แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 58 ดวงวิญญาณของเขาดูไม่มั่นคง
- Home
- แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง
- บทที่ 58 ดวงวิญญาณของเขาดูไม่มั่นคง
บทที่ 58 ดวงวิญญาณของเขาดูไม่มั่นคง
เจียงฉือซิงพูดอย่างหงุดหงิดว่า “เธอจะมาแกล้งทำเป็นไม่รู้ไปทำไม ก่อนหน้านี้ไม่ใช่เธอหรอกเหรอที่อยากตามคนอื่นออกไปเที่ยว?”
หนิงหนิงเหลือบมองเจียงฉือซิง ดวงวิญญาณของเขาดูไม่มั่นคง เส้นขอบของวิญญาณรอบนอกกลายเป็นสีดำสนิทไปแล้ว
หากยังคงอาศัยอยู่ที่นี่ต่อไป เมื่อพลังงานมืดเหล่านี้กลืนกินวิญญาณทั้งหมด เขาจะต้องตาย
นี่แหละคือผลลัพธ์ของการที่ดึงดันมาแย่งห้องผี
หนิงหนิงพูดว่า “ไปเที่ยวที่ไหน? ถ้าพวกคุณหมายถึงสถานบันเทิงพวกนั้น ไม่ใช่คุณหรอกเหรอที่บังคับให้ฉันไป เรื่องนี้ฉันจำได้ ฉันได้ดูประวัติการแชทแล้ว อย่ามาพูดเหลวไหล”
เจียงฉือซิง…
เขาทำผิดอีกแล้วสินะ
ไม่ใช่ ดูเหมือนว่าจะเป็นอย่างนั้นจริง ๆ
เจียงฉือซิงอ้าปาก เขาเหมือนจะพูดอะไรบางอย่างแต่แล้วก็หุบปากลง
ยิ่งรู้สึกโมโหขึ้นไปอีก
เมื่อก่อนเธอเป็นคนที่มีฝีปากเก่งขนาดนี้เลยเหรอ?
เจียงฉือซิงสงสัยว่าตัวเองคงจะโมโหจนความดันขึ้นแล้ว
“หึ เธอกลัวว่าพวกเราจะเปิดโปงความลับของเธอสินะ เลยแกล้งทำเป็นจำพวกเราไม่ได้ใช่ไหม? เธอนี่มัน ช่างเป็นผู้สูงศักดิ์ที่ลืมง่ายจริง ๆ”
คนที่พูดเป็นสาวผมยาวสีทอง เธอมองที่หนิงหนิงด้วยสายตารังเกียจ
หนิงหนิง “ฉันไม่ใช่ผู้สูงศักดิ์อะไรทั้งนั้น”
จี๋เซา…
ประเด็นสำคัญอยู่ตรงนั้นเหรอ?
หนิงหนิงเริ่มหมดความอดทนแล้ว
“จากปฏิกิริยาของพวกคุณ การที่ฉันจำพวกคุณไม่ได้เหมือนกับว่าเป็นความผิดร้ายแรงมาก แต่พวกคุณแต่ละคนพูดมาตั้งมากมาย ก็ยังไม่มีใครบอกฉันเลยว่าพวกคุณเป็นใครกันแน่? หรือว่าจริง ๆ แล้วพวกคุณทุกคนเก่งกาจมาก เคยมีสิ่งประดิษฐ์ที่ยิ่งใหญ่ หรือทำคุณประโยชน์ใหญ่หลวงให้กับประเทศชาติ มีบันทึกเรื่องราวของพวกคุณอยู่ในหนังสือ ถ้าเป็นอย่างนั้นการที่ฉันจำพวกคุณไม่ได้ก็เพราะฉันอ่านหนังสือไม่ละเอียด นั่นก็ถือเป็นความผิดร้ายแรงจริง ๆ มีใครพอจะแนะนำตัวให้ฉันรู้จักหน่อยได้ไหม?”
พวกลูกคนรวยทั้งหลาย…
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องนั่งเล่น
เสียงของหนิงหนิงไม่ดัง แต่น่าแปลกที่ทุกคนกลับได้ยิน
รวมถึงในครัวที่กำลังวุ่นวาย เสียงต่าง ๆ ก็ยังเบาลง
จินซุ่ยรู้สึกว่าฉากนี้เธอเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน
[ฮ่า ๆ ๆ ๆ วันนี้เสียงหัวเราะแรกของฉันขอมอบให้หนิงหนิงเลย!]
[ฉันเป็นเสียงที่สอง ครั้งล่าสุดคือตอนที่คุณตำรวจเปิดประตูเข้ามาพอดีฮ่า ๆ ๆ ๆ!]
[จะให้แนะนำอะไรกัน นี่กำลังทำให้เธอลำบากใจนะ!]
[ยังไม่ยอมกินผลไม้ในร้านผลไม้อีก ช่างเรื่องมากจริง ๆ]
หนิงหนิงกวาดตามองทุกคนอย่างเงียบ ๆ
“ทำไมไม่มีใครพูดอะไรเลย พวกคุณมีตั้งหลายคน แต่ไม่มีใครสักคนเลยเหรอ?”
[คำว่าไม่มีเลยสักคนนี่ ไม่ได้มีความหมายอื่นแอบแฝงใช่ไหม?]
[ฮ่า ๆ ๆ ตลกจะตาย หนิงหนิงนี่เก่งเรื่องประชดประชันจริง ๆ]
[ตอนนี้รู้สึกอึดอัดแล้วสินะ เมื่อกี้ยังแซวล้อหนิงหนิงอยู่เลย ลูกคนรวยอะไรกัน รวยขนาดนั้นยังไม่รู้จักเขียนคำว่ามารยาทเลย]
[จะวางมาดอะไรนักหนา สมน้ำหน้า]
จี๋เสี่ยวเสี่ยวก้มหน้าลง พยายามเอามือปิดปากแน่น
เธอกลัวว่าตัวเองจะหลุดขำออกมาจริง ๆ
จินซุ่ยขำแทบตาย เธอกล้ารับรองได้เลยว่าคำพูดของหนิงหนิงไม่มีเจตนาประชดประชันแม้แต่น้อย เธอแค่ถามจริง ๆ
หนิงหนิงดูผิดหวัง “ทำไมไม่มีใครบอกล่ะ? ช่างเถอะ เดี๋ยวฉันจะไปตรวจสอบด้วยตัวเอง”
เธอถือสตรอว์เบอร์รี่เดินจากไป
กลุ่มคนที่อยู่ชั้นล่างต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่กอย่างเงียบกริบ
จี๋เสี่ยวเสี่ยวหัวเราะอย่างบ้าคลั่งอยู่ในใจ
สะใจชะมัด สะใจฉันจริง ๆ
หนิงหนิงเพิ่งผลักประตูเปิด วาเซียก็โผล่หน้าออกมามองที่บันได
“ทำไมวันนี้เธอถึงลงมาล่ะ?”
ไม่ใช่ว่าอยู่แต่บนชั้นบนตลอดหรอกเหรอ นึกว่ามันกลัวจนไม่กล้าลงมาเสียอีก
ผีตนนั้นยืนอยู่ที่บันไดนิ่งไม่ขยับ จ้องมองลงมาด้านล่าง เลือดบนตัวยังคงหยดลงมาไม่หยุด
หนิงหนิงมองตามไป “โกรธแล้วสิ”
หลังจากที่เธอกับวาเซียย้ายเข้ามาอยู่ห้องชั้นสอง ผีตนนั้นก็อยู่แต่ชั้นสามอย่างว่าง่าย ผีตนนั้นกลัวจึงไม่เคยลงมาเลยสักครั้ง
วันนี้ดูเหมือนผีตนนั้นจะโกรธมากเป็นพิเศษกับเรื่องที่คนตระกูลเจียงปรับปรุงห้องนั่งเล่น โดยเฉพาะตอนที่ตระกูลเจียงเอารูปผีเสื้อที่แขวนอยู่บนผนังลง แล้วเปลี่ยนเป็นรูปอื่น ผีตนนั้นดูโกรธมาก
ความโกรธชนะความกลัว
ถ้าไม่ใช่เพราะหนิงหนิงอยู่ด้วย บ่ายนี้ผีตนนั้นคงจะลงมือไปแล้ว
วาเซียถาม “เธอก็รำคาญเสียงดังเหมือนกันเหรอ?”
“คงงั้นมั้ง”
ผีตนนั้นเห็นเธออีกแล้ว และคงจะพยายามหนีอีกครั้ง
หนิงหนิงหมุนตัวเดินกลับห้องไปก่อน
ภาพแขวนผีเสื้อถูกวางไว้บนโต๊ะ
บนพื้นหลังสีดำสนิท มีผีเสื้อสีแดงเพลิงอยู่
พวกมันกางปีกออก เปลวไฟสีแดงพลิ้วไหวอยู่บนปีก ค่อยๆ ถูกเปลวเพลิงกลืนกิน
หนิงหนิงหยิบภาพแขวนนี้ขึ้นมา เปิดประตูมองออกไป ผีตนนั้นยังคงยืนอยู่ที่บันได เธอเดินเข้าไปหาโดยมีวาเซียเดินตามหลัง
ผีตนนั้นกำลังจะวิ่งหนีอีกแล้ว
วาเซีย “ห้ามขยับ”
ผีตนนั้นหยุดนิ่ง แข็งค้างอยู่กับที่
ชั้นล่างเจียงเจินกลับมาแล้ว
เธอถูกล้อมอยู่ตรงกลาง สวมชุดเดรสเจ้าหญิงหรูหราบนศีรษะสวมมงกุฎคริสตัล
บรรยากาศคึกคักวุ่นวาย
หนิงหนิงยืนอยู่ข้าง ๆ ผีตนนั้น ยืนเคียงบ่าเคียงไหล่และมองลงไปด้านล่างด้วยกัน
ผู้ชมในห้องไลฟ์มองไม่เห็นผี เห็นเพียงหนิงหนิงที่ยืนอยู่คนเดียวอย่างโดดเดี่ยว พลางมองลงไปที่ชั้นล่าง แผ่นหลังของเธอดูอ้างว้างและน่าสงสารอย่างบอกไม่ถูก
บางคนรู้สึกสะใจ อดไม่ได้ที่จะเยาะเย้ย
[ของปลอม เห็นแล้วใช่ไหม อิจฉาสินะ?]
[ดูสิ เห็นมงกุฎบนหัวของเจินเจินไหม? เจินเจินของพวกเราตอนนี้เป็นเจ้าหญิงน้อยที่ใคร ๆ ก็หลงรัก]
[ตั้งใจมายืนตรงนี้สินะ? กลัวคนอื่นจะมองไม่เห็นหรือไง]
[ไม่จริงใช่ไหม เธอจะมาร่วมงานเลี้ยงจริง ๆ เหรอ เชื่อคำพูดเชิญชวนปลอม ๆ นั่นจริงเหรอ?]
[คิดว่าเมื่อกี้เธอคงไม่ได้ยิน น้องชายซิงซิงรังเกียจเธอจะตาย]
[รีบไปให้พ้นเลย อย่ามายืนทำลายงานฉลองของเจินเจินอยู่ตรงนี้]
[วิลล่านี่เป็นของเจินเจินเหรอ หนิงหนิงแค่ยืนแป๊บเดียว จะไม่ให้ยืนเลยว่างั้น?]
[ไม่ใช่ว่าหนิงหนิงรำคาญเสียงดังหรอกเหรอ? มาดูซิว่าใครมันไร้มารยาทขนาดนี้?]
หนิงหนิงคลี่ภาพแขวนในมือออก วิญญาณรีบชำเลืองมองอย่างรวดเร็ว
“นี่เป็นของคุณเหรอ?”
ผีตนนั้นพยักหน้า
“คุณชอบผีเสื้อมากเลยสินะ?”
เธอพยักหน้าอีกครั้ง
เธอก้มหน้ามองต่ำตลอดเวลา ผมยาวปรกปิดใบหน้า
เธอกำลังตัวสั่น เธอรู้สึกหวาดกลัวหนิงหนิงจากก้นบึ้งของหัวใจ เหมือนหนูที่เจอแมว
[???]
[เธอกำลังคุยกับใครกันน่ะ? ข้าง ๆ เธอก็ไม่มีใครนี่?]
[คงคุยกับวาเซียมั้ง วาเซียอยู่แถว ๆ เท้าเธอนั่นไง]
[ตกใจหมดเลย ฉันนึกว่า…]
[แต่ว่า วาเซียอยู่ข้างขาขวานะ แต่เธอมองไปทางซ้ายนี่]
[…]
[อย่าทำแบบนี้สิ ฉันกลัวนะ]
[อย่ากลัวเลย ถ้ามีผีจริงน้องชายซิงซิงจะไม่รู้ได้ไง คุณคิดว่าหยกที่อยู่บนตัวเขาเป็นของปลอมหรือไง]
[พูดแบบนี้ พวกคุณยังจำได้ไหมวันที่เริ่มออกอากาศ ของปลอมนั่นบอกว่าห้องของน้องชายซิงซิงมีบางอย่างอยู่ ขำตายเลย]
[ฮ่า ๆ ๆ ๆ อยากจะตั้งตัวเป็นผู้เชี่ยวชาญ สุดท้ายก็โดนน้องชายซิงซิงตบหน้ากระจาย]
[น้องชายซิงซิง : ของบางอย่างที่ว่าอยู่ไหนล่ะ ฉันก็สบายดีนี่ กล้าก็เข้ามาสิ!]
[ฮ่า ๆ น้องชายซิงซิงยังมีชีวิตอยู่ดี ๆ นี่แสดงว่าของปลอมกำลังพูดเหลวไหล แล้วยังกล้ามาเล่นอะไรแบบนี้อีก]
[คงนึกขึ้นได้ว่าตัวเองยังมีภาพลักษณ์แบบนี้อยู่ เลยมาเรียกร้องความสนใจอีกแล้ว]
[ถ้าของปลอมไม่มีอะไรจะทำแล้ว ก็ไม่ต้องมาทำอะไรหรอก จริง ๆ นะ ไม่มีใครอยากฟังเธอพูดจาเหลวไหลหรอก]
หนิงหนิงถามต่อ “พวกเขาทิ้งภาพวาดของคุณ คุณโกรธมากเลยสินะ?”
ผีตนนั้นพยักหน้า
“คุณไปพูดเหตุผลกับพวกเขาได้นะ”
ผีตนนั้นส่ายหน้า
หนิงหนิงมองเธอ “ทำไมล่ะ?”
ผีตนนั้นส่ายหน้าอีกครั้ง
“ฉันไม่รู้…”
เสียงของเธอแหบแห้งอย่างหนักเพราะไม่ได้พูดมานาน ฟังดูน่ารำคาญมาก
วาเซียปิดหูตัวเอง “อ๊ะ เสียงของเธอช่างน่ารำคาญจริง ๆ!”
ผีตนนั้นรู้สึกงุนงง ก้มหน้าต่ำลงกว่าเดิม
เลือดที่อาบร่างของเธอหยดลงมาเร็วขึ้น