แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 34 ฟู่เซี่ยนหลี่ผู้สมบูรณ์แบบ
- Home
- แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง
- บทที่ 34 ฟู่เซี่ยนหลี่ผู้สมบูรณ์แบบ
บทที่ 34 ฟู่เซี่ยนหลี่ผู้สมบูรณ์แบบ
ทุกคนกำลังมองดูกระดานคำตอบ
จี๋เสี่ยวเสี่ยวทำหน้าเบ้ “จะเป็นสีชมพูได้ยังไงกัน นายเคยเห็นฉันใส่เสื้อผ้าสีชมพูบ้างไหม?”
จี๋ซางหัวเราะคิกคัก “ผู้หญิงไม่ชอบสีชมพูกันหรอกเหรอ?”
เจียงเจินเดินไปบิดหูของเจียงฉือซิง “ใครบอกนายว่าฉันชอบฟู่เซี่ยนหลี่ที่สุด?”
เจียงฉือซิงเอามือกุมหัวพลางหัวเราะ “ไอดอลน่ะ ไอดอล ผมเข้าใจผิดตรงไหน?”
หนิงหนิงทำเครื่องหมายถูกลงบนคำถามเกี่ยวกับวันเกิด
อาหารที่เธอชอบที่สุดไม่ใช่สตรอว์เบอร์รี่ และสีที่ชอบที่สุดก็ไม่ใช่สีเหลือง
สิ่งเหล่านี้ ล้วนเป็นสิ่งที่หนิงหนิงคนเดิมชอบ
เธอทำเครื่องหมายถูกเสร็จแล้วเลื่อนนิ้วไปที่คำถามข้อสุดท้าย เธอมองดูมันครู่หนึ่งแล้วก็วางปากกาลง
“ได้เวลาตรวจกันแล้ว เริ่มจากจี๋เสี่ยวเสี่ยวและน้องชายจี๋ซางที่ตอบเสร็จก่อนกันเถอะ” เว่ยฉือกล่าว
จี๋เสี่ยวเสี่ยวถือกระดาษคำตอบของจี๋ซางอยู่ในมือ เธอชูกระดานคำตอบขึ้น จี๋ซางได้คะแนนหกสิบคะแนนโดยตอบผิดในข้อสีที่ชอบที่สุดและข้อสุดท้าย
“สีที่ฉันชอบที่สุดคือสีฟ้า ไม่ใช่สีชมพู!” จี๋เสี่ยวเสี่ยวเน้นย้ำ
จี๋ซางแลบลิ้นอย่างเจ้าเล่ห์
ข้อสุดท้ายถามถึงคะแนนวิชาคณิตศาสตร์ในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยของจี๋เสี่ยวเสี่ยว จี๋ซางตอบแค่หนึ่งร้อยยี่สิบคะแนน
แต่คำตอบที่ถูกต้องคือ หนึ่งร้อยห้าสิบคะแนน
เจียงเจินตกใจ “หนึ่งร้อยห้าสิบ? คะแนนเต็มเหรอ?”
[อะไรกัน???]
[หนึ่งร้อยห้าสิบคะแนน เต็มเลยเหรอ?]
จี๋เสี่ยวเสี่ยวเป็นคนที่มีตัวตนน้อยที่สุดในหกคน เธอดูเป็นเด็กว่านอนสอนง่ายและเงียบ ๆ และเธอก็เป็นแบบนั้นจริง ๆ
เวลาคุยกัน จี๋ซางจะเป็นคนพูดมากส่วนเธอมักจะคอยเออออตาม
ไม่มีใครสังเกตเห็นเลยว่าเด็กสาวที่ดูไร้พิษภัยคนนี้ กลับเป็นอัจฉริยะที่ซ่อนตัวอยู่ และยังเป็นคนเก่งที่ได้คะแนนเต็มในวิชาคณิตศาสตร์ในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยอีกด้วย
[ขอคารวะนักเรียนเรียนเก่งด้วยคน ในฐานะนักเรียนที่เรียนอ่อนอย่างฉัน]
[ดูรายการวาไรตี้อยู่ดี ๆ ก็โดนเตะอีกแล้ว เด็กเรียนไม่เก่งไปทำอะไรให้ใครเนี่ย?]
เว่ยฉือรู้สึกเจ็บปวด “คำถามง่าย ๆ แค่นี้เอง คะแนนสูงขนาดนี้แท้ ๆ”
ทีมงานรายการตั้งใจจะใช้โชว์ความสามารถของจี๋เสี่ยวเสี่ยวโดยเฉพาะ นี่เป็นจุดเด่นที่ดีมากเลยนะ
ผลตอบรับจากคอมเมนต์ที่ปรากฏบนหน้าจอก็ดีมาก
จี๋ซางส่งเสียงฮึมฮัม “เธอเรียนเก่ง ส่วนผมเรียนไม่เก่ง ผมไม่สนใจเรื่องเรียนหรอก”
จี๋ซางนอนแผ่บนโซฟา ทำท่าเหมือนเด็กเรียนไม่เก่งที่ยอมแพ้แล้ว
ทุกคนทั้งโมโหทั้งขำ
เจียงเจินรู้สึกอิจฉาเล็กน้อย “เสี่ยวเสี่ยวเธอเรียนเก่งจังเลย เป็นเด็กหัวดีแบบนี้ เก่งจริง ๆ!”
จี๋เสี่ยวเสี่ยวรู้สึกเขินอาย “ไม่หรอกค่ะ มันเป็นเพราะความพยายามทั้งนั้นแหละ” เธอหยุดชั่วครู่ “แล้วก็ต้องขอบคุณครูของฉันด้วย เพราะเขาสอนได้ดีมาก”
เจียงเจินรู้สึกตื่นเต้น “วิชาคณิตศาสตร์ที่ยากที่สุดยังได้คะแนนสูงขนาดนี้ วิชาอื่น ๆ ต้องเยี่ยมกว่านี้แน่ ๆ ใช่ไหม?”
จี๋เสี่ยวเสี่ยวส่ายหน้า “ภาษาอังกฤษทำได้ไม่ค่อยดี เลยสอบติดแค่มหาวิทยาลัยระดับสองทั่วไป แต่ก็ดีนะคะอยู่ใกล้บ้านสามารถกลับไปเยี่ยมครอบครัวได้บ่อย ๆ”
เจียงเจินรู้สึกตัวว่าตนเองอาจจะพูดถึงเรื่องที่ไม่ควรพูด
เธอรู้สึกกังวลจึงรีบปลอบจี๋เสี่ยวเสี่ยว “ไม่เป็นไรหรอก ดูฉันสิตั้งแต่เด็ก คณิตศาสตร์ก็ไม่เคยผ่านเลย ฉันว่าที่เธอสอบได้คะแนนเต็มนี่เก่งมากแล้ว พอเรียนจบไปบริษัทใหญ่ ๆ ต้องแย่งตัวเธอไปทำงานแน่ ๆ”
จี๋เสี่ยวเสี่ยวยิ้มบาง “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ฉันผ่านมันมาได้แล้วคุณไม่ต้องกังวลนะ ขอบคุณค่ะ”
เว่ยฉือก็อดที่จะรู้สึกเสียดายไม่ได้
เขารู้เรื่องราวมาเยอะ ตอนแรกภาษาอังกฤษของจี๋เสี่ยวเสี่ยวก็ไม่ได้ดีเท่าไหร่ แต่หลังจากนั้นไม่รู้ว่าเธอไปเรียนยังไงมา ในช่วงปีสุดท้ายของมัธยมปลายคะแนนของเธอก็สูงขึ้นเรื่อย ๆ เห็นได้ชัดว่าเด็กสาวคนนี้ทุ่มเทความพยายามอย่างมาก
สวรรค์นี่ชอบเล่นตลกเสมอเลย
จี๋ซางชูกระดานคำตอบขึ้นมา ไม่ผิดเลยสักข้อจี๋เสี่ยวเสี่ยวได้คะแนนเต็ม
คำถามสุดท้ายถามว่า ตอนที่จี๋ซางอายุสิบสี่ปีเข้าร่วมการแข่งขันบาสเกตบอลระดับมัธยมต้นรอบชิงชนะเลิศระดับเมืองและจังหวัดครั้งที่แปด และได้รับรางวัลชนะเลิศในการแข่งขันครั้งนั้น จี๋ซางใส่เสื้อหมายเลขอะไร?
นี่ก็เป็นคำถามที่ตอบง่ายอีกข้อหนึ่ง
“ไม่เลวเลยนี่ นายเนี่ย” เจียงฉือซิงพูด
จี๋ซางขยิบตาอย่างภาคภูมิใจ
เจียงฉือซิงจึงขว้างหมอนใส่เขา
[โอ้โห พี่น้องตระกูลจี๋ที่ดูธรรมดา ๆ ที่แท้เป็นคนเก่งกันทั้งคู่นี่เอง]
[จี๋เสี่ยวเสี่ยวดูรักน้องชายมากเลย ถึงแม้ว่าน้องชายจะไม่ค่อยรู้จักคิดเท่าไหร่]
จี๋เสี่ยวเสี่ยวพูด “เขาใส่เสื้อเบอร์สองตลอดเลยค่ะ เก่งมากเลย วันนั้นฉันจำได้ชัดเจน ตอนที่จี๋ซางได้คะแนนครั้งแรกพ่อซื้อเค้กก้อนใหญ่มาให้ แม่ทำอาหารเต็มโต๊ะเพื่อฉลองให้จี๋ซาง”
พูดจบ เธอก็เสริมว่า “ทุกครั้งที่จี๋ซางได้รางวัล ฉันจำได้หมดเลยค่ะ”
จี๋ซางลูบแขนที่ขนลุกของเขา “พี่อย่าพูดแบบนั้นสิ มันน่าขนลุกจะตาย”
ในที่นั้นก็มีเสียงหัวเราะดังครืนขึ้นมาอีกครั้ง
จี๋เสี่ยวเสี่ยวก็หัวเราะเช่นกัน
พี่น้องตระกูลจี๋ได้คะแนนสูงมากทำไป หนึ่งร้อยหกสิบคะแนน
ถัดมาเป็นเจียงเจินและเจียงฉือซิง
เจียงเจินโกรธจัดเธอชูกระดานคำตอบของเจียงฉือซิงขึ้นมา “ดูสิว่านายเขียนอะไรลงไป?”
จากห้าข้อ ผิดไปสามข้อ
สีที่ชอบที่สุดก็ผิด อาหารที่ชอบที่สุดก็ผิด ไอดอลที่ชอบที่สุดก็ผิด
เจียงฉือซิงรู้สึกน้อยใจ “สีที่พี่ชอบที่สุดคือสีเขียว อาหารที่ชอบที่สุดคือทิรามิสุ ไอดอลที่ชอบที่สุดคือฟู่เซี่ยนหลี่ พวกนี้พี่พูดเองในรายการ ผมดูมาหมดแล้ว”
เจียงเจินทำท่าจะเคาะหน้าผากเขา “นั่นมันเมื่อก่อน! เมื่อก่อน! วันนี้ฉันชอบสีขาว ชอบชีสเค้กชาเขียวที่สุด!”
เจียงฉือซิงถาม “แล้วพรุ่งนี้ล่ะ?”
เจียงเจินตอบ “พรุ่งนี้ก็ไม่รู้เหมือนกัน ค่อยว่ากันพรุ่งนี้ก็แล้วกัน”
เจียงฉือซิงยกมือยอมแพ้ “คุณหนูครับ ผมผิดไปแล้ว ผู้กำกับครับแบบนี้ก็ได้เหรอครับ?”
ก่อนที่รายการจะเริ่มทางทีมงานได้ทำแบบสอบถามไว้ พวกเขามีคำตอบที่แขกรับเชิญให้ไว้
คำตอบที่เจียงเจินให้ไว้นั้น เหมือนกับที่เจียงฉือซิงเขียนจริง ๆ
เว่ยฉือตอบ “ทำไมจะไม่ได้ล่ะ?”
ทางรายการนั้นเปิดกว้างมากทีเดียว
ผู้ชมหน้าจอต่างยิ้มกริ่มอย่างมีเลศนัย
“แล้วทำไมฟู่เซี่ยนหลี่ถึงผิดอีกล่ะ นี่ก็เป็นสิ่งที่พี่พูดออกมาเองนะ” เจียงฉือซิงถาม
เจียงเจินรู้สึกลนลานเล็กน้อย “ฉันเคยพูดแบบนั้นตอนไหน?”
เจียงฉือซิงกลั้นยิ้มพลางพูด “ก็แค่พูดไปเถอะ คำถามถามถึงไอดอลก็ไม่ได้มีความหมายอะไรอื่นนี่”
เจียงเจินหน้าแดงก่ำ
[ว้าว ได้กลิ่นข่าวฉาวแล้วล่ะ]
[ฟู่เซี่ยนหลี่คนนี้ ใช่คนที่ฉันรู้จักหรือเปล่านะ?]
[ใช่! ก็เขานั่นแหละ ฟู่เซี่ยนหลี่เจ้าพ่อธุรกิจที่หนุ่มและหล่อที่สุดในโลก!]
ฟู่เซี่ยนหลี่ลูกชายคนเดียวของตระกูลร่ำรวยฟู่ แม้อายุยังน้อยแต่ก็ได้รับช่วงต่อบริหารบริษัทฟู่มาแล้ว
หน้าตาหล่อเหลา ภาพถ่ายสัมภาษณ์ลงหนังสือพิมพ์ดูดีราวกับภาพรีทัชในนิตยสาร
การศึกษาสูงจบจากมหาวิทยาลัยชื่อดังในต่างประเทศก่อนกลับมาเมืองจีน
ไม่เหมือนกับทายาทเศรษฐีคนอื่น ๆ ในวงการ ที่มักมีข่าวฉาวอยู่เสมอ ฟู่เซี่ยนหลี่เป็นคนรักษาตัวดีไม่เคยมีข่าวซุบซิบเสียหาย
เขาเหมือนเป็นเจ้าพ่อในนิยายที่ก้าวออกมาจากหน้ากระดาษ ช่างสมบูรณ์แบบเหลือเกิน
ตระกูลฟู่มีการลงทุนในวงการบันเทิง
ฟู่เซี่ยนหลี่บางครั้งก็เข้าร่วมงานการกุศลของเหล่าคนดัง และงานเปิดตัวภาพยนตร์
ดาราหลายคนไม่ว่าจะชายหรือหญิง ต่างก็ฝันอยากจะมีความสัมพันธ์กับฟู่เซี่ยนหลี่
แฟนคลับก็อยากให้ไอดอลที่พวกเขาชื่นชอบได้มีความเกี่ยวข้องกับฟู่เซี่ยนหลี่เช่นกัน
ขอเถอะประธานบริษัทที่มาจากตระกูลร่ำรวย แค่คิดก็รู้สึกมีหน้ามีตาแล้ว
ฟู่เซี่ยนหลี่ยังกลายเป็นตัวพ่อขาประจำในวิดีโอจับคู่จิ้นของเว็บไซต์ชื่อดังเว็บหนึ่ง
การที่เคยถูกจับคู่กับฟู่เซี่ยนหลี่หรือไม่ กลายเป็นมาตรฐานในการวัดความดังของดาราไปแล้ว
แม้ฟู่เซี่ยนหลี่จะไม่ได้อยู่ในวงการบันเทิง แต่เรื่องราวของเขาก็มีให้ได้ยินทั่วไปในวงการ
จากปฏิกิริยาที่เจียงเจินโดนล้อ เธอดูเหมือนจะสนิทสนมกับฟู่เซี่ยนหลี่มาก
มีคนอิจฉาก็ย่อมมีคนไม่ชอบเป็นเรื่องธรรมดา
[เจียงเจินเลิกแสดงได้แล้ว ทำตัวเหมือนสนิทกับฟู่เซี่ยนหลี่ไปได้]
[เคยคิดไหมว่าเธอสนิทกับฟู่เซี่ยนหลี่จริง ๆ น่ะ]
[ความสัมพันธ์ระหว่างตระกูลเจียงกับตระกูลฟู่ดีมากเลยนะ เธอไม่รู้เหรอ]
ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ตระกูลฟู่กับตระกูลเจียงสนิทสนมกันมากขึ้น การติดต่อทางธุรกิจก็เพิ่มขึ้นด้วยทุกคนต่างรู้สึกได้ถึงเรื่องนี้
[ก็เจียงเจินเพิ่งกลับมาที่ตระกูลเจียงได้ไม่นานไม่ใช่เหรอ พวกเขารู้จักกันตั้งแต่เมื่อไหร่กัน]
[การพัฒนาความสัมพันธ์นี่รวดเร็วมากเลยนะ อยู่ใกล้น้ำย่อมได้เปรียบ น่าเสียดายจังที่ตัวเองไม่ได้เป็นลูกสาวตระกูลร่ำรวย]
[ประธานบริษัทจอมเผด็จการกับคุณหนูใหญ่! นี่มันพล็อตนิยายชัด ๆ เหมาะกันมาก!]
[ฮือ ๆ อิจฉาจังเลย ฉันก็อยากรู้จักกับฟู่เซี่ยนหลี่เหมือนกัน]
[เจินเจินหน้าแดงด้วย ฮิ ๆ พวกเขาสองคนมีอะไรที่ฉันไม่รู้รึเปล่านะ?]
[จะรีบจับคู่ฟู่เซี่ยนหลี่กับเจียงเจินทำไมกัน หน้าด้านจริง ๆ]
[บางคนก็อิจฉาไปเถอะ อิจฉาให้ตายฟู่เซี่ยนหลี่ก็ไม่ชายตามองเธอหรอก แต่ถ้าให้ชายตามองไอดอลของเธอ ยังจะเป็นไปได้มากกว่า]