แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 499 ปลูกต้นไม้และดอกไม้
- Home
- แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง
- บทที่ 499 ปลูกต้นไม้และดอกไม้
โรล่า “ฉันเบื่อที่อยู่ในปรโลก พอดีที่นั่นขาดคนงาน ฉันเลยยื่นใบสมัครไปสัมภาษณ์ ไม่คิดว่าจะได้รับเลือก”
หนิงหนิง “สัมภาษณ์? เข้าทำงาน?”
โรล่า “นั่นไม่สำคัญหรอก คุณแค่ต้องรู้ว่า การเข้าทำงานสามารถสะสมคะแนนได้ ถ้าคะแนนสูงพอ ชาติหน้าก็สามารถเกิดในครอบครัวที่ดีได้”
หนิงหนิง “…”
บทสนทนาของพวกเธอทั้งสอง ทำให้คนรอบข้างอีกหลายคนฟังแล้วถึงกับงงงวย
เหมียวถาน “ตอนนี้ปรโลกก็ก้าวไปพร้อมกับยุคสมัยขนาดนี้แล้วเหรอ?”
‘ยังมีการสัมภาษณ์งานบนเนินเขาอีกเหรอ?’
เฉินมู่ “ไม่มีทางเลือก ยมบาลไม่อยู่ คนไม่พอ”
แต่ฟังดูแบบนี้ ก็ไม่เลวเหมือนกันนะ
คนจากปรโลกมาถึงแล้ว ทุกอย่างพร้อมแล้ว
โรล่า “เอาละ พวกคุณไปทำเถอะ ฉันจะคอยดูอยู่ข้าง ๆ”
คืนนี้ ท้องฟ้าเต็มไปด้วยดวงดาว
หนิงหนิงเงยหน้า รู้สึกว่านานมากแล้วที่ไม่ได้เห็นพระจันทร์
เป็นเรื่องจริงที่ว่า เมื่อได้เห็นพระจันทร์แล้วเท่านั้น ถึงจะรู้สึกสบายใจได้
“เตรียมพร้อมหรือยัง?”
“3…2…1 จุดไฟ!”
ไฟนรก พุ่งกระหน่ำด้วยความเร็วดุจสายฟ้าฟาด กวาดล้างป่าไปครึ่งหนึ่ง
ไฟที่ลุกท่วมทั้งภูเขาถูกแนวกันไฟและยันต์คาถาที่วางอยู่บนนั้น กั้นไว้อย่างแน่นหนา
แสงไฟลุกโชนขึ้นสู่ท้องฟ้า ทำให้ฟากฟ้าครึ่งหนึ่งกลายเป็นสีแดงฉาน
ผู้คนที่อยู่ตรงเชิงเขามองเห็นทุกอย่างได้อย่างชัดเจน
คนในฝูงชนเงียบกันผิดปกติ หลายคนเครียดจนเหงื่อผุดที่หน้าผาก
สัตว์บนภูเขาก็ดูกระสับกระส่ายไปด้วย เสียงซู่ซ่าดังมาจากป่า
หนิงหนิงยืนอยู่ที่ขอบแนวกั้น เธอได้ยินเสียงร้องไห้
เป็นเสียงร้องไห้ของดอกฮิกันบานะสีแดง
ฟังดูคล้ายเสียงร้องไห้ของเด็กเล็ก ๆ ทำให้ใจคนอดที่จะรู้สึกสงสารไม่ได้
ในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต พวกมันยังคงพยายามหลอกลวงผู้คน
หนิงหนิงไม่ลังเลที่จะเติมไฟเข้าไปอีก
เมื่อเผาไปนานเกือบหนึ่งชั่วโมงเต็ม ในที่สุดไฟก็ดับลง
แสงสีแดงหายไป เสียงเฮดังขึ้นมาจากด้านล่างของภูเขา
แสงไฟหายไป เหลือเพียงความมืดมิด
แสงไฟที่สลัว ๆ ส่องสว่างบนพื้นดิน
ในการจุดไฟเผาป่าครั้งใหญ่นี้ แผ่นดินกลับไม่ได้รับความเสียหายใด ๆ เลย ไม่มีผลกระทบเลยแม้แต่น้อย
ไม่มีอะไรเหลืออีกแล้ว
มีแค่ต้นไม้และหญ้าที่เหี่ยวเฉาไปนานแล้ว ทั่วทั้งบริเวณถูกปกคลุมไปด้วยไอแห่งความตายอันหนาทึบ
ป่าแห่งนี้ได้กลับคืนสู่รูปลักษณ์ดั้งเดิมของมันอย่างสมบูรณ์แล้ว
ในยามค่ำคืน มันดูแล้วเศร้าสลดเป็นพิเศษ
เหมียวถานถอนหายใจ “น่าสงสารจริง ๆ”
จี๋ไหลพยักหน้าเห็นด้วย
เฉินมู่ตบไหล่พวกเขาทั้งสอง “พอกันที ไปพักผ่อนกันเถอะ พรุ่งนี้เช้ายังมีงานต้องทำอีก”
ตอนที่ลงจากภูเขา ยังมีคนอีกหลายคนที่ยังไม่ได้ไป
หนิงหนิงเห็นเต็นท์มากมายที่ริมถนน
เมื่อเลื่อนดูโทรศัพท์ พบว่าหัวข้อในเทรนด์ยอดนิยมทั้งหมดล้วนกี่ยวกับการเผาภูเขาในคืนนี้
เรื่องเกี่ยวกับวิญญาณผู้พิทักษ์ดังกล่าวได้สร้างความสนใจให้กับผู้คนทั่วประเทศจริง ๆ
หนิงหนิงพักอยู่ที่โรงแรมใกล้ ๆ แถวนั้น เช้าวันรุ่งขึ้น เธอก็ถูกปลุกด้วยโทรศัพท์จากถังถัง
ถังถังตื่นเต้นมาก ถามถามหนิงหนิงว่าวันนี้จะขึ้นไปบนภูเขาด้วยกันไหม?
หนิงหนิงตอบด้วยความงุนงง “ทุกอย่างเสร็จสิ้นแล้วไม่ใช่หรือ? จะขึ้นไปบนภูเขาทำไมอีก?”
ถังถัง “ปลูกต้นไม้ไง”
อีกแล้ว ปลูกต้นไม้อีกแล้ว
‘เมื่อวานยังปลูกไม่เสร็จหรือไง?’
หลังจากตื่นนอน เธอพบว่าทีมงานรายการรวมถึงหนิงเหนียนหายไปกันหมดแล้ว
หนิงเหนียนทิ้งข้อความไว้ให้เธอว่า เขาก็ขึ้นเขาไปปลูกต้นไม้ด้วย
หนิงหนิงมองดูแสงอาทิตย์นอกหน้าต่าง รู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย
แต่การอยู่คนเดียวก็น่าเบื่อ เธอจึงจัดการเก็บข้าวของนิดหน่อย แล้วขึ้นเขาไปด้วย
เธอใช้เวทมนตร์เล็กน้อย ทำให้ไม่มีใครจำเธอได้
การขึ้นเขาครั้งนี้ มีคนมากกว่าเมื่อวานเสียอีก
หนิงหนิงรู้สึกแปลกใจว่าทำไมผู้คนถึงมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
เมื่อเข้าไปในป่า ทุกอย่างเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
รอบ ๆ เต็มไปด้วยต้นไม้ที่เพิ่งปลูกใหม่ นกมากมายเกาะอยู่บนกิ่งไม้ เต็มไปด้วยชีวิตชีวา
เมื่อมาถึงเส้นแบ่งเขต หนิงหนิงถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ
เธอเกือบจำไม่ได้ในทันที นี่คือสถานที่ที่เมื่อวานมีการขุดแนวกั้นไว้
พื้นที่ที่เคยเป็นแนวกั้น ตอนนี้มีการปลูกต้นไม้เข้ามาแทนที่แล้ว
รอบ ๆ ยังมีรอยเท้าของผู้คนมากมายประกฏอยู่ ชัดเจนว่าเพิ่งจะปลูกไปไม่นาน
หนิงหนิงเข้าใจในที่สุดว่า ที่ถังถังพูดถึงการปลูกต้นไม้ คือปลูกที่ไหนกันแน่
เธอเงยหน้าขึ้นมองไปข้างหน้า ต้นไม้ที่ปลูกใหม่สามารถบดบังทัศนวิสัยได้แล้ว
เพียงแค่ข้ามคืนเดียว มันก็เกิดการเปลี่ยนแปลงมากมายขนาดนี้
ในป่ามีเสียงจอแจวุ่นวาย ไม่เหลือภาพอันเศร้าสร้อยของคืนวานอีกต่อไป
หนิงหนิงยืนอยู่ระหว่างต้นไม้สองต้นที่เพิ่งปลูกใหม่ สังเกตเห็นว่ามีคนปลูกดอกกุหลาบไว้หนึ่งต้น
‘มันจะรอดไหมนะ?’ หนิงหนิงรู้สึกสงสัย
ไม่เพียงแค่กุหลาบ เธอยังพบดอกลิลลี่ ดอกทานตะวัน ดอกระฆัง และดอกไม้หลากหลายชนิด
ดอกไม้เหล่านี้ได้มาแทนที่ดอกฮิกันบานะ ส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่ว
ดูเหมือนคงเอาดอกไม้จากกระถางในบ้านมาหมดแล้ว
หนิงหนิงถึงกับพบว่ามีแครอทหลายรากถูกปักลงในดินด้วย
หนิงหนิง “…”
หนิงหนิงสงสัยอย่างหนักว่า นี่เป็นการแอบแฝงสินค้าส่วนตัวหรือเปล่า
‘จริง ๆ เลย ชอบอะไรก็เอามาปลูกในป่าหมด’
หนิงหนิงเองยังไม่ทันสังเกตเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของตัวเอง
เธอค่อย ๆ แตะกลีบดอกไม้เหล่านี้เบา ๆ ดอกไม้ที่เดิมทีเหี่ยวเฉาเล็กน้อยเพราะถูกแดดเผา ก็ตั้งตรงขึ้นมาใหม่ และกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
เธอพบถังถังและจินซุ่ยในฝูงชน ทั้งสองยังคงแบ่งงานกันทำเหมือนเดิม จินซุ่ยกำลังฝังต้นไม้ลงในหลุมที่ขุดไว้แล้ว
หนิงหนิงก็ไม่ได้รบกวนพวกเขา เธอเดินต่อไปข้างหน้า แล้วก็เห็นหนิงเหนียนอีกครั้ง
เขาก็กำลังยุ่งอยู่กับคนของทีมรายการ ปลูกต้นไม้ ปลูกดอกไม้กันอย่างขะมักเขม้น
ทุกที่เต็มไปด้วยผู้คน เสียงอึกทึกครึกโครม
ป่าครึ่งผืนนี้ คงจะเป็นช่วงที่คึกคักที่สุดในช่วงสิบปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในช่วงไม่กี่วันนี้
หนิงหนิงไม่ได้เรียกพวกเขา แต่เดินเข้าไปคนเดียว
เธอเดินผ่านฝูงชนที่ส่งเสียงดัง มาถึงพื้นที่ที่คนอื่นยังไม่ได้ย่างกรายเข้ามา
ที่นี่ ยังคงเป็นดินแดนของต้นไม้ที่ตายแล้ว
แต่เพียงแค่ว่า ตอนนี้มีเสียงอึกทึกจากด้านหลังเป็นเสียงพื้นหลัง ความรู้สึกโดดเดี่ยวว่างเปล่าของที่นี่จึงน้อยลงไปมาก
“มีความสุขไหม?”
หนิงหนิงถามถึงวัตถุขนาดใหญ่สีดำสนิทที่นอนอยู่ใต้ต้นไม้นั้น
มันนอนคว่ำอยู่ตรงนั้น
ร่างกายของมันแผ่รัศมีสีทองอ่อน ๆ ออกมา
ดวงตาสีทองของมันจ้องมองที่หนิงหนิง
หนิงหนิงเดินเข้าไปใกล้ มันก็ไม่ขยับตัว
เหมือนว่าบาดแผลบนร่างของมันจะหายดีแล้ว
ดูเป็นบาดแผลที่ค่อนข้างรุนแรง แต่น่าแปลกที่หายเร็วขนาดนี้
หนิงหนิงนึกถึงสิ่งที่เฉินมู่เคยพูดไว้ พลังวิญญาณผู้พิทักษ์มาจากผืนแผ่นดิน
ตอนนี้ผืนแผ่นดินนี้กำลังเปล่งประกายชีวิตใหม่ขึ้นมาอีกครั้งด้วยความช่วยเหลือของมนุษย์
มนุษย์ช่างเป็นสิ่งมีชีวิตที่ซับซ้อนจริง ๆ
บางคนเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว ไม่ลังเลที่จะฆ่าป่าทั้งผืน ผู้คนที่บริสุทธิ์ และสัตว์มากมาย
ขงชิวหยอกล้อกับธรรมชาติของมนุษย์ ชอบมองเห็นด้านที่น่าเกลียดที่สุดของมนุษย์
แต่สิ่งที่เขาไม่รู้คือ ตัวเขาเองนั่นแหละที่น่าเกลียดที่สุด
และมีคนมากมายที่รีบมาจากทั่วทุกสารทิศ ไม่ได้หวังผลตอบแทน แค่อยากให้ป่ากลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
หนิงหนิง “พวกเขาทุกคนเป็นห่วงคุณมาก”
หนึ่งคนหนึ่งวิญญาณผู้พิทักษ์ นั่งอยู่ใต้ต้นไม้ ได้ยินเสียงอึกทึกจากที่ไม่ไกลนัก ช่างคึกคักเหลือเกิน
ความคึกคักแบบนี้ คงจะยังคงดำเนินต่อไปอีกสองสามวัน
ขณะที่หนิงหนิงกำลังเหม่อลอย จู่ ๆ วิญญาณผู้พิทักษ์ก็ขยับเข้ามาใกล้
ตอนที่ที่หนิงหนิงไม่ทันระวัง วิญญาณผู้พิทักษ์ก็ก้มหน้าลงและเลียเธออีกครั้ง
หนิงหนิงอึ้งไปชั่วขณะ “นี่จะให้ฉันทำอะไรอีกล่ะ?”
วิญญาณผู้พิทักษ์ก้มหัวลงมองหนิงหนิงพลางสะบัดหางไปมา
ในดวงตาของมัน ไม่มีความระแวดระวังที่เคร่งเครียดเหมือนก่อนหน้านี้อีกต่อไป
สงบสุข เงียบสงัด
ราวกับว่าความเคลื่อนไหวผิดปกติใด ๆ ก็ไม่อาจทำให้มันตื่นตระหนกได้
นี่แหละคือท่าทีที่เหมาะสมของวิญญาณผู้พิทักษ์ที่คุ้มครองพลังชีวิตของผืนดิน
หมาป่าไม่ได้ตอบคำถาม ทำให้หนิงหนิงรู้สึกงุนงงเล็กน้อย
“ไม่มีอะไรงั้นเหรอ แล้วทำไมคุณถึงเลียหน้าฉันล่ะ?”