แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 70 นาน่าคือผีตายโหง
บทที่ 70 นาน่าคือผีตายโหง
จี๋ไหลยืนขวางอยู่หน้าหนิงหนิง
พวกเขาจะมองไม่ออกถึงเจตนาของจี๋หยวนชิงได้อย่างไร?
เขาใช้กระแสสังคมกดดันให้หน่วยสืบสวนพิเศษยอมมอบอำนาจ
ทุกวันนี้สำนักเซียนมีอำนาจจัดการได้เฉพาะกับผีเท่านั้น สำหรับมนุษย์พวกเขาไม่มีสิทธิ์อำนาจใด ๆ
พวกเขาไม่พอใจอีกต่อไปแล้ว
เห็นได้ชัดว่าจี๋หยวนชิงตั้งใจจะใช้เรื่องนี้เป็นข้ออ้างเพื่อแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมอย่างเป็นทางการ
เมื่อมีเงินทองมากพอแล้ว ก็อยากจะได้อำนาจ
เป็นไปตามที่ท่านโจวคาดการณ์ไว้จริง ๆ
ในที่สุดก็มาถึงขั้นนี้ สำนักเซียนก็ยังจะยื่นมือเข้ามาจนได้
เขาตั้งใจที่จะไม่พูดอะไรมาก อยากดูว่าจี๋หยวนชิงมีเจตนาอะไร ในตอนนี้แม้ว่าเฉินมู่จะเดาเหตุการณ์ได้ล่วงหน้าแล้วแต่ก็ยังโกรธจนแทบตาย
สำนักเซียนและหน่วยสืบสวนพิเศษเผชิญหน้ากัน ทั้งสองฝ่ายเริ่มล้วงกระเป๋า ดูท่าว่ากำลังจะลงไม้ลงมือกัน
เว่ยฉือรีบร้อนห้าม “อย่าลงมือกันเลยครับ คุยกันดี ๆ”
ไม่มีใครจากทั้งสองฝ่ายที่ยอมฟังเขา
พวกลูกคนรวยยังคงเชียร์จี๋หยวนชิงอยู่
เว่ยฉือมองไปทางหนิงหนิงด้วยสายตาน่าสงสารราวกับกำลังขอความช่วยเหลือ
หนิงหนิงมองดูจี๋หยวนชิงแล้วก็มองดูเฉินมู่
เธอพูดกับจี๋หยวนชิงว่า “อย่าสู้เลย คุณสู้พวกเขาไม่ได้หรอก คุณไม่ฉลาดเท่าพวกเขา”
เว่ยฉือ…
ขอให้มาช่วยแก้สถานการณ์ ไม่ใช่มาเติมฟืนเติมไฟนะ!
นี่เป็นครั้งแรกที่ได้ยินคนบอกว่าตัวเองด้อยกว่าหน่วยสืบสวนพิเศษ จี๋หยวนชิงถึงกับหัวเราะเยาะออกมา
“นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้ยินคนพูดแบบนี้เลย”
“แล้วไม่ใช่เหรอ คุณยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าทำไมนาน่าถึงหายตัวไป แล้วคุณฉลาดตรงไหน”
จี๋หยวนชิงถาม “แล้วคุณรู้หรือไง”
หนิงหนิงพยักหน้า
จี๋หยวนชิงหัวเราะลั่นขึ้นมาทันที “แสดงว่าคุณรู้เรื่องใช่ไหม? ยังจะบอกว่าไม่เกี่ยวกับคุณอีก ตัวคุณเองนั่นแหละที่เผลอเปิดเผยความจริงออกมาตลอด”
เขาไม่ใช่คนของสำนักเซียนหรอกเหรอ
ทำไมถึงได้โง่ขนาดนี้
หนิงหนิงแขวะ “คุณช่างโง่จริง ๆ”
จี๋หยวนชิงมองดูหนิงหนิงด้วยสายตาเย็นชา “คุณหนิง ผมสุภาพกับคุณมากเกินไปหรือเปล่า ถึงทำให้คุณคิดว่าผมเป็นคนที่เข้าด้วยง่าย ๆ?”
เขาหันกลับมา
“ผมเป็นคนอารมณ์ดีก็จริง แต่ผมขอเตือนคุณว่าอย่ามาท้าทายขีดจำกัดของผม ไม่อย่างนั้นถ้าทำให้ผมโมโหขึ้นมา ผมจะทำให้คุณเจอดีแน่”
จี๋หยวนชิงหันกลับมา ส่งสัญญาณให้หนิงหนิงตามไป
จี๋ไหลร้อนใจ แต่เฉินมู่ส่ายหน้าให้เขา
หนิงหนิงยืนนิ่งอยู่กับที่
จี๋เซาเร่งเธอ “นี่ ทำไมเธอไม่ไป คิดจะหนีงั้นเหรอ?”
หนิงหนิงก็ยังคงไม่ขยับตัว
จี๋หยวนชิงหยุดเดิน มองมาที่เธอแล้วขู่ว่า “จะไปหรือไม่ไป?”
หนิงหนิงรู้สึกรำคาญจึงถามเขาอีกครั้ง “คุณไม่เห็นอะไรเลยจริง ๆ เหรอ พวกคุณสำนักเซียนไม่ได้เก่งกว่าหน่วยสืบสวนพิเศษหรอกเหรอ หน่วยสืบสวนพิเศษยังสังเกตเห็นแล้ว แต่ทำไมคุณกลับไม่เห็น?”
จี๋หยวนชิงมองเฉินมู่ เฉินมู่ยิ้มให้เขา
เขามองดูหนิงหนิงอย่างละเอียด แล้วหันไปมองนาน่า
นอกจากผีเสื้อประหลาดตัวนั้น ก็ไม่มีอะไรผิดปกติ
“ผีเสื้อตัวนี้มีปัญหาเหรอ?”
หนิงหนิงตอบ “ไม่มี”
จี๋หยวนชิงเริ่มโมโห “รีบไปได้แล้ว ผมไม่มีความอดทนจะมานั่งเล่นทายปริศนากับพวกคุณหรอกนะ”
ในที่สุดหนิงหนิงก็เข้าใจความหมายของคำพูดที่ว่า ‘ไม่อาจสั่งสอนคนโง่ได้’
“ดีเลย ความอดทนของฉันก็หมดลงแล้วเหมือนกัน”
เธอเดินไปนั่งที่โซฟา วาเซียกระโดดขึ้นมานอนบนตักของเธอ
หนิงหนิงลูบวาเซียพลางเงยหน้าขึ้น เธอมองจี๋หยวนชิงที่กำลังอยู่ในอารมณ์ที่พร้อมจะระเบิด แล้วมองไปที่นาน่าที่อยู่ข้าง ๆ เขา ก่อนจะพูดอย่างไม่สุภาพว่า “ฉันจะพูดตรง ๆ นะ วันนี้คุณพาฉันไปไม่ได้หรอก และคุณก็พาเธอไปไม่ได้ด้วย”
จี๋หยวนชิงอึ้งไปครู่หนึ่ง แล้วก็หัวเราะออกมา “ในที่สุดคุณก็เลิกแกล้งทำแล้วสินะ”
“เอาแส้ม้วนมังกรของนายมาให้ฉัน” เขาพูดพลางยื่นมือออกมา
ลูกศิษย์ที่ยืนอยู่ด้านหลังรีบหยิบแส้ออกมาจากกระเป๋าแล้วส่งให้เขาทันที
แส้เส้นนั้นมีความยาวถึงสามเมตร มีสีน้ำตาลแดงทั้งเส้น
เฉินมู่ก้าวออกมา “คุณคิดจะทำอะไร การก่อเรื่องทะเลาะวิวาทเป็นเรื่องผิดกฎหมายนะ”
จี๋หยวนชิงพูดอย่างยโส “ผมไม่ได้ทำเป็นการส่วนตัวซะหน่อย ผมทำต่อหน้าตำรวจอย่างพวกคุณไม่ใช่เหรอ? วันนี้ทั้งคนทั้งผีผมจะเอาไปให้หมด”
เขาเหวี่ยงแส้ไปมา ปลายแส้พลิ้วไหวราวกับหางที่มีชีวิต สั่นไหวไม่หยุด
ผู้ชมต่างตื่นเต้นกันใหญ่
[!!!]
[ในที่สุดก็จะเอาจริงแล้วเหรอ?]
[ของปลอมสมควรโดนแล้ว คุณชายจี๋ใจดีด้วยเธอก็เลยลำพองใจ]
[สนับสนุนคุณชายจี้! ตบหน้าของปลอมนั่นแรง ๆ เลย!]
[ของปลอมไปเรียนวิชานอกรีตพวกนี้มาจากไหน ถึงกล้ามาแสดงฝีมือเล็กน้อยต่อหน้าปรมาจารย์ตัวจริง ไม่อายบ้างหรือไง]
[โอ้~ ของปลอมจบเห่แล้ว~]
หางของงูตัวเล็กบนข้อมือของหนิงหนิงขยับเล็กน้อย
เธอลูบวาเซียอย่างอ่อนโยน พลางพูดว่า “คุณสู้ฉันไม่ได้หรอก”
จี๋หยวนชิงหัวเราะ “ยังไม่ได้สู้กันเลย แล้วจะรู้ได้ยังไงล่ะ?”
เขามั่นใจในอาวุธวิเศษของตัวเองอยู่ไม่น้อย
“ฉันรู้ได้ยังไงน่ะเหรอ?”
หนิงหนิงพูดทีละประโยคอย่างชัดถ้อยชัดคำ “เพราะแค่เรื่องที่ว่าผีตายโหง ต้องมีร่างทรงถึงจะออกจากพื้นที่ตายได้ซึ่งเป็นความรู้พื้นฐานที่เขียนอยู่ในตำราขั้นพื้นฐานของสำนักเซียนคุณยังไม่รู้เลย แล้วจะเอาอะไรมาสู้กับฉัน?”
เมื่อคำพูดนั้นจบลง ห้องนั่งเล่นก็ตกอยู่ในความเงียบ
ผีตายโหงอะไร?
นี่มันเกี่ยวอะไรกับผีตายโหงด้วย?
ผู้ชมต่างก็งงงวย ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
จี๋หยวนชิงถาม “คุณพูดว่าอะไรนะ? ผีตายโหง? นี่มันเกี่ยวอะไรกับผีตายโหง?”
หนิงหนิงตอบ “แน่นอนสิ ก็เพราะนาน่าเป็นผีตายโหงไงล่ะ”
เพียงคำพูดเดียวก็สามารถสร้างคลื่นได้เป็นพันชั้น
ผีตายโหงเป็นวิญญาณที่ถูกผูกติดอยู่กับสถานที่ที่เสียชีวิตเพราะความอาฆาตแค้นและมีความยึดติดบางอย่างอย่างรุนแรง ต้องวนเวียนอยู่กับช่วงเวลาแห่งความตายไม่สามารถไปผุดไปเกิดได้
และผีตายโหงแต่ละตนก็มีพลังที่แข็งแกร่งกว่าผีธรรมดาทั่วไป เนื่องจากความอาฆาตแค้นและความยึดติดนั้น
ผู้ชมต่างพากันงงงวย
[???]
[ผีตายโหง? ผีผู้หญิงคนนี้เป็นผีตายโหงงั้นเหรอ?]
[ที่ฉันจำได้ ผีตายโหงนี่น่ากลัวมากนะ ต้องหาร่างทดแทนถึงจะได้กลับชาติไปเกิด ถ้าเจอผีตายโหงเมื่อไหร่ก็เตรียมตัวตายได้เลย]
[แต่ก็น่าสงสารนะ ต้องเผชิญกับความตายซ้ำแล้วซ้ำเล่าทุกวัน เลยถูกบีบให้กลายเป็นผีร้ายแทบทั้งนั้น]
[แม่เจ้า นี่ฉันได้เจอผีตายโหงตัวจริงแล้วเหรอ?]
[ฟังของปลอมพูดจาเหลวไหลน่า ถ้าเป็นผีตายโหงจริง ๆ คนในวิลล่านี้จะยังยืนอยู่ตรงนี้ได้นานขนาดนี้โดยไม่เป็นอะไรเลยได้ยังไง?]
[ใช่แล้ว ฟังเธอพูดไร้สาระ คงหาข้ออ้างให้ตัวเองอีกแล้วล่ะสิ]
[คิดว่าคุณชายจี๋จะดูผีตายโหงไม่ออกงั้นเหรอ จำเป็นต้องให้เธอมาบอกด้วยเหรอ?]
ในตอนนั้นนาน่าที่ถูกมัดอยู่อย่างเรียบร้อย จู่ ๆ ก็ดันเชือกนำวิญญาณที่รัดตัวเธอออก
เชือกนำวิญญาณขาดออกเป็นสี่ห้าท่อน
ลูกศิษย์ทั้งสองตกใจจนถอยกรูดไปด้านหลัง คนอื่น ๆ ต่างกรีดร้องและถอยร่นเข้าไปข้างใน
จี๋หยวนชิงไม่พูดอะไรทั้งสิ้น เขาหยิบแส้ขึ้นมาและฟาดใส่นาน่า แส้นั้นราวกับมีตาเป็นของตัวเอง มันพุ่งเข้าไปพันรอบตัวนาน่าและสามารถรัดเธอไว้ได้อย่างแม่นยำ
จับได้แล้ว
จี๋หยวนชิงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
เขาเคยกังวลว่าสิ่งที่หนิงหนิงพูดนั้นอาจจะเป็นความจริง
ถ้าเป็นวิญญาณผูกติดกับสถานที่จริง ๆ จะถูกเขาจับได้ง่ายขนาดนี้ได้อย่างไร
โกหกเขาอีกแล้ว
จี๋หยวนชิงพูดเสียงเข้ม “อย่าหาข้ออ้างให้ตัวเองเลยครับ คุณบอกว่าเธอเป็นวิญญาณที่ผูกติดกับสถานที่แล้วมันจะเป็นจริง ๆ เหรอ?”
นาน่ายืนตัวตรง มองนาฬิกาที่แขวนอยู่บนผนังในห้องนั่งเล่น ตอนนี้เป็นเวลาสี่ทุ่มสามนาที
หนิงหนิงมองตามไปที่นาฬิกาแล้วถามนาน่าว่า “ถึงเวลาแล้วเหรอ?”
ทุกคนจึงได้พบว่า นาน่ากำลังสั่นไปทั้งตัว
ความหวาดกลัวที่เห็นได้ชัดเจนด้วยตาเปล่า
เป็นครั้งแรกที่ทุกคนเห็นผีแสดงอารมณ์หวาดกลัวออกมาอย่างชัดเจนขนาดนี้ จนลืมที่จะพูดไปชั่วขณะ
และในตอนนั้นเอง พวกเขาได้เห็นกับตาว่านาน่าที่อยู่ตรงหน้า จู่ ๆ ก็หายวับไป
ทิ้งไว้เพียงชุดกระโปรงยาวสีดำที่มีลวดลายซับซ้อนอยู่ที่เดิม หน้ากากผีเสื้อร่วงหล่นลงบนกระโปรง ทับทิมสีแดงรูปผีเสื้อกระจายเกลื่อนกลาดไปทั่วพื้น