แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 72 เจียงเจินสาปแช่งเธอ
- Home
- แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง
- บทที่ 72 เจียงเจินสาปแช่งเธอ
บทที่ 72 เจียงเจินสาปแช่งเธอ
ผู้ชมเห็นหญิงสาวที่ถือมีดผ่านช่องว่างของสัญญาณที่ขาดหาย
[กรี๊ดดด! มีผีที่ไหนมาอีกแล้ว!]
[ช่วยด้วย! เธอจะฆ่าคนแล้ว!]
[ผีผู้หญิงตนนี้ไม่ใช่นาน่า!]
[ใช่แล้ว นาน่าไม่ได้โหดร้ายขนาดนี้ นาน่าจัดการง่ายกว่านี้เยอะ!]
[ของปลอมโกหก! ไหนบอกว่าเป็นผีตายโหงไง แล้วผีตนนี้โผล่มาจากที่ไหนกัน!]
[นี่เธอกำลังหลอกลวงคนอื่นชัด ๆ!]
[ฉันก็ว่าแล้วว่าไม่น่าจะเป็นผีตายโหงหรอก! ถ้าเป็นผีตายโหงจริงจะยอมให้ของปลอมควบคุมง่าย ๆ แบบนี้เหรอ!]
[ของปลอมชั่วช้า ถ้าวันนี้เจินเจินเป็นอะไรไป ฉันจะฆ่าเธอให้ตาย!]
[ผีตายโหงเมื่อเวียนว่ายตายเกิดจะกลับสู่สภาพเดิม เธอไม่รู้เหรอ? ไม่อ่านหนังสือกันบ้างหรือไง?]
หญิงสาวเดินเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ
ในที่สุดก็มีคนทนไม่ไหว กรีดร้องออกมาอย่างเสียสติ ผู้คนต่างถอยหลัง
หนิงหนิงรีบห้าม “อย่าขยับ นี่แค่ภาพมายา”
คนที่กำลังตกใจกลัวสุดขีดไม่ได้ยินคำพูดของเธอ
พวกเขาวิ่งหนีกระเจิดกระเจิง พยายามหลบหนีหญิงสาวที่ไล่ตามมา จี๋ไหลพยายามควบคุมวงล้อมของยันต์อัคคีให้ขยายออกไปอย่างยากลำบาก
เขาออกมาอย่างรีบร้อน ใครจะไปรู้ว่าจะมาเจอผีที่ร้ายกาจขนาดนี้ มันเป็นผีตายโหงจริง ๆ
ยันต์ที่พกมาก็มีไม่มาก
จี๋หยวนชิงนี่ขี้เหนียวจริง ๆ
แม้แต่ในสถานการณ์แบบนี้ก็ยังไม่ยอมแบ่งยันต์มาให้ใช้สักแผ่น ท่ามกลางเสียงกรีดร้อง หญิงสาวก็เดินผ่านร่างของพวกเขาตรงไปยังห้องน้ำที่อยู่ด้านหลัง
เอ๊ะ?
จนกระทั่งหญิงสาวเข้าไปในห้องน้ำอย่างสมบูรณ์ พวกเขาถึงได้สงบสติอารมณ์ลง
สัญญาณของห้องไลฟ์สดขาด ๆ หาย ๆ ผู้ชมแทบจะทนไม่ไหวแล้ว
[???]
[แย่แล้ว!]
[บ้าเอ๊ย นี่มันภาพมายานี่นา!]
[โอ๊ย ตกใจแทบตาย]
[ผีตายโหง เมื่อถึงเวลาเวียนว่ายตายเกิด มันจะสร้างภาพมายาก่อนตายขึ้นมา ดึงคนเป็นเข้าไปในภาพมายา เพื่อเป็นตัวตายตัวแทนของวิญญาณ…พวกเธอไม่เคยอ่านหนังสือกันเลยเหรอ?]
[และที่สำคัญ ผีตายโหงก่อนที่จะเข้าสู่การเวียนว่ายตายเกิด จะกลับไปสู่สภาพก่อนตาย สิ่งใดก็ตามที่ไม่ได้อยู่ในสภาพนั้นจะถูกทิ้งไว้]
[ดังนั้นนาน่าถึงได้ทิ้งกระโปรงไว้แล้วหายตัวไปงั้นเหรอ?!]
[พอเข้าใจแล้วว่าทำไมตอนนั้นของปลอมถึงบอกว่าจะกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้า…]
[…โอ้แม่เจ้า?]
[พระเจ้า! พระเจ้า!]
[เธอไปแต่งตัวให้ผีเหรอ?]
[คุณนาน่าเป็นผีตายโหงจริง ๆ เหรอ???]
[อ๋าาาา ใช่เลย จริง ๆ ด้วย!]
ผู้ชมทั้งหลายเพิ่งจะรู้สึกตัว
[นั่นหมายความว่าตอนนี้พวกเจินเจินกำลังอยู่ในการย้อนฉายความตายของนาน่างั้นเหรอ?]
[ใช่แล้ว]
[เธอเข้าห้องน้ำไปแล้ว จะฆ่าตัวตายหรือเปล่านะ?]
[ไม่น่าจะใช่หรอก ถ้าเป็นการฆ่าตัวตายก็แปลว่าตัวเองไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วนี่ แล้วทำไมถึงกลายเป็นผีตายโหงได้ล่ะ…]
[ถ้าเป็นผีตายโหงก็อธิบายได้ว่าทำไมจี๋หยวนชิงถึงพาผีผู้หญิงไปด้วยไม่ได้]
[แต่ถ้าเป็นผีตายโหง ทำไมจี๋หยวนชิงถึงไม่รู้ล่ะ?]
[น่าจะเป็นเพราะประมาทเกินไป]
[แต่หน่วยสืบสวนพิเศษสองคนนั้นรู้ได้ตั้งแต่แรกแล้วไม่ใช่เหรอ?]
[ใช่ไหมล่ะ สารวัตรแซ่เฉินคนนั้นถึงได้บอกกับจี๋หยวนชิงว่าเดี๋ยวเจอกัน เขาเดาได้ว่าจี๋หยวนชิงต้องกลับมาแน่ ๆ]
[แล้วทำไมไม่พูดออกมาล่ะ สนุกที่ได้เห็นคุณชายจี๋วิ่งไปมาหรือไง]
[ยอมแพ้เลยจริง ๆ เขาก็ต้องยืนยันให้แน่ใจก่อนสิ คิดว่าตำรวจทำคดีเล่น ๆ หรือไง พวกเขาย้ำอยู่ตลอดว่าต้องการหลักฐาน]
[คิดว่าตำรวจสืบคดีเหมือนชาวเน็ตเหรอ ที่ตัดสินคดีด้วยคีย์บอร์ดน่ะ?]
[คุณคิดว่าถึงบอกไปจี๋หยวนชิงจะเชื่อเหรอ?]
[ตอนนี้พอย้อนกลับไปคิดแล้วน่ากลัวมาก พวกเจียงเจินแทบจะฟันธงเลยว่าเป็นหนิงหนิงที่เอาผีผู้หญิงตนนั้นมา จี๋หยวนชิงก็ไม่ถามอะไรเลย คนอื่นพูดอะไรก็เชื่อหมดแล้วก็ตัดสินลงโทษหนิงหนิงแบบนั้นเลย]
[ใช่แล้ว ถ้าไม่ใช่ผีตายโหงต่อให้หนิงหนิงกระโดดลงแม่น้ำหวงเหอก็ล้างข้อกล่าวหาไม่หมด]
[เพราะฉะนั้นแล้ว ที่หน่วยสืบสวนพิเศษพูดน่ะถูกแล้ว ต้องมีหลักฐาน]
[แย่แล้ว พอนึกถึงตอนที่เคยตะโกนเชียร์จี๋หยวนชิงว่าเป็นแสงสว่างแห่งความยุติธรรมในโลกมนุษย์ ตอนนี้รู้สึกอายจนนิ้วเท้าจิกพื้นเลย]
[ไม่รู้ว่าหนิงหนิงคิดอะไรอยู่ในตอนนั้น ถ้าไม่ติดว่าเธอเป็นคนหน้านิ่ง คงจะกลอกตาขึ้นไปถึงท้องฟ้าแล้ว]
[เธอคงขี้เกียจอธิบายแล้ว]
[พอมองอย่างนี้แล้ว หน่วยสืบสวนพิเศษก็ไม่ได้แย่อะไรขนาดนั้น อย่างน้อยพวกเขาก็มีวิจารณญาณเป็นของตัวเอง ไม่ได้คล้อยตามอารมณ์ของฝูงชน]
[ใช่เลย ไม่ต้องไปสนว่าความสามารถจะเป็นยังไง แต่การทำแบบนี้ดีมาก ๆ เลย]
[ถึงฉันจะไม่ชอบของปลอมเหมือนกัน แต่ฉันก็ยังรู้สึกว่าการที่จี๋หยวนชิงกล้าข้ามหน้าหน่วยสืบสวนพิเศษไปจับคน โดยอาศัยแค่คำพูดสองสามประโยคของคนในที่เกิดเหตุ ไม่มีหลักฐานอะไรเลย มีแค่อารมณ์ชั่ววูบมันแปลกมาก เพราะถึงหน่วยสืบสวนพิเศษจะไม่ได้เรื่องแค่ไหนแต่ก็ยังเป็นหน่วยงานของรัฐที่ได้รับอนุญาตเป็นพิเศษให้จัดตั้งขึ้นมา มันไร้สาระเกินไปแล้ว]
[ฉันก็รู้สึกว่ามันไร้สาระเหมือนกัน แต่ไม่กล้าพูดออกมา]
[จริง ๆ แล้ว ฉันเพิ่งสังเกตเห็นรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ตรงที่พอผีผู้หญิงหายไป ตำรวจสองคนนั้นก็พุ่งเข้าไปทันทีโดยไม่คิดอะไรเลย คงไม่ได้คำนึงถึงอะไรทั้งนั้น]
[ก่อนหน้านี้เจียงเจินกับพวกเขาไม่ได้ให้ความเคารพตำรวจสองคนนั้นเลย แต่พวกเขาก็ไม่ได้โกรธอะไร]
[ถ้าดูจากการแสดงออกวันนี้ หน่วยสืบสวนพิเศษทำงานได้ไร้ที่ติจริง ๆ]
[เมื่อกี้ยังเตือนเจียงเจินกับพวกเขาว่าอันตราย แต่พวกเขาไม่ฟังจะบุกเข้าไปให้ได้ คราวนี้ได้รับบทเรียนแล้วใช่ไหมล่ะ]
[ดังนั้นต้องเชื่อฟังคำแนะนำของคุณตำรวจนะครับ! ทุกคนจำได้หรือยังครับ!]
[จำได้แล้ว ๆ จำได้ขึ้นใจเลย!]
…
เนื่องจากข้อมูลที่สับสนวุ่นวาย ประกอบกับสัญญาณที่ไม่เสถียรทำให้มองภาพไม่ชัด ผู้ชมต่างทะเลาะกันผ่านข้อความที่พิมพ์บนหน้าจอ
แต่สำหรับคนที่อยู่ในห้องตอนนี้ พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับผีโดยตรง ไม่ได้สบายใจเหมือนคนที่ดูอยู่ข้างนอกหรอก
เมื่อเห็นหญิงสาวเดินไปแล้ว พวกเขาก็ไม่กล้าขยับเขยื้อน รออยู่สักพักแต่หญิงสาวก็ยังไม่กลับมา
มีบางคนเดินโซเซไปที่ประตูเพื่อจะเปิด แต่ผลปรากฏว่าประตูเปิดไม่ออกเลย
เสียงบ่นว่า เสียงกล่าวโทษกันไปมา และเสียงร้องไห้สะอื้นดังแว่วมา
หนิงหนิงรู้สึกปวดหัวเพราะเสียงอึกทึกนั่น
จึงพูดขึ้นมาว่า “นี่คือภาพมายา พวกคุณออกไปไม่ได้หรอก”
จี๋เซาโมโห “ทำไมถึงไม่บอกฉันก่อนล่ะ!”
หนิงหนิงตอบกลับมา “คุณเองไม่ใช่เหรอที่อยากเข้ามา แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉันด้วย?”
จี๋เซาพูดไม่ออก
ก็จริงอยู่ ที่เธออยากจะเข้ามาเอง
แต่เธอมาด้วยอารมณ์ที่อยากจะมาดูหนิงหนิงขายหน้าน่ะสิ
ใครจะไปรู้ว่าที่นี่จะมีวิญญาณผีตายโหงอยู่จริง ๆ
เรื่องตลกก็ไม่ได้เห็น กลับกลายเป็นว่าตัวเองต้องมาตกอยู่ในสภาพที่น่าสมเพชเสียเอง
มองดูหนิงหนิงอีกครั้ง เธอในชุดเดรสสีดำไร้ฝุ่นละอองแม้แต่น้อย ทับทิมที่ข้อมือของเธอเปล่งประกายวิบวับในแสงไฟ ยิ่งขับให้เธอดูสง่างามเจิดจ้า
แม้แต่จี๋หยวนชิงยังมีริมฝีปากเป็นสีม่วงแต่เธอกลับไม่เป็นอะไรเลย แถมยังสามารถปกป้องหนิงเหนียนได้อีกด้วย
สัญชาตญาณของจี๋เซาบอกเธอว่าอย่าไปหาเรื่องหนิงหนิง
จี๋เซาหันไปบ่นเจียงเจิน “เป็นเพราะเธอทั้งนั้น! เธอเป็นคนอยากมา ฉันถึงได้ตามมาด้วย”
เจียงเจินก็รู้สึกน้อยใจ “ก็เธอเป็นคนถามฉันก่อนไม่ใช่เหรอ เธอเองก็อยากมาดูเหมือนกันนี่”
จี๋เซาเริ่มควบคุมอารมณ์ไม่ได้ “ฉันไม่สนหรอก พวกเรามางานเลี้ยงฉลองของเธอนะ แต่ดันมาเจอเรื่องบ้านี่”
คนอื่น ๆ ก็รู้สึกหงุดหงิดที่ตั้งใจมากินดื่มสนุกสนาน แต่กลับมาเจอผี ไม่พอพวกเขายังถูกกักตัวอีก
“ใช่ ถ้ารู้ว่ามีผี ใครจะกล้ามาล่ะ”
“น่ารำคาญจริง จะได้ออกไปเมื่อไหร่กันนะ”
…
เดิมทีเจียงเจินก็รู้สึกหนาวอยู่แล้ว พอได้ยินเสียงบ่นว่าของพวกเขา ในใจก็ยิ่งหนาวเย็นขึ้นไปอีก
จู่ ๆ ในใจก็พลันเกิดความรู้สึกเคียดแค้นขึ้นมาอย่างรุนแรง
สายตาของหนิงหนิงมองทะลุผ่านฝูงชน จับจ้องไปยังต้นตอของพลังงานอันชั่วร้ายนั้นได้อย่างแม่นยำ
เป็นเจียงเจิน
เจียงเจินตกใจจนสะดุ้งรีบหันหน้าหนี มีความรู้สึกเหมือนกำลังนินทาคนแล้วถูกเจ้าตัวได้ยินเข้าพอดี
วาเซียอ้าปากกว้าง แล้วงับกลืนลงท้องในคำเดียว
ในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความรู้สึกด้านลบ การโทษกันไปมา การผลักความรับผิดชอบ อารมณ์ด้านลบต่าง ๆ ล้วนเป็นอาหารจานโปรดของปีศาจ
วาเซียเรอออกมาด้วยความอิ่ม
วาเซียเลียปากแผล็บ ๆ แล้วฟ้องว่า “หนิงหนิง เจียงเจินสาปแช่งเธอ”