แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 64 ลอยค้างอยู่กลางอากาศ
- Home
- แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง
- บทที่ 64 ลอยค้างอยู่กลางอากาศ
บทที่ 64 ลอยค้างอยู่กลางอากาศ
หนิงหนิงและหนิงเหนียนมักจะเป็นจุดสนใจของผู้คนไม่ว่าจะไปที่ไหน
แม้พวกเขาจะแยกตัวออกจากทุกคน แต่คนอื่น ๆ ก็ไม่อาจละสายตาจากพวกเขาทั้งสองได้
ตั้งแต่ตอนที่พวกเขาคุยกันเรื่องผี คนอื่น ๆ ก็แอบฟังอยู่แล้ว เมื่อได้ยินคำที่อ่อนไหวเช่นนี้ความอยากรู้อยากเห็นก็เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
เสียงสนทนาค่อย ๆ เบาลง และโดยไม่รู้ตัวทุกคนก็ได้ยินบทสนทนาของทั้งคู่
เหล่าทายาทคนรวยต่างก็พกของขลังป้องกันภูตผีปีศาจติดตัวมาทั้งนั้น แต่ของเหล่านั้นกลับไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ พวกเขาจึงคิดว่าหนิงหนิงแค่พูดเหลวไหลไปเรื่อย
เจียงฉือซิงลุกขึ้นยืนแล้วเดินเข้ามา
เขาหยุดยืนตรงหน้าหนิงหนิง มองแก้วน้ำผลไม้รสสตรอเบอร์รี่ที่หนิงหนิงดื่มหมดแล้ววางไว้ข้าง ๆ พูดอย่างเย้ยหยันว่า “เธอนี่ไม่คิดเกรงใจกันเลยเหรอ!”
หนิงหนิงรู้สึกงุนงง เลยหันไปขอความช่วยเหลือจากหนิงเหนียน “อันนี้แพงมากเหรอ? เขาดูไม่ค่อยพอใจเลยนะ”
หนิงเหนียนยิ้ม “ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันจ่ายเงินให้เขาเอง”
หนิงหนิงพยักหน้า “งั้นรอฉันได้ค่าตัวแล้วจะเอามาคืนนายนะ”
“ได้”
เส้นเลือดที่ขมับของเจียงฉือซิงเต้นตุบ ๆ
สมแล้วที่ไม่ควรคุยกับหนิงหนิง เพราะแค่เธอพูดออกมาก็ทำให้คนโมโหตายได้แล้ว
อ้อ ใช่ ยังต้องบวกหนิงเหนียนไปด้วยอีกคน
เจียงฉือซิงมองไปทางหนิงเหนียน พร้อมกับแสดงสีหน้างุนงงออกมา “อ้าว ทำไมนายถึงนั่งอยู่ตรงนี้ล่ะ? ฉันเชิญนายด้วยเหรอ?”
หนิงเหนียนตอบกลับอย่างไม่สุภาพ “แล้วยังไง ห้องนั่งเล่นเป็นของบ้านนายหรือไง?”
เจียงฉือซิงหัวเราะเบา ๆ “ห้องนั่งเล่นจะเป็นของบ้านฉันหรือเปล่าฉันไม่รู้ แต่การที่พวกนายสองคนมาคุยเรื่องผี ๆ กัน มันรบกวนพวกเราเกินไป”
“วันนี้เป็นงานเลี้ยงฉลองของเจียงเจิน พวกนายมาคุยเรื่องอัปมงคลพวกนี้ นี่ตั้งใจเหรอ?”
นาน่าลุกพรวดขึ้นยืน ดวงตาที่ซ่อนอยู่ใต้หน้ากากค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีแดงจ้องเขม็งไปที่เจียงฉือซิง ปีกผีเสื้อบนชุดของเธอกระพืออย่างรวดเร็วราวกับกำลังจะบินขึ้นมา
เธอกับเจียงฉือซิงยืนห่างกันไม่เกินหนึ่งเมตร หยกที่คอของเจียงฉือซิงมีสีแดงเลือดปรากฏขึ้นชั่วขณะ แล้วก็หายไปอย่างรวดเร็ว
หนิงหนิงพูดว่า “ระวังคำพูดและการกระทำของคุณหน่อย บางครั้งเวลาที่นินทาคนอื่น กำแพงมีหู แต่เวลาที่นินทาผีอาจไม่ได้อยู่แค่หลังกำแพง แต่ยืนอยู่ข้าง ๆ ตัวคุณเลยก็ได้”
เจียงฉือซิงรู้สึกร้อนวูบที่หน้าอก เมื่อก้มมองลงไปก็ไม่พบความผิดปกติใด ๆ
เขาก้มตัวลงมองตาของหนิงหนิง “ที่เธอพูดแบบนี้ ก็แค่อยากเรียกร้องความสนใจใช่ไหม เธออยากดึงดูดความสนใจของใครกันแน่ ของฉันหรือของตระกูลเจียง”
หนิงหนิงไม่ได้พูดอะไร วาเซียกัดฟันกรอดและถูกหนิงหนิงกดตัวลงไว้ ทั้งสองคนจ้องหน้ากันอย่างเงียบ ๆ
ผู้ชมแทบจะตื่นเต้นตายกันอยู่แล้ว
[ในที่สุดก็จะเปิดไพ่กันแล้วใช่ไหม?]
[ตบหน้าของปลอมซะต่อหน้าต่อตาเลย! มันช่างสะใจจริงๆ!]
[ขำตาย พอโดนแฉเข้าหน่อย ของปลอมก็ไม่กล้าพูดเลย]
[บางทีหนิงหนิงอาจจะรู้สึกว่ามันไร้สาระเกินไปก็ได้]
จี๋เซาดันตัวเจียงเจินด้วยความตื่นเต้น “เขาฉีกหน้ากันซึ่ง ๆ หน้าเพื่อเธอเลยนะ!”
เจียงเจินพูดอย่างเขิน ๆ “ก็มันเป็นความผิดของหนิงหนิงเองนั่นแหละ”
ใครใช้ให้หนิงหนิงพูดจาเหลวไหลไร้สาระ เรื่องผีบ้าอะไรก็ไม่รู้
หนิงหนิงฉวยโอกาสตรวจสอบสภาพวิญญาณของเจียงฉือซิง วิญญาณของเขากำลังแปรปรวนและไม่สงบ
ไอแห่งความตายจะส่งผลต่ออารมณ์ของผู้คน และจะขยายอารมณ์ด้านลบให้รุนแรงขึ้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
วิญญาณของเจียงฉือซิงในตอนนี้ เต็มไปด้วยอารมณ์ด้านลบต่าง ๆ
ฉุนเฉียว โกรธ กระวนกระวาย…
หนิงหนิงไม่พูดอะไร นั่นทำให้เจียงฉือซิงยิ่งรู้สึกหงุดหงิดมากขึ้นเรื่อย ๆ วาเซียที่อยู่บนตักของเธอจ้องมองเจียงฉือซิงไม่วางตา การมองคนด้วยสีหน้าแบบนั้น ทำให้รู้สึกขนลุกซู่
ถ้าเป็นเมื่อก่อน เจียงฉือซิงคงไม่กล้าทำแบบนี้อย่างแน่นอน
แต่ตอนนี้ในใจของเขาลุกโชนด้วยความโกรธที่บอกไม่ถูก จนทำให้เขายื่นมือไปหาหนิงหนิง
วาเซียเบิกตากว้าง ไม่นึกว่าเขาจะกล้าลงมือกับหนิงหนิงจริง ๆ
วาเซียอ้าปากออก
เตรียมจะกัดเจียงฉือซิงให้ตาย!
ไม่ทันที่เจียงฉือซิงจะได้แตะตัวหนิงหนิง หนิงเหนียนก็ลุกขึ้นพรวดพราด กระชากคอเสื้อของเจียงฉือซิงแล้วดึงเขาเข้ามา เจียงฉือซิงก็ตอบสนองเร็วมากเช่นกันเขาย้อนมือกลับไปกระชากคอเสื้อของหนิงเหนียน
ผู้กับกับเว่ยฉือรีบวิ่งออกมาห้ามทันที “มีอะไรก็พูดกันดี ๆ อย่าทะเลาะกันครับ!”
เจียงเจินก็ร้อนใจ ลุกขึ้นยืน “เจียงฉือซิง นายคิดจะทำอะไรน่ะ?”
วาเซียรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย “น้องชายคนนี้ของเธอ ปฏิกิริยาเร็วพอตัวเลยนะ”
หนิงหนิงแสดงสีหน้าจริงจังอย่างที่ไม่ค่อยได้เห็น “หนิงเหนียน ปล่อยเขา”
หนิงเหนียนปล่อยเจียงฉือซิงอย่างไม่พอใจนัก เจียงฉือซิงเลิกคิ้วใส่หนิงเหนียนอย่างผู้ชนะ
เจียงเจินวิ่งเข้ามาจัดคอเสื้อให้เจียงฉือซิง “ทำไมนายถึงได้ใจร้อนแบบนี้ล่ะ!”
เจียงฉือซิงยิ้มยั่วยุใส่หนิงหนิงอีกครั้ง
หนิงหนิงอุ้มวาเซียขึ้นมาแล้วตบ ๆ เบาะตรงกลาง “หนิงเหนียน มานั่งตรงนี้สิ”
หนิงเหนียนอึ้งไปครู่หนึ่ง แล้วเดินมานั่งอย่างว่าง่าย
เจียงฉือซิงแค่นเสียงหึ! “ช่างเป็นคนที่ชอบเลียนแบบคนอื่นจริง ๆ”
หนิงหนิงกำชับหนิงเหนียนว่า “เขาเป็นคนที่แม้กระทั่งวิญญาณก็แปดเปื้อนไปด้วยไอแห่งความตาย อย่าไปเข้าใกล้เขามากนักนะ เดี๋ยวนายจะพลอยโชคร้ายไปด้วย”
มือของเจียงเจินที่กำลังจัดคอเสื้ออยู่ชะงักไป
เจียงฉือซิงหันมาถาม “เธอพูดว่าอะไรนะ?”
หนิงหนิงเองก็เริ่มหมดความอดทน เธอรำคาญเจียงฉือซิงจนจะตายอยู่แล้ว
“พูดว่าอะไรน่ะเหรอ ตัวคุณเองน่าจะรู้ดีที่สุดไม่ใช่หรือไง?”
เจียงฉือซิงตาแดงก่ำ “เมื่อกี้เธอพูดว่าอะไร?”
เจียงเจินตกใจกับท่าทางของเขาจนต้องถอยหลังไปหลายก้าว
“คุณไม่รู้จริง ๆ เหรอ ทำไมคุณถึงได้โง่อย่างนี้?”
เว่ยฉือเริ่มปวดหัว “คุณหนูครับ ช่วยพูดให้น้อยลงหน่อยได้ไหม ขอร้อง”
เขาส่งสายตาให้กลุ่มคนที่นั่งดูเรื่องสนุกอยู่ พวกเขาก็กรูกันเข้ามารั้งตัวเจียงฉือซิงไว้
“ช่างมันเถอะ ๆ วันนี้เป็นงานเลี้ยงฉลองของเจินเจินนะ”
“ใช่แล้ว เธอจะพูดจาเหลวไหลก็ปล่อยเธอพูดไปสิ ไม่สนใจเธอก็จบแล้ว”
“ถ้าคุณโกรธเธอก็เท่ากับว่าคุณติดกับดักเธอแล้วนะ” เจียงฉือซิงที่กำลังโมโหอยู่ จู่ ๆ สายตาก็เหลือบไปเห็นภาพผีเสื้อที่หนิงเหนียนวางไว้บนโต๊ะกาแฟ
เขาก้มลงมองหยกสีเขียวที่อกของตัวเอง ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
เขามองไปที่ข้าง ๆ ตัวหนิงหนิงอีกครั้ง ไม่มีอะไรอยู่ตรงนั้นเลย
เจียงฉือซิงหัวเราะออกมาทันที
เขาเพิ่งจะหลงเชื่อการแกล้งหลอกผีของหนิงหนิง
เขาโบกมือไปมา “ขอบคุณทุกคนครับ ผมไม่เป็นไรแล้ว”
เจียงฉือซิงหยิบรูปภาพผีเสื้อขึ้นมา “นี่น่ะเหรอ ที่เธอบอกว่าเป็นของที่ผีผู้หญิงให้เธอช่วยแขวนกลับไปที่เดิม?”
หนิงหนิงหรี่ตามอง “อย่าแตะต้องมันนะ!”
เมื่อเห็นหนิงหนิงไม่พอใจ เจียงฉือซิงกลับรู้สึกสนุกขึ้นมาทันที “อยากจะแขวนกลับไปเหรอ ฉันบอกแล้วไงว่าต้องได้รับอนุญาตจากฉันก่อน”
“ทำไมต้องได้รับอนุญาตจากคุณด้วย?”
ใบหน้าของเจียงฉือซิงปรากฏรอยยิ้มล้อเลียน “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันนะ เธอก็ลองมาถามฉันเองสิ~”
พูดจบ เขาก็ยกมือขึ้นทันทีแล้วขว้างภาพวาดลงพื้นอย่างแรง
หนิงเหนียนพุ่งตัวออกไปตามสัญชาตญาณ
ภาพที่จินตนาการไว้ว่ากรอบรูปจะตกลงพื้น และกระจกแตกกระจายไม่ได้เกิดขึ้น กรอบรูปหยุดนิ่งกลางอากาศขณะที่ร่วงลงมาได้ครึ่งทาง
มันหยุดนิ่งตรงหน้าของหนิงหนิง ลอยค้างอยู่กลางอากาศอย่างนั้น
ห้องนั่งเล่นตกอยู่ในความเงียบสงัด
ไม่มีใครพูดอะไรสักคำ
ห้องไลฟ์สดที่ปกติจะเต็มไปด้วยคอมเมนต์ลอยผ่าน ตอนนี้กลับโล่งจนสะอาดตา
ผู้ชมต่างตกตะลึงกับเหตุการณ์ประหลาดนี้จนลืมพิมพ์ข้อความ
มีข้อความแสดงความคิดเห็นผ่านหน้าจอเพียงไม่กี่ข้อความเท่านั้น
[ผีผู้หญิงดูโกรธมากเลยนะ]
วาเซียถอนหายใจ
เฮ้อ หาเรื่องใส่ตัวเองแท้ ๆ
หนิงหนิงเงยหน้าขึ้น มองไปทางนาน่าที่ร่างกายเต็มไปด้วยความโกรธแค้น
“ฉันบอกแล้วว่าไม่มีประโยชน์ เขาต้องการให้เธอพูดกับเขาซึ่ง ๆ หน้า”
ทุกคนมองตามสายตาของเธอไป แต่ก็ไม่เห็นอะไรเลย
หน้าผากของเจียงฉือซิงเต็มไปด้วยเหงื่อ ร่างกายของเขาเย็นเยียบไปทั้งตัว
ในตอนนั้นเอง พวกเขาก็ได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้น
“ได้ยินแล้ว”