แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 47 อร่อยจัง!
บทที่ 47 อร่อยจัง!
หนิงหนิงได้ยินเสียงแล้วรู้สึกสงสัย
เธอจึงเดินไปที่ห้องครัวเพื่อดูให้ชัด ๆ
หนิงเหนียนหันมามองเธอแวบหนึ่ง
หนิงหนิงชะโงกหน้าเข้าไปดู “ขอดูหน่อย”
หนิงเหนียนถือมันฝรั่งอยู่ในมือข้างหนึ่งอีกมือถือมีด เขาจ้องมองไม่กะพริบตา มือเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว มันฝรั่งหัวนั้นถูกหั่นเป็นเส้นบาง ๆ
หนิงหนิงตกใจจนตาเบิกกว้าง
ในความทรงจำของเธอ พ่อครัวไม่เคยทำอาหารแบบนี้มาก่อน
โดยปกติ พวกเขาจะเอาผักมากำหนึ่ง สับ ๆ ไม่กี่ทีแล้วเอาไปต้มรวมกับปลา มันทั้งคาวและไม่อร่อยเลย
ที่จักรวรรดิโนซามานมีผลไม้อยู่ไม่กี่ชนิด ผักก็มีน้อย กินไปกินมาก็วนเวียนอยู่แค่ไม่กี่อย่าง
พืชพรรณในโลกนี้มีมากมาย แต่หนิงหนิงไม่เคยเห็นมาก่อนเลย
เช่นเดียวกับดอกท้อที่บานสะพรั่งเต็มท้องถนนในตอนนี้
และลิ้นจี่ที่เธอไม่เคยได้ลิ้มลองมาก่อน
มีหลายสิ่งหลายอย่าง ที่เธอไม่เคยได้ลิ้มลอง
“นี่คืออะไรเหรอ?”
หนิงเหนียนตอบ “มันฝรั่งเส้น เดี๋ยวจะทำมันฝรั่งผัดเปรี้ยวเผ็ด”
เปรี้ยวเผ็ด?
ทั้งเปรี้ยวทั้งเผ็ด?
นี่มันรสชาติอะไรแปลก ๆ
หนิงเหนียนหั่นผักเสร็จ รอบตัวไม่มีใครอยู่แล้ว
พอมองอีกทีหนิงหนิงก็กลับไปนั่งที่โซฟาแล้ว เธอกำลังมองเพดานด้วยความเบื่อหน่าย
เขาเร่งมือทำอาหารให้เร็วขึ้น จุดไฟ ผัดอาหาร ไม่นานกลิ่นหอมก็โชยมาจากในครัว
วาเซียสูดจมูก “หอมจังเลย”
หนิงหนิงสูดดมกลิ่น จริง ๆ ด้วย มันหอมมาก
ที่จักรวรรดิโนซามานก็มีอาหารที่มีกลิ่นหอมเหมือนกัน
อย่างเช่น ไก่ผัดมะพร้าวหอม
เนื้อไก่ที่ทาน้ำมะพร้าวบนผิวด้านนอก มีกลิ่นหอมมาก เมื่อกินเข้าไปครึ่งหนึ่งจะมีรสหวานนิด ๆ ส่วนที่เหลือไม่มีรสชาติอะไรเลย
มองออกเลยว่าเหล่าพ่อครัวพยายามกันอย่างมากแล้ว
วาเซียไม่เคยเลือกกินอะไรเลย มันชอบกินทั้งไก่มะพร้าวและปลาต้ม
เธอกับมอร์ต้าทำแบบนั้นไม่ได้
มอร์ต้าฝึกวิชาอดอาหารได้เร็วกว่าเธอเสียอีก
“มากินข้าวได้แล้ว”
หนิงเหนียนยกจานอาหารที่ผัดเสร็จแล้วมาวางบนโต๊ะ เขายังหุงข้าวด้วย ตักข้าวให้หนิงหนิงหนึ่งถ้วย แต่พอคิด ๆ ดูแล้ว ก็ตักออกไปหน่อยให้เหลือแค่ครึ่งถ้วย
หนิงหนิงเดินมาที่โต๊ะอย่างไม่เต็มใจ
บนโต๊ะมีอาหารสองจาน เธอรู้จักแค่มันฝรั่งผัดเปรี้ยวเผ็ดที่มีสีเหลืองทองน่ามอง
อาหารในโลกนี้ดูน่ากินกว่าที่บ้านเก่าของเธอมาก
หนิงเหนียนตักข้าวเสร็จแล้ว เขาวางชามข้าวไว้ตรงหน้าหนิงหนิง
หนิงหนิงเงยหน้ามองเขา “นายไม่กินข้าวกับฉันเหรอ?”
จากมุมนี้ดวงตาของเธอเป็นประกายวิบวับใต้แสงไฟ คำพูดที่ว่า ‘ฉันกินมาแล้ว’ ที่จะหลุดออกจากปากของหนิงเหนียนก็ถูกกลืนกลับลงไป
เขาตักข้าวอีกชามแล้วนั่งลงตรงข้ามกับหนิงหนิง
ใช้เวลาไม่มากนัก อาหารมีมันฝรั่งผัดเปรี้ยวเผ็ดหนึ่งจานและผัดพริกหยวกกับเนื้อหมูอีกหนึ่งจาน
โต๊ะไม่ได้ใหญ่มาก ระยะห่างก็ไม่ไกลนัก พอหนิงเหนียนเงยหน้าขึ้นก็จะเห็นปอยผมที่ตกลงมาข้างขมับของหนิงหนิง
เขาชิมทั้งสองจาน รสชาติพอใช้ได้
หนิงเหนียนรู้สึกโล่งใจขึ้นมา ไม่รู้ทำไมถึงได้กังวลขนาดนี้
เมื่อเงยหน้าขึ้น หนิงหนิงกำลังถือตะเกียบอยู่แล้วจ้องมองไปที่มือของเขา
หนิงเหนียนถาม “ไม่อร่อยเหรอ?”
หนิงหนิงจดจำท่าทางการจับตะเกียบของเขา แล้วก้มหน้าลงพูดว่า “ฉันยังไม่ได้กินเลย”
หนิงหนิงมองดูจานอาหารทั้งสองจาน แล้วยื่นตะเกียบไปที่จานมันฝรั่งผัดเปรี้ยวเผ็ด
การใช้ตะเกียบครั้งแรก ยังไม่ค่อยชำนาญนัก คีบได้มันฝรั่งเส้นบาง ๆ แค่สองเส้น
วาเซียเดินวนไปวนมาอย่างกระวนกระวายอยู่ข้างเก้าอี้
“รีบกินสิ อร่อยนะ”
หนิงหนิงกลั้นหายใจ ทำใจดั่งวีรบุรุษที่กำลังจะพลีชีพแล้วยัดเส้นมันฝรั่งเข้าปาก เคี้ยวอย่างรวดเร็วสองที แล้วกลืนลงไป
หนิงเหนียนถามขึ้นลอย ๆ “เป็นไงบ้าง พอกินได้ไหม?”
เขารู้สึกกังวลมาก
หนิงหนิงไม่พูดอะไร จ้องตะเกียบอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยื่นมือคีบมันฝรั่งผัดเปรี้ยวเผ็ดขึ้นมาอีกเยอะมากแล้วยัดเข้าปากทั้งหมด จากนั้นก็เคี้ยวอย่างพิถีพิถัน
เธอเงยหน้าขึ้นมามองหนิงเหนียนด้วยดวงตาเป็นประกาย พูดอย่างมีความสุขว่า
“อร่อยจัง!”
หนิงเหนียนเห็นสีหน้าที่มีชีวิตชีวาแบบนี้บนใบหน้าของหนิงหนิงเป็นครั้งแรก ตั้งแต่ที่เขาได้พบกับเธอ สีหน้าของเธอดูเรียบเฉยมาตลอด
หนิงหนิงคีบอาหารต่อ
หนิงเหนียนพูดว่า “อย่ากินแต่กับข้าวสิ กินข้าวด้วย”
หนิงหนิงพยักหน้า
กลิ่นข้าวสวยหอมชวนกิน หนิงหนิงจึงลองชิมดูคำหนึ่ง
นุ่มและเหนียวกำลังดี ขณะเคี้ยวก็มีกลิ่นหอมอบอวลอยู่ในปาก เมื่อทานคู่กับมันฝรั่งผัดที่มีรสเปรี้ยวอมหวาน มันช่างอร่อยเหลือเกิน
อาหารที่เธอเคยกินมาก่อนหน้านี้มันเป็นอะไรกันนะ!
หนิงหนิงเคยอ่านในหนังสือว่าประเทศที่เธออาศัยอยู่นี้ เป็นมหาอำนาจด้านอาหาร มีอาหารหลากหลายอย่างที่อร่อย
แต่ตัวเธอเองกลับไม่เคยมีความเข้าใจเกี่ยวกับความอร่อยของอาหารเลย
วาเซียหัวเราะชอบใจ “ฉันบอกแล้วไงว่าอร่อยมาก!”
หนิงหนิงพยักหน้า มันอร่อยจริง ๆ
หนิงหนิงลองชิมผัดพริกหยวกกับเนื้อหมู
เนื้อที่เคี้ยวอยู่ในปากไม่มีกลิ่นคาวเลย ทั้งยังเคี้ยวง่ายเคลือบด้วยซอส มีรสเผ็ดนิด ๆ กินแล้วหอมมาก
จานนี้ก็อร่อยเหมือนกัน
หนิงหนิงกินพริกเป็นครั้งแรก รู้สึกเผ็ดจนสำลักเล็กน้อย หนิงเหนียนรีบรินน้ำให้เธอดื่มทันที
หลังจากดื่มน้ำเสร็จ เธอก็ไปคีบเนื้อหมูกินอีก
หนิงเหนียนไม่ยอมให้เธอกิน
“มันอร่อยมากเลยนะ ทำไมถึงไม่ให้ฉันกินล่ะ” หนิงหนิงถามอย่างไม่เข้าใจ
หนิงเหนียน …
เขาเกือบจะคิดว่าตัวเองเป็นเชฟระดับตำนานไปแล้ว
กับข้าวเป็นฝีมือของหนิงเหนียน หนิงหนิงจึงต่อรองกับเขา “ฉันขอกินอีกนิดเดียวนะ ได้ไหม”
หนิงเหนียนยอมแพ้ “แค่นิดเดียวนะ ห้ามกินเยอะ”
หนิงหนิงยิ้มอีกครั้ง
นี่ก็แค่อาหารบ้าน ๆ ธรรมดา ๆ เท่านั้นเอง
ทำไมถึงได้มีความสุขขนาดนี้นะ
หนิงเหนียนลูบหูที่แดงเล็กน้อยของตัวเอง
ฉีอันทำปากจู๋พลางมองหน้าจอ เห็นหนิงหนิงกำลังตักข้าวเข้าปาก
เธอคิดว่าตะเกียบไม่สะดวก จึงเปลี่ยนมาใช้ช้อนแทน
หนิงหนิงกินไม่เร็ว ค่อย ๆ เคี้ยวอย่างช้า ๆ จากสีหน้าของเธอสัมผัสได้ว่าเธอกำลังตั้งใจลิ้มรสชาติอย่างจริงจัง เมื่อรู้สึกว่าอร่อยเธอก็จะอดไม่ได้ที่จะยิ้ม ดวงตาโค้งขึ้นเป็นรูปจันทร์เสี้ยว
แค่ดูเธอกินข้าว มองเฉย ๆ ก็มีความสุขแล้ว
หนิงเหนียนแต่เดิมไม่มีความอยากอาหาร แต่พอได้กินพร้อมกับหนิงหนิงก็กินลงไปโดยไม่รู้ตัว
ทำเอาฉีอันหิวไปด้วย
เขาปิดโทรศัพท์มือถือ แล้วออกไปกินข้าว~
เว่ยฉือเห็นว่าในที่สุดหนิงหนิงก็ยอมกินข้าวแล้ว ก็วางใจ
แต่ทำไมยิ่งดูถึงยิ่งหิว
ตอนกลางคืนเขายุ่ง กินแต่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
เขาลุกขึ้นยืนผู้ช่วยผู้กำกับถามเขาว่า “จะไปไหนเหรอ?”
เว่ยฉือตอบ “จะไปสั่งอาหารเดลิเวอรี่”
“ฉันก็จะสั่งด้วย อย่ากินคนเดียวสิ!” ผู้ช่วยผู้กำกับดึงตัวเขาไว้
ทีมงานของเว่ยฉือส่วนใหญ่เป็นคนที่ติดตามเขามาจากรายการอื่น ๆ ล้วนเป็นคนคุ้นเคยกันทั้งนั้น
ไม่นานก็เริ่มคึกคัก ผลสรุปคือทุกคนได้กินอาหารเพิ่ม
มีคนที่หิวเหมือนกับฉีอันและเว่ยฉืออีกมากมาย บางคนตัดสินใจออกไปกินข้างนอก ส่วนคนที่ไม่ออกไปก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาสั่งเดลิเวอรี่ ระหว่างรอก็แชทคุยกันในคอมเมนต์
[ดูแล้วหิวเลย]
[อร่อยขนาดไหนกันนะ ขอชิมบ้างสิ]
[ฉันหิวแล้ว!]
[อยากกินอาหารที่เหนียนเหนียนทำจัง น่าจะอร่อยมากเลย!]
[น่าหงุดหงิดจริง ๆ ทั้ง ๆ ที่กินไปแล้วแท้ ๆ]
[สั่งเดลิเวอรี่ดีกว่า เพิ่งสั่งบาร์บีคิวไปเลย!]
[ไม่ล่ะ ออกไปกินหม้อไฟดีกว่า ฉันออกมาแล้วนะ!]
หนิงหนิงกินข้าวหมดแล้ว “ยังมีอีกไหม ฉันอยากกินอีก”
หนิงเหนียนบอก “ตอนกลางคืนไม่ควรกินเยอะนะ”
แม้ปากจะพูดแบบนั้น แต่เขาก็ลุกขึ้นตักข้าวให้หนิงหนิงอีกครึ่งชาม
เขาจะนั่งกลับที่เดิมแต่เก้าอี้ของเขาถูกคนไม่สิ ถูกแมวจับจองไปแล้ว
แมวของหนิงหนิงนั่งยอง ๆ อยู่บนที่นั่งของเขา ดวงตาสีเขียวจ้องมองเขาไม่กะพริบ
หนิงเหนียนจำได้ว่ามันชื่อว่าวาเซีย ช่วงสองวันนี้ในอินเทอร์เน็ตเต็มไปด้วยภาพเคลื่อนไหวและสติกเกอร์ของมัน
“นายก็จะกินข้าวเหมือนกันเหรอ?” หนิงเหนียนถาม
วาเซียร้องเมี๊ยวออกมา
มันดูเหมือนจะเข้าใจจริง ๆ เหมือนกับที่ในอินเทอร์เน็ตพูดกันไว้เลย
หนิงเหนียนถามหนิงหนิงว่า “ดูเหมือนมันจะหิวแล้ว เธอจะให้อาหารแมวมันกินหน่อยไหม”
หนิงหนิงชะโงกหน้าไปดูแล้วพูดว่า “วาเซียไม่กินอาหารแมว เขาอยากให้นายตักข้าวให้กิน”
หนิงเหนียนสงสัย
วาเซียอยากกินงั้นเหรอ? แล้วหนิงหนิงรู้ได้ยังไง?