แม่สาวเข็มเงิน - ตอนที่ 551 : คู่ทีสวรรค์ประทานให้
คุณหญิงช่างออกมาจากเรือนสืออันพร้อมเจียงป่ าวชิง
จนกระทังลานกว้างของเรือนสืออันห่ างออกไปพอสมควร นางค่อยถอนหายใจ อย่างโล่งอกและรอยยิมบนใบหน้าของนางก็ ้ ดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาหน่อย “เด็กดี ข้า ทําให้เจ้าต้องลําบากใจเสียแล้ว…”
เจียงป่ าวชิงส่ายหน้า “นีไม่ถือว่าเป็ นเรืองใหญ่อะไรเลยเจ้าค่ะ” เมือเทียบกับสิงทีกงจี้ต้องเจอ นีถือว่าไม่มีอะไรเลยจริง ๆ
คุณหญิงช่างเห็นว่าเด็กดีเช่นนี้กลับต้องมาพบเจอเรืองกากเดนของครอบครัวใน ทุก ๆ วันหลังจากทีแต่งงานแล้ว ความรู้สึกเศร้าสลดก็เกาะกุมจิตใจนางเล็กน้อย
ตัวนางยังดีหน่อยทีสามารถหลบซ่อนอยู่ในหอกราบไหว้สรวงสวรรค์ได้ตลอด หลายปี โดยไม่ต้องสนใจสิงใด แค่ตั้งใจสวดมนต์ภาวนาให้ลูกชายคนเดียวของ นางทีออกไปร่อนเร่พเนจรอยู่ข้างนอกเท่านั้น
ทว่าถ้าหากเด็กสาวดวงตาใสตรงหน้าแต่งเข้ามา แม้มีนางคอยปกป้องแต่ก็คง หลีกเลียงไม่ได้ทีอีกฝ่ ายจะต้องติดต่อกับพวกคนน่าเบือเหล่านั้นในทุก ๆ วัน ดู จากเหตุการณ์ในวันนี้ก็รู้แล้วว่าในอนาคตไม่ง่ายอย่างแน่นอน
เมือคุณหญิงช่างคิดเช่นนี้ สายตาทีนางใช้มองเจียงป่ าวชิงก็ยิงมีความสงสารมาก ขึ้น
“ข้าทําให้เจ้าต้องลําบาก” คุณหญิงช่างถอนหายใจเสียงเบาเหมือนตัวริ้น “คงดี ไม่น้อยถ้าพวกเจ้าไม่ต้องอยู่ในทีทีสกปรกแห่งนี้หลังจากแต่งงานแล้ว…”
ประโยคสุดท้ายนั้นเบามาก และบังเอิญว่าบนหลังคามีนกสองสามตัวกําลังส่ง เสียงร้องและสะบัดปี กบินผ่านไปพอดี เจียงป่ าวชิงได้ยินไม่ชัดจึงถามคุณหญิง ช่างอย่างไม่เข้าใจ “คุณหญิงเจ้าคะ เมือสักครู่คุณหญิงพูดว่าอะไรนะเจ้าคะ ?”
คุณหญิงช่างส่ายหน้ายิม ๆ ้ “ไม่มีอะไรหรอก เอ้อ… เจ้าอยู่ทานอาหารกลางวัน เป็ นเพือนข้าหน่อยสิ”
ผู้ใหญ่ใจดีอย่างคุณหญิงช่าง เมืออยู่ด้วยกันแล้วไม่ทําให้อึดอัด เจียงป่ าวชิงจึง ตอบตกลงอย่างไม่ลังเล “ด้วยความยินดีเจ้าค่ะ”
นางอยู่ทานมื้อกลางวันกับคุณหญิงช่างและอยู่คุยเป็ นเพือนต่ออีกหน่อย แล้วถึง จะออกมาจากจวน
แม่นมซิง แม่นมข้างกายคุณหญิงช่างพาเจียงป่ าวชิงออกมาส่ง และเมือนาง กลับมาก็พูดกับคุณหญิงช่าง “แม่นางเจียงคนนี้เป็นหญิงสาวทีดีมากจริง ๆ เจ้าค่ะ ไม่ว่าจะท่าทีในการพูดหรือการปฏิบัติต่อผู้อืนต่างก็เหมาะสมมาก มีว่าทีลูกสะใภ้ ในอนาคตเช่นนี้ ต่อไปคุณหญิงก็สามารถเบาใจได้แล้วเจ้าค่ะ”
คุณหญิงช่างเผยรอยยิมเศร้าโศกก่ ้ อนจะพูดพึมพํา “ใช่ ถ้าหยวนเฟิ งยังอยู่ เขาต้อง พอใจมากแน่ ๆ”
แม่นมซิงทอดถอนใจ นายท่านจากไปหลายปี แล้วแต่คุณหญิงยังคงเดินออกมา ไม่ได้สักที ยังดีทีตอนนี้คุณชายใหญ่กลับมา คุณหญิงจะได้ไม่ต้องเจ็บปวด เหมือนเมือก่อน
และทุกสิงทุกอย่างจะค่อย ๆ ดีขึ้น
……
เจียงป่ าวชิงพามีหลิวกับสุนถาวออกมาจากจวนติ้งกัวโฮ่ 8 ว มีหลิวถอนหายใจโล่ง ใจอย่างอดไม่ได้
เจียงป่ าวชิงมองมีหลิวอย่างขบขัน และเอนกายบนหมอนอิงในรถม้าอย่างสบาย “ทําไมเจ้าถึงทําท่าทางเหมือนเพิงเผชิญหน้ากับศัตรูมาอย่างนั้นล่ะ ?”
มีหลิวกับสุนถาวต่างก็เป็ นสาวใช้ทีมาจากจวนองค์ชาย มารยาทและกิริยาท่าทาง ของพวกนางต่างก็เยียมกว่าใคร ๆ ชนิดทีเรียกได้ว่าไม่มีจุดบกพร่องแม้แต่นิด เดียว และพวกนางก็เคยประสบกับเหตุการณ์อันตรายมาก่อน ท่าทางโล่งใจอย่าง ขึงขังเช่นนี้จึงทําให้เจียงป่ าวชิงอยากรู้อยากเห็นเล็กน้อย
มีหลิวหยุดพูดทันทีแต่เจียงป่ าวชิงไม่ถือสานาง “ไม่เป็ นไร เจ้าอยากพูดอะไรก็ พูดเถอะ ทีนีไม่มีคนนอกซะหน่อย”
มีหลิวพยักหน้า “ถ้าอย่างนั้นข้าน้อยขอล่วงเกินสักหน่อยนะเจ้าคะ คือว่า บรรยากาศของจวนติ้งกัวโฮ่ 8 วค่อนข้างแปลกเจ้าค่ะ ระหว่างทางดูเหมือนมีสายตา จ้องมองมาทีเราตลอดเวลา เมือเจอกับพวกคนรับใช้ก็…” มีหลิวทั้งลําบากใจทั้ง ลังเล แต่นางยังคงพูดออกมา “…ก็ดูไม่มีมารยาท สายตาก็เหมือนแอบจ้องหา โอกาสอย่างเงียบ ๆ เสมอเลยเจ้าค่ะ”
แม่นางของพวกนางรูปโฉมงดงามจึงมักมีคนแอบมองอย่างอดไม่ได้ แต่คน เหล่านั้นล้วนไม่มีจุดประสงค์ใด ๆ เพียงแค่ตะลึงกับรูปร่างหน้าตาของแม่นาง ของพวกนางเท่านั้น
แต่สิงทีเจอในครั้งนี้กลับไม่ใช่แค่นั้น ดูเหมือนจะมีหลายคนทีมีความคิดบางอย่าง แอบแฝงไว้
เจียงป่ าวชิงยิม นางเองก็ ้ คิดว่าเป็ นเช่นนั้น
“ไม่เป็ นไรหรอก ปล่อยให้พวกนางดูไปเถอะ ดูแล้วใช่ว่าเนื้อหนังของเราจะหลุด ติดไปด้วยเสียหน่อย เราแค่ระมัดระวังตัวไว้ก็พอ”
มีหลิวได้ฟังก็พยักหน้าพร้อมกับสุนถาว
ตอนทีผ่านร้านหนังสือ เจียงป่ าวชิงจําได้ว่าช่วงนี้มีหนังสือชุดใหม่ทีเพิงถูกเรียบ เรียง นางจึงสังให้คนบังคับรถม้าหยุดรถม้า
แต่ใครจะไปรู้ว่าตอนทีนางยังเดินได้ไม่กีก้าว ตรงทีใกล้ ๆ นี้ก็เกิดเรืองขึ้น มีคนขีม้าชนเข้ากับแม่ลูกคู่หนึง
เนืองจากม้าเร็วเกินไปและไม่มีใครกล้าหยุดคนขีม้า คนขีม้าคนนั้นจึงจากไปอย่าง ทะนงองอาจไม่สนอะไรทั้งนั้น
ตอนทีเจียงป่ าวชิงสังเกตเห็น คนขีม้าก็หนีไปได้ครึงถนนแล้ว
อย่างไรก็ตามการช่วยชีวิตคนเป็ นสิงสําคัญ ส่วนการถามหาความรับผิดชอบเป็ น เรืองรอง เจียงป่ าวชิงเห็นแม่ลูกคู่นั้นนอนหมดสติจมกองเลือดก็ใจหาย แม้ผู้คน รอบข้างเต็มใจช่วยเหลือแต่พวกเขากลับไร้ซึงหนทางและไม่รู้ว่าต้องทํายังไง
นางถอนหายใจแล้วแหวกฝูงชนก้าวไปข้างหน้า “ช่วยหลีกทางหน่อยจ้ะ”
ชาวบ้านทีมามุงดูต่างก็รู้สึกงุนงงเมือเห็นว่าสาวน้อยรูปงามในชุดสีเขียวอ่อนคน หนึงนังยอง ๆ ลงข้างสองแม่ ลูกทีได้รับบาดเจ็บจนหมดสติอย่างไม่ลังเล ชายกระโปรงของนางเปื้ อนเลือดทันทีทีนางนังลงแต่ นางไม่ใส่ใจและเอาแต่ ตรวจดูอาการของสองแม่ลูกอย่างตั้งใจ
อาการไม่ค่อยดีเท่าไหร่
เด็กน้อยไม่ได้บาดเจ็บหนักเพราะคนเป็ นแม่น่าจะช่วยบังไว้ แต่เพราะถูกกระแทก อย่างรุนแรงจึงหมดสติไปชัวคราว แต่ แม่ของเด็กน้อยได้รับบาดเจ็บภายในอย่าง รุนแรง คาดว่ากระดูกซีโครงน่าจะหักสองหรือสามซี
ภายในยังบอบชํ้าขนาดนี้ ไม่ต้องพูดถึงบาดแผลภายนอกเลย
เจียงป่ าวชิงถอนหายใจพลางหันกลับไปสังมีหลิวให้ไปหยิบกล่องยาบนรถม้า ออกมาให้นาง
นางเลิกแขนเสื้อข้างซ้ายขึ้น ดึงเข็มเงินออกมาจากกําไลข้อมือซ้ายสองสามเข็ม และลงมือรักษาภายใต้เสียงอุทานตกใจของชาวบ้านทีมามุงดู
แน่นอนว่าการรักษาเบื้องต้นในยามฉุกเฉินนี้ไม่ได้รับประกันว่าจะช่วยชีวิตสอง แม่ลูกได้ นางทําเพียงเพือให้แน่ใจว่าอาการบาดเจ็บจะไม่เลวร้ายลงเท่านั้น
เมือทําทุกอย่างเสร็จ นางก็ขอให้คนไปหาบานประตูมาให้นางสองบาน และขอ ความช่วยเหลือจากพวกชาวบ้านทีมามุงดูโดยให้พวกเขาแบกสองแม่ลูกคู่นี้ไป สถานให้บริการรักษาโรคทีอยู่ไม่ไกล
ดูเหมือนว่าสองแม่ลูกทียังหมดสติอยู่คู่นี้จะมาจากทีอืนและไม่มีญาติพีน้องเลยสัก คน แต่อย่างไรก็ตาม ช่วงนี้อากาศเย็นลงและในช่วงไม่กีวันทีผ่านมา สถาน ให้บริการรักษาโรคมีคนจํานวนมากเข้ามารับการรักษา กําลังคนดูแลผู้ป่ วยจึงไม่ เพียงพอ
ในเมือเจียงป่ าวชิงตัดสินใจแล้วว่าจะช่วย นางก็ช่วยอย่างถึงทีสุด เมือเห็นว่าสอง แม่ลูกคู่นี้ไร้ทีพึง นางก็สังให้มีหลิวกับสุนถาวช่วยเหลือคอยดูแลอยู่ทีนี ส่วนนาง จะไปร้านหนังสือเพือไปเลือกหนังสือทีเพิงเข้าใหม่ก่อน
ร้านหนังสือนี้ค่อนข้างกว้างพอสมควร มีชั้นวางหนังสือหลายแถวตั้งเรียงรายอยู่ ในร้านเพือให้ผู้คนได้เลือกหนังสือทีตัวเองถูกใจ
หนังสือเล่มใหม่ยังคงมีกลินหมึกจาง ๆ ซึงเจียงป่ าวชิงชอบมาก นางยืนอยู่ ตรงหน้าชั้นวางหนังสือใหม่และสูดดมกลินลึก ๆ
ทันทีทีนิ้วเรียวของนางแตะสันหนังสือทีเย็บเล่มด้วยด้ายเล่มหนึง นางก็พบว่ามี ดวงตาเปล่งประกายกําลังจ้องมองนางด้วยความตืนเต้นดีใจอยู่ตรงหลังชั้นวาง หนังสือ
“ในทีสุดก็หาเจ้าเจอ!”
เจียงป่ าวชิงถึงกับงง นางคิดว่าตัวเองลืมจ่ายค่าอาหารจากทีร้านอาหารหรืออะไร ทํานองนั้น
เจ้าของดวงตาเปล่งประกายคู่นั้นเดินอ้อมมาจากด้านหลังชั้นวางหนังสือ เมือขา ยาวของอีกฝ่ ายก้าวเข้ามาก็เผชิญหน้ากับเจียงป่ าวชิงโดยตรง
เห็นได้ชัดว่าเขาดีใจมาก “เจ้าคือแม่นางจากตระกูลไหนรึ ? ข้าตามหาเจ้ามา นานแล้วแต่ไม่คิดว่าจะเจอเจ้าทีนีวันนี้ เห็นได้ชัดว่าเราคู่กัน เป็ นคู่ทีสวรรค์ ประทานให้…”
เจียงป่ าวชิงงุนงงอีกครั้ง