แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 43 การฆ่าคนในโลกนี้เป็นสิ่งผิดกฎหมาย
- Home
- แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง
- บทที่ 43 การฆ่าคนในโลกนี้เป็นสิ่งผิดกฎหมาย
บทที่ 43 การฆ่าคนในโลกนี้เป็นสิ่งผิดกฎหมาย
เว่ยฉือมาเคาะประตูอีกแล้ว
วาเซียกระโดดขึ้นมา แล้วใช้อุ้งเท้าถีบหนิงหนิงซึ่งถูกมันเบียดจนชิดขอบเตียงและกำลังจะตกลงไปแล้ว ให้ร่วงลงมา
วาเซียมองหนิงหนิง “หนิงหนิง…หนิงหนิง ทำไมเธอถึงตกลงไปอีกแล้ว!”
หนิงหนิงจ้องวาเซียด้วยสายตาคาดโทษ
หนิงหนิงพยุงตัวกับเตียงแล้วลุกขึ้นมา
ประตูเปิดออก
หนิงหนิงยังคงสวมชุดนอนอยู่
เว่ยฉือลองถามดู “คุณจะกินข้าวไหม พวกเรากำลังจะกินข้าวพอดี จะกินด้วยกันไหม”
“ฉันไม่กินหรอก พวกคุณกินกันเถอะ” หนิงหนิงตอบ
“ไม่ต้องรอหนิงเหนียนหรอก เขาคงกินที่บริษัทก่อนแล้วค่อยกลับมา”
เว่ยฉือตั้งใจหยิบยื่นทางลงให้เธอ
“ฉันไม่ได้รอเขาอยู่หรอก ฉันไม่หิวพวกคุณกินกันไปเถอะ”
คิดอยู่ครู่หนึ่ง เธอรู้สึกว่าในสายตาของคนทั่วไปคงจะเห็นว่าแปลก ๆ จึงเสริมว่า
“ฉันมีของกินอยู่แล้ว ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก”
ประตูปิดลงอีกครั้ง
เว่ยฉือก็ไม่รู้ว่าสิ่งที่เธอพูดเป็นความจริงหรือไม่
เขายังคงรู้สึกไม่สบายใจ ถึงแม้จะมีขนมขบเคี้ยวแต่การไม่กินข้าว กินแต่ขนมขบเคี้ยวอย่างเดียวมันก็ไม่ได้
เขาคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วโทรหาหนิงเหนียน
เขาไม่ได้บอกสาเหตุที่หนิงหนิงไม่ยอมกินข้าว แค่บอกว่าหนิงหนิงกินแต่ขนมขบเคี้ยวไม่ยอมกินข้าว ขอให้ช่วยพูดกับเธอหน่อยตอนกลับมา
หลังจากวางสาย หนิงเหนียนก็มองดูเทรนด์ยอดนิยม
#หนิงหนิงอดอาหาร
[ฮ่า ๆ ๆ สมัยนี้ยังมีคนที่แทงตัวเองแล้วถามคนอื่นว่ากลัวหรือเปล่าด้วยเหรอ]
[คิดว่าตัวเองสำคัญมากหรือไง? ดูสิ เจียงฉือซิงแม้แต่จะสนใจยังไม่สนใจเลย]
[พูดง่าย ๆ ก็คือยังปรับความคิดตัวเองไม่ได้ ไม่รู้จักสถานะของตัวเอง]
[เจียงฉือซิงกับเจียงเจิน กำลังกินอาหารทะเลมื้อใหญ่อยู่ น้ำลายฉันไหลเลย]
…
หนิงเหนียนเก็บโทรศัพท์มือถือ “ฉันขอตัวก่อนนะ”
ฉีอันมองดูอาหารบนโต๊ะที่แทบไม่ได้แตะต้อง “จะไม่กินแล้วเหรอ อาหารเยอะขนาดนี้ฉันกินคนเดียวไม่หมดหรอก เสียดายจัง”
วันนี้เป็นวันแรกที่หนิงเหนียนกลับมาทำงาน เขาตั้งใจพาหนิงเหนียนออกมาทานอาหารดี ๆ
ร้านอาหารแห่งนี้การจองไม่ใช่เรื่องง่าย แถมยังแพงอีกด้วย
แต่ความแพงก็มีเหตุผลของมัน รสชาติอาหารอร่อยทีเดียว
“งั้นฉันขอห่อกลับบ้านละกัน” หนิงเหนียนพูด
เขาเลือกอาหารสองอย่างที่ยังไม่มีใครแตะต้องนำกลับไป
ฉีอันยักไหล่
เฮ้อ…อึดอัดจริง ๆ อึดอัดสุด ๆ
หนิงเหนียนกลับมาถึงวิลล่า ประตูห้องของหนิงหนิงปิดสนิทเขายืนอยู่ในห้องนั่งเล่นสักพัก แล้วเทอาหารที่ห่อกลับมาใส่จานวางไว้บนโต๊ะอาหาร จากนั้นก็เข้าห้องไป
ประมาณยี่สิบนาทีต่อมา เขาได้ยินเสียงเคลื่อนไหวในห้องนั่งเล่นจึงเปิดประตูออกมาดู
หนิงหนิงอุ้มแจกันดอกไม้อยู่ในอ้อมแขน กำลังรินน้ำในห้องครัว
เธอเปลี่ยนไปสวมชุดเดรสยาวสีดำเปิดไหล่ที่รัดช่วงเอว สีดำทำให้เอวดูเล็กบางยิ่งขึ้นมีโบว์ประดับอยู่ที่เอว ผมยาวสีดำสยายถึงเอว ปลายแขนเสื้อมีโบว์ผูกรัดไว้ เผยให้เห็นท่อนแขนขาวผ่อง ชายกระโปรงแบ่งเป็นหลายชั้นมีลูกไม้ซ้อนกันเป็นชั้น ๆ ทิ้งตัวยาวลงมาถึงข้อเท้า
แม้จะเป็นสีดำเหมือนกัน แต่ชุดนี้ดูหรูหราและสวยงามกว่าชุดที่เธอสวมในตอนกลางวันมาก
ดึกดื่นขนาดนี้แล้วยังเปลี่ยนชุดอีก จะออกไปข้างนอกเหรอ?
หนิงเหนียนลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายก็เดินออกไปเขาหยิบจานอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมา อาหารเย็นชืดไปแล้ว
เขาถือจานเดินเข้าไปในครัว แล้วยัดใส่เข้าไปในไมโครเวฟ
แมวดำของหนิงหนิงนอนหมอบอยู่ข้างเท้าของหนิงหนิง จ้องมองเขาไม่วางตา
หนิงเหนียนสังเกตเห็นมัน จึงพยักหน้าให้
เธอกอดแจกันดอกไม้ที่เพิ่งเติมน้ำเสร็จ เดินผ่านหนิงเหนียนและเตรียมจะออกไป
หนิงเหนียนเรียกเธอไว้ “เดี๋ยวก่อน”
หนิงหนิงหยุดเดิน หันกลับไปมองเขา
จู่ ๆ หนิงเหนียนก็รู้สึกประหม่า พูดติดขัดเล็กน้อย “แจกันใบนี้ของเธอ…”
หนิงหนิงมองดูแจกันในอ้อนแขนตัวเอง “เป็นแจกันเปล่าในวิลล่า ฉันจะเอามาใส่ดอกไม้”
หนิงเหนียนถามต่อ “อ้อ แล้วเธอจะใส่ดอกไม้อะไรล่ะ”
หนิงหนิงตอบ “กุหลาบ”
หนิงเหนียนนึกถึงคฤหาสน์กุหลาบของหนิงหนิง
หนิงหนิงคงจะชอบดอกกุหลาบมากสินะ
แต่ในบทสัมภาษณ์ เธอบอกว่าชอบดอกลิลลี่
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ
“นี่เธอจะออกไปข้างนอกเหรอ?”
หนิงหนิงรู้สึกว่าคำถามนี้แปลก ๆ “ฉันไม่ได้จะออกไปไหน”
เห็นหนิงเหนียนดูเหมือนจะไม่มีอะไรแล้ว หนิงหนิงที่กำลังอุ้มแจกันดอกไม้อยู่ก็เตรียมจะเดินออกไป
“ฉัน…เอาข้าวกลับมาด้วย เธอจะกินด้วยกันไหม?”
หนิงหนิงรีบส่ายหน้า “ไม่ละ ฉันกินมาแล้ว นายกินคนเดียวเถอะ”
ความรู้สึกของเธอที่มีต่ออาหารแย่มากจริง ๆ เธอไม่อยากกินเลย
โกหก!
มือของหนิงเหนียนบีบขอบโต๊ะแน่น
หนิงหนิงก็ยังคงเดินจากไป
ไมโครเวฟส่งเสียงดังติ๊ง
หนิงเหนียนนำอาหารที่อุ่นร้อนแล้วมาวางบนโต๊ะ
หมูชุบแป้งทอดราดซอสเปรี้ยวหวานหนึ่งจาน รากบัวผัดเผ็ดเปรี้ยวหนึ่งจาน และไข่เจียวมะเขือเทศหนึ่งจาน
หนิงเหนียนต้มบะหมี่เพิ่มอีกชาม แล้วนั่งลงที่ริมโต๊ะคนเดียว
ไอร้อนลอยออกมาจากอาหาร เขานั่งอยู่คนเดียว ค่อย ๆ กินอาหารพวกนั้นจนหมดทีละคำ ๆ
ฉีอันมองดูการถ่ายทอดสด ก็อดถอนหายใจไม่ได้ เขารู้สึกสะเทือนใจจริง ๆ
หนิงหนิงเคยพูดในรายการว่า เธอชอบรสเปรี้ยวหวาน
หนิงเหนียนกินเสร็จแล้วเก็บล้างจานเรียบร้อยก็กลับห้องไป
กลิ่นหอมน่าน้ำลายสอหายไปเสียที
น้ำลายของวาเซียก็หยุดไหลแล้ว
หนิงหนิงถือหนังสือนั่งอยู่ข้างหน้าต่าง “ฉันบอกแล้วไงว่า ถ้านายอยากกินก็ไปขอหนิงเหนียนสิ เขาน่าจะให้นายนะ”
วาเซียพูดอย่างหนักแน่น “ฉันก็บอกไปแล้วว่าไม่อยากกิน”
หนิงหนิงพูดอย่างขอไปที “ก็ได้ ถ้านายไม่อยากกิน”
วาเซียถาม “เธอกำลังอ่านหนังสืออีกแล้วเหรอ?”
มันกระโดดขึ้นไปบนตักของหนิงหนิง แล้วทิ้งตัวลงนอนตรงหน้าหนังสือจ้องมองหนังสือด้วยความสนใจ
ผู้ชมในห้องไลฟ์ของหนิงหนิงต่างส่งเสียงร้องด้วยความตื่นเต้นอีกครั้ง
วันเดียวสั้น ๆ แค่นี้ พวกเขาได้เห็นภาพมหัศจรรย์มากมายเหลือเกิน
การได้เห็นแมวอ่านหนังสือเป็น ก็ยังรู้สึกว่าเป็นเรื่องน่าอัศจรรย์
พวกเขายังได้เห็นหนิงหนิงคุยกับแมวและแมวก็ร้องเหมี๊ยว ๆ ตอบเธอด้วยราวกับว่ามันพูดได้จริง ๆ
แมวตัวนี้คงจะกลายเป็นปีศาจไปแล้ว
บางคนเกือบจะเข้าใจผิด คิดว่าวาเซียเป็นปีศาจที่บำเพ็ญตนจนได้วิชาจริง ๆ ถึงขั้นไปสอบถามสำนักเซียนเลยทีเดียว
ทางสำนักเซียนได้ตรวจสอบดูแล้ว
ให้คำตอบมาว่า ไม่ใช่
นั่นก็หมายความว่า แมวน้อยตัวนี้แค่ฉลาดเกินไปเท่านั้นเอง
เพียงแค่วันเดียวเท่านั้น วาเซียก็มีแฟนคลับเว็บไซต์แล้ว
เว่ยฉือวิ่งมาถามหนิงหนิงโดยเฉพาะว่า วาเซียเขียนด้วยตัวอักษรอะไรสองตัว
มีคนแท็กทีมงานรายการมากมายเหลือเกิน
[เอาล่ะ คราวนี้แมวน้อยจะได้เข้ามหาวิทยาลัยจริง ๆ แล้ว]
[บอกแล้วไงว่าให้รีบส่งเด็กน้อยเข้ามหาวิทยาลัย ฉันใจจะขาดแล้ว]
[ดูมาทั้งวัน พยายามบอกตัวเองว่าอย่าตื่นเต้นกับเรื่องแปลก ๆ แต่ฉันก็อดไม่ได้]
[ของปลอมกำลังอ่านหนังสืออะไรอยู่?]
[ยังไงล่ะ นี่จะเดินสายเนิร์ดแล้วเหรอ?]
[เส้นทางเนิร์ดไม่ใช่ทางที่ง่ายนะ มีคนล้มหายตายจากไปกี่คนแล้ว?]
[ของปลอมก็ทำไม่ได้หรอก เรื่องเรียนเธอก็ไม่ได้เรื่องนี่]
[เลิกได้แล้ว อย่าแสดงต่อเลย]
[เมื่อเห็นปกหนังสือสีแดงนั้น ทำไมถึงรู้สึกคุ้นตาแปลก ๆ นะ?]
[???]
วาเซียพลิกดูหนังสือ มีแต่ตัวอักษรมันไม่ชอบ
มันใช้อุ้งเท้าพลิกปกหนังสือขึ้นมา
ผู้ชมทั้งหมดเห็นตัวอักษรสองตัวบนปกหนังสือนั้นอย่างชัดเจน
[กฎหมายอาญา]
[อะไรนะ???]
[ไม่ใช่…เธอจะอ่านกฎหมายอาญาไปทำไม?]
[เธอไม่ได้เรียนสายกฎหมายนี่?]
[จะแกล้งทำเป็นเด็กเรียนก็ไม่ใช่แบบนี้หรอกนะ ใส่ใจหน่อยสิ ถ้าอย่างน้อยเธออ่านหนังสือในสาขาที่เรียนมาพวกเราก็ยังพอจะช่วยชมได้หน่อย]
วาเซียถามว่า “เธอดูอันนี้ทำไม”
ลูกแมวส่งเสียงร้องเหมี๊ยว ๆ สองครั้งด้วยความสงสัย
หนิงหนิงตอบว่า “ดูว่ามีอะไรบ้างที่ทำไม่ได้ นายต้องจำไว้นะว่าการฆ่าคนเป็นเรื่องผิดกฎหมาย”
[…]
[คำพูดของเธอค่อนข้างอันตรายนะ]
วาเซียไม่ยอมรับ “ถ้าคนอื่นรังแกเธอ เธอก็ไม่สามารถฆ่าเขาได้เหรอ?”
หนิงหนิงตอบ “ฉันไม่ฆ่าคนมั่ว ๆ หรอก การฆ่าคนในโลกนี้มันผิดกฎหมาย”
[???]
[???]
[ฉันจะไม่???]
[ไม่ใช่ว่าฉันไม่ควรทำ?…]
[ช่วยด้วย! มีตำรวจอยู่แถวนี้ไหมคะ!]