แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 41 ตระกูลลู่ออกมาปฏิเสธข่าวลือ
- Home
- แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง
- บทที่ 41 ตระกูลลู่ออกมาปฏิเสธข่าวลือ
บทที่ 41 ตระกูลลู่ออกมาปฏิเสธข่าวลือ
เจียงฉือซิงนิ่งเงียบไป
“ทำไมต้องให้ผมไปด้วย? ทำไมผมต้องไปสนใจเธอด้วย?”
เจียงเจินรู้สึกละอายใจ “ก็แค่รู้สึกว่า ถ้าเป็นนายไปเธอต้องตกลงแน่ ๆ นายก็รู้นี่ว่า…”
พอนึกถึงจุดประสงค์ที่หนิงหนิงมาที่นี่ เจียงฉือซิงก็รู้สึกรำคาญ
จี๋ซางรีบพูดเสริม “ไปเถอะครับ บางทีพี่สาวอาจจะรอให้คุณไปเรียกอยู่ก็ได้นะครับ”
จี๋เสี่ยวเสี่ยวเตะเขาทีหนึ่ง
“ทำไมต้องมายุแหย่กันด้วย”
ใบหน้าของเจียงฉือซิงดำมืด
จี๋ซางทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก้มหน้าซดน้ำซุปพลางยิ้ม
เขาเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้นนะ
เขายังจำได้ที่หนิงหนิงปัดมือเขาออก ทำให้เขาต้องอับอาย
ตอนนี้หนิงเหนียนก็ไม่อยู่พอดี
เขากลัวหนิงเหนียนอยู่หน่อยๆ เพราะหนิงเหนียนจะคอยปกป้องหนิงหนิง
เจียงเจินพูดว่า “ไปเถอะ ไปเรียกเธอมากินข้าว”
เจียงฉือซิงตอบว่า “ไม่ไป! ไม่กินก็ไม่ต้องกิน”
เขาไม่ยอมไปเรียกเด็ดขาด!
เธอจะอดทนได้นานแค่ไหนก็ลองดูสิ
เจียงเจินเห็นว่าเขาไม่พอใจจริง ๆ เธอจึงไม่พูดถึงเรื่องนี้อีก
[ถูกต้อง ๆ ฉือซิงทำดีแล้ว ไม่ต้องไปเรียกหรอก อยากกินก็กินไม่อยากกินก็ช่าง]
[รอให้ซิงซิงไปเรียก ไม่เรียกก็ไม่กินคิดได้สวยงามดีนะ]
[ความคิดของของปลอมนี่ช่างคดเคี้ยวเหลือเกิน]
[น่าจะเป็นเพราะแบบนี้สินะ ที่เมื่อกี้เสี่ยวเสี่ยวไปเรียกแล้วเธอไม่ยอมลงมา]
[ปล่อยให้ของปลอมหิวตายไปเลย]
[เดี๋ยวล้างชามให้หมดเลย อย่าเหลือข้าวให้เธอแม้แต่เม็ดเดียว]
[พอของปลอมรู้ว่าไม่มีข้าวเหลือให้ อย่าได้โมโหเชียวนะ~]
[พวกคุณรู้ความคิดของหนิงหนิงได้ยังไง หนิงหนิงพูดอะไรไว้เหรอฉันดูพลาดไปหรือเปล่า]
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอารมณ์ถูกกระทบกระเทือนหรือเปล่า เจียงฉือซิงกินข้าวไปได้ไม่กี่คำก็วางตะเกียบลง
จี๋เสี่ยวเสี่ยวเห็นในชามของเขายังเหลือข้าวอยู่เกินครึ่ง จึงถาม “เป็นอะไรไป ไม่กินแล้วเหรอคะ?”
“อืม อิ่มแล้ว” เจียงฉือซิงตอบ
จี๋ซางพูดว่า “ทานน้อยจังเลย ไม่ชินกับอาหารแบบนี้หรือเปล่าครับ เพราะปกติคุณคงทานแต่ของดี ๆ”
เจียงฉือซิงตอบว่า “ก็พอได้”
รสชาติพอผ่าน
จี๋ซางถามอย่างสงสัย “ปกติคุณทานแต่อาหารหรู ๆ ใช่ไหมครับ อย่างร้านมิชลินสตาร์อะไรแบบนั้น”
เจียงฉือซิงหัวเราะขำ “ไม่ได้ทานอาหารหรูทุกมื้อหรอก แต่ก็จริงที่ว่าเชฟมิชลินสตาร์เป็นคนทำให้ทั้งนั้น เพราะทั้งครอบครัวเรากินยากกันทั้งนั้น ดูสิ แค่ดูเธอก็รู้แล้วว่าเป็นคนตระกูลเจียง”
เขาชี้ไปที่เจียงเจิน
เจียงเจินกำลังพยายามเลือกบร็อคโคลี่จากอาหาร
“ฉันกำลังลดน้ำหนักอยู่น่ะ” เธอพูดอย่างโมโห
เธอกินน้อยลงไปอีก ข้าวในถ้วยแทบไม่พร่องลงเลย กับข้าวหนึ่งคำต้องเคี้ยวตั้งหลายครั้ง
จี๋เสี่ยวเสี่ยวมองดูแล้วก็หมดอารมณ์อยากกินไปเลย
จี๋ซางตาเป็นประกาย “ว้าว นักแสดงสาวช่างลำบากจริง ๆ ไม่เหมือนกับพี่สาวผมที่ไม่ต้องลดน้ำหนัก เธอกินทุกอย่าง กินทุกมื้อเลย”
เจียงเจินหัวเราะพลางตีเขาเบา ๆ “อย่าพูดถึงพี่สาวแบบนั้นสิ เธอก็เป็นผู้หญิงนะ”
จี๋เสี่ยวเสี่ยวยิ้มบาง ๆ คีบเนื้อตุ๋นชิ้นหนึ่งขึ้นมาเคี้ยวอย่างแรง มองดูอาหารบนโต๊ะที่แทบไม่ได้ลดลงเลย เธอก้มหน้าตักข้าวเข้าปาก
โทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างโต๊ะมีข่าวบันเทิงผุดขึ้นมา จี๋เสี่ยวเสี่ยวชำเลืองมองอย่างไม่ใส่ใจ กำลังจะเลื่อนผ่านไปแต่เมื่อเห็นหัวข้อข่าวชัด ๆ มือของเธอก็ชะงักแล้วกดเข้าไปดูทันที
หลังจากอ่านจบ หัวใจของจี๋เสี่ยวเสี่ยวก็เต้นตึกตัก
คนทั้งสามที่อยู่ข้าง ๆ ยังคงหัวเราะอยู่ จี๋ซางเล่าเรื่องตลกจนเจียงเจินหัวเราะจนน้ำตาไหล
พวกเขาคงไม่ได้เห็นแน่ ๆ ไม่งั้นคงหัวเราะไม่ออกหรอก
อย่าหัวเราะกันเลยดีกว่า
“นี่ พวกคุณดูโทรศัพท์กันหรือยัง?” จี๋เสี่ยวเสี่ยวถาม
“มีอะไรหรอ?” เจียงเจินเช็ดน้ำตาพลางถาม
จี๋เสี่ยวเสี่ยวรู้สึกตื่นเต้น “ยังไม่เห็นเหรอคะ ฉันจะบอกให้นะ หนิงหนิงกับลู่จีอันรู้จักกันจริง ๆ!”
เจียงเจินยิ้มค้าง “หา?”
เจียงฉือซิงสีหน้าเปลี่ยนไป “เธอพูดว่าอะไรนะ?”
จี๋เสี่ยวเสี่ยวกดเปิดกระแสฮอตเซิร์ชให้พวกเขาดู
ตอนนี้อยู่ในอันดับหนึ่งและสองของเทรนด์ยอดนิยม
#กลุ่มบริษัทลู่ซางออกมาปฏิเสธข่าวลือ
#ลู่จีอันผู้โดดเด่น
#กลุ่มบริษัทลู่ซางของเราเป็นบริษัทที่ทำธุรกิจอย่างถูกต้อง
…
หนึ่งชั่วโมงที่ผ่านมา เหล่าแขกรับเชิญได้เข้าพักในวิลล่าอย่างเป็นทางการ
คนที่ต้องทำอาหารก็ทำอาหาร คนที่ต้องซ้อมเต้นก็ซ้อมเต้น คนที่ต้องเหม่อลอยก็เหม่อลอย
พวกเขาอาจจะว่างแต่ชาวเน็ตไม่ได้ว่างเลย
รายการพวกเราโตแล้วไม่ทำให้ผิดหวัง เพียงแค่ออกอากาศครึ่งวันก็สร้างเรื่องราวพลิกผันหลายจุดที่น่าติดตาม
คฤหาสน์กุหลาบของหนิงหนิง ความสัมพันธ์ชวนให้คิดไปไกลระหว่างฟู่เซี่ยนหลี่กับเจียงเจินและยังมีรักสามเส้าที่ดูเหมือนหนิงหนิงจะเข้าไปพัวพัน การตอบคำถามที่ดูเหมือนจะเข้าขากันแต่กลับพลาด…บนอินเทอร์เน็ตคึกคักเป็นพิเศษ
คนเรานี่แหละ ชอบเรื่องซุบซิบนินทาเป็นที่สุด
ผู้คนถกเถียงเกี่ยวกับคู่ของฟู่เซี่ยนหลี่และเจียงเจินกันมากมาย มีการคาดเดาต่าง ๆ นานา แม้แฟนคลับของฟู่เซี่ยนหลี่จะไม่ค่อยพอใจนัก แต่คู่จิ้น ‘เจินหลี่’ ก็ได้ถือกำเนิดขึ้นมาแล้ว ฝ่ายหนึ่งเป็นซีอีโออีกฝ่ายเป็นทายาทตระกูลเศรษฐี ทั้งชาติตระกูลและฐานะเหมาะสมกันมาก อีกทั้งยังรูปงามและความสามารถก็คู่ควร แถมยังมีนางร้ายพร้อมสรรพ ด้วยการสนับสนุนของหนิงหนิงทำให้คู่นี้โด่งดังขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
เหล่าแฟนคลับคู่จิ้นก็เริ่มต้นเส้นทางการชิปแบบเอาเป็นเอาตาย
ในทางตรงกันข้าม เรื่องที่หนิงหนิงบอกว่าเคยพบลู่จีอันนั้นกลับน่าเศร้ากว่ามาก
ชาวเน็ตไม่มีทางเชื่อหรอก
ไม่ต้องพูดถึงว่าลู่จีอันมีสถานะอะไร หนิงหนิงมีสถานะอะไรแล้วจะไปเจอกันได้ยังไง
หนิงหนิงถึงกับพูดไม่ออกด้วยซ้ำว่าลู่จีอันหน้าตาเป็นยังไง
หลอดไฟบ้าอะไรกัน!
นี่มันโกหกชัด ๆ
ชาวเน็ตพากันสนุกสนานกับเรื่องวุ่นวายนี้
ทุกคนต่างพูดกันว่าตระกูลลู่จะออกมาแก้ข่าวก่อนเที่ยงคืนของวันนี้แน่นอน
หลายคนที่อยากเห็นหนิงหนิงโดนตบหน้าต่างพากันส่งข้อความส่วนตัวไปที่บัญชีทางการของบริษัทตระกูลลู่
แต่เดิมคิดว่าอย่างน้อยต้องรอสักระยะ รอให้เรื่องราวบานปลาย เหมือนที่เคยเป็นมา จนกระทั่งโซเชียลทั้งหมดเดือดดาลตระกูลลู่ถึงจะออกมาเคลื่อนไหว
แต่กระแสร้อนเพิ่งขึ้นได้แค่ชั่วโมงเดียวบัญชีทางการของบริษัทตระกูลลู่ก็โพสต์ข้อความแล้ว
ชาวเน็ตที่ได้รับการแจ้งเตือน ไม่ได้คิดว่าจะเป็นการออกมาแก้ข่าว
เวลาผ่านไปแค่นี้ จะเร็วขนาดนั้นได้ยังไง
ก็เลยกดเข้าไปดูเล่น ๆ
[บริษัทลู่ซาง : ขอชี้แจงข่าวลือ (ภาพแคปหน้าจอ)]
[ชาวเน็ตคอมเมนต์ : โอ้โห]
จากนั้นก็ขำออกมา
เมื่อกดเปิดภาพแคปหน้าจอ
ด้านซ้ายคือคำถามของชาวเน็ต
[มีคนมาเกาะกระแสประธานของพวกคุณในรายการ บอกว่าเคยเจอเขารีบออกมาปฏิเสธข่าวลือด่วน!]
คนที่โพสต์ยังแนบภาพหน้าจอจากการไลฟ์สตรีมมาด้วย
ด้านขวาเป็นคำตอบจากบัญชีทางการ
[บริษัทลู่ซาง : ปฏิเสธข่าวลือ ไม่มีการเกาะกระแสแต่อย่างใด]
[???]
[ไม่มีการเกาะกระแส หมายความว่าอะไร? ฉันงงไปหมดแล้ว]
[นี่มันการปฏิเสธข่าวลืออะไรกัน?]
[ปฏิเสธอะไร ปฏิเสธข่าวลือที่ว่าหนิงหนิงเกาะกระแสลู่จี้อันน่ะเหรอ]
[นั่นแปลว่าของปลอมพูดความจริงทั้งหมดเลยงั้นเหรอ…]
[ฉันรู้ว่าพวกคุณทุกคนต่างก็ตกใจ แต่อย่าเพิ่งตกใจเลย ให้ฉันตกใจก่อน]
เหล่าชาวเน็ตต่างพากันงงงวย ผ่านไปครู่ใหญ่จึงได้สติกลับมา
[เฮ้ย รู้จักกันจริง ๆ เหรอ?]
[ขอแก้ไขหน่อย แค่เคยเจอกันอาจจะแค่เจอกันครั้งเดียวเท่านั้น]
[ก็ยังดีนะ พวกปาปารัสซี่ยังไม่เคยได้เจอกันแม้แต่ครั้งเดียว]
[ปาปารัสซี่ : ชีวิตก็ยากลำบากพออยู่แล้ว อย่าซ้ำเติมกันเลย]
[โกหก…หนิงหนิงยังมีเรื่องน่าประหลาดใจอีกเยอะแค่ไหนกันนะที่ฉันยังไม่รู้?]
[แล้วไง ประธานของคุณหน้าเหมือนหลอดไฟจริง ๆ เหรอ]
[บริษัทลู่ซาง : ประธานบอกว่าเพราะเขาหน้าตาโดดเด่นมากต่างหาก]
[…]
[…]
[ลู่จีอันเขาเป็นคนแบบนี้เองเหรอ? แล้วที่บอกว่าเป็นเจ้าพ่อธุรกิจล่ะ?]
[โดดเด่นขนาดไหน ขอฉันพิสูจน์หน่อย~]
[ได้โปรดอย่าใช้บัญชีทางการมาพิมพ์อะไรตลก ๆ อย่างนี้จะได้ไหม?]
[บริษัทลู่ซาง : เพราะว่าเราเป็นบริษัทที่ทำธุรกิจอย่างถูกต้อง]
[…]
[คุณช่วยจริงจังหน่อยสิ!]
…
จี๋เสี่ยวเสี่ยวโชว์บัญชีทางการของบริษัทลู่ซางให้เจียงเจินและคนอื่น ๆ ดู
เจียงฉือซิงรู้สึกไม่เชื่อโดยสัญชาตญาณ “เป็นไปได้ยังไงกัน?”
หากหนิงหนิงได้พบกับลู่จีอันจริง เป็นไปไม่ได้เลยที่เธอจะไม่รีบมาอวดความดีความชอบกับทางบ้าน