แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 87 ปลุกฉันขึ้นมาเพื่อให้จัดการกับผีตายโหงงั้นเหรอ?
- Home
- แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง
- บทที่ 87 ปลุกฉันขึ้นมาเพื่อให้จัดการกับผีตายโหงงั้นเหรอ?
บทที่ 87 ปลุกฉันขึ้นมาเพื่อให้จัดการกับผีตายโหงงั้นเหรอ?
หนิงหนิงพูดว่า “เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงตกใจขนาดนั้น สำนักเซียนก็มีผีรับใช้เหมือนกันไม่ใช่เหรอ?”
จี๋หยวนชิงสีหน้าเปลี่ยนไปทันที “คุณหนิง คำพูดแบบนี้พูดมั่วไม่ได้นะครับ”
สีหน้าของเขาดูไม่ดีเอาเสียเลย
หนิงหนิง “ฉันเข้าใจแล้ว ฉันจะเก็บเป็นความลับ”
จี๋หยวนชิง “…”
ทำไมถึงต้องทำเหมือนว่าถูกเขาขู่ให้ปิดปากด้วย แบบนี้ก็ยิ่งจะอธิบายอะไรไม่ได้เลย
หนิงหนิงเก็บลูกแก้วคริสตัลกลับเข้าไปในกระเป๋าอีกครั้ง
แล้วหยิบพัดพับที่มีอยู่ก่อนหน้านี้ออกมาจากกระเป๋า
ทุกคน ???
กระเป๋าใบเล็กแค่นั้น ทั้งลูกแก้วคริสตัลทั้งพัดพับมันใส่เข้าไปได้ยังไงกันนะ
จี๋ไหลจ้องมองกระเป๋าด้วยความสงสัย
ทันใดนั้น ดวงตาสีเขียวของงูบนกระเป๋ากะพริบวูบหนึ่ง
จี๋ไหล ! ! !
หนิงหนิงถามนาน่าว่า “รูปที่ต้องแขวนของคุณล่ะ ก่อนหน้านี้ฉันสัญญาว่าจะช่วยแขวนให้นี่”
นาน่าส่งรูปแขวนให้หนิงหนิง หนิงหนิงถือภาพแขวนแล้วเทียบกับผนังสักครู่ จากนั้นก็ส่งภาพให้หนิงเหนียน
“นายตัวสูง ช่วยเอาไปแขวนให้หน่อยนะ”
หนิงเหนียนรับคำ แล้วถือภาพเดินไปที่ริมผนัง
ผนังเรียบเกลี้ยงเพราะโดนลมแรงพัดกระหน่ำ
ตะปูยังคาอยู่บนผนัง หนิงเหนียนเขย่งปลายเท้าพยายามแขวนรูปกลับที่เดิม แต่ก็ยังไม่สามารถแขวนได้ เขาคลำไปที่กรอบรูปแล้วรู้สึกถึงความขรุขระ
ชำเลืองมองหนึ่งที
บนกรอบรูปมีตัวอักษรขนาดเล็กสามตัวที่สลักไว้อย่างจาง ๆ
‘เยว่เยว่มอบให้’
หนิงเหนียนลองอีกครั้ง คราวนี้แขวนสำเร็จ ผีเสื้อกลับมาบินเต้นระบำบนผนังอีกครั้ง
ดวงตาของนาน่าที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้าโปร่งจ้องมองภาพแขวนอย่างไม่วางตา
เธอรู้สึกร้อนวูบขึ้นมาที่หน้าอกอย่างกะทันหัน
เธอยกมือลูบหน้าอก
หนิงหนิงโบกพัดไปมาพลางพูดว่า “เรียบร้อย ฉันทำตามสัญญาแล้ว สัญญาระหว่างคุณกับฉันสมบูรณ์แล้วนะ”
นาน่าไม่ได้สนใจลึกลงไปว่าสัญญาที่ทำขึ้นนั้นมีความหมายว่าอะไร
หนิงหนิงมองไปที่คนอื่น ๆ แล้วพูดอย่างช้า ๆ ทีละคำว่า “ฉันไม่สนใจว่าคุณเป็นใครหรือมีความคิดอะไรติดค้างอยู่ แต่ตั้งแต่วินาทีที่คุณตกลงกับฉัน คุณก็คือพี่เลี้ยงที่ฉันหามาให้หนิงเหนียน”
“ก่อนที่หนิงเหนียนจะหายดี และเพื่อให้งานของคุณสำเร็จ คุณต้องอยู่ที่วิลล่า ห้ามไปไหนทั้งนั้น”
“เข้าใจแล้วใช่ไหม?” หนิงหนิงถามนาน่าอีกครั้ง
นาน่าคลายมือที่กำแน่นออกพยักหน้ารับ “ค่ะ ตั้งแต่นี้ไปฉันจะตั้งใจทำงานให้ดี ๆ”
น้ำเสียงแฝงไปด้วยรอยยิ้มบาง ๆ
เฉินมู่และคนอื่น ๆ ชะงักไปครู่
ตอนนี้นาน่าที่อยู่ตรงหน้าหนิงหนิงมีท่าทางที่เรียบร้อยน่ารัก
ถ้าไม่บอกคงไม่มีใครรู้เลยว่าเธอเป็นผี
และมันตัดกับชุดเดรสสีดำของหนิงหนิง
รวมถึงหนิงเหนียนที่สวมเสื้อเชิ้ตสีดำด้วย
แถมยังมีแมวดำตัวหนึ่งอยู่แทบเท้า
จะพูดยังไงดีนะ
มันดูกลมกลืนกันอย่างประหลาด พอนาน่าอยู่ในนี้แล้วไม่รู้สึกขัดแย้งเลย
เฉินมู่พูดว่า “งั้นก็ได้ครับ ตอนนี้คงต้องให้นาน่าอยู่ที่นี่ก่อน”
จี๋ซางรีบพูดขึ้นมาทันทีว่า “ไม่จริงนะ? จะให้อยู่จริง ๆ เหรอ? ให้ผมอยู่กับผีเนี่ยนะ นี่มันเรื่องตลกอะไรกัน?”
จี๋เสี่ยวเสี่ยวเยาะเย้ย “เป็นอะไรไป ทำไมต้องตกใจ? นายก็อยู่มาหนึ่งอาทิตย์แล้วไม่ใช่เหรอ ถ้าไม่กล้านอนก็ไม่ต้องนอน”
จี๋ซางโดนยั่วได้ง่ายมาก “ใครบอกว่าผมไม่กล้า! อยู่มาตั้งหนึ่งอาทิตย์แล้วจะกลัวอะไร! ผมจะอยู่ที่นี่แหละ”
หนิงเหนียนยกมือขึ้น “ฉันไม่มีปัญหา”
วาเซียยกอุ้งเท้าแมวขึ้นตาม ‘มันก็ไม่มีปัญหาเช่นกัน!’
เจียงเจินและเจียงฉือซิงไม่พูดอะไร จากสีหน้าดูไม่ค่อยมีความสุขนัก
เว่ยฉือเสนอ “งั้นแบบนี้แล้วกัน ให้แขกรับเชิญลงคะแนนเสียงตัดสิน ถ้าคนส่วนใหญ่ไม่อยากอยู่ที่นี่ ทางทีมงานจะหาสถานที่ถ่ายทำใหม่ แต่การถ่ายทอดสดอาจจะต้องหยุดพักสักสองสามวัน”
ในหน้าจอฝั่งคอมเมนต์แสดงเสียงคร่ำครวญ
ในฐานะผู้ชม
พวกเขาแสวงหาความตื่นเต้น แน่นอนว่าพวกเขาหวังให้แขกรับเชิญทั้งหมดยังคงอยู่ในวิลล่าหลังนี้ต่อไป
“ถ้าอย่างนั้น คนที่เห็นด้วยที่จะอยู่ที่นี่ยกมือขึ้น”
หนิงหนิงและหนิงเหนียนยกมือขึ้น จี๋เสี่ยวเสี่ยวคิดครู่หนึ่งแล้วยกมือขึ้น
เธอยิ้มอย่างอ่อนโยนให้จี๋ซาง
จี๋ซางกัดฟันแล้วยกมือขึ้น
ได้สี่คะแนนแล้ว
ผลลัพธ์ถูกตัดสินเป็นที่เรียบร้อย
เว่ยฉือนับ “หนึ่ง สอง สาม สี่ รวมทั้งหมดสี่คะแนน”
เมี๊ยว!
วาเซียตบที่ขาของเว่ยฉือ
เว่ยฉือก้มหน้าลงมอง
แมวน้อยชูอุ้งเท้าดำ ๆ ขึ้นมา
ยังมีมันอยู่นะ!
ตามองอะไรอยู่!
เว่ยฉือ “…ห้าคะแนน รวมทั้งหมดห้าคะแนน”
จี๋หยวนชิงยิ่งมองวาเซียก็ยิ่งชอบมากขึ้น
แมวตัวนี้อยากได้จังเลย
วาเซียสะบัดหน้า
คนพวกนี้!
มองอะไรกัน!
มองอีกทีจะควักลูกตาออกมาให้ดู!
เหล่าบรรดาลูกคนรวยที่แอบมองวาเซียรีบเบือนสายตาหนีอย่างตื่นตระหนก ตอนที่อยู่ชั้นบน พวกเขาจำได้ราง ๆ ว่าวาเซียน่าจะทำอะไรบางอย่างกับพวกเขา
จำไม่ค่อยได้
ช่างมันเถอะ
พวกเขาแอบมองอีกครั้ง
ทำไมถึงมีแมวน่ารักขนาดนี้นะ!
เจียงเจินและเจียงฉือซิงไม่เห็นด้วย
หนิงหนิงพูดว่า “ถ้าไม่เห็นด้วยก็ไม่ต้องอยู่ที่นี่ ไม่อยากอยู่ก็ไม่ต้องอยู่ ไม่ต้องมาทำให้ตัวเองลำบากหรอก”
เธอโบกมือราวกับไล่แมลงวัน “ไปเลย ไปเลย”
หนิงเหนียนกอดอก ริมฝีปากเหยียดยิ้ม เอียงหัวมองอย่างท้าทายไปที่เจียงฉือซิง
เจียงฉือซิงโมโหขึ้นมาทันที “ฉันเปลี่ยนใจแล้ว ฉันจะอยู่ที่นี่”
เจียงเจินตกใจอย่างมาก “นายเป็นบ้าหรือไง ทำไมถึงจะอยู่ที่นี่อีก”
เจียงฉือซิงหน้าดำคล้ำไม่พูดอะไร ตัดสินใจแน่วแน่ที่จะอยู่
เจียงเจินตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว
“ฉันก็จะอยู่ที่นี่เหมือนกัน”
หนิงหนิงยังสามารถหนีออกมาจากการเวียนว่ายตายเกิดได้เลย ผีผู้หญิงตนนี้คงไม่มีอะไรน่ากลัวหรอก
แขกรับเชิญทุกคนเลือกที่จะอยู่ต่อ
[เย้! ทุกคนอยู่ต่อกันหมดเลย!]
[พวกคุณนี่นะ ไม่สนใจชีวิตของแขกรับเชิญกันเลยหรือไง?]
[พูดแบบนี้ได้ไง ถ้าไม่อยากดูก็ไม่ต้องดูสิ!]
[อยากดูจัง!]
[แต่การอยู่กับผีผู้หญิง จะไม่เป็นอะไรจริง ๆ เหรอ?]
[มีอะไรต้องกังวลล่ะ อยู่มาตั้งหนึ่งอาทิตย์แล้ว มีแค่เจียงฉือซิงคนเดียวที่เกิดเรื่อง ถ้าวันนี้ไม่ทำอะไรบ้า ๆ ก็คงไม่มีเรื่องอะไรหรอก]
[ที่พูดมาก็จริงนะ]
[แต่ฉันสงสัยมากกว่าว่า หนิงหนิงเป็นแม่มดจริง ๆ เหรอ?]
[อยากรู้จังเลย! อยากรู้จังเลย!]
[เรื่องแม่มดนี่พิสูจน์ได้ยาก แต่เรื่องผีผู้หญิงนี่ต่างกันลองไปถามผีเสื้อเพลิงดูสิ]
[จริงด้วย ผีเสื้อเพลิงเป็นเพื่อนสนิทกับเสี่ยวซี แถมยังอยู่ด้วยกันด้วย ต้องรู้เรื่องภายในแน่ ๆ]
[คนแปลกหน้าถามไปก็ไม่มีประโยชน์ หน่วยสืบสวนพิเศษถามมาตั้งนานแล้ว เธอก็ยังไม่ยอมพูดอะไรเลย ต้องให้คนสนิทถามถึงจะได้ผล]
[เรียกผีเสื้อเพลิงมาหน่อย!]
[สาวติดเน็ต! ทำไมตอนที่ต้องการเธอขนาดนี้ เธอถึงไม่อยู่ ฉันเสียใจมาก!]
[ไม่ต้องรีบหรอก ปล่อยให้ผีเสื้อเพลิงหลับพักผ่อนก่อน พอตื่นเช้ามาเห็นข้อความจากเพื่อนสนิท เธอคงนอนไม่หลับแน่ ๆ]
[สายไปแล้ว ฉันบอกบรรณาธิการไปแล้วให้ไปเร่งงานเธอ]
ซวี่หนานเยว่เพิ่งพิมพ์ข้อความเหล่านี้เสร็จ
เธอเปิดภาพแคปหน้าจอ ภาพค้างอยู่ที่จังหวะที่รูปถูกแขวนกลับขึ้นไปบนผนังอีกครั้ง
หญิงสาวที่สวมผ้าคลุมหน้ายืนจ้องมองภาพบนผนังนิ่งไม่ขยับ
ซวี่หนานเยว่จ้องมองนาน่าอยู่นานมาก
ห้องไลฟ์สดต่างพากันเรียกหาผีเสื้อเพลิงอย่างบ้าคลั่ง
ในเวลาเดียวกัน มุมหนึ่งของเมือง
ตีสามยามดึก
คฤหาสน์ของสำนักเซียนตระกูลจ้าวสว่างไสวด้วยแสงไฟ
หลังพุ่มไผ่ชายหนุ่มและหญิงสาวนั่งอยู่บนเก้าอี้อย่างเกร็ง ๆ ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมอง โทรศัพท์ในกระเป๋าของหญิงสาวสั่นครืด ๆ เธอรีบหยิบขึ้นมาและกดปฏิเสธสายทันที
ชายหนุ่มชำเลืองตามองหญิงสาวอย่างแอบไม่พอใจ
ชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่ตรงตำแหน่งประธานสวมชุดสูทสีเทาอ่อน ดูน่าเกรงขามอย่างมาก
เขาถือบุหรี่ที่สูบไปครึ่งมวนอยู่ในมือ ค่อย ๆ สูดควันเข้าปอดอย่างไม่รีบร้อน ก่อนจะเอ่ยปาก “ดังนั้น ที่พวกคุณปลุกฉันขึ้นมาตอนนี้ ก็เพื่อให้ฉันช่วยจัดการกับผีตายโหงแค่ตนเดียวงั้นเหรอ?”