แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 71 หรือว่าจะมีผีที่เก่งกว่านาน่าอีก?
- Home
- แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง
- บทที่ 71 หรือว่าจะมีผีที่เก่งกว่านาน่าอีก?
บทที่ 71 หรือว่าจะมีผีที่เก่งกว่านาน่าอีก?
เจียงเจินและคนอื่น ๆ ชะงักงัน พวกเขามองกระโปรงที่อยู่บนพื้นด้วยความงุนงง ยังไม่ทันได้สติ
เฉินมู่ลุกพรวดขึ้นจากโซฟา วิ่งขึ้นชั้นบนไปทันที จี๋ไหลรีบวิ่งตามไปติด ๆ
หนิงหนิงกำชับหนิงเหนียนว่า “ถ้าหากกลัว ก็อยู่ที่นี่แหละ”
หนิงหนิงลุกขึ้นยืนยัดพัดเข้าไปในกระเป๋า แล้วเก็บของที่นาน่าทิ้งไว้บนพื้นขึ้นมา
หนิงหนิงยื่นหินอาเกตให้หนิงเหนียน “นายถือไว้นะ”
หนิงหนิงถือกระเป๋า ยกชายกระโปรงแล้วตามขึ้นไปเช่นกัน
หนิงเหนียนไม่คิดอะไรมาก หยิบหินอาเกตใส่กระเป๋าแล้วรีบวิ่งตามไป โดยมีวาเซียเดินโซเซตามหลังมา
จี๋หยวนชิงครุ่นคิดเล็กน้อย แล้วหยิบแส้วิ่งตามไป
ทุกคนเดินเร็วเกินไป เหลือเพียงกลุ่มทายาทคนรวยที่ยืนจ้องตากันอยู่ในห้องรับแขก
จี๋เซาถาม “ทำไมพวกเขาเดินไปกันหมดแล้ว? พวกเราจะตามไปดูดีไหม?”
เจียงเจินส่ายหน้า “ไม่รู้เหมือนกัน เมื่อกี้หนิงหนิงบอกว่านาน่าเป็นวิญญาณผีตายโหง พวกเขาคงจะขึ้นไปดูกันล่ะมั้ง”
จี๋เซาพูดอย่างเย้ยหยัน “อย่าไปฟังเธอเลยก็แค่เพ้อเจ้อไปเรื่อย ไม่รู้จะใช้กลอุบายอะไรหลอกคนอีก”
วิญญาณผีตายโหงนี่น่ากลัวกว่าผีธรรมดาตั้งเยอะ
หนิงหนิงเนี่ยนะจะสามารถควบคุมวิญญาณผีตายโหงได้?
น่าขำสิ้นดี!
“พวกเราจะไปดูกันไหม?”
เจียงเจินพยักหน้าตอบ “ไปดูกันเถอะ”
เธอก็ไม่เชื่อเหมือนกัน เธอต้องการไปเปิดโปงคำโกหกของหนิงหนิงด้วยตัวเอง
เมื่อมีคนนำ คนอื่น ๆ ก็ตามกันไป
ในเมื่อทุกคนเป็นกลุ่มคนหนุ่มสาว พวกเขาล้วนชอบความตื่นเต้น
จี๋ซางก็วิ่งตามขึ้นไปอย่างกระตือรือร้น แต่จี๋เสี่ยวเสี่ยวรั้งเขาไว้ “เราอย่าไปกันเลยดีกว่า”
พวกลูกคนรวยเหล่านี้มีเงิน พวกเขามีอุปกรณ์ป้องกันตัวติดตัวทุกคน แต่พวกเขาสองคนไม่มีอะไรติดตัวเลยสักอย่าง
ถ้าเกิดเจออะไรขึ้นมา คนที่จะเดือดร้อนเป็นคนแรกก็คือพวกเขานี่แหละ
จี๋ซางสะบัดมือออก “ถ้าไม่กล้าไปก็ไม่ต้องไป”
แล้วเขาก็วิ่งตามคนอื่นไป จี๋เสี่ยวเสี่ยวกัดฟันแน่นก่อนจะตัดสินใจเดินตามไป
กลุ่มคนเดินขึ้นบันไดไปอย่างคึกคัก
ที่ชั้นสาม ประตูห้องของเจียงฉือซิงถูกปิดอยู่
เจียงเจินบิดลูกบิดและค่อย ๆ ผลักประตูเปิด
เฉินมู่หันกลับมามองพวกเขาแล้วพูดว่า “พวกคุณออกไปก่อน ที่นี่อันตรายมาก” เขาพูดด้วยน้ำเสียงดุดันและจริงจังมาก
เจียงเจินเห็นหนิงหนิงในทันทีที่มองไป เธอยืนอยู่ข้าง ๆ เฉินมู่
เจียงเจินรู้สึกไม่พอใจ จึงเดินเข้าไปพลางพูดว่า “นี่มันห้องของน้องชายฉัน ทำไมฉันต้องออกไปด้วย”
กลุ่มคนรีบแทรกตัวเข้ามาอย่างรวดเร็ว ไม่ฟังคำเตือนของเฉินมู่เลยแม้แต่น้อย
ตอนนี้เป็นเวลายี่สิบสองนาฬิกา ห้านาที
จี๋เซากวาดตามองไปทั่ว แต่ไม่เห็นวิญญาณที่ไหนเลย จึงแกล้งถามหนิงหนิงว่า “ผีที่ว่านั่นอยู่ไหนล่ะ คราวนี้เธอซ่อนไว้ที่ไหน”
ผีเสื้อบนตัวของหนิงเหนียนซึ่งเดิมทีปีกของมันดูหม่นหมอง พลันลุกโชนขึ้นเป็นเปลวไฟที่สว่างจ้า
หนิงหนิงพูดว่า “ถึงเวลาแล้ว”
ยี่สิบสองนาฬิกา หกนาที
ประตูที่เปิดอยู่ จู่ ๆ ก็ปิดลงดังปัง ทำเอาคนในห้องสะดุ้งตกใจ จี๋เซาบ่นว่า “อะไรกันเนี่ย เธออย่ามาทำให้คนตกใจได้ไหม!”
หนิงหนิงกวาดตามองพวกเขา แล้วพูดเสียงเรียบว่า “พวกคุณออกไปไม่ได้แล้ว”
จี๋เซากำลังจะโต้ตอบ แต่จู่ ๆ เธอก็กอดแขนตัวเอง
หนาว มันหนาวเหลือเกิน
หนาวกว่าตอนอยู่ในห้องรับแขกหลายเท่า เป็นความหนาวที่เยือกเย็นไปถึงกระดูก
ภายในห้องไม่มีการคาดเดาใด ๆ อุณหภูมิลดลงอย่างกะทันหัน
หนาวจนฟันกระทบกัน ยืนแทบไม่อยู่
แค่นั้นยังไม่พอ กำไลหยกบนข้อมือของจี๋เซาก็ส่งเสียงดัง แกร๊ก แล้วปริแตกออก
กำไลหยกหล่นกระทบพื้นเสียงดัง เคร้ง กำไลสีขาวกลับกลายเป็นสีดำสนิท
ไม่ใช่แค่เธอคนเดียว
หยกของเจียงเจินก็แตกร้าวเช่นกัน
ไม่มีใครเอ่ยปากพูด
เสียงแตกร้าวดังขึ้นในห้องอย่างต่อเนื่อง
เครื่องรางราคาแพงเหล่านั้น ไม่สามารถต้านทานได้แม้แต่นาทีเดียว
จี๋เสี่ยวเสี่ยวรู้สึกเพียงว่าตนเองกำลังจะหนาวจนสลบไป ร่างกายแข็งทื่อไปหมด
เธอรู้สึกเสียใจมากที่มาร่วมวงวุ่นวายกับเรื่องนี้
เมื่อมองไปที่จี๋ซาง เขาดูจะทนได้ดีกว่าจี๋เสี่ยวเสี่ยวเพียงเล็กน้อย เด็กหนุ่มร่างสูงร้อยแปดสิบเซนติเมตรคนนั้นเอาแต่ตัวสั่นงันงก หนาวจนขยับตัวไม่ได้
สัญญาณในห้องไลฟ์สดเริ่มขาด ๆ หาย ๆ นาน ๆ ครั้งถึงจะมองเห็นใบหน้าที่ซีดเผือดของทุกคนในห้อง
ถึงแม้พวกเขาจะไม่พูดอะไร แต่ผู้ชมก็รู้ว่าพวกเขาเจอปัญหาใหญ่เข้าให้แล้ว
แม้จะอยู่อีกฟากของหน้าจอ ก็สัมผัสได้ถึงความหวาดกลัวอันยิ่งใหญ่ที่ไม่มีสิ่งใดเทียบได้
[…]
[โอ้แม่เจ้า ไม่กล้าดูแล้ว]
[หยกของเจินเจินแตกแล้ว…]
[แม่เจ้า…]
[หรือว่าที่ของปลอมนั่นพูดเป็นเรื่องจริง? มีวิญญาณผีตายโหงจริง ๆ เหรอ?]
[ในหนังสือบอกว่าวิญญาณผีตายโหงจะมีพลังงานหยินแรงที่สุดในช่วงที่กลับมาสู่ความตายอีกครั้ง เพราะความแค้นของพวกเขาจะหนักหนาที่สุด]
[ถ้าเป็นเรื่องจริง มันไม่อันตรายเหรอ?]
[แล้วทำไมหนิงหนิงกับหนิงเหนียนถึงไม่ได้รับผลกระทบอะไรเลยล่ะ?]
พอมองดูอย่างละเอียด ก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ ท่ามกลางฝูงชน หนิงหนิงและหนิงเหนียนยืนอยู่แถวหน้าสุด
ทั้งสองคนมีสีหน้าสงบนิ่ง ไม่มีท่าทีผิดปกติแม้แต่น้อย
บนผมและไหล่ของหนิงเหนียนมีผีเสื้อนรกเกาะอยู่หลายตัว
เหมือนกับผีเสื้อที่อยู่บนตัวของผีผู้หญิงเมื่อครู่ไม่มีผิด
หนิงหนิงอุ้มวาเซียไว้ในอ้อมแขน เธอยังคงลูบขนแมวอยู่ด้วยซ้ำ
แม้กระทั่งจี๋หยวนชิงก็ยังหน้าซีดเผือด
แต่ทั้งสองคนกลับไม่เป็นอะไรเลย
เปลวไฟจากผีเสื้อบนตัวของหนิงเหนียนส่องให้ห้องสว่างจ้า ทำให้บรรยากาศน่าขนลุกจางลงไปไม่น้อย
ตอนนี้จี๋เซาถึงได้รู้ว่าตัวเองอาจจะเจอเรื่องใหญ่เข้าแล้ว
เสียงของเธอสั่นเครือ พูดออกมาอย่างยากลำบาก “พี่ชาย…ช่วยด้วย…”
จี๋หยวนชิงได้ยิน เขาล้วงมือล้วงในกระเป๋าเพื่อหยิบยันต์ แต่ไม่รู้ว่าเพราะอากาศหนาวเกินไปหรือเปล่าหยิบอยู่นานก็ยังไม่ได้สักแผ่น
เข็มทิศดอกบัวบนตัวของเฉินมู่และจี๋ไหลหมุนไม่หยุด จี๋ไหลหนาวจนตัวสั่น พยายามอยู่นานกว่าจะล้วงยันต์สีเหลืองออกมาจากกระเป๋าได้หนึ่งปึก แล้วหยิบไฟแช็คออกมาจุดไฟ โยนออกไปรอบ ๆ ปากก็พึมพำคาถาเบา ๆ
ยันต์สีเหลืองที่ถูกเผาไหม้ลอยขึ้นไปกลางอากาศ ก่อตัวเป็นวงล้อมรอบพวกเขาแน่นหนา
หนิงหนิงมองดูยันต์เหล่านั้นอย่างสนใจ
ยันต์ลอยอยู่กลางอากาศลุกไหม้อยู่อย่างนั้น แต่ก็ไม่มอดไหม้ไป
คล้ายกับผีเสื้อของเธอมาก
คนที่อยู่กลางวงล้อมค่อย ๆ รู้สึกอุ่นขึ้นมาเล็กน้อย
ยังไม่ทันได้ถอนหายใจโล่งอก มีคนกรีดร้องพลางชี้ไปที่หน้าประตู
ที่หน้าประตูมีหญิงสาวคนหนึ่งยืนอยู่ สวมชุดนอนลายหมี ผมยาว ใส่หน้ากากอนามัย ก้มหน้าต่ำ ผมหน้าม้าปิดบังดวงตา ใบหน้าพร่าเลือนมองไม่ชัด
เธอปรากฏตัวขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? เธอคนนั้นไม่ใช่มนุษย์อย่างแน่นอน
นี่คือความเข้าใจร่วมกันของทุกคน
สัญญาณการถ่ายทอดสดเริ่มไม่เสถียรอย่างหนัก หน้าจอการถ่ายทอดสดเต็มไปด้วยจุดรบกวนสีขาวส่งเสียงซ่า ๆ
ผู้ชมที่มักดูรายการท่องเที่ยวผจญภัยกลางแจ้งเป็นประจำ ต่างคุ้นเคยกับสถานการณ์แบบนี้เป็นอย่างดี
โดยปกติเมื่อมีผีปรากฏตัว สนามแม่เหล็กจะรบกวนสัญญาณ ทำให้เกิดภาพไม่เสถียรและมีสัญญาณรบกวนขึ้น
นี่มันผีหลอกแล้ว!
ผู้ชมต่างตื่นตระหนก
เดี๋ยวนะ นาน่าก็เป็นผีไม่ใช่เหรอ?
ทำไมตอนที่นาน่าปรากฏตัวถึงไม่มีเหตุการณ์แบบนี้?
หรือว่านอกจากนาน่าแล้ว จะมีผีที่เก่งกว่าอีก?
พวกเขาต่างพากันตกใจ!
ทีมงานที่อยู่ในห้องชั้นล่างตกใจจนต้องถอยหนี
มีผีออกอาละวาดในห้องที่อยู่ห่างไปหนึ่งชั้น และอาจจะเป็นวิญญาณร้ายด้วย
คนขี้ขลาดบางคนแทบจะร้องไห้ออกมาแล้ว
และในห้องที่ผีกำลังหลอกอยู่ คนขี้ขลาดก็ร้องไห้ออกมาแล้ว แต่ไม่กล้าส่งเสียง
พวกเขาไม่กล้าขยับตัว ได้แต่มองไปที่หญิงสาว
หญิงสาวถือโทรศัพท์มือถือไว้ในมือข้างหนึ่ง มืออีกข้างซ่อนไว้ด้านหลัง พิงประตูอยู่
หน้าจอโทรศัพท์สว่างขึ้น หญิงสาวรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาตรวจสอบข้อความ
เธอจ้องมองที่หน้าจออย่างเหม่อลอย เป็นเวลานานแสนนาน เธอจึงวางโทรศัพท์ลง
ร่างของเธอพิงประตูแล้วค่อย ๆ ทรุดลงนั่ง มือข้างหนึ่งห้อยลงอย่างหมดแรง ใบหน้าซบลงกับหัวเข่า ส่วนมือขวายังคงซ่อนไว้ที่ด้านหลัง
จู่ ๆ เธอก็ขว้างโทรศัพท์ออกไป แล้วลุกพรวดขึ้นยืนทันที
ทุกคนเห็นสิ่งที่เธอซ่อนไว้ในมือขวา
มันคือมีด
มีดปอกผลไม้ที่คมกริบ เธอถือมีดปอกผลไม้เดินตรงมาทางพวกเขา