้เรียบร้อยแล้วค่ะ พวกคุณมาได้เลย” พูดจบหนิงหนิงก็วางสายไป
เจียงเจ๋อยี่ได้แต่ยกโทรศัพท์ค้างอยู่แบบนั้น
เขาช่างโชคร้ายจริง ๆ ที่ต้องมาเจอแขกรับเชิญแบบนี้
ทางด้านหลี่หลุน เขาส่งเสียงร้องออกมาด้วยความแปลกใจ
ระยะทางดูเหมือนจะใกล้ศาลเจ้าที่ใกล้จะพังมากขึ้นแล้ว
ไม่ใช่ภาพลวงตา หลังจากเลี้ยวโค้งระยะทางที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าก็สั้นลง
เจียงเจ๋อยี่ตะลึงงัน นี่มันเรื่องอะไรกัน
ยิ่งเข้าใกล้ศาลเจ้า ผู้ชมก็ยิ่งตื่นเต้นมากขึ้น
[มาถึงแล้ว มาถึงแล้ว! ทุกคนเตรียมปุ่มจับภาพหน้าจอพร้อมกันหรือยัง!]
[พร้อมแล้ว!]
[แฟนคลับของคุณหนูตัวปลอมไม่ต้องกังวลนะ ฉันจะช่วยแต่งรูปพี่สาวของพวกคุณให้สวย ๆ เอง]
[อย่าเพิ่งซาบซึ้งไป ฉันหมายถึงศาลเจ้าต่างหาก ฉันจะพยายามซ่อมแซมศาลเจ้าให้สวยงาม]
[ฮ่า ๆ ๆ ๆ แสบจังเลยนะ แต่ฉันชอบ]
รถแล่นมาถึงหน้าศาลเจ้าที่ทรุดโทรม
จากนั้นก็แล่นผ่านหน้าประตูศาลเจ้าโดยตรง และมุ่งหน้าต่อไปอีก
หัวใจที่เต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นของผู้คนบนหน้าจอ พลันชะงักกึก
[อะไรน่ะ?]
[???]
[ทำไมไม่จอด?]
[เลยที่หมายแล้วหรือเปล่า?]
[รีบกลับรถเร็วเข้า!]
รถไม่ได้ยินเสียงร้องเรียกของพวกเขา และยังคงขับต่อไปตามถนนบนภูเขา
จินซุ่ยรู้สึกสะใจขึ้นมาทันที เธอรีบพิมพ์ข้อความรัว ๆ
[ก็หนิงหนิงไม่ได้อยู่ที่นี่นี่นา]
แต่แฟนคลับของหนิงหนิงไม่ได้อ่อนโยนเหมือนเธอ
[มีแต่พวกโง่เง่าทั้งนั้น]
[อยู่ศาลเจ้าโทรม ๆ คิดว่าตัวเองกำลังอ่านนิยายอยู่หรือไง?]
[ลองใช้สมองหมูของพวกคุณคิดดูสิ ในยุคที่ยอดวิวสำคัญที่สุดเธอจำเป็นต้องอยู่ศาลเจ้าร้างด้วยเหรอ?”
[ถ้าของปลอมไม่อยู่ที่นี่แล้วจะไปอยู่ที่ไหน คงไม่ได้ไปอยู่กับสัตว์ในป่าหรอกนะ?]
[…บางคนก็คงช่วยไม่ได้แล้ว]
หลังจากขับรถไปได้สักพัก เงาร่างของคฤหาสน์กุหลาบก็ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นมา