แม่สาวเข็มเงิน - ตอนที่ 573 : สามอย่าง
กงจี้มองเจียงป่ าวชิง
เจียงป่ าวชิงยืนนิ้วมือออกมาสามนิ้ว “อย่างแรกคือการขอโทษ แม่นางชิวเอ้อ ต้องขอโทษสุนถาวกับคังคัง”
สีหน้าชิวเพ่ยโหลวเปลียนเป็ นยําแย่ทันที สองคนนี้เป็ นตัวอะไร พวกตําต้อยทีอยู่ ในโคลนคู่ควรให้นางขอโทษด้วยรึ ?!
องค์ชายสามชักสีหน้าแต่เขากลับตอบรับแทนนางด้วยนํ้าเสียงหนักแน่น “อืม เพ่ยโหลวมีส่วนในเรืองนี้ นางก็ควรขอโทษจริง ๆ”
“องค์ชาย!”
ชิวเพ่ยโหลวยังอยากจะพูดอะไร แต่องค์ชายสามกลับหันหน้ามามองนางอย่าง หนักแน่นเสียก่อน นางจึงต้องเงียบปาก ผ่านไปสักครู่ค่อยตอบรับด้วยความ อัปยศอดสู “ก็ได้เจ้าค่ะ”
สีหน้าองค์ชายสามผ่อนคลายลงเล็กน้อย เจียงป่ าวชิงพยักหน้าพลางพูดต่อ “อย่างทีสอง…”
หากว่าสายตาสามารถฆ่าคนได้ ชิวเพ่ยโหลวก็ต้องการให้เลือดของเจียงป่ าวชิง สาดกระเซ็นอยู่ทีนี น่าหงุดหงิดจริง ๆ! นีนางถึงขั้นยอมลดตัวลงไปขอโทษคน ตําต้อยสองคนด้วยความอัปยศอดสูแล้ว ยังไม่พออีกรึไง!
ยังต้องการให้นางทําอะไรอีก ?! องค์ชายสามพูดขึ้นอย่างอดทน “แม่นางเจียงว่ามาได้เลย”
“อย่างทีสองคือให้พวกท่านส่งต่อสิทธิ? การดูแลคังคังให้สุนถาว” เจียงป่ าวชิง พูดขึ้นอย่างช้า ๆ
ชิวเพ่ยโหลวตาเป็ นประกาย ความดีใจฉายชัดอยู่ในดวงตาของนาง ทว่าองค์ชาย สามขมวดคิ้วอย่างลังเล “แบบนี้ไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่ จริงไหม ?”
เจียงป่ าวชิงจึงถามกลับ “ไม่เหมาะสมยังไงเจ้าคะ หากว่าคังคังใช้ชีวิตอยู่ภายใต้ การดูแลขององค์ชายสามต่อไป ถ้ามีใคร ‘ตาบอดเพราะความอิจฉาริษยา ชัวขณะ ’ และต้องการทําร้ายคังคังอีก องค์ชายสามจะทํายังไงเจ้าคะ ?”
ความหมายในคําพูดของเจียงป่ าวชิงทําให้สีหน้าองค์ชายสามแข็งทือในทันใด เขา สูดหายใจเข้าลึก ๆ “ไม่ว่ายังไงสุนถาวก็เป็ นเพียงสาวใช้ คังคังไม่ควรเข้าไปเป็ น สมาชิกทีตําต้อยเช่นนั้น”
ชิวเพ่ยโหลวหลุบสายตาลงเพือปกปิ ดความเยาะเย้ยในแววตา ‘เหอะ! หญิงสาว ชาวประมงแม่ของเด็กนันก็ตําต้อยเหมือนกันนันแหละองค์ชาย ’
เจียงป่ าวชิงพูดขึ้น “องค์ชายสามสบายใจในเรืองนี้ได้เจ้าค่ะ สุนถาวและมีหลิว ต่างก็เป็ นคนเก่าคนแก่ทีออกมาจากจวนองค์ชายหย่งชิน ตอนทีพวกนางออกจาก จวนองค์ชายมารับใช้ข้า ทางฝังจวนองค์ชายมอบโฉนดการซื้อขายตัวของพวก นางให้กับข้า แต่ข้าเองส่งโฉนดนั้นให้กับพวกนางทั้งสองคนเพือให้พวกนางไป ยกเลิกสถานะการเป็ นผู้ทีถูกซื้อขายตัวได้กับเจ้าหน้าทีฝ่ ายราชการและมีความ เป็ นคนอิสระแล้ว ดังนั้นพวกนางทั้งสองเป็ นคนอิสระทีไม่ได้มีสถานะตําต้อย อะไรและยังถือเป็ นสมาชิกทีดีในจวนเจียงของข้า พวกนางก็แค่ทํางานในบ้านให้ ข้าเท่านั้นเจ้าค่ะ”
เมือองค์ชายสามได้ฟัง สีหน้าเขาผ่อนคลายลงเล็กน้อย เขามองชิวเพ่ยโหลวทีไม่ พูดอะไรอยู่ด้านข้างและนึกถึงอนาคตอันยิงใหญ่ ทีเขาคาดหวังไว้ ในทีสุดเขาก็ ตัดสินใจได้ “อืม… ในเมือเป็ นเช่นนี้ เป็นการดีหากว่าจะให้แม่นางสุนถาว ดูแลคังคัง ข้าตกลง”
ชิวเพ่ยโหลวเห็นว่าในทีสุดองค์ชายสามก็ตอบตกลง แม้ฟังดูเหมือนยังมีความ ลังเลอยู่ในคําพูด แต่ถึงอย่างไรเขาก็ตอบตกลงแล้ว นางจึงรู้สึกผ่อนคลายในใจ
เมือเด็กคังคังนันอยู่ ในความดูแลของสุนถาวอย่างถูกต้องตามกฎบ้านเมือง และ ตราบใดทีมีนางคอยเฝ้าดูอยู่ ก็อย่าคิดทีจะเปลียนใจกลับออกมายุ่งวุ่นวายอะไรกับ นางและองค์ชายสามอีก
“อย่างทีสาม”
เจียงป่ าวชิงเพิงเริมพูด ชิวเพ่ยโหลวก็แทรกอย่างหงุดหงิดเสียก่อน “ทําไม เงือนไขถึงได้มากมายเช่นนี้ล่ะ ?”
เจียงป่ าวชิงไม่ได้โกรธอะไร นางพูดขึ้นนิง ๆ “จะปฏิเสธก็ได้ถ้าเจ้าไม่เห็นด้วย ข้าไม่มีปัญหาอะไรหรอก”
นางพูดว่าไม่มีปัญหาอะไร แต่ทุกคนรู้ดีว่ามันจะไม่ได้เป็นไปตามทีนางพูดอย่าง แน่นอน
ชิวเพ่ยโหลวรู้สึกหงุดหงิดทันที องค์ชายสามพูดด้วยนํ้าเสียงหนักแน่น “อย่างทีสามคืออะไรว่ามาเลย” ตกลงไปก็ตั้งสองเงือนไขแล้ว หากมีเพิมมาอีกหนึงเงือนไขจะเป็ นไรไป
เจียงป่ าวชิงพูดขึ้น “ข้าจะเขียนข้อความสั้น ๆ ว่า ‘จะไม่ลงมือกับคังคังอีก’ และรบกวนองค์ชายสามกับแม่นางชิวเอ้อประทับลายนิ้วมือแทนคําสัญญาด้วย เจ้าค่ะ หากคังคังเป็ นอะไรไปในอนาคต ข้าจะถือว่าท่านทั้งสองละเมิดสัญญานี้ และยากทีจะบอกว่าจะเกิดอะไรขึ้น”
สีหน้าขององค์ชายสามเปลียนไปทันที “เจ้าขู่ข้ารึ ?!” สีหน้าของชิวเพ่ยโหลวก็ยําแย่มากเช่นกัน
เจียงป่ าวชิงดูอ่อนโยนมาก “ข้าเป็ นเพียงสามัญชนธรรมดา จะกล้าขู่องค์ชายสาม ทีเป็ นทายาทตระกูลสูงศักดิ?ได้ยังไงเจ้าคะ สัญญานี้เป็นเพียงการป้องกันไว้ก่อน เท่านั้น ในเมือทั้งสองท่านต่างก็บริสุทธิ? ใจทั้งคู่ ข้าจึงคิดว่าคงไม่น่ามีปัญหาถ้า หากจะประทับรอยนิ้วมือ”
ชิวเพ่ยโหลวปกปิ ดความเกลียดชังในแววตา “คังคังยังเด็ก ถ้าเขาเป็ นอะไรไปใน อนาคตคือคิดจะปัดความรับผิดชอบให้เราทั้งหมดอย่างนั้นสิ ?”
“ไม่หรอก ข้าเองไม่ใช่คนไร้เหตุผลขนาดนั้น” เจียงป่ าวชิงพูดขึ้นอย่างเย็นชา “เอาเป็ นว่าทางทีดีพวกท่านควรสวดมนต์ภาวนาให้คังคังไม่เป็ นอะไร มิ เช่นนั้น…”
นางพูดไม่จบ แต่องค์ชายสามกับชิวเพ่ยโหลวต่างก็รู้ความหมายของประโยคทียัง พูดไม่จบเป็นอย่างดี สีหน้าของทั้งสองคนจึงยําแย่มาก
สุดท้าย พวกเขาทั้งสองก็ประทับลายนิ้วมือ
ถึงอย่างไร ชิวเพ่ยโหลวก็ถูกกุมความผิดของนางไว้แล้ว ตราบใดทีนางยังอยาก แต่งกับองค์ชายสาม และองค์ชายสามยังต้องการสตรีมีชือเสียงบริสุทธิ? ทีฟ้าลิขิต มาช่วยให้เขาประสบความสําเร็จ การถูกขู่เล็ก ๆ น้อย ๆ ถือเป็ นเรืองเล็กน้อยมาก ด้วยซํ้า
เจียงป่ าวชิงให้มีหลิวเก็บกระดาษแทนคําสัญญาใบนั้น ซึงมีหลิวก็ออกไปพร้อม กระดาษนั้นอย่างระมัดระวัง
เจียงป่ าวชิงยืนขึ้น “เอาล่ะ พูดมาตั้งเยอะ พวกท่านยังไม่เจอกับสุนถาวและคังคัง ใช่ไหม ?”
ตอนนี้ชิวเพ่ยโหลวกําลังอารมณ์ไม่ดี นางแทบจะหัวเราะเสียงดังแต่นางก็ยังกลั้น ไว้ ‘ใครเต็มใจทีจะเจอกันล่ะ’
เจียงป่ าวชิงไม่สนใจชิวเพ่ยโหลวทีมีสีหน้ายําแย่ราวกับป่ วยเป็ นโรคร้ายแรง นาง เดินนําทางอยู่ด้านหน้าเพือพาทุกคนไปทีห้องทีสุนถาวกับคังคังนอนพักรักษาตัว อยู่
นางเลือกไปทีห้องของคังคังก่อน
องค์ชายสามเคยเห็นคังคังมาก่อน ตอนนั้นเด็กน้อยถูกหลินฉีเฟิ งจูงมือและมอง เขาอย่างสงสัย แล้วยังเรียกเขาว่า “ท่านอา” ด้วย
ลูกชายทีว่านอนสอนง่ายในตอนนั้นกลายเป็ นคนป่ วยทีนอนหน้าซีดอยู่บนเตียง แม้คังคังยังไม่ได้สติ แต่องค์ชายสามก็ไม่กล้ามองตาคังคังด้วยซํ้า
ชิวเพ่ยโหลวจิกเล็บเข้าฝ่ ามือตัวเอง นางยืนอยู่ข้างหลังองค์ชายสามโดยไม่ได้พูด อะไร
เจียงป่ าวชิงมองชิวเพ่ยโหลวและพูดขึ้นอย่างสงบ “แม่นางชิวเอ้อ นีคือคังคังทีถูก เจ้าวางแผนลอบฆ่านับครั้งไม่ถ้วนยังไงล่ะ”
“ไม่ใช่ข้า แม่ข้าต่างหาก” ชิวเพ่ยโหลแก้ตัวอย่างหงุดหงิด
เจียงป่ าวชิงไม่ได้โต้เถียงกับนางเพราะเถียงไปก็ไร้ประโยชน์ ต่อให้ชิวเพ่ยโหลว ยอมรับว่านางเป็ นคนทํา แล้วองค์ชายสามจะยกเลิกการแต่งงานและให้ความเป็ น ธรรมกับคังคังผู้เป็ นลูกชายของเขางั้นหรือ…
ก็ไม่
ดังนั้น เถียงแล้วจะมีประโยชน์อะไร
เจียงป่ าวชิงเพียงพูดเสียงเรียบเท่านั้น “แม่นางชิวเอ้อ แม้คังคังจะยังไม่ได้สติ แต่ ข้าเชือว่าเขาได้ยินคําขอโทษจากใจของเจ้าได้อย่างแน่นอน”
ไม่ว่ายังไง ชิวเพ่ยโหลวก็คิดไม่ถึงว่าคนทีอายุยังไม่ถึงยีสิบปี อย่างนางและเป็น สตรีฟ้าลิขิตทีได้รับความโปรดปรานตั้งแต่เล็กจนโต ในเมืองหลวงมีใครบ้างทีไม่ ประจบหรือโอ๋นาง
แล้วดูสิ ตอนนี้นางกลับต้องมาขอโทษลูกชายของหญิงสาวชาวประมงทีตําต้อย เช่นนี้…
ช่างเป็ นการถากถางนางมากจริง ๆ
“แม่นางชิวเอ้อ ในเมือตกลงแล้วก็รีบทําเถอะ อย่าชักช้าอืดอาด” กงจี้พูดเสียง เบาอย่างหงุดหงิด
ชิวเพ่ยโหลวสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะพูดออกมาด้วยสีหน้าแข็งกระด้าง “ขอ โทษ!”
นางรู้สึกถึงความอัปยศอดสู่อย่างใหญ่หลวง โดยเฉพาะตอนทีเจียงป่ าวชิงพานาง ไปทีห้องของสุนถาว
เจียงป่ าวชิงนังลงข้างเตียงสุนถาวและจับมือของสุนถาวทียังไม่ ได้สติขึ้นมาอย่าง อ่อนโยน “สุนถาว เจ้ายังจําแม่นางชิวเอ้อคนนี้ได้ไหม ตอนนั้นทีเจ้าไม่ทันระวัง เผลอไปทํานํ้าหกใส่นางแล้วนางสาดนํ้าใส่เจ้าทั้งตัว เท่านั้นไม่พอยังลงโทษให้ เจ้าคุกเข่าอยู่บนพื้นหิมะทีหนาวเย็นเป็ นเวลาหลายชัวยามจนเจ้าป่ วยไปหลายวัน และเกือบไม่รอด ครั้งนี้ นางก็ยังสังให้คนขีม้ามาชนเจ้ากับคังคังอีก… แม้แม่นาง ชิวเอ้อจะมีคนคอยปกป้อง เราจึงไม่สามารถทําอะไรนางได้ แต่ถึงยังไงวันนี้ก็ สามารถให้นางมาขอโทษเจ้าได้ เจ้าไม่ต้องยกโทษให้นางก็ได้ แค่ฟังอย่างเดียวก็ พอ”