แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 65 เรียนวิชาควบคุมผีมาจากที่ไหน?
- Home
- แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง
- บทที่ 65 เรียนวิชาควบคุมผีมาจากที่ไหน?
บทที่ 65 เรียนวิชาควบคุมผีมาจากที่ไหน?
ลมแรงพัดกระโชกขึ้นกลางห้องนั่งเล่น ผลไม้ อาหาร และไพ่ที่กำลังเล่นค้างอยู่บนโต๊ะถูกพัดกระเด็นตกลงพื้น สภาพในห้องเละเทะไปหมด
ของประดับที่ติดอยู่บนผนัง รวมไปถึงโปสเตอร์ของเจียงเจินถูกลมพัดจนเกิดเสียงดังและฉีกขาดเป็นชิ้น ๆ
ภาพวาดดอกทานตะวันบนผนังร่วงลงพื้นดังโครม กระจกแตกละเอียด
ผู้คนถูกลมพัดจนโซเซไปมา ไม่สามารถวิ่งหนีได้ ทำได้เพียงหมอบลงกับพื้น
ท่ามกลางความวุ่นวาย มีเพียงหนิงหนิงและหนิงเหนียนเท่านั้นที่ไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ ยังคงนั่งนิ่งอยู่บนโซฟาไม่ขยับเขยื้อน หนิงเหนียนไม่รู้สึกถึงลมใด ๆ เลย ราวกับว่ามีโล่ป้องกันที่มองไม่เห็นล้อมรอบเขาและหนิงหนิงอยู่
ตอนนี้เขาเข้าใจแล้ว เหตุผลที่หนิงหนิงไม่ยอมให้เขานั่งฝั่งนั้น ที่แท้ก็มีคนนั่งอยู่แล้ว ไม่ใช่สิ ต้องบอกว่ามีผีนั่งอยู่แล้ว
โซฟาตัวใหญ่มาก หนิงเหนียนนั่งอยู่ตรงกลาง
เขาขยับเข้าไปใกล้หนิงหนิงมากขึ้น
หนิงหนิงกอดอกมองดูภาพอันน่าสมเพชตรงหน้าด้วยสีหน้าเย็นชา
เธอยื่นมือออกไปคว้าตัวเว่ยฉือที่กำลังหมอบอยู่ขึ้นมาอย่างง่ายดาย ดึงเขาเข้ามาในเขตปลอดภัยแล้วจึงกอดอกดูเหตุการณ์ต่อไป
เว่ยฉือพิงตัวอยู่ที่ขอบโซฟา เขาหอบหายใจไม่หยุด เมื่อครู่ลมพัดจนเขาแทบหายใจไม่ออก
พอจะจินตนาการได้ว่าคนที่ยังอยู่ท่ามกลางลมตอนนี้คงทรมานมาก
ลมแรงพัดต่อเนื่องอยู่สองนาที แล้วค่อย ๆ สงบลง
ทุกอย่างที่คนตระกูลเจียงเตรียมไว้ถูกทำลายไปในสายลม ห้องนั่งเล่นเละเทะไปหมด เจียงฉือซิงหอบหายใจกำหยกที่หน้าอกไว้แน่น แต่ก็ยังไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ
ทำไมล่ะ? มันเป็นไปได้ยังไง!
มีคนถามด้วยเสียงสะอื้น “ผีไปแล้วเหรอ?”
หลายคนเพิ่งจะได้สติกลับมา และเริ่มรู้สึกกลัวขึ้นมา
ผู้คนที่เมื่อครู่แทบหายใจไม่ออกเพราะแรงลม ในที่สุดก็สามารถหายใจได้เต็มปอดอีกครั้ง ในห้องนั่งเล่นมีเสียงสะอื้นดังขึ้น
แต่เมื่อพวกเขาเห็นภาพผีเสื้อที่ยังคงลอยค้างอยู่กลางอากาศ เสียงสะอื้นก็หยุดลงทันที
เจียงฉือซิงยืนอยู่ใกล้ที่สุด เขากัดฟันแน่น หยิบหยกขว้างใส่ภาพวาดนั้น
ขณะที่หยกกำลังจะกระแทกเข้ากับภาพวาด มันก็หยุดชะงักกลางอากาศ มือสีขาวซีดปรากฏขึ้นมาจากความว่างเปล่าแล้วคว้าหยกเอาไว้
มือนั้นกำหยกแน่น แกร๊ก! หยกเริ่มปรากฏรอยแตกร้าว
ห้องนั่งเล่นเงียบสงัดจนได้ยินเสียงเข็มตก เสียงนี้จึงดังชัดเจนเป็นพิเศษ
แกร๊ก แกร๊ก…
รอยแตกร้าวบนหยกยิ่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ
หยกถูกบีบจนแตก มือข้างนั้นที่กำหยกไว้แน่นเมื่อคลายมือออก หยกได้กลายเป็นผงละเอียดไปเสียแล้ว
มือข้างนั้นสะบัดผงหยกทิ้งไปอย่างไร้ความปรานี
ทุกอย่างเกิดขึ้นตรงหน้าเจียงฉือซิง
“ผีหลอก!!” ทันใดนั้นก็มีคนตะโกนขึ้นมา ทุกคนเริ่มแตกตื่นพลางกุมศีรษะวิ่งหนีออกไปข้างนอก
เจียงเจินพยายามดึงเจียงฉือซิงแต่เขาไม่ขยับเลยสักนิด เธอจึงทิ้งเจียงฉือซิงแล้ววิ่งหนีไป
ในวินาถัดมาหญิงสาวคนหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นจากความว่างเปล่าในสายตาของทุกคน
เธอลอยอยู่กลางอากาศ สวมชุดกระโปรงยาวสีดำที่ซ้อนทับกันหลายชั้น ทำให้เธอดูตัวเล็กบอบบาง บนชายกระโปรงสีดำมีผีเสื้อสีแดงเกาะอยู่เป็นวง และผีเสื้อพวกนั้นมีชีวิต
พวกมันค่อย ๆ กระพือปีกช้า ๆ บนปีกมีเปลวไฟสีแดงลุกโชน
ทำให้หญิงสาวดูราวกับผีเสื้อที่เกิดใหม่ท่ามกลางเปลวเพลิง บนศีรษะของเธอสวมหมวกทรงปีกกว้างสีดำขนาดใหญ่ที่ขอบด้านขวาของหมวกมีผีเสื้อเกาะอยู่หนึ่งตัว ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าผีเสื้อที่อยู่บนชายกระโปรง ปีกของมันลุกไหม้อย่างรุนแรงและร้อนแรง
ใต้หมวกยังมีผ้าคลุมหน้าสีดำคลุมใบหน้าไว้ครึ่งหนึ่ง บนผ้าคลุมหน้ามีผีเสื้อนรกเกาะอยู่หนึ่งตัว
หญิงสาวยังสวมหน้ากากรูปผีเสื้อ เผยให้เห็นเพียงดวงตาสีแดงดั่งเปลวเพลิงคู่หนึ่ง
เป็นความงามที่ทั้งประหลาดและหรูหรา
ช่างน่าตื่นตะลึงเหลือเกิน คนที่กำลังวิ่งหนีต่างหยุดฝีเท้าและเงยหน้ามองหญิงสาวที่ลอยอยู่กลางอากาศด้วยความตะลึง
เธอก้มหน้าลงกวาดสายตามองไปทั่ว ก่อนจะหยุดนิ่งที่ร่างของเจียงฉือซิง
ขาของเจียงฉือซิงอ่อนแรงไปนานแล้ว ไม่สามารถวิ่งหนีได้ เขาคุกเข่าอยู่บนพื้น เงยหน้ามองผู้หญิงที่ลอยอยู่กลางอากาศค่อย ๆ ร่อนลงมาอยู่ตรงหน้าเขา
ในมือของเธอกำลังถือภาพแขวนรูปผีเสื้อที่เกือบจะถูกเขาทำแตกเมื่อครู่
“ฉันมาหาคุณแล้ว”
เสียงของผีสาวแหบพร่าและฟังไม่ได้ศัพท์ ราวกับเสียงพึมพำที่ลอยขึ้นมาจากก้นนรก
ดวงตาสีเลือดของเธอจ้องมองมาที่เจียงฉือซิงอย่างไม่วางตา
เสื้อผ้าบนร่างของเจียงฉือซิงเปียกชุ่มไปทั้งตัว
เขาอยากจะร้องขอความช่วยเหลือ แต่เมื่อมองผ่านม่านเหงื่อก็เห็นเพื่อน ๆ ของเขายืนอยู่ห่าง ๆ มองมาที่เขาด้วยสีหน้าหวาดกลัว
หน้าของเจียงเจินซีดเผือด เธอก็เช่นกันยืนอยู่ห่างจากเขามาก พร้อมกับสีหน้าที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว
เจียงฉือซิงจู่ ๆ ก็รู้สึกสิ้นหวัง
มันเงียบจนน่ากลัว เงียบจนชวนขนลุก
คอมเมนต์ในห้องไลฟ์สดซ้อนทับกันหนาแน่นราวกับเกล็ดหิมะจนมองไม่เห็นหน้าคนเลย
[พระเจ้า! มีผีจริงๆ ด้วย!]
[พี่สาวที่สวยขนาดนี้ เป็นผีจริง ๆ เหรอ?]
[เสื้อผ้าของเธอ สวยจังเลย~]
[เป็นครั้งแรกที่เห็นผีที่สวยขนาดนี้]
[ซิงซิงอันตราย!]
ที่ผ่านมาก็ไม่ใช่ว่าจะไม่เคยมีการไลฟ์สดแล้วเจอผีมาก่อน อย่างเช่น นักสตรีมเมอร์ที่ทำรายการผจญภัยก็มักจะเจอผีอยู่บ่อย ๆ แต่โดยปกติเมื่อมีผีปรากฏตัว สัญญาณอินเทอร์เน็ตจะถูกรบกวนและการไลฟ์สดจะถูกตัดขาด
นี่เป็นครั้งแรกที่มีการไลฟ์สดที่บันทึกเหตุการณ์การเจอผีได้อย่างสมบูรณ์
แม้แต่ลมพายุที่พัดกระหน่ำเมื่อสักครู่ ก็ยังไม่สามารถตัดสัญญาณได้
ผีสาวที่ปรากฏในห้องไลฟ์สด กลับตรงกันข้ามกับภาพลักษณ์ที่น่ากลัวโดยสิ้นเชิง
เธอสวยมากจริง ๆ คนดูไม่เพียงแต่ไม่กลัว แต่ยังรู้สึกตื่นเต้นมากด้วย
[เธอเป็นผีจริง ๆ เหรอ? ฉันไม่เชื่อหรอก!]
[ของปลอมปูทางมานานขนาดนี้ ในที่สุดก็ได้แสดงเป็นผีซักที]
[พูดไปแล้ว เธอแสดงได้ดีเลยนะ]
[ขนาดเจอผีก็ยังไม่วายที่จะด่าหนิงหนิงอีกเนอะ?]
[ด่าอีกสิ เดี๋ยวหนิงหนิงก็ให้ผีคลานออกมาจากหน้าจอพวกนายหรอก]
[เดี๋ยวนะ ผีตัวนี้มาจากไหน? ไม่ใช่ผีในวิลล่าใช่ไหม?]
[เจียงฉือซิงกลัวจนจะตายอยู่แล้ว ดูเขาสิ]
[กรี๊ดดด ใครช่วยหน่อย ซิงซิงจะทำยังไงดี!]
[สมน้ำหน้าเขาแล้ว!]
ในห้องไลฟ์สดกำลังคึกคัก
แต่สถานการณ์ในที่เกิดเหตุนั้นตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง
ท่ามกลางความเงียบสงัด เสียงใสไพเราะของผู้หญิงคนหนึ่งก็ดังขึ้น เสียงนั้นเต็มไปด้วยความสงสัย “ทำไมถึงไม่พูดอะไรเลยล่ะ ไม่ใช่คุณเองหรอกเหรอที่บอกให้นาน่ามาหา?”
เป็นหนิงหนิง
เจียงฉือซิงหันขวับไปมองเธอ หนิงหนิงนั่งอย่างนิ่งสงบอยู่บนโซฟาสวมชุดเดรสสีดำ ยังคงดูสง่างามเหมือนเช่นเคย
ข้าง ๆ เธอคือหนิงเหนียน เขามีสีหน้าเรียบเฉยเช่นเดียวกับหนิงหนิง
ราวกับว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในห้องนั่งเล่นนี้ พวกเขาทั้งสองไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย ราวกับเป็นเพียงผู้สังเกตการณ์โดยสมบูรณ์
หนิงหนิงโบกพัดเบา ๆ “ทำไมถึงตกใจขนาดนี้ล่ะ ก็นาน่าเป็นคนที่พวกคุณเชิญมาเองนี่นา”
เจียงเจินร่างกายสั่นเทา เธอนึกถึงคำว่า ‘พวกเรา’ ที่หนิงหนิงพูดตรงบันได
ในตอนนั้นผีสาวตนนี้ก็ยืนอยู่ข้าง ๆ เธอ
เป็นเธอเองที่เชิญมา เป็นเธอเองที่พาผีสาวเข้ามาในงานเลี้ยงนี้
เจียงเจินพูดเสียงสั่น “ทำไมเธอไม่พูดให้ชัดเจน นี่มันหลอกลวงกันชัด ๆ”
“ฉันคุยกับนาน่าตลอดเวลานะ แต่พวกคุณก็หัวเราะเยาะฉัน อ้อใช่” หนิงหนิงมองไปที่เจียงฉือซิง “คุณบอกว่าฉันทำไปเพื่อเรียกร้องความสนใจจากคุณ”
ทุกคน…
ท่ามกลางความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัวนี้ กลับมีความอึดอัดเล็ก ๆ น้อย ๆ แทรกอยู่
ถ้าไม่ใช่เพราะบรรยากาศไม่เหมาะสม เว่ยฉือคงหลุดหัวเราะออกมาแล้ว
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความใจเย็นของหนิงหนิงที่ทำให้เขารู้สึกปลอดภัย หรือว่าผีสาวคนนี้ถ้ามองดี ๆ แล้วก็สวยงามจนน่าตะลึงจริง ๆ เขาถึงได้ไม่รู้สึกกลัวเลย
หนิงหนิงถามคนพวกนั้นอีกว่า “ทำไมพวกคุณถึงไม่พูดอะไรกันเลยล่ะ นาน่าพวกคุณก็เคยเยาะเย้ยเธอ ด่าเธอมาแล้ว แล้วก็คุณคนนั้นด้วยที่เคยทำของของนาน่าแตก ทำไมตอนนี้ถึงเพิ่งจะรู้จักกลัวล่ะ”
เว่ยฉือคิดในใจ ‘คุณน่าจะพูดให้น้อยลงหน่อยนะ’
ดูท่าทางเจียงฉือซิงเหมือนจะเป็นลมอยู่แล้ว
ว่าแต่ผีสาวตนนี้มาจากที่ไหนกันแน่?
เป็นไปไม่ได้ที่จะมาจากในตัววิลล่าหลังนี้
เขาได้ให้ซินแสมาดูฮวงจุ้ยก่อนเริ่มถ่ายทอดสดแล้ว และไม่มีสิ่งผิดปกติใด ๆ เลย
หนิงหนิงสรุปว่า “พวกคุณก็แค่ขี้ขลาด รังแกแต่คนอ่อนแอ”
เธอลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปข้าง ๆ นาน่า
เจียงฉือซิงกัดฟันพูดว่า “หนิงหนิง ฉันขอเตือนเธอนะ สำนักเซียนที่ดูไลฟ์อยู่ กำลังจะมาถึงแล้ว ถ้าเธอกล้าให้ผีตนนั้นทำร้ายฉัน สำนักเซียนจะไม่ปล่อยเธอไว้แน่ และก็จะไม่ปล่อยผีตัวนั้นไปด้วย หนีไปตอนนี้ยังทันนะ”
เขาไม่รู้ว่าหนิงหนิงไปเรียนวิชานอกรีตที่สามารถควบคุมผีได้มาจากที่ไหน
แต่เขามั่นใจว่าที่หนิงหนิงเรียนวิชาเหล่านี้ ก็เพื่อที่จะแก้แค้นเขาและแก้แค้นตระกูลเจียงอย่างแน่นอน
เรื่องวุ่นวายในวันนี้ ก็คือการแก้แค้นของหนิงหนิงนั่นเอง