แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 412 อันดับท้ายสุด
- Home
- แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง
- บทที่ 412 อันดับท้ายสุด
บทที่ 412 อันดับท้ายสุด
[ใช่แล้ว อีกอย่างถึงเจินเจินจะรู้ แล้วทำไมต้องเตือนหนิงหนิงด้วย หนิงหนิงมองไม่ค่อยชอบหน้าเจินเจินมาตลอด เจินเจินยังจะต้องเอาหน้าไปพึ่งก้นเย็น ๆ ทำไมอีก?]
[ใช่ ถึงเจินเจินไม่เตือนก็ไม่มีปัญหา ใครใช้ให้หนิงหนิงไม่เคยให้หน้าเจินเจินล่ะ เป็นคนใจแคบเองยังหวังให้คนอื่นใจดีด้วยอีก]
[บอกว่าหนิงหนิงใจแคบเหรอ? พวกคุณล้อเล่นหรือไง? พวกแฟนคลับอย่างคุณก็รู้ดีที่สุดแล้วนี่ว่าเจียงเจินดังขึ้นมาได้ยังไง?]
[ถ้าฉันเป็นหนิงหนิง ฉันก็จะไม่ให้หน้าเจียงเจินเหมือนกัน มันมีเหตุผลอะไร? ทำไมต้องทำด้วย?]
[ฮิ ๆ คุณลองถามเจียงเจินดูสิ ทำไมไม่มองซูเจาตรง ๆ เป็นเพราะไม่ชอบหรือเปล่า?]
…
พวกเขาทะเลาะกันอีกแล้ว
[มีแค่ฉันคนเดียวหรือเปล่าที่คิดว่าคำพูดของซูเจาเมื่อกี้ดูจะทำร้ายจิตใจอีกกลุ่มมากกว่าอีก]
[อาจารย์หวังโหย่ว : อ่า หัวเข่าเหมือนโดนยิงธนูเลย]
[ฮ่า ๆ ๆ อาจารย์หวังโหย่วกับคนอื่น ๆ ตอนนี้กำลังตามหาแหล่งน้ำอยู่เลย]
เมื่อเทียบกับห้องไลฟ์สดของหนิงหนิงและเจียงเจินแล้ว ห้องไลฟ์สดของหวังโหย่วกับพี่น้องตระกูลจี๋มีจำนวนผู้ชมน้อยกว่าค่อนข้างมาก
อย่างไรก็ตาม พวกเขาคนหนึ่งเป็นรุ่นพี่ที่เดบิวต์มาหลายปีแล้ว ในวงการบันเทิงทุกวันนี้มีดาราหน้าใหม่ผุดขึ้นมามากมาย ทั้งพระเอกหนุ่มหน้าตาดีและนางเอกสาวสวย ต่างแข่งขันกันเบ่งบาน
ผู้ชมส่วนใหญ่จำดาราได้ไม่หมด ไม่ต้องพูดถึงหวังโหย่วที่ไม่มีผลงานใหม่มานานแล้ว เขาเป็นนักแสดงที่แค่อาศัยชื่อเสียงเก่า ๆ ทำมากินเท่านั้น
ส่วนจี๋ซางและจี๋เสี่ยวเสี่ยวก็ไม่ต้องพูดถึง พวกเขาเป็นแค่คนธรรมดา ความสนใจที่ได้รับในรายการย่อมไม่เทียบเท่ากับแขกรับเชิญอีกสองคู่ที่มีฐานแฟนคลับอยู่แล้ว
แม้จะมีการสลับห้องไลฟ์สดใหม่ แต่ยอดวิวในห้องไลฟ์สดของพวกเขาก็ยังคงต่ำที่สุด
ตั้งแต่ออกเดินทางมาจนถึงตอนนี้ กลุ่มของพวกเขาก็ยังไม่เจอแม้แต่เงาของแม่น้ำ มีแต่จะทำให้ตัวเองเหนื่อยจนแทบไม่ไหว
หวังโหย่วที่อายุมากอยู่แล้ว ตอนนี้ยิ่งหอบหนักกว่าคนหนุ่มสาวทั้งสองคนเสียอีก
จี๋ซางเริ่มเหนื่อย เขาอดบ่นกับจี๋เสี่ยวเสี่ยวไม่ได้ “ทำไมยังหาไม่เจออีก พี่ไม่ใช่เด็กเรียนเก่งเหรอ?”
จี๋เสี่ยวเสี่ยวไม่มีแรงจะสนใจความเหนื่อยแล้ว เธอรู้สึกพูดไม่ออก
ก่อนที่จะเริ่มออกเดินทางชัดๆ ว่าเธอบอกให้เดินไปทางใต้
แต่ว่าหวังโหย่วบอกให้ไปทางเหนือไม่ใช่เหรอ
ตอนนี้หาทางไม่เจอ แล้วก็มาโทษเธออีก ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วย
แต่เธอก็ไม่กล้าที่จะทำให้หวังโหย่วไม่พอใจ
เธอพูดเสียงเบา “ก็พวกนายบอกเองว่าจะไปทางเหนือไม่ใช่เหรอ”
ตอนนั้นจี๋ซางก็เห็นด้วยและให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี
จี๋ซาง “แล้วทำไมพี่ถึงไม่ยืนกรานล่ะ ก็เพราะพี่ไม่มั่นใจเองไม่ใช่เหรอ น่าเสียดายที่ผมคิดว่าพี่เก่งมาก แต่พี่กลับไม่โต้แย้งอะไรเลย ผมยังคิดว่ามันไม่มีปัญหาอยู่เลย”
จี๋เสี่ยวเสี่ยว : …
[อืมมม]
[มาแล้ว มาแล้ว เรื่องที่เกิดขึ้นแทบทุกตอน ความขัดแย้งระหว่างแขกรับเชิญระเบิดขึ้นแล้ว!]
[ฉันว่าจี๋ซางไม่มีเหตุผลเลย ตอนที่หวางโหย่วบอกว่าจะไปทางเหนือ เขาก็เห็นด้วยมากนะ แต่ตอนนี้กลับมาโทษจี๋เสี่ยวเสี่ยว]
[น้องชายจี๋ซางไม่ได้บอกเหรอว่าเขาทำแบบนั้นเพราะเชื่อพี่สาว?]
[น้องชายจี๋ซางยังเด็กอยู่นะ เก็บอารมณ์ไม่เป็หรอก ฮ่า ๆ]
จี๋ซางมีหน้าตาที่ค่อนข้างดี เมื่อเทียบกับจี๋เสี่ยวเสี่ยวแล้ว เขามีนิสัยที่เปิดเผยกว่า เข้ากับคนเก่ง และเป็นที่ชื่นชอบของคนทั่วไป
เขามีความนิยมสูงกว่าจี๋เสี่ยวเสี่ยวมาก ตอนนี้ในคอมเมนต์ที่ไหลมา มีคนออกมาพูดแทนจี๋ซางเยอะมาก นอกจากนี้ ถึงแม้ว่าหวังโหย่วจะไม่ได้รับความนิยมแล้ว แต่ก็ยังมีแฟน ๆ กลุ่มหนึ่งติดตามอยู่
ตอนนี้ พวกเขาก็ช่วยกันพูดเข้าข้างจี๋ซาง
จี๋เสี่ยวเสี่ยวไม่รู้ว่าในคอมเมนต์นั้น เธอได้กลายเป็นฝ่ายผิดไปหมดแล้ว
ถ้าเธอรู้เข้า คงจะรู้สึกเสียใจมากกว่านี้
จี๋ซางไม่อยากเดินต่อแล้ว “อาจารย์หวัง เราพักกันดีไหมครับ”
หวังโหย่วต้องการจะพักอยู่แล้ว แค่ไม่กล้าพูดออกมา ตอนนี้จึงรีบตอบรับทันที “ได้ พักสักหน่อยเถอะ”
เมื่อเขาเอ่ยปากออกมาแล้ว คนอื่น ๆ ก็ไม่กล้าพูดอะไรอีก
ทั้งสามคนหาที่นั่งพักผ่อน
พอนั่งลง จี๋ซางก็เริ่มคุยเรื่องหนังกับหวังโหย่วทันที
สองคนคุยกันอย่างออกรส จี๋ซางรู้เรื่องหนังของหวังโหย่วอย่างละเอียดจริง ๆ ราวกับเป็นของในบ้านตัวเอง
ตำแหน่งในวงการและอายุของหวังโหย่วนั้น ที่จริงแล้วไม่เหมาะที่จะมาร่วมรายการนี้
ในฐานะพระเอกซูเปอร์สตาร์คนดังในอดีต การที่ต้องมาแย่งซีนกับพวกคนรุ่นใหม่ ก็ทำให้เสียหน้าอยู่ไม่น้อย
แต่วงการบันเทิงมันก็เป็นแบบนี้แหละ ดาราหน้าใหม่ผุดขึ้นมาเป็นระลอก ไม่มีใครที่จะรักษาความนิยมไปได้ตลอด
ถ้าไม่ยอมก้มหน้าลง ก็รอวันตกอับได้เลย
หวังโหย่วถึงจะไม่พอใจ แต่ก็ยังมา แต่เขาก็ยังคงถือตัวอยู่บ้าง ถึงแม้จะมาที่นี่ แต่ก็ยังวางท่าเป็นรุ่นพี่ผู้ยิ่งใหญ่อยู่ดี
ใครจะรู้ว่า เขาจะได้พบกับจี๋ซาง แฟนคลับตัวยงแบบนี้ ซ้ำยังเป็นคนหนุ่มอีกด้วย
เมื่อเห็นเด็กที่อายุน้อยกว่าตัวเองมากขนาดนี้ พูดชื่นชมตัวเองไม่หยุดปาก ความรู้สึกหลงตัวเองของหวังโหย่วก็ได้รับการตอบสนองอย่างถึงที่สุด
เหมือนกับว่าเมื่อรู้สึกง่วง ก็มีหมอนมารองรับพอดี
เขาเริ่มเล่าเรื่องสนุก ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างถ่ายหนังในอดีตให้จี๋ซางฟัง ทั้งสองคนคุยกันถูกคอกันเป็นอย่างดี
เมื่อได้ฟังการสนทนาของพวกเขา ผู้ชมก็ถูกดึงให้หวนคิดถึงความหลัง หลายคนบอกว่าจะกลับไปดูหนังเรื่องนั้นซ้ำอีก
แฟนคลับของหวังโหย่วดูแล้วแทบจะร้องไห้ด้วยความดีใจ ความรู้สึกขอบคุณที่มีต่อจี๋ซางก็ยิ่งเพิ่มขึ้นไปอีกระดับ
มีเพียงจี๋เสี่ยวเสี่ยวเท่านั้นที่เยาะเย้ยในใจ
ช่างแสดงเก่งจริง ๆ บอกว่าดูมาหลายรอบแล้ว ทั้งที่เพิ่งจะมาดูหนังของหวังโหย่วและรายการวาไรตี้ของเหลียงชิงฮวนเมื่อสองวันก่อนนี้เอง
กลยุทธ์หว่านแหกว้าง ๆ ไม่นึกว่าเขาจะนำมาใช้จริง ๆ
เมื่อเทียบกับการอ่านความรู้เกี่ยวกับการใช้ชีวิตในป่า การดูหนังและรายการวาไรตี้นั้นง่ายกว่าเยอะ
ในอินเทอร์เน็ตต่างพูดกันว่า จี๋ซางเป็นหนุ่มน้อยที่ร่าเริงสดใส เหมือนลูกหมาตัวโต ไม่ค่อยมีความคิดอะไรมาก
มีเพียงเธอที่รู้ว่าจริง ๆ แล้ว จี๋ซางฉลาดแกมโกงมาก เขาเก่งในการใช้ประโยชน์จากความได้เปรียบเรื่องอายุ และยังเก่งในการแกล้งโง่อีกด้วย
เขาชำนาญมากในการใช้ทุกโอกาสที่จะทำร้ายจิตใจเธอ เพื่อทำร้ายเธอ ไม่ปล่อยให้โอกาสลอยผ่านไปแม้แต่ครั้งเดียว
จี๋เสี่ยวเสี่ยวนั่งฟังอยู่ข้าง ๆ อย่างเงียบ ๆ
จี๋ซางเหลือบมองเห็นจี๋เสี่ยวเสี่ยวจากหางตา เขาพูดขึ้นลอย ๆ ว่า “พี่ครับ ถ้าพี่ไม่มีอะไรทำ ไปหาดูหน่อยสิว่ามีน้ำอยู่แถวไหนบ้าง”
จี๋เสี่ยวเสี่ยวชะงักไป
จี๋ซางพูดว่า “ในเมื่อพี่ก็ฟังไม่รู้เรื่องอยู่ดี นั่งอยู่ตรงนี้คงน่าเบื่อแย่”
หวังโหย่วมองหน้าจี๋เสี่ยวเสี่ยวด้วยความประหลาดใจ “พวกคุณไม่ใช่พี่น้องกันหรอกเหรอ คุณไม่เคยดูหนังของผมเลยเหรอ”
จี๋เสี่ยวเสี่ยวยังไม่ทันได้พูดอะไร จี๋ซางก็รีบพูดแทรกขึ้นมา “เธอรู้จักแต่อ่านหนังสือทั้งวัน ผมยังกลัวว่าเธอจะอ่านจนโง่เลย”
เมื่อเขาพูดล้อเล่นออกมาแบบนั้น ทั้งหวังโหย่วและผู้ชมต่างก็พากันหัวเราะ
หวังโหย่วพยักหน้า “ก็ไม่จำเป็นต้องอ่านหนังสืออย่างเดียวหรอก บางครั้งผ่อนคลายบ้างก็ดีนะ”
จี๋เสี่ยวเสี่ยวพยายามอดทนอย่างมาก
จี๋ซางไม่เรียนหนังสือ เพราะเขายังมีทางเลือกอื่น
แต่ถ้าเธอไม่เรียนหนังสือ เธอจะไม่มีทางเลือกเลย
ไม่มีใครสนใจว่าอนาคตของเธอจะเป็นอย่างไร เธอมีแค่ตัวเธอเองเท่านั้น
จี๋เสี่ยวเสี่ยวพูดออกมาเพียงประโยคเดียวว่า “เข้าใจแล้ว”
“พวกคุณคุยกันไปก่อนนะ ฉันขอไปดูหน่อย” เธอพูดขึ้นมาเอง แล้วเดินจากไปทันที
จี๋ซางมองตามแผ่นหลังของจี๋เสี่ยวเสี่ยวไป รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาจางหายไปในพริบตา ก่อนที่จะกลับมาสนทนากับหวังโหย่วต่อ
ผู้ชมรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่เหมาะสม
[อะไรกัน? ผู้ชายสองคนนั่งคุยกันอยู่ แล้วให้ผู้หญิงคนเดียวไปสำรวจเส้นทางเนี่ยนะ?]
[มันไม่เหมาะสมนะ ให้จี๋เสี่ยวเสี่ยวไปคนเดียวมันอันตรายมากเลยนะ?]
[ใช่ ทำไมจี๋ซางถึงต้องให้จี๋เสี่ยวเสี่ยวไปด้วยล่ะ เขาควรจะไปเองสิ]
[ฉันรู้สึกว่าความสัมพันธ์ระหว่างจี๋เสี่ยวเสี่ยวกับจี๋ซางมันดูแปลก ๆ ยังไงไม่รู้]
[อย่าคาดเดาไปเรื่อยเลย ที่น้องชายจี๋ซางให้พี่สาวไป ก็เพราะถ้าเธออยู่ที่นี่แล้วต้องนั่งด้วยกันกับอาจารย์หวัง มันคงไม่เหมาะสมไม่ใช่เหรอ?]