แม่สาวเข็มเงิน - ตอนที่ 562 : ดื่มชาแทนเหล้า
ตกกลางคืน กงจี้ทําตัวประหนึงโจรทีมาหาสาวงามอีกครั้ง
ตอนทีเจียงป่ าวชิงเปิ ดหน้าต่างให้เขา นางก็มองเขายิม ๆ ้ “อีกไม่กีวันก็จะถึงวัน แต่งงานของเราแล้ว ทําไมเจ้าถึงยังมาทีนีอีกฮึ ?”
แม้แต่การกระทําทีพลิกตัวเข้ามาทางหน้าต่างของกงจี้ เขาก็ทําได้อย่างว่องไวและ สง่างามมาก เมือได้ยินทีเจียงป่ าวชิงพูด เขาก็พูดขึ้นอย่างมันใจว่ า “ไม่เจอกันวัน เดียวเหมือนไม่เจอกันสามเดือน ข้าคิดถึงเจ้ามากจริง ๆ”
เขามองเจียงป่ าวชิง “เจ้าไม่คิดถึงข้ารึ ?”
สองข้างแก้มของเจียงป่ าวชิงแดงเรือ นางมองเขาตาขวางแล้วหมุนตัวไปรินชาให้ เขา
นํ้าชายังอุ่นอยู่ ชามีรสอร่อยกลมกล่อมจนกงจี้ดืมไปสองถ้วยติด ๆ ดืมเสร็จเขา ถอนหายใจด้วยความโล่งอกพลางเลิกคิ้วมองหญิงคนรัก “ถึงขนาดนี้เจ้าก็ยังไม่ ยอมบอกว่าคิดถึงข้าอีกนะ แม้แต่เรืองเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่นความกระหายอยากดืมชา ของข้า เจ้าก็ยังสังเกตเห็นได้”
เจียงป่ าวชิงพ่นลมออกมาทางจมูก “เสียงเจ้าแหบแห้งเล็กน้อย คนอืนอาจฟังไม่รู้ แต่อย่าลืมว่าข้าเป็ นหมอ ข้าฟังนิดเดียวก็รู้แล้วว่าเจ้ากระหายนํ้า”
กงจี้ชอบท่าทางน่ารักเอาใจใส่นี้ของเจียงป่ าวชิง เขาดึงนางให้มานังลงข้าง ๆ กั น บนเตียงอย่างสบายอารมณ์ “ข้าได้ยินว่าองค์ชายสีมักจะมากวนใจเจ้าบ่อย ๆ เขา ทําอย่างนั้นจริง ๆ รึ ?”
เจียงป่ าวชิงพูดขึ้น “ข้าไม่ได้จะพูดแทนหรือว่าปกป้ององค์ชายสีอะไรหรอกนะ แต่พฤติกรรมของเขาไม่ได้เรียกว่ากวนใจ”
กงจี้หัวเราะอย่างเย็นชา “ก็ถือว่าเขารู้ว่าอะไรควรมิควร หากว่าเขากล้ามากวนใจ เจ้า ข้าจะไปใส่ร้ายเขาให้พ่อของเขาฟัง”
เจียงป่ าวชิงหลุดขําพลางพลิกมือมากุมหลังมือของเขา “แหม ถ้าทําแบบนั้นมัน จะทําให้เจ้ายิงเหมือนอันธพาลทีเทียวใช้อํานาจบาตรใหญ่ มากกว่าเดิมอีกน่ะสิ”
“ทีผ่านมาข้าทํางานสกปรกมาแล้วมากมายเพือราชวงศ์ของพวกเขา จะไม่ให้ข้ามี สิทธิ? พิเศษหน่อยเลยรึไง ?” กงจี้หลับตาพูดขึ้นอย่างเกียจคร้าน “ตระกูลหลินมี เรืองเสีย ๆ หาย ๆ ตั้งมากมายจนข้าขี้เกียจจะพูดถึงแล้ว”
เจียงป่ าวชิงเห็นกงจี้พูดเช่นนี้ ไหนจะสีหน้าของเขาทีดูเหนือยล้า นางก็รู้สึกปวด ใจ “ทําไมเจ้าถึงได้ดูเหนือยเช่นนี้ล่ะ ?”
“ฮ่องเต้ยังหนุ่มยังแน่น แต่พวกลูกชายของเขากลับทยอยโตเป็ นผู้ใหญ่จึงทําให้มี เรืองยุ่งยากเยอะเป็ นธรรมดา” กงจี้เอียงศีรษะพิงบนไหล่เจียงป่ าวชิง “ช่วงนี้ การกระทําเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างลับ ๆ ขององค์รัชทายาทและองค์ชายสามค่อนข้าง ไม่ชัดเจน พวกเขาทําเหมือนว่าฮ่องเต้ไม่รู้ เฮ้อ พวกเขาก็ไม่คิดบ้างว่าคนที สามารถนังอยู่ บนตําแหน่งนั้นได้คงไม่ไร้นํ้ายาขนาดนั้น”
เจียงป่ าวชิงชะงักกับคําพูดของเขา แต่นางรู้ดีว่าเขาเหนือยและอยากระบาย นางจึง ยกมือลูบแผ่นหลังของเขาเบา ๆ เพือปลอบประโลม “เจ้าคงเหนือยมามากแล้ว”
“ไม่มีอะไรหรอก” กงจี้พูดขึ้นอย่างเกียจคร้าน “เมือผ่านช่วงเวลานี้ไปก็จะดี ขึ้นมาก ฮ่องเต้คงเห็นว่าข้าเป็ นหนุ่มโสดผู้บริสุทธิ?” กงจี้อดยิมไม่ ้ ได้ “ท่านคง ไม่ลากข้าออกจากผ้านวมหอม ๆ นุ่ม ๆ เพือให้ไปทํางานให้ท่านหลังจากทีข้า แต่งงานแล้วหรอกจริงไหม ?”
“…” สีหน้าเจียงป่ าวชิงราบเรียบ มือของนางทีใช้ลูบแผ่นหลังของเขาเปลียน จากลูบเป็ นทุบ ซึงนางทุบไม่เบาแต่ก็ไม่ได้แรงจนเกินไป
กงจี้หัวเราะยกใหญ่ นางดูออกแล้วว่ากงจี้คนนี้อยากทําอะไรบางอย่างกับนางจนแทบรอไม่ไหวแล้ว
……
วันแต่งงานของเจียงป่ าวชิงใกล้เข้ามาจนนับถอยหลังได้ ครอบครัวขุนนางที ต้องการมีความสัมพันธ์อันดีกับตระกูลเจียงแต่กลับไม่มีช่องทางใด ๆ รีบใช้ โอกาสนี้ส่งของขวัญแสดงความยินดีกับงานแต่งงานมาให้นางล่วงหน้า
ถึงอย่างไร ตระกูลเจียงก็ไม่มีผู้หลักผู้ใหญ่ทีเป็ นครอบครัวหรือญาติฝังนางมาใน วันแต่งงาน ทว่าถ้าหากพวกเขาคิดแต่จะสร้างความประทับใจต่อนางเอาในวัน แต่งงาน โอกาสทําไม่สําเร็จมีมากเกินไป
ตระกูลจ้งทีเป็ นเพือนบ้านฝังตรงข้ามเจียงป่ าวชิงถือโอกาสนี้ใช้ให้คุณหนูจ้งเอ้อที เคยมีความบาดหมางกับเจียงป่ าวชิง และคุณหนูอีกสองสามคนนําของขวัญ แต่งงานมาส่งให้เจียงป่ าวชิงเช่นกัน
เจียงป่ าวชิงทักทายพวกคุณหนูจากตระกูลจ้ง แต่สายตาของคุณหนูจ้งเอ้อกลับ เหลือบไปตรงนอกประตูบ้านตลอดเวลาราวกับจิตใจนางไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
เมือลูกสาวสายหลักของตระกูลจ้งเห็นพีสาวสายรองทีช่างพูดช่างจาในยามปกติดู เหมือนเปลียนเป็ นคนละคนและกําลังมีท่าทางไม่สบายใจอยู่ตรงนั้น นางกระแอม ไอและกระซิบเตือนคุณหนูจ้งเอ้อประมาณว่า …เจ้าอย่าทําให้ตระกูลจ้งต้องอับ อายขายหน้านะ!
คุณหนูจ้งเอ้อเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ นางพูดกับเจียงป่ าวชิงยิ้ม ๆ “เมือก่อนข้าไม่ รู้ประสาจึงทําให้มีความเข้าใจผิดเล็กน้อยระหว่างเรา วันนี้ข้าขอใช้โอกาสนี้ดืมชา แทนเหล้าเพือขอโทษแม่นางเจียง” พูดจบคุณหนูจ้งเอ้อก็ยกชาขึ้นมาคารวะเจียง ป่ าวชิงด้วยสีหน้าจริงใจ
เขาว่ากันว่าอย่าตีคนยิม ยิ ้ งไปกว่ านั้น เจียงป่ าวชิงไม่ได้เอาเรืองทีเคยทะเลาะกับ คุณหนูจ้งเอ้อมาใส่ใจแต่อย่างใด เมือได้ยินดังนั้นนางยิมให้อีกฝ่ ายเล็กน้อยและ ้ ยกชาขึ้นจิบโดยทีไม่ทําให้คุณหนูจ้งเอ้อลําบากใจ
ความหมายคือสิงทีเกิดขึ้นในอดีตถือว่าปล่อย ๆ ให้ผ่านไป คุณหนูจ้งเอ้อรู้สึกดีใจมาก
ครั้งทีแล้วนางต้องพยายามอย่างมากถึงจะสามารถไปเข้าร่วมงานเลี้ยงชมดอกไม้ ของจวนองค์หญิงเต๋อหลงได้ แต่ท่าทีขององค์หญิงเต๋อหลงทีมีต่อนางกลับนิงเฉย มาก องค์หญิงเพียงแค่ชมนางว่า “หน้าตาไม่แย่” และไม่ได้พูดอะไรอืนอีก แม้แต่เครืองประดับทีแสดงถึงความถูกตาต้องใจก็ไม่ได้มอบให้แก่นาง นางเพียง ได้รับถุงหอมหนึงถุงเท่านั้น
ไม่ว่าคุณหนูจ้งเอ้อจะไม่เต็มใจเพียงใด แต่ความคิดทีอยากจะแต่งเข้าไปใน ราชวงศ์ก็ถูกดับไฟเช่นกัน ถ้าอย่างนั้น เจียงหยุนชานหรือคุณชายใหญ่ของตระกูล เจียงทีนางเคยตกหลุมรักเมือได้เห็นครั้งแรกก็ถือเป็ นตัวเลือกทีดีทีสุดในตอนนี้
นางเป็ นบุตรสาวจากสายรอง แต่ไม่ว่ายังไงก็ออกมาจากจวนโป๋ แม้เจียงหยุนชาน จะมีน้องสาวทีใกล้แต่งเข้าไปในตระกูลทีมีอิทธิพล แต่ชือเสียงของเขายังคง
อ่อนแอ สิงทีพอจะเชิดหน้าชูตาได้คือสถานะทีว่าเป็ นลูกศิษย์คนสุดท้ายของท่าน อาจารย์หยุนไห่เท่านั้น
เมือลองคํานวณอย่างละเอียด การทีนางแต่งงานกับเขาก็ถือเป็ นการทีนางลดตัวลง ไปแต่งงาน ทว่านีไม่ถือเป็ นปัญหา คุณหนูจ้งเอ้อเชือว่าเจียงหยุนชานเป็ นคนทีมี ความทะเยอทะยานสูงซึงคนอย่างเขาน่าจะทําสิงทียิงใหญ่ ในทีสุด และนางคิดว่า การสอบขุนนางในปี หน้าจะต้องมีตําแหน่งของเขาอย่างแน่นอน เมือถึงตอนนั้น สถานะ… ซึงเป็ นจุดอ่อนเพียงอย่างเดียวของเจียงหยุนชานก็จะไม่เป็ นจุดอ่อนอีก ต่อไป
นางต้องใช้โอกาสนี้ในการจับเจียงหยุนชานล่วงหน้า!
คุณหนูจ้งเอ้อคิดคํานวณอย่างดีในใจ และทีนางพาพวกน้อง ๆ จากสายหลักและ สายรองมาทีนีก็เพราะนางมีความอยากจะเห็นหน้าเจียงหยุนชานอีกสักครั้ง แต่ ช่างน่าเศร้านัก เพราะนางไม่เห็นแม้กระทังเงาของเขาเลยด้วยซํ้า
คุณหนูจ้งเอ้อคิดในใจว่าจะให้เป็ นเช่นนี้ไม่ได้ นางต้องพยายามทําลาย สถานการณ์ทีกําลังหยุดชะงักนี้ด้วยตัวเอง
ตอนนี้เจียงป่ าวชิงดืมชานี้แล้ว ก็แสดงว่าเรืองราวในอดีตถือว่าถูกยกเลิกทั้งหมด ถ้าอย่างนั้น ตอนนี้ก็เป็ นช่วงเวลาเหมาะสมทีนางจะแสดงความสนใจต่อเจียงหยุน ชาน
คุณหนูจ้งเอ้อทําท่าทางสํารวม แต่นางยังไม่ทันได้พูดอะไรก็ได้ยินเสียงสาวใช้ ข้างนอกมารายงานเสียก่อน โดยบอกว่าหลินยู่หยุนหรือองค์หญิงเล็กมาหา
เมือเทียบกับการมาเยือนของสาว ๆ ตระกูลจ้งทีเดิมทีไม่ได้สนิทสนมอะไรต่อกัน การมาของหลินยู่หยุนทําให้เจียงป่ าวชิงรู้สึกดีใจจากใจจริงยิงกว่ า นางยิมตาหยี ้ พลางสังมีหลิว “เจ้าไปรับองค์หญิงเล็กทีประตูสองแทนข้าหน่อยสิ”
จากนั้นเจียงป่ าวชิงก็หันกลับมาพูดกับพวกคุณหนูของตระกูลจ้งด้วยใบหน้ายิม้ แย้ม “ก่อนหน้านี้ไม่นานองค์หญิงเล็กได้รับบาดเจ็บตรงเอวและเพิงสามารถ ออกมาข้างนอกได้เมือเร็ว ๆ นี้เอง ข้าจึงต้องดูแลองค์หญิงอย่างระมัดระวัง หาก ว่าอีกประเดี8ยวถ้าข้าเกิดต้อนรับได้ไม่ดีขึ้นมา ข้าขอให้พวกน้องสาวของตระกูล จ้งโปรดให้อภัยข้าด้วยนะจ๊ะ”
“ไม่เป็ นไรจ้ะ” พวกคุณหนูของตระกูลจ้งพากันพูดขึ้น “พวกเราเข้าใจแม่นาง เจียงจ้ะ”
เจียงป่ าวชิงคํานวณเวลาและคิดว่าหลินยู่หยุนน่าจะมาถึงประตูลานบ้านแล้วจึงลุก ขึ้นและออกไปต้อนรับอีกฝ่ าย
เดิมทีนางคิดจะปล่อยให้พวกคุณหนูตระกูลจ้งดืมชารออยู่ในบ้าน แต่พวกคุณหนู ของตระกูลจ้งต่างก็บอกว่าองค์หญิงเล็กมีสถานะสูงศักดิ? พวกนางควรออกไป ต้อนรับด้วย
ดังนั้น เจียงป่ าวชิงจึงยกขบวนพาพวกคุณหนูตระกูลจ้งไปทีประตูตรงหน้าลาน บ้าน
เจียงป่ าวชิงคํานวณเวลาได้ดี เพราะเมือออกมาก็เห็นองค์หญิงเล็กกําลังเดินเลี้ยว มาจากทางเดินเล็ก ๆ พอดี ทว่ามีสิงทีทําให้นางรู้สึกประหลาดใจคือ… เจียงหยุน ชานพีชายของนางเหมือนกําลังคุยอะไรบางอย่างกับองค์หญิงเล็กหลินยู่หยุนและ เดินมาเคียงข้างกัน
“อ๊ะ! ป่ าวชิง” หลินยู่หยุนเห็นเจียงป่ าวชิงจากทีไกล ๆ เดิมทีแก้มนางทีแดงอยู่ แล้วก็ยิงแดงราวกั บผลลูกท้อสุกมากขึ้นไปอีก ความกระดากอายของนางถูก แสดงออกมาทางสีหน้า “เจ้ามารับข้าแล้ว”
เจียงหยุนชานเองก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยเมือเห็นว่าน้องสาวพาพวกคุณหนู สาว ๆ หลายคนทีเขาไม่รู้จักมาทีนี แต่เขาก็นึกขึ้นมาได้ว่าน่าจะเป็นพวกคุณหนู ทีมาเป็ นแขกทีบ้านจึงก้มศฬีรษะทักทายอย่างสุภาพโดยทีไม่ได้จ้องมองคุณหนู เหล่านั้นนานเกินไปเพือจะได้ไม่เป็ นการล่วงเกินพวกนาง