แม่สาวเข็มเงิน - ตอนที่ 545 : น้ำชา
ช่วงนี’เจียงหยุนชานไม่อยู่ทานข้าวทีจวนเจียง ตอนกลางวันจึงมีเพียงเจียงป่ าวชิง เจียงฉิง และเลียวชุนหยู่ทีทานข้าวด้วยกันสามคน
หลังจากทีเลียวชุนหยู่โดนผู้อพยพทําร้ายร่างกายในครั’งนั’น เขาก็ขยันเรียนวิทยา ยุทธ์มากขึ’นเรือย ๆ และเขายังคอยฝึ กฝนทักษะพื’นฐานกับท่านอาจารย์ทีสอน
วิทยายุทธ์ในทุก ๆ เช้า ประกอบกับเขายังอยู่ในช่วงร่างกายเติบโต เมือเวลาทาน ข้าวในแต่ละครั’ง แม้จะยังถือว่าสุภาพมีมารยาท แต่สาวใช้ทีเติมข้าวแทบไม่ได้พัก ผ่านไปไม่เท่าไหร่ก็เติมอีกถ้วย หลังมื’ออาหารของบางวัน เจียงป่ าวชิงลองนับ คร่าว ๆ และพบว่าเขากินข้าวไปมากถึงหกถ้วย
เจียงฉิงมองอย่างตะลึง นางสังให้ชิงจ้างไปชงชาทีช่วยย่อยอาหารและพูดกับเลีย วชุนหยู่ไปด้วย “คนกินเก่งอย่างเจ้า เกรงว่าต้องดืมชาทีช่วยย่อยอาหารเป็ น จํานวนสามกาถึงจะคลายแน่นท้องได้”
เลียวชุนหยู่ตบหนังท้องพลางหัวเราะ “ฮ่า ๆ ๆ ไม่เป็ นไร ก่อนหน้านี’พีป่ าวชิงจับ ชีพจรให้ข้าแล้ว พีบอกว่าร่างกายข้าไม่ได้มีปัญหาอะไรและยังแข็งแรงมากด้วย” เขาทําทีเป็ นมองเจียงฉิงอย่างรังเกียจเล็กน้อย “ข้าว่านะ พีเจียงฉิง พีน่ะกินน้อย เกินไปแล้ว ความสามารถในการกินของพีเหมือนกับนกตัวเล็กทีกินนิดเดียวเลย”
และสองพีน้องจอมยุ่งก็เริมทะเลาะกันจนได้
เจียงป่ าวชิงหัวเราะและไล่ให้เด็กทั’งสองออกไปเดินย่อย “พอเลยทั’งคู่ ไม่ต้องอยู่ คุยกันในบ้านแล้ว ออกไปเดินย่อยสักหน่อยแล้วค่อยไปนอนกลางวัน ครูเวินบอก ว่าจะสอนบทเรียนใหม่ให้กับพวกเจ้าในช่วงบ่ายไม่ใช่รึ ? ไปเดินย่อยสร้าง สมาธิหล่อเลี’ยงจิตวิญญาณให้ดี ๆ พีชายของพวกเจ้าจะกลับมาในอีกสองวันและ จะตรวจการบ้านของพวกเจ้า”
เจียงป่ าวชิงออกคําสังเช่นนี’ ทั’งสองจึงขานรับอย่างตรงไปตรงมา
……
หลังปี ใหม่ สุขภาพร่างกายของครูเวินดีขึ’นมาก ประกอบกับมีห้องทีไม่ได้ใช้การ อะไรว่างอยู่ เจียงป่ าวชิงจึงจัดให้ห้องนั’นเป็ นห้องตําราและเชิญให้ครูเวินมาพักอยู่ ทีนี
ทีอยู่ใหม่ของจวนเจียงห่างจากบ้านครูเวินพอสมควร เพือความสะดวก ครูเวินจึง ไม่ได้ปฏิเสธและมาพักด้วย
ในช่วงเช้า เจียงฉิงเรียนรู้ดนตรีกับครูเวิน ส่วนเลียวชุนหยู่ก็เรียนวิทยายุทธ์กับ ท่านอาจารย์ของเขา ตกบ่ายครูเวินก็ชี’แนะการบ้านให้พวกเขาด้วยกัน
สําหรับเจียงป่ าวชิง บ่ายนี’นางจดบันทึกเกียวกับการฝังเข็มอยู่ในห้องตํารา
“วิธีการถือเข็มอย่างถูกวิธีคือผู้ถือจงมีความสงบ” นางกําลังเขียนประโยคนี’ และนางเพิงเขียนคําว่า “สงบ” เสร็จ ก็ได้ยินสุนถาวเข้ามารายงานว่าคุณหนูทั’ง สองของตระกูลกงมาเยียมเพราะมีธุระสําคัญจะคุยด้วย
เจียงป่ าวชิงขมวดคิ’วขณะทีวางพู่กันลงในแก้วล้างพู่กัน นางไปล้างมือ รับ ผ้าเช็ดหน้าทีมีหลิวยืนให้มาเช็ดมือแล้วถึงจะพูดขึ’นช้า ๆ “สุนถาว เจ้าไปเชิญ คุณหนูทั’งสองของตระกูลกงไปนังทีห้องโถงด้านหน้าเถอะ ”
สุนถาวไปทําตามคําสังอย่างเคารพนอบนบ ส่วนมีหลิวพูดขึ’นอย่างเป็ นกังวล “คุณหนูทั’งสองของตระกูลกงต่างก็เป็ นคนทีเข้ากับคนอืนยาก ไม่รู้ว่าพวกนางมี ธุระอะไรถึงมาในครั’งนี’นะเจ้าคะ”
ถ้าหากว่าเป็ นคนอืนก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร หากคุณหนูทั’งสองมีท่าทีน่าหมันไส้ก็ เพียงแค่ไม่สนใจก็ได้ แต่คุณหนูทั’งสองของตระกูลกงกลับเป็ นน้องสาวสามีใน อนาคตของแม่นางของนางนีสิ
นีช่างทําให้รู้สึกปวดศีรษะจริง ๆ
แม้มีหลิวจะรู้สึกปวดศีรษะเล็กน้อย แต่เจียงป่ าวชิงกลับไม่สนใจสองคุณหนูนัน เลย นางเหมือนรู้ความคิดในใจของมีหลิวจึงมองมีหลิวยิม ๆ ‘ “เจ้าจะกลัวอะไร ก็ แค่หญิงสาวสองคนเท่านั’น ข้าแต่งเข้าไปใช่ว่าจะใช้ชีวิตกับพวกนางเสียหน่อย… ไป เราไปดูกันเถอะว่าพวกนางจะมาพูดเรืองน่าเบืออะไรอีก”
ตอนทีเจียงป่ าวชิงไปถึงห้องโถงด้านหน้า กงหว่านกับกงจิ’งกําลังจิบชาทีสาวใช้ เพิงรินให้
กงหว่านเผยรอยยิมทีดูเหมือนไม่ ‘ มีอะไรออกมาให้เห็น นางวางถ้วยชาเครือง เคลือบสีขาวลงแล้วยิมอย่ ‘ างนุ่มนวล “เครืองเรือนของทีบ้านแม่นางเจียงล้วนดูดีมี ความพิถีพิถันมากเลยนะ”
เจียงป่ าวชิงพยักหน้าด้วยท่าทีสุภาพ “คุณหนูกงสองชมเกินไปแล้ว”
กงหว่านเผยรอยยิมเสียดายออกมาให้เห็น ‘ “แต่รสชาติของชาทีใช้ต้อนรับแขก ค่อนข้างเรียบง่ายไปหน่อย ไม่เข้ากับบรรยากาศหรูหราของทีนีเอาเสียเลย แต่ข้าก็ เข้าใจได้ พวกทีจู่ ๆ ก็รํารวยอย่างฉับพลันย่อมยังตามรสนิยมชั’นสูงไม่ทัน”
นางมองดูนํ’าชาสีเขียวอ่อน ๆ แล้วส่ายหน้าดูถูก
‘อ้อ ทีแท้ก็มาเสแสร้งและเย้ยหยันคนอืนถึงทีนีนีเอง’ เจียงป่ าวชิงคิดในใจ นางไม่ชินกับนิสัยน่ารังเกียจในแบบทีกล้าแสดงออกมาตรง ๆ ขนาดนี’จึงยิมให้ ‘
อีกฝ่ าย “สมแล้วทีคุณหนูกงสองเป็ นบุตรสาวจากครอบครัวรํารวย รสนิยมการ มองและความสามารถในการลิมรสชาช่ ‘ างยอดเยียมจริง ๆ”
กงหว่านยิมเยาะ ‘ “ไม่ถึงขนาดนั’นหรอก ข้าก็แค่เห็นจนชินในยามปกติเท่านั’น”
นํ’าเสียงนางฟังดูเหมือนเป็ นการถ่อมตัว แต่เบื’องหลังของการถ่อมตัวคือความ เย่อหยิงอย่ างแท้จริง
“เห็นจนชินอย่างนั’นรึ ?” เจียงป่ าวชิงยิมอย่ ‘ างมีความหมายก่อนจะพูดขึ’นช้า ๆ “ตระกูลกงนียอดเยียมจริง ๆ เลยนะจ๊ะ”
เจียงป่ าวชิงเบือมาก นางทําเพียงหยิบฝาชาแล้วกรีดนํ’าชาออกเบา ๆ ก่อนจะจิบ หนึงอึกพลางยิมให้อีกฝ่ าย ‘
กงหว่านขมวดคิ’วมองเจียงป่ าวชิงอย่างไม่พอใจ …ทําไมคําพูดของตัวนางเองกลับ ฟังดูแย่ไปได้ล่ะ ?
กงจิ’งรอบคอบกว่ากงหว่านมาก นางชิมชาในครั’งแรกและไม่รู้สึกถึงความพิเศษ อะไร แต่เมือนางชิมอย่างละเอียด สีหน้ากลับเปลียนไปเพราะรสหวานทีตามมาที หลังของชานี’บ่งบอกว่านีไม่ใช่ชาธรรมดา ๆ!
กงจิ’งมองกงหว่านอย่างละเหียใจ เกรงว่าพีสาวตัวดีของนางคนนี’จะอยากแสดง อํานาจกับเจียงป่ าวชิงมากไป เมือเห็นว่าถากถางอีกฝ่ ายได้จากเรืองนํ’าชาจึง ลําพองใจจนหลงระเริงคิดว่าชานี’ห่วย แต่ถ้าหากนางลิมรสมันอย่ ‘ างละเอียด นาง จะรู้เลยว่าตัวเองหน้าแตก
พูดตามหลัก ถ้าพีสาวนางลิมรสให้ละเอียด ๆ หน่ ‘ อย เป็ นไปไม่ได้ทีพีสาวของ นางจะไม่ค้นพบถึงรสหวานทีตามมาทีหลังอย่างชัดเจนของชานี’
กงจิ’งไตร่ตรองก่อนตัดสินใจว่าจะเตือนกงหว่านโดยไม่ให้คนอืนรู้
รสหวานทีตามมาทีหลังนี’ชัดเจนเกินไป ถ้ากงหว่านรู้ตัวว่าตัวเองชิมไม่ละเอียด พอและพูดจาดูถูกไปแล้ว ไม่แน่กงหว่านอาจพาลใส่นางก็ได้
กงจิ’งตั’งสติเพือผ่อนคลายอารมณ์แล้วจงใจหัวเราะออกเสียง “หึ ๆ แม่นางเจียง ถ้าไม่มีชาดี ๆ ก็ไม่ต้องดันทุรังหรอก บอกเราสักคําก็ได้ เพราะถึงยังไงเราก็จะ เป็ นครอบครัวเดียวกันในไม่ช้าก็เร็ว แน่นอนว่าพวกข้าส่งชาชั’นดีมาให้เจ้าได้” กงจิ’งจงใจเว้นช่วงพูดและยิมอย่ ‘ างอ่อนโยน “การใส่นํ’าตาลในชามันเป็นเรืองที น่าหัวเราะเยาะของผู้รู้จริงนะ”
เจียงป่ าวชิงเลิกคิ’วขึ’นเล็กน้อย กงจิ’งคนนี’ช่างน่าสนใจดีแท้ กงจิ’งเห็นว่าเจียงป่ าวชิงมองมาอย่างมีความหมายจึงหลุบสายตาลง แต่กงหว่านชะงักงัน นางลองลิ’มรสชาอย่างละเอียดอีกครั’ง ชานี’… นีมัน…
ส่วนทีกงจิ’งพูดฉีกหน้าเรืองใส่นํ’าตาลอะไรนัน กงหว่ านไม่ได้คิดอย่างนั’น กงจิ’ง มาจากบ้านสามทีเป็ นสาขาแยกออกมาจากสายหลักของตระกูลกง ซึงแตกต่าง จากบ้านสองทีสืบทอดตําแหน่งมาจากสายหลักอย่างพวกนาง เรืองการกินและ การแต่งกายสามารถพูดได้เพียงว่าดีกว่าคุณหนูทัวไปเล็กน้อย แต่ เมือเทียบกับกง หว่านก็ยังถือว่าด้อยกว่ามาก ดังนั’น เรืองลิมรสชาแล้วรู้ละเอียด กงจิ ‘ ‘งจึงสู้คุณหนู จากบ้านสองอย่างนางไม่ได้
เมือกงหว่านคิดมาถึงตรงนี’ สีหน้านางอึมครึม นางยกถ้วยชาบนโต๊ะขึ’นจิบเบา ๆ เพือลิ’มรสอย่างละเอียด
คราวนี’สีหน้ากงหว่านเปลียนเป็ นยําแย่มาก
เจียงป่ าวชิงรู้ว่ากงหว่านชิมจนรู้รสแล้วจึงแกล้งเอ่ยถาม “ทําไมสีหน้าคุณหนูกง สองถึงได้ดูยําแย่มากเลยล่ะเจ้าคะ หรือว่าป่ วย ? ไม่เป็ นไรเจ้าค่ะ ข้าเป็ นหมอ ให้ข้าจับชีพจรให้คุณหนูกงสองเอาไหมเจ้าคะ ?”
กงหว่านพยายามหัวเราะอย่างฝื น ๆ “แม่นางเจียง ข้าไม่ได้เป็ นอะไร ทีข้ามาใน วันนี’ก็เพราะจะมาส่งต่อคําพูดแทนท่านย่าของข้าเท่านั’น ท่านย่ารู้สึกไม่สบายจึง อยากให้เจ้าช่วยไปตรวจอาการให้หน่อย เจ้าเตรียมตัวให้พร้อมแล้วไปทีจวนใน ตอนเช้าของวันพรุ่งนี’”
พูดจบ กงหว่านก็ลุกขึ’นด้วยสีหน้าครําครึ นางอดไม่ได้ทีจะมองใบหน้าของเจียง ป่ าวชิงแล้วทิงท้ายไว้หนึงประโยคอย่ ‘ างเร่งรีบ “ข้ายังมีธุระต่อ ขอตัวก่อน”
กงจิ’งเองก็ตามหลังกงหว่านและออกจากจวนไปอย่างเร่งรีบเช่นกัน เจียงป่ าวชิงเพิมระดับเสียงพูดให้ดังขึ’น “มีหลิว ส่งแขก”
มีหลิวออกไปส่งกงหว่านและกงจิ’งด้วยรอยยิม’