แม่สาวเข็มเงิน - ตอนที่ 552 : บังเอิญอย่างยิ่ง
เจียงป่ าวชิงมองสํารวจและรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาชายตรงหน้าเล็กน้อย เมือลองมอง อย่างละเอียดก็…
เฮ้ นีองค์ชายสีไม่ใช่รึ ?
นางเคยเห็นเขาทีงานเลี้ยงชมดอกไม้ขององค์หญิงเต๋อหลง ตอนนั้นองค์ชายสียัง ค่อนข้างทีจะ… อุดมสมบูรณ์ แต่ตอนนี้เขาผอมลงมากจนคนทีเห็นอะไรแล้วไม่ ลืมอย่างนางก็ยังต้องมองดูให้ดี ๆ ถึงจะจําเขาได้
และในตอนนี้ องค์ชายสีแสดงความรู้สึกในใจของเขาออกมา
“แม่นาง… ตั้งแต่ข้าพบเจ้าทีจวนของท่านป้าเต๋อหลง ข้าก็ไม่เคยพบเจ้าอีกเลย เจ้า เป็ นแม่นางจากตระกูลไหนกัน ? ทุกวันนี้ข้าทยอยเจอหญิงสาวจากหลาย ครอบครัวแต่กลับไม่เคยพบเจ้าเลย เดิมทีข้าอยากจองตัวเจ้ากับท่านป้าตั้งแต่ตอน นั้นแต่เกิดเรืองขึ้นกับพีสามซะก่อนจึงทําให้ล่าช้า ตอนนั้นเหตุการณ์ตึงเครียด ข้า จึงไม่สามารถสอบถามเรืองของเจ้ากับท่านป้าเต๋อหลงได้เพราะมันจะดูเหมือนว่า ข้าไร้มารยาท แต่โชคดีทีเรามีวาสนาต่อกัน เราสองคนถึงได้พบเจอกันทีร้าน หนังสือโดยบังเอิญ”
เจียงป่ าวชิงเหนือยหน่ายใจทันทีทีได้ฟัง เห็นได้ชัดว่าองค์ชายสีดีใจออกนอกหน้า เกินไป เขาไม่เหนือยบ้างหรือไงทีพูดยาวเหยียดอยู่คนเดียวตั้งนาน
นางปฏิเสธอย่างสุภาพ “องค์ชายสีเจ้าคะ เป็ นเกียรติอย่างยิงทีองค์ชายเมตตาข้า ”
องค์ชายสีขัดคําพูดของเจียงป่ าวชิง “ช่วงนี้จิตใจข้าว้าวุ่นพะวงคิดถึงแต่เจ้าจึงทํา ให้ผอมลงจนหลายคนเกือบจําข้าไม่ได้ แต่เจ้ายังคงจําข้าได้”
องชายสีปลื้มอกปลื้มใจ นีหมายความว่าแม่นางก็นึกถึงเขามาตลอดเช่นกันใช่ หรือไม่
เจียงป่ าวชิงเริมรู้สึกปวดศีรษะ นางพูดขึ้นอย่างเฉียบขาด “องค์ชายสีเจ้าคะ ข้า หมั้นแล้วเจ้าค่ะ”
องค์ชายสีตกตะลึง แต่แล้วเขาก็ยิม้ “เรืองนี้ไม่ตลกนะ ทีเจ้าไปงานเลี้ยงของท่าน ป้าเต๋อหลงเมือครั้งทีแล้ว ก็เห็นอยู่ว่าเจ้าเสียบปิ นปักผมหินโมราสีแดงไว้บน ศีรษะ”
เจียงป่ าวชิงรู้ดีว่าทําไมองค์ชายสีถึงได้เข้าใจผิด
งานเลี้ยงชมดอกไม้ขององค์หญิงเต๋อหลง จริง ๆ แล้วจัดขึ้นเพือให้พวกพระราช บุตรทีถึงวัยแต่งงานได้เลือกพระชายาและพระสนมในขั้นตอนแรก ตอนนั้นคน ทีองค์หญิงเต๋อหลงรู้สึกว่าเหมาะสมจะได้รับของรางวัลเป็ นเครืองประดับหิน โมราสีแดง และเพือเป็ นการแสดงความเคารพรวมถึงให้ความสําคัญ พวกนางก็ จะใส่เครืองประดับหินโมราสีแดงนั้นเพือเป็ นสิงยืนยันทีใช้สําหรับให้พวกพระ ราชบุตรได้มาเลือก
แต่ปิ นปักผมทีเจียงป่ าวชิงใส่ในวันนั้นคือปิ นปักผมพลอยแดง เมือมองมาจาก ไกล ๆ อาจทําให้คิดว่าเป็ นหินโมราสีแดงได้เพราะมันคล้ายคลึงกัน
องค์ชายสีคงจะเห็นจากไกล ๆ และเข้าใจผิดอย่างแน่นอน
นีคือเรืองเข้าใจผิด เจียงป่ าวชิงจึงต้องแสดงตัวตนอย่างนุ่มนวล “องค์ชายสีเจ้าคะ ข้าแซ่เจียง ชือของข้าคือเจียงป่ าวชิงเจ้าค่ะ”
เมือองค์ชายสีได้ฟังในตอนแรกเขาดีใจมาก นางบอกชือของนางให้เขารับรู้เช่นนี้ แสดงว่านางกําลังบอกเป็ นนัยว่าให้เขารีบไปสู่ขอนางหรือเปล่านะ
ในเมือเป็ นคนทีถูกท่านป้าเต๋อหลงเลือก คิดว่าวงศ์ตระกูลของนางคงไม่มีปัญหา อะไร ถ้าอย่างนั้นการแต่งงานนี้ก็สําเร็จไปเกือบครึ งแล้วสิ!
“เจียงป่ าวชิงรึ…? อื้ม เป็ นชือทีดีจริง ๆ ส่วนข้านั้น ข้าชือ…” องค์ชายสีเอ่ยชม ทว่ายังไม่ทันได้แนะนําตัว เขาก็ชะงักงัน
เดี8ยวก่อน!
แม่นางผู้เป็ นทีรักคนนี้พูดว่าอะไร เจียงป่ าวชิงอย่างนั้นรึ ?
ถ้าเขาจําไม่ผิด ตอนนี้ว่าทีภรรยาของกงจี้หรือแม่ทัพกงทีปฏิบัติหน้าทีในตําแหน่ง สําคัญให้กับเสด็จพ่อ ก็ดูเหมือนจะชือเจียงป่ าวชิง
หรือว่าชือแซ่ซํ้ากัน
เพราะถึงยังไง ท่านป้าเต๋อหลงก็คงไม่ล้อเล่นกับเขาเช่นนี้กระมัง ท่านป้าจะมอบ ของยืนยันให้กับแม่นางทีผ่านการหมั้นแล้วได้ยังไง
คิดมาถึงตรงนี้ องค์ชายสียิมอีกครั ้ ้ง “แม่นางเจียงชือเหมือนกับหมอเทวดาทีโด่ง ดังทีสุดในเมืองหลวง”
เจียงป่ าวชิงเงียบไปสักครู่ ดูเหมือนว่าถ้าไม่พูดตรง ๆ องค์ชายสีก็คงไม่คิดไปใน ทิศทางนั้นเลย
“ไม่ใช่ชือซํ้าเจ้าค่ะ แต่หมอเทวดาทีรําลือกันคือข้าเอง” นางพูดด้วยนํ้าเสียง ราบเรียบ
รอยยิมขององค์ชายสีพลันแข็งทืออยู่ ้ บนใบหน้า เขาต้องฟังผิดไปแน่ ๆ แต่นาง พูดมาอย่างเสียงดังฟังชัดขนาดนี้ นีมันทําลายความเพ้อฝันของเขาไปจนหมดสิ้น
“และฮ่องเต้ หรือเสด็จพ่อขององค์ชายยังพระราชทานการแต่งงานให้แก่ข้าอีก ด้วยเจ้าค่ะ”
……
เสด็จพ่อนะเสด็จพ่อ ท่านหลอกข้า!
แม้องค์ชายสีจะรู้สึกปวดร้าวใจ แต่สถานการณ์ทีน่าอับอายในตอนนี้ต้องถูกแก้ไข เขาหัวเราะอย่างเก้อเขิน “โอ้ ฮ่า ๆ ข้าต้องขออภัยทีล่วงเกินแม่นาง ข้าไม่ทราบ จริง ๆ ทีแม่นางเป็ นว่าทีภรรยาของแม่ทัพกง”
“ไม่โทษองค์ชายสีหรอกเจ้าค่ะ” เจียงป่ าวชิงอธิบาย “วันนั้นข้าใส่ปิ นปักผม พลอยแดงพอดี คิดว่าองค์ชายคงจะเข้าใจผิดเจ้าค่ะ”
สถานการณ์นี้พอจะเข้าใจได้ องค์ชายสีจึงพยักหน้าอย่างโศกเศร้า เขาเข้าใจผิด นันแหละ มิเช่ นนั้นเขาจะบุ่มบ่ามเช่นนี้ได้ยังไงกันล่ะ
สายตาเจียงป่ าวชิงจับจ้องไปทีขายาว ๆ ขององค์ชายสีทีขวางทางนางอยู่ องค์ชาย สีจึงรีบขยับหลีกรวดเร็วราวกับถูกนํ้าร้อนลวก
“ไว้พบกันใหม่เจ้าค่ะ” เจียงป่ าวชิงพยักหน้าอย่างสุภาพ ดึงหนังสือทีต้องการ ออกมาจากบนชั้นวางสองสามเล่มแล้วเดินออกไป
องค์ชายสีมองร่างทีจากไปของเจียงป่ าวชิงอย่างเศร้า ๆ จนกระทังนางจ่ ายเงินค่า หนังสือเสร็จและออกจากร้านไป เขาก็ยังยืนเหม่อลอยอยู่ทีเดิม
องครักษ์ขององค์ชายสีเดินเข้ามาหาอย่างระมัดระวัง “ฝ่ าบาท…”
องค์ชายสีเหมือนเพิงตืนจากภวังค์ ใจคอเหียวแห้งและพูดไม่ ออกชัวขณะ เขา ไม่ใช่คนตําทรามทีจ้องหาโอกาสกับคู่หมั้นของผู้อืนแบบนั้น
ยิง “ผู้อืน” คนนี้ยังเป็ นกงจี้ด้วยแล้ว ก็ยิงทําไม่ได้
และเขาเองก็ไม่สามารถเอาอย่างพีสามตัวดีของเขาได้ด้วยเช่นกัน ทีเล่นละคร วีรบุรุษช่วยสาวงามโดย “ช่วย” คู่หมั้นทีเกือบจะหมั้นกับพีชายใหญ่อยู่แล้วไป ทั้งอย่างนั้น
เขาเป็ นคนรู้จักประมาณตน ต่อให้วางแผนทําเป็นจะช่วยคนจริง ๆ แต่ก็ไร้ ประโยชน์ พระราชโองการถูกประกาศออกไปแล้ว การวางแผนและลงมือแย่ง คู่หมั้นของคนอืนมาอย่างบุ่มบ่าม รังแต่จะเป็ นการเพิมศัตรูคู่แค้นให้กับตัวเอง เปล่า ๆ
องค์ชายสีรู้สึกหวาดกลัวเล็กน้อยเมือนึกถึงการเป็ นศัตรูกับกงจี้ทีเหมือนกับ ออกมาจากทะเลเลือดบนภูเขาซากศพคนนั้น
เขาทอดถอนใจ แม่ของเขาเป็ นเพียงเจี8ยอวี8ตําแหน่งเล็ก ๆ ซึงไม่สามารถเทียบได้ กับองค์รัชทายาททีถือกําเนิดจากตระกูลดั้งเดิม และไม่สามารถเทียบกับองค์ชาย สามทีเกิดมาสูงศักดิ?ได้เลย ดังนั้น เขาทําได้เพียงยอมรับเรืองนี้…
ถือซะว่าถูกเสด็จพ่อกับท่านป้าร่วมมือกันหลอกเขาก็แล้วกัน องค์ชายสีกําหมัดแน่นพลางสูดหายใจเข้าลึก ๆ
……
เจียงป่ าวชิงออกมาจากร้านหนังสือและเห็นว่าองค์ชายสีไม่ได้มากวนใจอะไรอีก แล้วจึงรู้สึกโล่งใจขึ้นมา แต่อันทีจริงเรืองนี้เป็ นเพียงการเข้าใจผิดเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น นางไม่ได้เก็บมาใส่ใจจึงกลับไปทีสถานให้บริการรักษาโรคอีกครั้ง
แม่ของเด็กคนนั้นยังไม่ฟื้ น แต่เด็กน้อยฟื้ นนานแล้ว พอฟื้ นขึ้นมาก็ร้องไห้ไม่หยุด คงเป็ นเพราะยังรู้สึกเจ็บปวดอยู่
ตอนทีเจียงป่ าวชิงไปถึง สุนถาวกําลังกล่อมเด็กน้อยด้วยสภาพเหงือแตก ส่วนมี หลิวก็เพิงกลับจากการไปซื้อตุ๊กตานํ้าตาล เมือให้ตุ๊กตานํ้าตาลถึงจะสามารถ ปลอบเด็กน้อยได้
เจียงป่ าวชิง มีหลิว และสุนถาวยุ่งจนถึงตอนพลบคํา แม่ของเด็กคนนั้นถึงจะฟื้ น ขึ้นมาทั้งทีหน้ายังคงซีด เมือเจียงป่ าวชิงเห็นว่าอาการคงทีแล้ว นางค่อยกลับจวน เจียงได้อย่างสบายใจหน่อย
……
เจียงหยุนชานพักอยู่ทีจวนผู้เฒ่าหยุนไห่ ส่วนเลียวชุนหยู่ก็ไปนอกเมืองกับท่าน อาจารย์สอนวิทยายุทธ์และต้องค้างคืนทีหมู่บ้านอืน ทีบ้านจึงเหลือเจียงฉิงเพียง คนเดียว
เมือกลับมา ตอนทีนางเข้าไปในประตูลานบ้านก็เห็นเจียงฉิงเดินบิดมือตัวเอง ออกมาจากทางประตูพระจันทร์
ก่อนทีเจียงป่ าวชิงจะถามไถ่อย่างเป็ นห่วง ก็เห็นว่าข้างหลังเจียงฉิงมีเด็กหนุ่มรูป งามอีกคนเดินตามหลังเจียงฉิงมาด้วยสีหน้าทีเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น
เจียงป่ าวชิงใช้มือป้องหน้าอกทันที บังเอิญว่านางเองก็รู้จักเด็กหนุ่มคนนี้เช่นกัน นีคือเด็กหนุ่มลึกลับทีนางเคยเห็นทีจวนองค์หญิงเต๋อหลง