แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 73 หนิงหนิงคงไม่มีทางออกมาได้แล้ว
- Home
- แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง
- บทที่ 73 หนิงหนิงคงไม่มีทางออกมาได้แล้ว
บทที่ 73 หนิงหนิงคงไม่มีทางออกมาได้แล้ว
หนิงหนิงพยักหน้า
เธอรู้สึกได้เมื่อครู่นี้
ความรู้สึกไม่พอใจนั้นชัดเจนเหลือเกิน ไม่มีการปิดบังความมุ่งร้ายเลยแม้แต่น้อย
“คำสาปที่เธอได้รับในโลกนี้มันมากกว่าในโลกเดิมเสียอีกนะ”
มันนอนอยู่หน้ากล้องทุกวัน พลังคำสาปต่าง ๆ ไหลผ่านเข้ามาไม่ขาดสาย แค่นอนนิ่ง ๆ ก็อิ่มท้องแล้ว
แต่ว่าพอกินบ่อย ๆ เข้าก็เบื่อง่ายเหมือนกัน
มันใกล้จะเบื่อแล้วล่ะ
หนิงหนิง…
นี่เป็นเรื่องที่เกินความคาดหมายของเธอ
เธอเองก็พัฒนาขึ้นแล้วสินะ
พวกนั้นส่งเสียงดังจนทำให้หนิงหนิงปวดหัว
หนิงหนิงพูดว่า “เงียบหน่อย ไม่งั้นฉันจะเป่ายันต์พวกนี้ทิ้งซะ”
ทุกคนก็เงียบลงในทันที
พวกนี้ยังคงชอบรังแกคนอ่อนแอ แต่กลัวคนที่แข็งแกร่งกว่าเหมือนเดิม
ก๊อกน้ำในห้องน้ำถูกเปิดออก เสียงน้ำไหลดังซู่ ๆ ในความเงียบสงัด เสียงดูคล้ายจะแว่วลอยอยู่ในอากาศ
เฉินมู่และจี๋ไหลยืนขวางอยู่หน้าประตูห้องน้ำ เฉินมู่คาดเดาว่าห้องน้ำน่าจะเป็นสถานที่ตายที่แท้จริงของวิญญาณหญิงตนนั้น และเป็นที่ที่วิญญาณถูกผูกติดอยู่ พลังงานลบที่นี่จึงรุนแรงเป็นพิเศษ
ขณะที่พวกเขากำลังครุ่นคิดว่าจะเข้าไปอย่างไรให้ปลอดภัยกว่านี้ หนิงหนิงก็พลันเคลื่อนตัวเข้าไปราวกับสายลม ข้างกายเธอยังมีเงาสีดำร่างหนึ่งตามไปด้วย นั่นก็คือวาเซีย ประตูที่อยู่ด้านหลังเธอส่งเสียงเอี๊ยดแล้วปิดลงอย่างรวดเร็ว
เฉินมู่มองประตูที่ปิดลงอย่างงงงัน
เขารีบดึงประตูแต่ไม่เป็นผล เปิดไม่ออก!
เฉินมู่และจี๋ไหลพยายามจะดึงหรือผลักประตูอย่างไร ประตูก็เหมือนถูกเชื่อมปิดไว้ไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย
“แย่แล้ว” เฉินมู่ร้อนใจ
หนิงเหนียนถาม “เกิดอะไรขึ้นครับ?”
“ที่นี่คือสถานที่ที่วิญญาณถูกผูกมัดไว้ ถ้าคนเป็นบุกรุกเข้าไปอย่างไม่ระวัง จะถูกวิญญาณลากเข้าไปในภาพมายาและตกอยู่ในภาพหลอน กลายเป็นร่างทดแทนของวิญญาณ”
ใบหน้าของหนิงเหนียนซีดเผือดในทันที เขาพุ่งเข้าไปผลักประตูอย่างแรง แต่ประตูก็ไม่ขยับเลยแม้แต่น้อย
“หนิงหนิง!” เขาตะโกนเรียกหลายครั้ง แต่ไม่ได้ยินเสียงตอบกลับ
จี๋หยวนชิงพูดกับหนิงเหนียน “ความร่ำรวยเป็นเรื่องของโชคชะตา ส่วนความเป็นความตายขึ้นอยู่กับสวรรค์ ประตูปิดไปแล้ว คุณร้อนใจไปก็ไม่มีประโยชน์”
“คุณไม่ใช่คนของสำนักเซียนเหรอ? คุณมีวิธีเข้าไปข้างในไหม?”
“ขอโทษด้วย พลังของผมไม่เพียงพอ คาดว่าต้องเป็นระดับเดียวกับพ่อของผมถึงจะเข้าไปได้ ตอนนี้พวกเราอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบนี้ ไม่สามารถติดต่อคนภายนอกได้ พี่สาวของคุณต้องพึ่งพาตัวเองในการออกมาแล้วล่ะ ได้แต่โทษตัวเธอเองที่บุ่มบ่ามเกินไป หรือไม่ก็มั่นใจในตัวเองมากเกินไป” จี๋หยวนชิงส่ายหน้าช้า ๆ
หนิงเหนียนหันไปมองเฉินมู่และจี๋ไหล เฉินมู่ส่ายหน้าปฏิเสธ
ประตูถูกปิดลงไปแล้ว ผีตายโหงที่เพิ่งจะหาเหยื่อได้ มันคงไม่ยอมเปิดประตูง่าย ๆ แน่
เจียงเจินและคนอื่น ๆ ต่างก็เข้าใจสถานการณ์นี้
หนิงหนิงคงไม่มีทางออกมาได้แล้ว
จี๋เซาถามเสียงเบา “ถ้าผีตายโหงหาร่างทดแทนได้แล้ว ภาพมายานี้จะจบลงใช่ไหม? พวกเราก็จะออกไปได้ใช่ไหม?” พวกเธอไม่ได้สนใจว่าหนิงหนิงจะตายหรือไม่ พวกเธอแค่อยากรู้ว่าตัวเองจะออกไปได้หรือเปล่า
หนิงเหนียนเม้มริมฝีปากแน่น สายตาเปลี่ยนเป็นดุร้ายในทันที
จี๋เซารู้สึกกลัวเมื่อเห็นสายตาของเขา “ฉันก็แค่ถามดูเป็นอะไรไปเล่า ฉันกลัวนี่นา ถ้าเกิดว่ามันต้องหาตัวตายตัวแทนไปเรื่อย ๆ พวกเราก็จะติดอยู่ที่นี่จนตาย คำถามของฉันมันผิดตรงไหน? นายมีเครื่องรางคอยคุ้มครองอยู่แล้วก็เลยไม่เป็นอะไร แน่นอนว่านายคงไม่เข้าใจความรู้สึกของพวกเรา”
เธอสังเกตเห็นแล้ว ผีเสื้อของหนิงหนิงคอยปกป้องหนิงเหนียนตลอดเวลา เขาจึงไม่ได้รับอันตรายใด ๆ เลย
จี๋หยวนชิงรีบพูดแทรกขึ้นมา “พวกคุณทุกคนวางใจได้ ยังไงก็ต้องออกไปได้แน่นอน”
เยี่ยมไปเลย!
จี๋เซาพยายามระงับความตื่นเต้นเอาไว้
ถ้างั้นให้หนิงหนิงตายอยู่ข้างในนั่นแหละดีแล้ว เธออยากออกไปจากที่นี่เร็ว ๆ ที่นี่น่ากลัวเหลือเกิน
เจียงเจินยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยจนแทบไม่สังเกตเห็น
ช่างเป็นเรื่องที่ดีจริง ๆ
[นี่มันหมายความว่าอะไร?]
[หมายความว่าอะไรน่ะเหรอ ก็หมายความว่าของปลอมนั่นจบแน่ ๆ]
[จริงเหรอ?]
[คุณชายจี๋พูดออกมาขนาดนี้แล้ว เธอยังจะรอดได้อีกเหรอ?]
[นี่มัน…]
[ก็สมควรแล้วนั่นแหละ ใครใช้ให้เธอวิ่งเข้าไปเองล่ะ]
[ใช่ไหมล่ะ ขนาดคุณชายจี๋ยังไม่เข้าไปเลย แต่เธอดันวิ่งเข้าไปเอง จะไปโทษใครได้ล่ะ]
[ผีผู้หญิงนั่นได้ร่างทดแทนไปฟรี ๆ เลย]
[คราวนี้เจินเจินกับซิงซิงก็ไม่ต้องกังวลแล้ว ปลอดภัยหายห่วงแล้ว]
[องค์ชาย ขอให้คลายความเศร้าโศกด้วยเถิด]
[โปรดทำใจด้วย]
[พวกนายไม่คิดว่าทำเกินไปหน่อยเหรอ?]
[พอรู้ว่าผีตายโหงไม่เกี่ยวกับหนิงหนิง เลยไม่สามารถใส่ร้ายหนิงหนิงได้อีก พวกเธอคงแทบจะโมโหตายเลยสินะ?]
[ช่างใจร้ายจริง ๆ พวกเธอยังใจร้ายกว่าผีซะอีก]
จี๋ไหลพูดอย่างไม่เกรงใจว่า “แม้จะหาตัวตายตัวแทนไม่ได้ แต่หลังจากภาพมายาจบลง พวกคุณก็สามารถออกไปได้ ในเมื่อขี้ขลาดขนาดนี้ก็อยู่บ้านดี ๆ ไม่ใช่ว่าเรื่องวุ่นวายอะไรก็ต้องไปยุ่งด้วยทุกเรื่อง”
“เดี๋ยวเธอก็ออกมา”
“เธอจะต้องออกมาได้อย่างแน่นอน”
หนิงเหนียนพูดราวกับกำลังคุยกับใครสักคน แต่ก็เหมือนกำลังละเมอ
เขาจ้องประตูอย่างเคร่งเครียด ผีเสื้อนรกที่หนิงหนิงทิ้งไว้ยังคงบินวนเวียนอยู่เหนือไหล่ของเขา
“ใช่แล้ว เดี๋ยวเธอก็ออกมา” เฉินมู่ตบไหล่เขาเบา ๆ
หนิงหนิงคือผู้ที่จะมาคลี่คลายสถานการณ์นี้ตามที่ท่านโจวทำนายไว้
ท่านโจวไม่เคยทำนายพลาดสักครั้ง
ภายในประตูนับตั้งแต่ที่หนิงหนิงเข้าไปในห้องน้ำ เธอก็ราวกับได้หลุดเข้าไปในอีกโลกหนึ่ง
นอกจากเสียงน้ำไหลจากก๊อกน้ำแล้ว เธอก็ไม่ได้ยินเสียงอื่นใดอีก
เธอเดินไปข้างหน้าทีละก้าว วาเซียตามอยู่ข้างกายเธอ
ทันใดนั้น สายตาของเธอก็พลันมืดมิด
เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง เธอพบว่าตัวเองกำลังยืนอยู่ในอ่างอาบน้ำ โคมไฟอบอุ่นในห้องน้ำเหนือศีรษะเปิดอยู่ น้ำไหลซ่าลงมา
น้ำทำให้ผมยาวสยายของเธอเปียกชุ่ม ทำให้ชุดนอนลายหมีที่เธอสวมอยู่เปียกโชก เธอแทบจะลืมตาไม่ขึ้น หนิงหนิงเงยหน้าขึ้นตั้งใจจะปิดก๊อกน้ำ
เธอพบว่าตัวเองขยับไม่ได้
เธอยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น ขณะที่น้ำค่อย ๆ ไหลไม่เร็วไม่ช้า
รอจนกระทั่งน้ำท่วมขึ้นมาเลยน่อง เธอก็เห็นตัวเองยื่นมือออกไปปิดก๊อกน้ำ
เธอทรุดตัวลงนั่ง พิงกับอ่างอาบน้ำ
มือขวาของเธอกำด้ามมีดแน่น เธอนั่งนิ่ง ๆ อยู่อย่างนั้น ราวกับว่าเวลาผ่านไปเนิ่นนานแสนนาน
ผนังสีขาวที่อยู่ตรงข้ามเริ่มบิดเบี้ยว ปรากฏใบหน้าแมวสีดำขนาดมหึมาขึ้นบนผนัง
ดวงตาสีเขียวสองดวงบนใบหน้าแมวนั้นจ้องมองมาที่เธออยู่สองสามวินาที จากนั้นใบหน้าแมวก็ถอยกลับไปอย่างไม่พอใจนัก ผนังก็กลับคืนสู่สภาพเดิม
ในที่สุดเธอก็ขยับตัวได้
เธอยกมือขวาขึ้นกำมีดไว้แน่น แล้วลองทาบลงบนข้อมือซ้ายสองสามครั้ง
ดูเหมือนจะลังเลอยู่บ้าง เธอจึงวางมันลงอีกครั้ง
รออยู่ครู่หนึ่ง เธอก็ยกมีดขึ้น ในที่สุดก็ตัดสินใจได้
กรีดครั้งแรกคมมีดที่แหลมคมกรีดผ่านผิวหนัง เกิดเป็นรอยเลือดยาวได้อย่างง่ายดาย
กรีดครั้งที่สองหยดเลือดก็เริ่มไหลทะลักออกมา
ในขณะที่กำลังจะกรีดครั้งที่สาม เธอหยุดชะงัก แล้วโยนมีดทิ้งไปทันที
เธอได้ยินเสียงพึมพำของตัวเอง “ไม่ใช่ฉัน นี่ไม่ใช่ฉัน คุณรีบไปเถอะ”
ในชั่วพริบตาหนิงหนิงก็เห็นว่าเสื้อผ้าบนตัวของเธอกลับกลายเป็นชุดกระโปรงสีดำอีกครั้ง
ราวกับความฝัน
แต่ว่าเธอยังคงสวมชุดนอนลายหมีอยู่
มีดที่ถูกขว้างทิ้งไปปรากฏขึ้นในมือของเธออีกครั้ง เธอยกมีดขึ้น
น้ำในอ่างอาบน้ำกลายเป็นสีแดงฉานราวกับเลือด พลุ่งพล่านปั่นป่วน ที่ก้นอ่างดูเหมือนมีบางสิ่งบางอย่างซ่อนอยู่
เธอได้ยินเสียงตัวเองพูดอีกครั้ง “รีบไป! รีบไปเร็ว!”
มีดถูกโยนทิ้งอย่างแรง เกิดเสียงดังเคร้งกระทบกำแพง
เธอเห็นตัวเองใช้ทั้งมือและเท้า พยายามปีนออกจากอ่างอาบน้ำ ทันใดนั้นข้อเท้าของเธอก็ถูกคว้าจับไว้
มือซีดขาวข้างหนึ่งโผล่ขึ้นมาจากน้ำสีเลือด จับข้อเท้าของเธอไว้แน่น
เล็บที่ยาวจิกเข้าไปในเนื้อ รู้สึกเจ็บนิดหน่อย
เธอถูกดึงกลับเข้าไปในอ่างอาบน้ำอย่างแรง ล้มลงในน้ำสีเลือด
สายตาพร่ามัวเห็นแขนสองข้างยื่นออกมาจากอ่างอาบน้ำ เกาะขอบอ่างไว้ น้ำสีเลือดปั่นป่วน จากนั้นก็มีร่างของคนคนหนึ่งค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนจากในนั้น
ผมยาว ชุดนอนลายหมีเปื้อนเลือดไปทั่ว
ในมือของเธอกำมีดปอกผลไม้
“ห้ามหนี” เสียงของเธอแหบแห้ง ฟังดูน่ารำคาญ เต็มไปด้วยความแค้น
เธอยกมีดขึ้นแล้วแทงเข้ามาที่เธอ
เธอเห็นตัวเองขยับตัวได้แล้ว
เธอได้ยินตัวเองพูดว่า “ไม่ได้ ไม่ได้”
เธอหลบหลีกการโจมตีจากอีกตัวตนหนึ่งของเธอ
หญิงสาวที่ถือมีดโกรธจัด ผมของเธอเริ่มยาวขึ้นงอกยาวอย่างบ้าคลั่งเหมือนสาหร่ายทะเล เส้นผมสีดำพันรัดขาทั้งสองข้างของเธอ ลากเธอจมลงไปในน้ำ
อึก อึก เธอดื่มน้ำสีเลือดเข้าไปหลายอึก
น้ำช่างเย็นเหลือเกิน หนาวจนเธอขยับตัวไม่ได้
มือเย็นเฉียบคู่หนึ่งจับลำคอของเธอไว้
“เธอช่างสวยจริง ๆ” หญิงคนนั้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงอิจฉา
มือทั้งสองค่อย ๆ บีบแน่นขึ้น
เธอรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะหายใจไม่ออก
ทรมานเหลือเกิน
แก๊ง——
แก๊ง——
เสียงระฆังนาฬิกาแขวนดังมาแต่ไกล
มือของหญิงสาวชะงักค้างไปชั่วขณะ
หนิงหนิง “ถึงเวลาแล้วเหรอ?”
แววตาของหญิงสาวเต็มไปด้วยความเคียดแค้นและไม่ยอมจำนน
หนิงหนิงสะบัดมือของหญิงสาวออก แล้วลุกขึ้นนั่ง
ฟุ่บ!
หญิงสาว เลือด ผมสีดำ มีดปอกผลไม้ ทุกอย่างหายวับไปในพริบตาเดียว หนิงหนิงยังคงสวมชุดเดรสสีดำตัวนั้น
เธอยืนอยู่บริเวณอ่างล้างหน้า
วาเซียหมอบอยู่บนอ่างล้างหน้า แล้วหันก้นให้เธออีกแล้ว
ไม่ยอมให้มันยุ่งด้วยดีนัก หึ!
ไม่สนใจแล้ว
หนิงหนิงเดินไปข้างหน้าสองสามก้าว ผลักประตูห้องน้ำด้านในเข้าไป ก็ปรากฏอ่างอาบน้ำที่อยู่ในภาพมายาเมื่อครู่นี้
“ออกมาได้แล้ว”
พอเสียงพูดจบ ร่างร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเธอ
เป็นนาน่าที่หายตัวไป
เมื่อไม่มีชุดกระโปรงสีดำ เธอก็กลับมาเป็นผีตายโหงในสภาพอเนจอนาถอีกครั้ง
เธอถอยหลังไปสองสามก้าว ด้วยความรู้สึกไม่สบายใจ “หนิงหนิง ขอโทษ ฉัน ฉันไม่ได้ตั้งใจ”
หนิงหนิงถามด้วยความสงสัย “เป็นครั้งแรกที่หาตัวแทนเหรอ?”
นาน่าพยักหน้า
หนิงหนิงเข้าใจแล้ว ไม่แปลกที่จะไม่ชำนาญขนาดนี้
เดี๋ยวก็อยากมีอิสระ เดี๋ยวก็ไม่อยากทำร้ายใคร
“ออกไปก่อนเถอะ”
เมื่อผลักประตูห้องน้ำออกมา วาเซียยังคงนั่งยอง ๆ อยู่บนอ่างล้างหน้า ดวงตาสีเขียวเหมือนแมวจ้องมองนาน่าอย่างไม่เป็นมิตร
นาน่าตกใจจนไม่กล้าเดินเข้าไปใกล้
เมื่อครู่แมวดำตัวนี้ทำลายภาพมายาของเธอได้อย่างง่ายดาย แล้วก็จากไป
หนิงหนิงอุ้มวาเซียขึ้นมา “เธอกลัวนายนะ ออกไปเถอะ” มือข้างหนึ่งของเธออุ้มวาเซียไว้ อีกมือหนึ่งเปิดประตูห้องน้ำ