แม่สาวเข็มเงิน - ตอนที่ 561 : มันใจ
สาวใช้ทีอยู่ข้างหลังชิวเพ่ยโหลวพูดเสียงเล็กเสียงน้อย “แม่นางเจียง แม่นางสวม ใส่ชุดผู้ชายออกมาเดินบนท้องถนนอย่างทะนงองอาจเช่นนี้… มันเหมาะสมแล้ว รึ ?”
วันนี้เจียงป่ าวชิงสวมชุดยาวสีเทาอ่อน มีปิ นปักผมสีเขียวไม้ไผ่สีฟ้าเสียบติดอยู่ บนผมของนาง ทําให้นางดูเหมือนหนุ่มรูปงาม
ชิวเพ่ยโหลวไม่ได้พูดอะไร นางเพียงมองเจียงป่ าวชิงยิม ๆ เท่ ้ านั้น
เจียงป่ าวชิงถอนหายใจ “ข้าขอถามหน่อยว่ากฎของต้าหลงข้อไหนทีระบุว่าไม่ อนุญาตให้สตรีใส่ชุดผู้ชายออกจากบ้าน ?”
สาวใช้คนนั้นหน้าแดง “แต่… แต่แม่นางเป็ นคนทีใกล้จะแต่งงานอยู่แล้ว ก็ไม่น่า ทําตัวเช่นนี้”
เจียงป่ าวชิงจงใจบิดเบือนความหมายของอีกฝ่ าย นางอุทานและพูดขึ้น “เจ้า หมายความว่าคนทีใกล้แต่งงานไม่สามารถออกมาข้างนอกได้งั้นรึ ?” รอยยิม้ เยาะเย้ยเผยออกมาให้เห็น “ถ้าข้าจําไม่ผิด ดูเหมือนว่าวันแต่งงานของแม่นางชิ วเอ้อก็ใกล้เข้ามาแล้วเหมือนกันหนิ”
ความหมายเดิมของสาวใช้คนนั้นคือบอกว่าเจียงป่ าวชิงทําตัวไม่เหมาะสมที ตัวเองใกล้แต่งงานแล้วแต่ยังคงปลอมตัวเป็ นผู้ชายออกมาข้างนอกเช่นนี้ แต่กลับ ถูกเจียงป่ าวชิงบิดเบือนความหมายในคําพูดไปเป็ น “คนทีใกล้จะแต่งงานออกมา ข้างนอกเช่นนี้ถือว่าไม่เหมาะสม ตอนนี้สาวใช้จึงทั้งร้อนใจ หงุดหงิด และกลัวว่า ชิวเพ่ยโหลวจะคิดมาก
“เจ้า… จะ… เจ้า…” “เจ้า” อยู่สักพักก็ยังพูดไม่ออกอยู่ดี
เจียงป่ าวชิงรู้สึกสนุกสนาน นางรู้สึกเหมือนได้จับพวกมือใหม่มามัดและเฆียนตี ให้สะใจยังไงยังงั้น
ชิวเพ่ยโหลวแค่นหัวเราะ “เหอะ ๆ แม่นางเจียงยังคงฝี ปากดีเหมือนเดิมเลยนะ”
เจียงป่ าวชิงเองก็หัวเราะเช่นกัน “หึ ๆ ไม่หรอก ข้าแค่พูดถึงหลักการบางอย่างที ปกติธรรมดาทีสุด แต่เมืออยู่ต่อหน้าคนไร้เหตุผลมันเลยดูเหมือนว่าข้าฝี ปากดีไป ซะงั้น”
ชิวเพ่ยโหลวยิม้ “เมือผ่านไปอีกไม่กีวัน หวังว่าแม่นางเจียงจะยัง ‘มันใจ ’ เหมือนเดิมนะ”
แน่นอนว่าเจียงป่ าวชิงรู้ว่าชิวเพ่ยโหลวหมายถึงเรืองอะไร อีกไม่กีวัน นางจะแต่ง เข้าไปในราชวงศ์แล้ว และเมือองค์ชายสามอภิเษกสมรส เขาจะได้พระราชทาน ยศถาบรรดาศักดิ?เป็ นองค์ชายตามระเบียบปฏิบัติ และชิวเพ่ยโหลวก็จะมีศักดิ?เป็ น พระชายาหลักผู้สูงศักดิ?
เมือเจียงป่ าวชิงพบเจอชิวเพ่ยโหลวก็ต้องทําความเคารพนาง
เจียงป่ าวชิงไม่สะทกสะท้าน “ถึงตอนนั้นค่อยว่ากัน แต่ตอนนี้เจ้ายังไม่ได้เป็น พระชายาหลักผู้สูงศักดิ? อะไรนันหนิ ” อย่ามาวางท่าเป็ นพระชายาต่อหน้าข้า…
แน่นอนว่าคําพูดประโยคหลังยังไม่ได้พูดออกไป
ชิวเพ่ยโหลวยกยิมมุมปาก นางมองเจียงป่ าวชิงด้วยแววตาทีเหมือนจะพ่ ้ นประกาย ไฟออกมาเผาอีกฝ่ าย
ทั้งสองคนกําลังมองหน้ากันไปมา จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงประหลาดใจดังขึ้น “ไอ้โย! นีแม่นางชิวไม่ใช่รึ ? ช่างบังเอิญจริง ๆ”
ชายในชุดผ้าไหมเอ่ยทักอย่างสนใจ
เมือเห็นชายคนนั้น สีหน้าชิวเพ่ยโหลวเปลียนไปเล็กน้อย นางถอนสายบัวทํา ความเคารพอีกฝ่ าย “ทีแท้ก็ท่านชายสีนีเอง บังเอิญจังเจ้าค่ะ ท่านก็มาดืมชาทีร้าน นี้เช่นกันหรือเจ้าคะ ?”
พวกคุณหนูคนอืน ๆ รีบก้มหน้าก้มตาทําความเคารพเช่นกัน และมีสองสามคนที หน้าแดงเล็กน้อยเพราะท่านชายสีทีชิวเพ่ยโหลวพูดถึงคือองค์ชายสีผู้หล่อเหลา
ไม่มีใครคิดว่าจะบังเอิญเจอกับองค์ชายสีทีนี
ตอนนี้ชิวเพ่ยโหลวเป็ นเพียงคุณหนูจวนโฮ่วทียังไม่แต่งเข้าไปในราชวงศ์ เมือพบ เจอกับองค์ชายสีนางจึงต้องทําความเคารพเป็ นธรรมดา ส่วนเจียงป่ าวชิง นางเอง ก็ทําความเคารพด้วยเช่นกัน
องค์ชายสีพยักหน้าตอบชิวเพ่ยโหลวอย่างมีมารยาท ถึงอย่างไรนางก็ถือเป็ นว่าที พีสะใภ้สาม เขาจึงให้เกียรตินางและพูดขึ้นยิม ๆ ้ “ใช่ มีชาเขียวหยุนเหวินเพิงมา ใหม่ทีนี ข้าจึงมาลองชิมดู” สายตาเขาเลือนไปและเหมือนเพิงเห็นเจียงป่ าวชิง เขารู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาเล็กน้อย หลังจากทีนึกออกแล้วก็เบิกตากว้างด้วยความดีใจ “โอ้! นีแม่นางเจียงไม่ใช่รึ ?”
เจียงป่ าวชิงเม้มปากยิมแต่ ้ ไม่ได้พูดอะไร
ชิวเพ่ยโหลวมองเจียงป่ าวชิงอย่างมีความหมาย ก่อนจะหันไปมององค์ชายสีด้วย ใบหน้ายิมแย้ม ้ “ท่านชายสีสนิทกับแม่นางเจียงหรือเจ้าคะ ?”
องค์ชายสีเผยเขี้ยวเสือเล็ก ๆ ออกมาให้เห็น เขายิม้ “แม่นางชิวพูดตลกแล้ว ข้า ไม่ได้มีความสัมพันธ์ใด ๆ กับแม่นางเจียง จะใช้คําว่าสนิทได้ยังไง ?”
ว่าทีพีสะใภ้สามกําลังใส่ร้ายเขาด้วยคําพูด เขาไม่ได้โง่ถึงขนาดมายอมรับเรืองนี้ ถ้าสาวน้อยผู้บริสุทธิ? ทีกําลังจะแต่งงาน “สนิท” กับชายอืนอย่างเขา นีไม่เท่ากับ ว่าเป็ นเรืองมิควรหรอกหรือ…?
ชิวเพ่ยโหลวยิมอ่ ้ อน “ข้าเห็นว่าท่านชายสีจําแม่นางเจียงทีแต่งตัวแบบผู้ชายได้จึง คิดว่า…” นางจงใจพูดไม่จบและยิมแปลก ๆ ทําอย่ ้ างกับว่าระหว่างเจียงป่ าวชิง กับองค์ชายสีมีความสัมพันธ์ทีไม่ธรรมดาต่อกันจริง ๆ
องค์ชายสีกล่าวอย่างตรงไปตรงมา “แม่นางเจียงเคยช่วยชีวิตท่านย่าของข้าไว้ ข้า จึงต้องจดจําบุญคุณนี้ไว้ในหัวใจของข้า”
ชิวเพ่ยโหลวคิดไม่ถึงว่าองค์ชายสีจะหยิบยกเรืองนี้มาพูด “ท่านชายสีช่างกตัญFู จริง ๆ นะเจ้าคะ”
องค์ชายสียิมแย้ม ้ “ข้ากตัญFูไม่เท่าพีสามหรอก ได้ยินว่าตอนทีท่านย่าประชวร พีสามหาเครืองปรุงยาลํ้าค่ามากมายมาให้ท่านย่า แม่นางชิวกําลังจะอภิเษกกับพี สามของข้า องค์ชายกับชายาทํางานประสานกัน ข้าคิดว่าคงจะกตัญFู เหมือนกัน”
ชิวเพ่ยโหลวมององค์ชายสีนิง ๆ ก่อนจะแย้มยิม้ “ต้องเป็นเช่นนั้นอยู่แล้วเจ้า ค่ะ” จากนั้นนางก็สะบัดแขนเสื้อ “เราไปกันเถอะ อย่าทําให้องค์ชายต้อง เสียเวลาดืมชาเลย”
ชิวเพ่ยโหลวพาพวกสตรีผู้สูงศักดิ?จากไปด้วยท่าทางกร่าง ๆ และพร้อมกันนั้น มี เสียงบ่นไม่พอใจของพวกสตรีผู้สูงศักดิ?ทีเดินตามหลังชิวเพ่ยโหลวดังมาให้ได้ยิน เล็กน้อย “หึ! รอให้เพ่ยโหลวของเรากลายเป็ นพระชายาก่อนเถอะ ข้าจะรอดูว่า เจียงป่ าวชิงยังจะกล้าทําตัวไม่เคารพต่อหน้าเพ่ยโหลวอีกไหม”
“พอได้แล้ว อยู่ข้างนอกแบบนี้ พวกเจ้าไม่ต้องพูดเรืองนี้ให้มันมากนัก”
……
เจียงป่ าวชิงเพียงรู้สึกขบขัน นางยิมมุมปาก เรืองน่ ้ าเบือแบบนั้นไม่จําเป็ นทีนาง ต้องให้ความสําคัญหรอก
องค์ชายสีกระแอมไอก่อนจะพูดขึ้นเสียงเบา “อันทีจริง หากว่าเจ้าแต่งงานกับข้า สถานะของเจ้าก็จะเท่านาง เจ้าไม่พิจารณาสักหน่อยหรือ ?”
เจียงป่ าวชิงเงยหน้ามององค์ชายสีอย่างเงียบ ๆ แต่องค์ชายสีรีบโบกมือทําท่าทาง หวาดเสียว “รู้แล้วน่า ข้าแค่ล้อเล่นเอง”
เจียงป่ าวชิงยิมให้เขา ้ “องค์ชายมาดืมชาจริง ๆ หรือเจ้าคะ ?”
“ก็ใช่สิ หรือว่าทีนียังมีอะไรอืนให้ทําด้วยรึ ?” องค์ชายสีถามอย่างระมัดระวัง เขานึกอะไรบางอย่างได้จึงพูดขึ้นยิม ๆ ้ “อืม ถ้าเช่นนั้นแม่นางเจียง เจ้าเจียดเวลา มาดืมชากับข้าหน่อยเป็ นไง ?”
เจียงป่ าวชิงโบกมือบอกปัดองค์ชายสี “ไม่ดีกว่าเจ้าค่ะ ข้ายังมีธุระต่อ ขอตัวก่อน นะเจ้าคะ ส่วนท่านก็ดืมชาให้สบายพระทัยเถอะเจ้าค่ะ”
เพียงแค่องค์ชายสีจํานางได้ นางก็ถูกพวกชิวเพ่ยโหลวเอาไปคิดแง่ร้ายอย่างเสีย ๆ หาย ๆ แล้ว หากว่านางนังดืมชากั บองค์ชายสีจริง ๆ เกรงว่าข่าวลือคงทําให้กงจี้ ปี นหน้าต่างมาหานางในคืนนี้เลยอย่างแน่นอน
ถึงอย่างไรวันนี้ก็เห็นในสิงทีอยากจะเห็นแล้ว และคาดว่าคนของกานซุ่ยคงตาม คู่รักคู่นั้นไปแล้ว ตอนนี้ถือว่าหมดธุระ เพียงแค่รอข่าวสารอย่างสงบก็เท่านั้น
…
ตอนทีเจียงป่ าวชิงกลับถึงบ้าน นางก็เห็นสุนถาวกําลังนังเย็บอะไรบางอย่ างอยู่ ข้างหน้าต่างบ้าน เมือนางเข้าไปดูก็พบว่าสุนถาวกําลังเย็บเสื้อผ้าซึงเมือดูจาก ขนาดแล้ว นางน่าจะทําให้เด็กอายุสามสีขวบใส่
สุนถาวเขินอายแต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไร “ข้าทําให้คังคังเจ้าค่ะ”
เจียงป่ าวชิงลูบผ้านั้น มันเป็ นผ้าชั้นดีทีคนในบ้านแบ่งให้ตอนช่วงปี ใหม่ และที ผ่านมาสุนถาวรู้สึกเสียดายทีจะใช้มันมาตลอด
เมือสุนถาวเห็นว่าเจียงป่ าวชิงดูเหมือนจะอารมณ์ดี นางก็เอ่ยถามออกมา “วันนี้ แม่นางเห็นสามีภรรยาคู่นั้นมารับคังคังไปแล้วหรือยังเจ้าคะ ?”
เจียงป่ าวชิงพยักหน้า สุนถาวยังคงถือชุดทีเย็บไปได้ครึ งหนึงไว้ในมือและมี ท่าทางลังเล “ดูจากการแต่งกายของสามีภรรยาคู่นั้น ฐานะทางบ้านของพวกเขา คงรํารวย ไม่รู้ว่าพวกเขาจะรังเกียจชุดฝี มือของข้าน้อยหรือเปล่านะเจ้าคะ…”
เจียงป่ าวชิงปลอบนาง “ไม่ว่ายังไงนีก็เป็ นนํ้าใจทีเจ้ามีต่อคังคัง เจ้าไม่ต้องกังวล ไปหรอกนะ”
สุนถาวพยักหน้าด้วยท่าทางใจลอย เจียงป่ าวชิงมองท่าทางของสุนถาวพลางทอดถอนใจแต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา