แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 63 รับปากอะไรกับผีไปบ้าง?
- Home
- แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง
- บทที่ 63 รับปากอะไรกับผีไปบ้าง?
บทที่ 63 รับปากอะไรกับผีไปบ้าง?
สิ่งแรกที่เห็นก็ยังคงเป็นดอกกุหลาบสีแดงสดราวกับเปลวไฟที่กำลังบานสะพรั่งอยู่ในแจกันตรงหัวเตียง มันงดงามเจิดจ้าเป็นพิเศษ
เหมือนกับในห้องของเขา ดอกกุหลาบในแจกันที่หัวเตียงยังคงมีชีวิตชีวาแม้จะผ่านมานานแล้ว
ในห้องมีกลิ่นหอมของดอกกุหลาบเหมือนกับห้องของเขาที่จะได้กลิ่นหอมทันทีที่เปิดประตูเข้าไป
กลิ่นดอกกุหลาบยังติดตัวเขาด้วย ฉีอันถึงกับถามว่าเขาฉีดน้ำหอมมาหรือเปล่า
หนิงหนิงก็มีกลิ่นดอกกุหลาบติดตัวเหมือนกัน นอกจากนั้นแล้วห้องนี้ก็ดูสะอาดสะอ้านไม่มีอะไรอื่นเลย
ไม่เหมือนกับห้องของเด็กสาวคนอื่น ๆ ที่มักจะมีของตกแต่งน่ารัก ๆ หรือเครื่องสำอางวางอยู่
บนโต๊ะมีหนังสือวางอยู่เล่มหนึ่ง
ข้าง ๆ มีภาพผีเสื้อที่หนิงหนิงพูดถึงอยู่
หนิงหนิงรอไม่กี่นาที หนิงเหนียนก็เดินลงมา เขาเดินฝ่าฝูงชนไปตรงหน้าหนิงหนิงแล้วยื่นภาพผีเสื้อที่ถืออยู่ในมือให้เธอ
หนิงหนิงไม่รับแต่กลับพูดว่า “นั่งลงสิ”
หนิงเหนียนมองเธอ สลับกับมองที่นั่งว่างข้าง ๆ เธอก่อนจะทำท่าก้าวขา
หนิงหนิงห้ามเขาไว้ “อย่านั่งตรงนั้น นั่งตรงนี้”
เธอตบ ๆ โซฟาเดี่ยวอีกฝั่งหนึ่ง
หนิงเหนียนอุทานด้วยความตกใจ “เธอแน่ใจนะ?”
หนิงหนิงพยักหน้า “อื้ม เป็นอะไรไปเหรอ?”
หนิงเหนียนทำหน้าบึ้งตึงนั่งลงบนโซฟาเดี่ยว ทั้งโกรธทั้งน้อยใจ
แมวตัวเดียวอย่างวาเซียครองที่นั่งไปทั้งฝั่งในใจของหนิงหนิงแล้ว เขายังสำคัญไม่เท่าแมวตัวหนึ่งเลย
นาน่าที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด…คนสองคนที่ปากหนักและไม่ยอมพูดกันนี่ ทำคนอื่นอึดอัดจะตายอยู่แล้ว
หนิงหนิงเหลือบมองหนิงเหนียนจากเหนือพัดของเธอ “โกรธอยู่เหรอ?”
หนิงเหนียนหันหน้าหนีแกล้งทำเป็นไม่สนใจเธอ
หนิงหนิงมองแขนที่ห้อยอยู่ของเขา “เมื่อตอนกลางวันไม่ใช่บอกว่าไม่เป็นอะไรเหรอ?”
หนิงเหนียน “ตอนเที่ยง เธอเห็นด้วยเหรอ?”
หนิงหนิงพยักหน้า “อืม ความเร็วในการหั่นผักของนายช้ากว่าปกติ แถมมันฝรั่งที่หั่นก็หนากว่าที่เคยด้วย”
หนิงเหนียน ??
สุดท้ายก็ยังกินอยู่ดี
หนิงเหนียนอดไม่ได้ที่จะถามออกมา “แล้วเธอ…ไม่มีอะไรจะพูดหน่อยเหรอ?”
หนิงหนิงถามอย่างแปลกใจ “ฉันจะพูดอะไรล่ะ? การตัดสินใจที่จะซ้อมเต้นทั้ง ๆ ที่บาดเจ็บเป็นการตัดสินใจของนายเอง ไม่ใช่ฉันที่บังคับ ผลที่ตามมานายก็ต้องรับผิดชอบเอง ตอนนี้นายมาโกรธฉัน ซึ่งจริง ๆ แล้วฉันก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่านายโกรธเรื่องอะไร”
เธอพูดประโยคนั้นออกมาโดยไม่มีน้ำเสียงใด ๆ เธอพูดจาแบบนี้มาตลอด ราบเรียบตรงไปตรงมาแทบไม่มีความรู้สึกขึ้นลง
หนิงเหนียนคิดว่าตัวเองชินแล้ว แต่ตอนนี้เพิ่งจะมารู้ตัวว่าไม่เลยสักนิด
คำพูดเมื่อกี้ที่ได้ยิน มันช่างบาดหูเหลือเกิน บาดลึกจนใจของเขาเจ็บปวด
เขาก้มหน้าลง
จ้องมองหนิงหนิง เธอมองเขาอย่างเรียบเฉย สีหน้ายังคงเย็นชาเหมือนเช่นเคย ในห้องรับแขกมีคนเยอะมาก เสียงดังวุ่นวายไปหมด
ทีมงานรายการตั้งใจจะให้ผู้ชมในห้องไลฟ์ได้ยินบทสนทนาของแขกรับเชิญทุกคนชัดเจน
พวกเขาจึงตั้งกล้องถ่ายทำระยะใกล้ให้กับแขกรับเชิญแต่ละคนเป็นพิเศษ และเปิดห้องไลฟ์แบบแยกหน้าจอ
ในตอนนี้ทุกคนจึงได้ยินคำพูดที่เกือบจะเรียกได้ว่าเลือดเย็นของหนิงหนิง
นาน่าเองก็ตกตะลึงเช่นกัน นี่มันคำพูดของสุดยอดนางร้ายในตำนานชัด ๆ!
เหล่าเหนียนเกาคลั่งกันไปแล้วจริง ๆ
[อ๊าาา โมโหจนจะตายอยู่แล้ว!]
[หนิงหนิงพูดออกมาได้ยังไง ทำไมใจร้ายขนาดนี้!]
[มีหนิงหนิงเป็นพี่สาวแบบนี้ ไม่มีซะยังจะดีกว่า!]
[หนิงเหนียนทำไมถึงต้องมาเจอพี่สาวที่น่าปวดหัวแบบนี้ด้วยนะ]
[ครั้งแรกที่รู้สึกแบบนี้ ฉันอิจฉาพี่สาวของกลุ่มอื่นจริง ๆ สมแล้วที่เขาว่าดวงจันทร์บ้านคนอื่นกลมกว่า]
หนิงหนิงหยุดชั่วครู่ ก่อนจะเปลี่ยนน้ำเสียงพูดทันที “แต่ไม่ว่านายจะก่อเรื่องอะไรขึ้นมา ถ้านายรับมือกับผลที่ตามมาไม่ไหว ฉันจะช่วยนายเอง”
นี่เป็นส่วนหนึ่งของสัญญาที่ทำไว้กับเจียงชูเหมย
หนิงเหนียนชะงักไปเล็กน้อย เขาเงยหน้าขึ้นหางตาแดงก่ำ “เธอหมายความว่ายังไง?”
หนิงหนิงนึกถึงบางเรื่องขึ้นมาแล้วรู้สึกกังวลใจ “ถึงฉันจะช่วยจัดการเรื่องต่าง ๆ ให้นายได้ แต่เรื่องผิดกฎหมายอย่าไปทำเลย นายต้องเป็นพลเมืองดีปฏิบัติตามกฎหมายแล้วฉันจะปกป้องนายไปตลอดชีวิต จะไม่ยอมให้ใครมารังแกนายเด็ดขาด”
หนิงเหนียนรู้สึกเหมือนสมองถูกทุบจนมึน พูดอย่างงง ๆ ว่า “…ฉันไม่ทำผิดกฎหมายหรอก ฉันไม่ก่ออาชญากรรมด้วย”
หนิงหนิงพยักหน้า “งั้นก็ดี ฉันจะได้ไม่ต้องกังวล แขนนายบาดเจ็บแบบนี้ ต่อจากนี้คงดูแลตัวเองไม่ได้ นี่คือผลที่ตามมาที่นายรับมือไม่ไหว ฉันจะรับผิดชอบแทนนายเอง แต่ฉันก็ไม่รู้วิธีดูแลคนเหมือนกันเลยจัดการหาพี่เลี้ยงมาให้นายแล้ว”
หนิงเหนียนยังคงงง ๆ อยู่ เขายังตั้งตัวไม่ติด ได้แต่พูดอย่างเหม่อลอยว่า
“ขอบคุณนะ”
“ไม่ต้องขอบคุณหรอก การปกป้องนายและจัดการเรื่องต่าง ๆ ให้นาย มันเป็นความรับผิดชอบของฉันอยู่แล้ว เป็นคำสัญญาที่ฉันให้ไว้กับพระจันทร์” น้ำเสียงของเธอยังคงเรียบเฉยไร้ท่วงทำนอง สีหน้าก็เย็นชาเหมือนเช่นเคย
ทำไมถึงสามารถใช้น้ำเสียงและสีหน้าที่เย็นชาเช่นนี้ พูดคำที่ตรงไปตรงมาและร้อนแรงขนาดนี้ได้นะ
[…]
[หาพี่เลี้ยงมาตอนไหนเนี่ย? ฉันไม่เห็นจะรู้เรื่องเลย…]
[ตอนกลางวันก็สังเกตเห็นความผิดปกติของหนิงเหนียนแล้ว ตอนนี้ก็หาพี่เลี้ยงได้แล้ว…]
[อย่าทำแบบนี้สิ มันทำให้ฉันที่เมื่อกี้เพิ่งจะไปอิจฉาพี่สาวคนอื่นไป ดูเหมือนตัวตลกเลย]
[ฉันเข้าใจแล้ว ที่หนิงหนิงหมายถึงก็คือไม่ว่าเหนียนเหนียนจะทำอะไร เธอจะไม่เข้าไปยุ่ง แต่ไม่ว่าจะก่อเรื่องอะไรขึ้นมาเธอก็จะช่วยจัดการให้]
[ใช่ แม้กระทั่งทำผิดกฎหมายก็จะช่วยปกปิดหลักฐาน ความคิดแบบนี้อันตรายมากนะ รู้จักยับยั้งชั่งใจหน่อย!]
[พี่สาวครับ ผมยอมรับเลยว่าเมื่อกี้ผมเสียงดังกับพี่ไปหน่อย ขอโทษครับ!]
[การปกป้องนายคือสัญญาที่ฉันให้ไว้กับพระจันทร์! อ้าาาาาา!]
[อ๊ากกกกก สวรรค์ช่วยด้วย!]
นาน่าพูดด้วยความประทับใจ “ที่แท้เธอก็เป็นยอดฝีมือนะเนี่ย”
หนิงหนิง ??
เกิดอะไรขึ้น เธอแค่พูดความจริงเท่านั้นเอง
“อ้อใช่ มีเรื่องสำคัญมากเรื่องหนึ่ง”
หนิงเหนียนถาม “มีอะไรเหรอ?”
เขาซ่อนความดีใจไว้ไม่อยู่ แม้แต่น้ำเสียงยังเจือด้วยรอยยิ้ม
หนิงหนิงมองไปที่หนิงเหนียน “พี่เลี้ยงคนนี้ค่อนข้างพิเศษนะ เธอไม่ใช่มนุษย์ นายมีปัญหาอะไรไหม?”
หนิงเหนียน…
นี่เธอได้ฟังสิ่งที่ตัวเองพูดบ้างไหม?
หนิงเหนียนถามด้วยความระมัดระวัง “…ถ้าไม่ใช่มนุษย์แล้วเป็นอะไรล่ะ?”
หนิงหนิงตอบ “ก็ผีไง พูดให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือวิญญาณนั่นแหละ”
เธอรู้สึกเขินอายอย่างที่ไม่เคยเป็น “ฉันไม่มีเงินสดหาจ้างคนไม่ได้ ก็เลยต้องไปหาผี พวกเขาไม่ต้องการเงินแถมยังถูกด้วย แค่ช่วยเหลือพวกเขาก็พอแล้ว”
นาน่า….
ฉันก็นั่งอยู่ข้าง ๆ เธอนี่แหละ
หนิงเหนียน…
[…]
[เริ่มหลอกลวงอีกแล้ว]
[ทำไมยังไม่ลืมบทบาทความเป็นปรมาจารย์ในด้านศาสตร์ลี้ลับของเธออีกล่ะ?]
[บอกแล้วไงว่าอย่าคิดว่าผู้ชมโง่!]
[พวกคุณมาอีกแล้ว ไม่อยากดูก็ออกไปให้พ้น!]
[แล้วถ้ามันมีผีจริง ๆ ล่ะ? พวกคุณมีตาทิพย์หรือไง ยุคนี้สมัยนี้การเจอผีที่ไม่อยากเจอมันง่ายกว่าการเจอคนที่อยากเจอซะอีก]
[อ๋อ ที่แท้ก็เป็นผีนี่เอง น่าจะบอกกันก่อน ไม่แปลกใจเลยที่แต่งตัวสวยขนาดนั้น มีออร่าแรงขนาดนั้น แต่กลับไม่มีใครพูดถึงเลย]
[???]
นี่คือยุคสมัยที่เหล่าภูตผีปีศาจออกอาละวาด มนุษย์ที่ถูกผีสิงและถูกหลอกลวงมีให้เห็นอยู่ทั่วไป หนิงเหนียนกลัวว่าหนิงหนิงจะถูกหลอกจึงถามอย่างร้อนใจ
“เธอรับปากอะไรกับผีไปบ้าง?”
หนิงหนิงชี้ไปที่ภาพผีเสื้อในมือของเขา “อันนี้ เดิมทีแขวนอยู่ที่ผนังตรงนั้น เธอขอให้ฉันช่วยเอาไปแขวนคืน”
หนิงเหนียนถอนหายใจอย่างโล่งอก แค่นี้ก็พอทำได้
หนิงเหนียนหยิบภาพผีเสื้อขึ้นมาดู “สวยดีนะ เดี๋ยวพอเสร็จแล้วฉันจะช่วยเอาไปแขวนคืนให้”
นาน่ากำมือแน่นอย่างเขินอาย “ขอบคุณค่ะ”
เจียงฉือซิงโยนไพ่ในมือทิ้งแล้วพูดขึ้นอย่างกะทันหัน “คิดจะแขวนกลับไป? ฉันตกลงแล้วหรือไง?”