แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 46 นายโกรธที่ฉันไม่ยอมกินข้าวเหรอ?
- Home
- แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง
- บทที่ 46 นายโกรธที่ฉันไม่ยอมกินข้าวเหรอ?
บทที่ 46 นายโกรธที่ฉันไม่ยอมกินข้าวเหรอ?
หนิงเหนียนช่างเป็นคนที่น่าอึดอัดใจเสียจริง
นิสัยแบบนี้โดยทั่วไปแล้วเกิดจากการที่ความต้องการในวัยเด็กไม่ได้รับการตอบสนอง จนกลายเป็นความเคยชิน พอโตขึ้นก็เลยไม่ชอบพูดอะไร
ดูเหมือนว่าเด็กคนนี้ คงไม่ได้มีช่วงวัยเด็กที่ดีนัก
โชคดีที่ฉีอันมีนิสัยเปิดเผยชอบพูดคนเดียวถึง อยู่ด้วยกันมาได้นานขนาดนี้
ฉีอันถอนหายใจ “ถ้านายเก็บทุกอย่างไว้ในใจแบบนี้ต่อไป พอรายการวาไรตี้จบ พวกนายก็ยังคงเป็นคนแปลกหน้ากันอยู่ดี”
“นายต้องลงมือทำอะไรบ้างสิ ก้าวออกไปหนึ่งก้าว ส่วนอีกฝ่ายจะเป็นยังไงก็เป็นเรื่องของเธอ ค่อยว่ากันทีหลัง จะคิดมากไปทำไม” เขาพูดอย่างใจเย็นและเป็นห่วง
หนิงเหนียนนั่งเงียบ ไม่รู้ว่ารับฟังคำพูดเหล่านั้นหรือเปล่า
หนิงหนิงก็ไม่ใช่คนชอบพูด ดูก็ไม่เหมือนคนที่จะกล้าลงมือทำอะไรก่อน
ฉีอันถอนหายใจด้วยความกังวล
จนกระทั่งตกเย็น หนิงเหนียนรีบกินข้าวในโรงอาหารของบริษัทอย่างลวก ๆ แล้วกลับไปที่วิลล่า
พอเพิ่งเข้าประตูมาเว่ยฉือก็เดินเข้ามาหา ดึงเขาไปที่มุมหนึ่ง
เขาพูดตรงประเด็นเลยว่า “หนิงหนิงหลับไปทั้งวันแล้ว”
หนิงเหนียนถามว่า “ทั้งวันเลยเหรอ?”
เว่ยฉือตอบว่า “ใช่ครับ”
เธอหลับไปจริง ๆ ทั้งวัน แบบไม่มีอะไรเจือปนเลย
เขานั่งดูอยู่ที่หลังฉาก
เขาแวะไปดูมาสองครั้งด้วย
แต่สิ่งที่น่าประหลาดใจก็คือ มีคนดูเธอนอนหลับค่อนข้างเยอะ ห้องไลฟ์ของเธอยังคงได้รับความนิยมสูงอยู่ในอันดับที่สาม รองจากหนิงเหนียนที่อยู่อันดับหนึ่ง และเจียงเจินที่อยู่อันดับสอง
พอวันแรกผ่านไป คนที่เข้ามาดูเพราะความแปลกใหม่ก็จากไป วันที่สองยอดผู้ชมก็เริ่มกลับสู่ภาวะปกติ
ในห้องไลฟ์สดของหนิงหนิง มีทั้งคนที่เข้ามาดูเธอและคนที่เข้ามาดูแมว
หลายคนปากก็บอกว่าจะแบนหนิงหนิง แต่คนเราก็เป็นมนุษย์ที่มองด้วยสายตา หนิงหนิงเป็นคนสวยมาโดยตลอด ครั้งนี้พอกลับมาก็ยิ่งสวยกว่าเดิมอีก ต่อให้หนิงหนิงไม่ทำอะไรเลยแค่นอนอย่างเดียว คนพวกนี้ก็ยังคงด่าต่อไป แต่ก็อยู่ในห้องไลฟ์สดของหนิงหนิงไม่ไปไหน
เว่ยฉือก็งงกับจิตใจของผู้ชมพวกนี้เหมือนกัน
ผู้ชมหลายคนพูดถึงเรื่องที่หนิงหนิงไม่ได้กินข้าว
หนิงหนิงเมื่อวานไม่ได้กินข้าว วันนี้ก็ไม่ได้กินข้าวอีก
ที่สำคัญคือวันนี้เจียงฉือซิงไม่ได้อยู่ที่วิลล่าด้วยซ้ำ
เขาออกไปเที่ยวกับเพื่อน ๆ ของเขา มีทั้งรถหรูและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แบรนด์ดังมากมาย
ชีวิตประจำวันของคนรวย ทำเอาช่างภาพที่ตามถ่ายถึงกับตะลึง
ดังนั้น ตอนนี้จึงไม่มีใครในวิลล่าที่จะสามารถเกลี้ยกล่อมหนิงหนิงได้
เว่ยฉือเตรียมจะรอให้เจียงฉือซิงกลับมาก่อน แล้วค่อยพูดคุยกับเขาดี ๆ
แต่ไม่คิดว่าในขณะที่รอเจียงฉือซิง หนิงเหนียนก็กลับมาก่อน
เว่ยฉือพูดว่า “ฉันเป็นห่วงสุขภาพของเธอ คุณหนิงหนิงไม่ได้กินข้าวมาสองวันแล้ว”
แม้ว่าหนิงเหนียนกับหนิงหนิงจะดูเหมือนคนแปลกหน้าต่อกัน แต่พวกเขาก็เป็นพี่น้องแท้ ๆ สถานการณ์ของหนิงหนิงก็จำเป็นต้องบอกให้หนิงเหนียนรู้
“ผมเข้าใจแล้ว” หนิงเหนียนพูดจบก็เดินขึ้นชั้นบนไป
พอหนิงเหนียนรู้เรื่องแล้ว เว่ยฉือก็วางใจ
เพิ่งจะออกอากาศเป็นวันที่สอง แต่เว่ยฉือรู้สึกเหมือนผ่านไปแล้วสองปี
เขาไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ เจียงฉือซิงจะกลับมา
หนิงเหนียนกลับขึ้นไปชั้นสอง ประตูห้องของหนิงหนิงยังคงปิดอยู่เหมือนเดิม
เขายืนอยู่หน้าประตูห้องตัวเองสักพัก แต่ประตูห้องข้าง ๆ ก็ยังไม่เปิด
ฟ้ามืดแล้ว หนิงเหนียนเดินไปที่หน้าประตูห้องของหนิงหนิง เขายกมือขึ้นเคาะประตู
ประตูเปิดออกมาเป็นช่องเล็ก ๆ จากด้านใน แมวตัวหนึ่งโผล่หัวออกมา พอเห็นหนิงเหนียนมันก็ยกอุ้งเท้าขึ้นจะปิดประตู
หนิงเหนียนได้ยินเสียงหนิงหนิงร้องเรียกว่า “วาเซีย”
ประตูก็เปิดออก หนิงหนิงยืนอยู่ที่หน้าประตู
วันนี้เธอรวบผมด้วยริบบิ้นสีดำขอบทอง สวมชุดกระโปรงยาวสีดำเป็นชุดวินเทจสไตล์ฝรั่งเศสแท้ ๆ ดีไซน์ค่อนข้างเรียบง่าย
นอกจากเข็มขัดที่เอวแล้ว ก็ไม่มีเครื่องประดับอื่นใดเพิ่มเติม
ความงดงามและความลึกลับที่มาจากเครื่องประดับที่ซับซ้อนหายไป แต่กลับมีกลิ่นอายของชีวิตประจำวันที่เข้าถึงง่ายขึ้น
“มีอะไรหรือเปล่า?” หนิงหนิงถาม
หนิงเหนียนตอบ “เธอไม่ได้กินข้าวมาทั้งวันแล้ว ออกมากินข้าวหน่อย”
ตั้งแต่หนิงหนิงข้ามมิติมา นี่เป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกปวดหัว
เว่ยฉือก็เป็นแบบนี้ หนิงเหนียนก็เป็นแบบนี้ แม้แต่จินซุ่ย ถังถังและหลินเค่อ ก็ส่งข้อความมาเตือนให้เธอกินข้าว ทำไมทุกคนชอบมายุ่งเรื่องเธอกินข้าวหรือไม่กินข้าวนักนะ
ก่อนหน้านี้เธอไม่ดื่มน้ำมาเป็นเดือน ยูริก็ยังไม่เคยมายุ่งกับเธอเลย
“ขอบคุณนะ ฉันกินขนมนิดหน่อยก็พอแล้ว ฉันไม่กินแล้ว”
เธอเตรียมจะปิดประตูแต่ก็ถูกหนิงเหนียนใช้มือกันไว้
“ไม่ได้เธอต้องกินข้าว!” หนิงเหนียนพูด
หนิงหนิงไม่พูดอะไร เธอเงยหน้ามองเขา เป็นการเผชิญหน้ากันอย่างเงียบ ๆ
นี่เป็นครั้งแรกที่หนิงเหนียนกล้ามองหน้าหนิงหนิงอย่างเปิดเผย และจ้องตาเธอนานขนาดนี้
[ทำอะไรกันน่ะ ทะเลาะกันแล้วเหรอ?]
[ช็อก!]
[แค่สองวันเองนะ ทั้งคู่ก็แสดงต่อไปไม่ไหวแล้ว ช่างปลอมจริง ๆ]
[หนิงเหนียนทำแบบนี้ก็ไม่ถูก ของปลอมก็ไม่ได้รอนายนี่ แบบนี้ก็เท่ากับหาเรื่องใส่ตัวเองชัด ๆ]
[พอของปลอมคลั่งขึ้นมาก็ฆ่าคนได้จริง ๆ นะ แนะนำให้หนิงเหนียนอยู่ให้ห่าง ๆ หน่อย]
[คนชั่วย่อมมีคนชั่วมาจัดการ องค์ชายก็ไม่ใช่คนดีอะไรหรอก]
[ต่อยกันเลย! ฉันอยากเห็นเลือดไหลนองเป็นแม่น้ำ!]
[อ๋า พออยู่ในกรอบเดียวกันแล้ว เจริญหูเจริญตาจริง ๆ]
[‘กรอบ’ จริง ๆ นะ หมายถึงกรอบประตูนั่นแหละ]
[…ทนพวกบ้าหน้าตาแบบพวกแกไม่ไหวแล้ว ไม่มีจริยธรรมเลยสักนิด]
[บ้านเธออยู่ริมทะเลหรือไง?]*[1]
[ไม่ใช่อย่างนั้น น้องชายแค่เป็นห่วงที่พี่สาวไม่ได้กินข้าว ทำไมพวกคุณถึงพูดให้มันน่ากลัวขนาดนั้นล่ะ]
ฉีอันเอามือปิดตาตัวเอง
บอกให้เขาก้าวเดินก้าวแรก ไม่ใช่ให้เขาไปขวางประตูแล้วดุคนอื่นนะ!
หนิงหนิงขมวดคิ้ว “นายโกรธอีกแล้ว นายโกรธที่ฉันไม่ยอมกินข้าวเหรอ?”
หนิงเหนียนตอบ “อืม”
แปลกจริงแค่เธอไม่กินข้าว เขาจะโกรธทำไมกัน
ผ่านไปสักพัก หนิงหนิงยอมแพ้ “ก็ได้”
เรื่องกินข้าว จริง ๆ แล้วเธอไม่เลือกกินหรอก
ตอนที่ถูกขังในกรงหมา อาหารเน่าเธอยังเคยกินมาแล้ว
แต่ปัญหาก็คือเธอทำอาหารไม่เป็น ตัวเธอเองก็ไม่มีเงินสดจะไปซื้อก็ไม่ได้
หนิงหนิงกะพริบตาปริบ ๆ มองไปที่หนิงเหนียน “ฉันทำอาหารไม่เป็น”
หนิงเหนียนชะงักไปครู่หนึ่ง
“ในตู้เย็นมีวัตถุดิบ เธออยากกินอะไร ฉันจะทำให้”
หนิงหนิงตอบ “อะไรก็ได้”
หนิงเหนียนหยักหน้า “รอสักครู่นะ อย่าเพิ่งกลับเข้าห้องล่ะ ไปรอที่ห้องนั่งเล่นเดี๋ยวก็ทำเสร็จแล้ว”
เขากลัวว่าถ้าเธอเข้าห้องไปแล้ว จะขังตัวเองอีก
“อืม”
หนิงเหนียนอารมณ์ดี เขาอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา
หนิงหนิงว่าง่ายอย่างไม่คาดคิด ไปนั่งรออย่างเรียบร้อยอยู่บนโซฟาห้องนั่งเล่น
[???]
[ของปลอมยอมแพ้แล้วเหรอ?]
[คงหิวจนทนไม่ไหวแล้วสินะ เจียงฉือซิงคืนนี้ก็ยังไม่แน่ว่าจะกลับมา]
[อดทนมาตั้งสองวันแล้ว ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย]
[ไปให้พ้น! หนิงหนิงเคยพูดถึงเจียงฉือซิงสักคำหรือยัง?]
[คุณผู้รู้มากในคอมเมนต์ทั้งหลาย ขอร้องล่ะ ไม่ต้องดูรายการแล้วได้ไหม? มีจินตนาการขนาดนี้ไปเขียนนิยายเลยไม่ดีกว่าเหรอ? จะมาดูรายการวาไรตี้ทำไม นี่มันเสียของนะ!]
[บางคนไม่รู้หรือไงว่าเวลาดาราลดน้ำหนักกัน บางคนแทบเอาชีวิตไม่รอด?]
[สองวันแล้วนะ พวกคุณทำให้ฉันรำคาญจนแทบบ้า! ไปให้พ้น!]
…
หนิงเหนียนเปิดตู้เย็นดู วัตถุดิบที่ทางรายการเตรียมไว้ให้ค่อนข้างครบครัน
ตอนนี้ดึกเกินไป ทำได้แค่อาหารง่าย ๆ เท่านั้น
หนิงเหนียนผูกผ้ากันเปื้อนแล้วเริ่มเตรียมอาหารเย็น
หนิงหนิงนั่งอยู่บนโซฟา ฟังเสียงหั่นผักดังแว่วมาจากในครัว ฉับ ฉับ ฉับ
[เหนียนเหนียนทำอาหารเป็นด้วยเหรอ?]
เหล่าแฟนคลับต่างตกตะลึง พวกเธอไม่มีใครรู้เรื่องนี้มาก่อน
จี๋ซังซิงเป็นเทพแห่งการทำอาหารเพียงคนเดียวที่ได้รับการยอมรับในวง i.z.t เขามักจะแชร์อาหารที่ทำลงในโซเชียล จนมีคนติดตามเพิ่มขึ้นไม่น้อยเลยทีเดียว
ใครบ้างจะไม่ชอบผู้ชายที่หน้าตาดี เต้นเก่ง ร้องเพลงเพราะ แถมยังทำอาหารเป็นด้วย
[ทำอาหารเป็นมันเรื่องใหญ่โตขนาดนั้นเลยเหรอ?]
[ไม่เห็นจะน่าตกใจเลย ก็คงมีแต่บ้านนี้แหละที่เอาเรื่องแค่นี้ไปใส่ในประวัติ แถมยังเที่ยวป่าวประกาศไปทั่ว]
[อิจฉาก็บอกมาเถอะ ฮิ ๆ]
[ภาพลักษณ์สามีแห่งชาติเพียงคนเดียวในวงของจี๋ซังซิงกำลังจะหายไปแล้วสินะ ถึงได้ร้อนรนกันใหญ่]
[การทำอาหารเป็นเรื่องหนึ่ง แต่การทำให้อร่อยก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งนะ]
[เหนียนเหนียนยังไม่ได้ทำเลยนะ แล้วเธอรู้ได้ยังไงว่าไม่อร่อย?]
[1] บ้านอยู่ริมทะเล หมายถึง ชอบยุ่งเรื่องของคนอื่น