แย่งพรสวรรค์ข้า? ข้าฆ่าจนสะเทือนทั้งโลก! - บทที่ 17 หวังว่าแกจะอวดเก่งแบบนี้ไปได้ตลอดนะ
- Home
- แย่งพรสวรรค์ข้า? ข้าฆ่าจนสะเทือนทั้งโลก!
- บทที่ 17 หวังว่าแกจะอวดเก่งแบบนี้ไปได้ตลอดนะ
ประโยคสุดท้ายของหลี่หมู่จบลงด้วยการแค่นเสียงเฮอะเบา ๆ
ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ถึงกับสมองขาวโพลนไปชั่วขณะ
โดยเฉพาะพวกนักเรียนที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ
โอหัง!
โอหังโคตร ๆ!!
โรงเรียนแกดูถูกฉัน ดูถูกโรงเรียนฉันใช่ไหม?
งั้นไอ้โรงเรียนที่แกภูมิใจนักหนา
ในสายตาฉัน มันก็เป็นแค่กองขี้หมาเท่านั้นแหละ!
นักเรียนทุกคนอึ้งกิมกี่
หลี่หมู่ไม่กลัวที่จะล่วงเกินโรงเรียนจินหัวจริง ๆ เหรอเนี่ย?
“แกพูดว่าอะไรนะ!?”
ซุนถงหน้าเขียวปัด กัดฟันกรอด พลังปราณพุ่งทะยานขึ้นทันที
ตูม!
อิ๋นฉางหมิงกับจ้าวชิงซานก้าวพรวดออกมาขวางหน้าหลี่หมู่ไว้พร้อมกัน
ผู้บริหารโรงเรียนคนอื่น ๆ ก็ระเบิดพลังปราณตามมาติด ๆ กดข่มซุนถงไว้มิด
ถึงโรงเรียนเฮยสุ่ยจะมีปัญหาเรื่องคุณภาพนักเรียนและทรัพยากรด้อยกว่า
แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าฝีมือของครูบาอาจารย์จะกากไปด้วยหรอกนะ
การที่ซุนถงได้นั่งแท่นหัวหน้าฝ่ายแนะแนวของจินหัว ก็เพราะอาศัยเส้นสายล้วน ๆ ฝีมือจริง ๆ ก็งั้น ๆ แหละ
ขนาดจ้าวชิงซานยังระดับพลังสูงกว่ามันตั้งหนึ่งขั้น
พลังปราณของนักรบระดับห้าระดับหกแผ่กระจายออกไป ทำเอานักเรียนรอบ ๆ ถอยกรูดด้วยความกลัว
ซุนถงโกรธจนหน้าดำหน้าแดง แต่ก็รู้ดีว่าขืนเรื่องบานปลายไปก็มีแต่เสียกับเสีย มันชี้หน้าหลี่หมู่ด้วยความแค้น
“ไอ้ขยะที่โดนตระกูลหลี่เฉดหัวทิ้ง แกคิดว่าแค่โรงเรียนเฮยสุ่ยจะคุ้มกะลาหัวแกได้งั้นเรอะ?”
อิ๋นฉางหมิงหน้าตึง ตวาดลั่นทันที
“ซุนถง ฉันขอเตือนแกไว้ก่อนนะ เรื่องระหว่างโรงเรียนเรา ให้มันเป็นเรื่องของการแข่งขันกันแบบแฟร์ ๆ!”
“แต่ถ้าแกคิดจะเล่นสกปรก ลอบกัดนักเรียนของฉันล่ะก็!”
“ฉันจะสู้กับแกให้ตาต่อตาฟันต่อฟันไปเลย!”
ซุนถงแค่นหัวเราะเยาะ
“อิ๋นฉางหมิง แกพล่ามไปก็ไร้ประโยชน์!”
มันหันกลับมาจ้องหลี่หมู่ตาขวาง
“หลี่หมู่ แกคงไม่รู้ล่ะสิว่าทำไมโรงเรียนจินหัวของฉันถึงยิ่งใหญ่มาได้จนถึงทุกวันนี้?”
“ฟังให้ดีนะ ภายในสิบวันนี้ ถ้าฉันถอนชื่อแกออกจากสารบบนักเรียนไม่ได้ ฉันยอมเปลี่ยนแซ่เลยเอ้า!”
“รอให้แกโดนไล่ออกเมื่อไหร่ คอยดูแล้วกันว่าฉันจะจัดหนักแกยังไง!”
“ส่วนแก อิ๋นฉางหมิง แล้วเราจะได้เห็นดีกัน!”
เรื่องอิทธิพลมืดของโรงเรียนจินหัว หลี่หมู่เคยได้ยินมานานแล้ว
เบื้องหลังของโรงเรียนจินหัว คือกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่
การจะปั้นโรงเรียนให้ผงาดขึ้นมาได้ มันไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เลย
แต่โรงเรียนจินหัวกลับใช้พลังเงินตราและเส้นสายเครือข่ายอันน่ากลัว ไต่เต้าขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว
กลุ่มทุนที่อยู่เบื้องหลัง ใช้เงินหว่านแหขยายอิทธิพลไปทุกวงการ
ลามไปถึงพวกผู้หลักผู้ใหญ่ระดับสูงด้วยซ้ำ
หลี่หมู่เคยได้ยินมาว่า กลุ่มทุนของโรงเรียนจินหัวกำลังวางแผนจะแทรกซึมเข้าไปในกองทัพจิ้นหยวนอยู่
การผูกมิตรกับกองทัพ คือเป้าหมายสูงสุดของทุกขุมกำลังในสังคม
มีเพียงแบ็กอัปจากกองทัพเท่านั้น ถึงจะทำให้ธุรกิจราบรื่นไร้อุปสรรค
แต่กองทัพจิ้นหยวน ไม่ใช่ที่ที่ใครนึกจะยื่นมือเข้าไปก็ทำได้ง่าย ๆ หรอกนะ
ชาวบ้านเขามีคำกล่าวไว้ว่า
“ข้าวในกระสอบ ไม่ปล่อยให้มอดแมลงข้างนอกมากินหรอก!”
ผลประโยชน์ในกองทัพจิ้นหยวน แค่พวกลูกหลานนายทหารแย่งกันเองก็แทบจะไม่พอแบ่งแล้ว
ถ้าขุมกำลังภายนอกคิดจะยื่นมือเข้าไป ก็เท่ากับไปแย่งชิ้นปลามันของคนพวกนี้
หลายคนแค่ด่านแรกก็ผ่านไม่พ้นแล้ว
ขืนไปแย่งเค้กเขา เผลอ ๆ อาจจะโดนแทงไส้แตกก่อนด้วยซ้ำ!
ดังนั้น การที่ขุมกำลังภายนอกจะตีซี้กับกองทัพได้ นอกจากจะยากเย็นแสนเข็ญแล้ว ยังต้องระมัดระวังตัวเป็นพิเศษอีกด้วย
“โห? แกมีน้ำยาขนาดนั้นเลยเหรอ?”
หลี่หมู่แกล้งทำหน้าตกใจ ถามกวน ๆ
“ไอ้หนู แกไม่ต้องมาทำหน้าเป็นเล่นไป”
“เดี๋ยวแกก็มีวันต้องร้องไห้น้ำตาเช็ดหัวเข่า”
“แกชอบอวดเก่งนักไม่ใช่เรอะ ฉันก็หวังว่าแกจะอวดเก่งแบบนี้ไปได้ตลอดนะ!”
ซุนถงแสยะยิ้มเย็น ชี้หน้าหลี่หมู่คาดโทษ ก่อนจะหันหลังเตรียมเดินจากไป
จังหวะนั้นเอง
เสียงม้าร้องแหลมก็ดังก้องมาจากสุดถนน ตามมาด้วยเสียงกีบเท้าม้ากระทบพื้นดังกึกก้อง
ดึงดูดสายตาทุกคู่ให้หันไปมอง
ม้าศึกร่างยักษ์นับสิบตัวควบตะบึงมาแต่ไกล ฝุ่นตลบอบอวลไปทั่ว รถราและผู้คนต่างพากันหลีกทางให้เป็นแถว
ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นคนของกองทัพจิ้นหยวน
เพราะในเมืองเถี่ยโส่ว อนุญาตให้ใช้แค่ยานพาหนะเครื่องยนต์เท่านั้น
ต่อให้เป็นผู้ควบคุมอสูร ก็ต้องลงทะเบียนสัตว์อสูรก่อนถึงจะเอามาเดินเพ่นพ่านได้
มีแค่กองทัพจิ้นหยวนเท่านั้น ที่ได้รับสิทธิพิเศษในการควบม้าศึกกลางเมืองได้!
หนึ่งคือ ม้าศึกวิ่งเร็วกว่ารถยนต์ทั่วไปมาก
สองคือ ทหารกองทัพจิ้นหยวนคุ้นชินกับการขี่ม้าสู้รบในแดนเหว
เวลาปฏิบัติภารกิจในเมือง การขี่ม้าก็คล่องตัวและปราดเปรียวกว่าพวกเครื่องจักรเยอะ
พอเข้ามาใกล้
ก็เห็นชัดว่าบนหลังม้าแต่ละตัว มีทหารในชุดเครื่องแบบรบของกองทัพจิ้นหยวนนั่งอยู่
คนนำหน้าคือผู้บังคับหมวดพยัคฆ์ (เสี้ยวหมางเว่ย) ติดดาวหนึ่งดวงบนบ่า
อิ๋นฉางหมิงและคนอื่น ๆ ต่างก็ถอยร่นไปโดยสัญชาตญาณ
ทุกคนนึกว่าทหารพวกนี้แค่ขี่ม้าผ่านไปทำภารกิจ
แต่ใครจะไปคิดว่าพอขี่มาถึงหน้าประตูโรงเรียนเฮยสุ่ย พวกเขากลับกระตุกบังเหียนหยุดม้าพร้อมกัน
แล้วกระโดดลงจากหลังม้าอย่างพร้อมเพรียง
ผู้บังคับหมวดที่นำหน้าก้าวเท้ายาว ๆ ตรงดิ่งมาหาหลี่หมู่ แล้วทำวันทยหัตถ์แบบอัศวินอย่างแข็งขันดังกริ๊ก
ในโลกไฮวู ทหารกองทัพจิ้นหยวนเป็นทหารม้าทั้งหมด เลยต้องทำความเคารพแบบอัศวิน
คือเอามือซ้ายไพล่หลัง กำหมัดขวาทาบหน้าอก แล้วแบมือขวาตวัดเฉียงลงมาขนานกับสะโพกอย่างรวดเร็ว
จังหวะที่ตวัดมือลงมา จะดูคล้าย ๆ กับการสับสันมือ
“นักเรียนหลี่หมู่ ท่านหัวหน้าซ่งกับศาสตราจารย์สวีเรียนเชิญครับ มีเรื่องสำคัญต้องหารือ”
“ผมได้รับมอบหมายให้มาคุ้มกันท่านไปที่แดนเหวครับ เชิญ!”
ตอนที่พูด แววตาของผู้บังคับหมวดคนนี้ยังคงเต็มไปด้วยความตกตะลึง
เขาคือนายทหารที่รับผิดชอบการรักษาความปลอดภัยของแผนกวิจัย
เลยพอจะรู้ถึงอิทธิพลของศาสตราจารย์สวีกับหัวหน้าซ่งอยู่บ้าง
เมื่อตอนบ่าย เขารู้แค่ว่าทั้งสองท่านหลับไปแล้ว
ซึ่งมันก็เป็นเรื่องปกติ เวลาพวกท่านใช้สมองคิดค้นวิชาจนพลังจิตหมด ก็ต้องรีบพักผ่อนฟื้นฟู
แต่พอสองบิ๊กบอสนี้ตื่นขึ้นมา กลับสั่งให้คนออกตามหานักเรียนที่ชื่อหลี่หมู่กันให้ควั่ก
เขาลองไปถามผู้ช่วยหลิว ถึงได้รู้ต้นสายปลายเหตุ
จากนั้น ศาสตราจารย์สวีก็สั่งให้เขารีบควบม้าด่วนจี๋มาเชิญหลี่หมู่ทันที
ก่อนจะออกมา เขายังเห็นฉินจ้านเย่เดินเข้าไปในแผนกวิจัยด้วยซ้ำ
ที่บิ๊กบอสพวกนี้เรียกตัวหลี่หมู่ไป ไม่ใช่เรื่องอื่นไกลเลย แต่เป็นการจัดโต๊ะจีนเลี้ยงต้อนรับนักเรียนที่ชื่อหลี่หมู่คนนี้เนี่ยนะ!
ต้องเข้าใจก่อนนะว่า ปกติหัวหน้าซ่งกับศาสตราจารย์สวีเป็นคนประหยัดมัธยัสถ์มาก
เวลาและเรี่ยวแรงแทบทั้งหมดทุ่มเทให้กับการวิจัยวิชาการต่อสู้
เกลียดที่สุดก็คืองานเลี้ยงสังสรรค์ต้อนรับขับสู้ ยิ่งงานเลี้ยงหรูหราฟุ่มเฟือยยิ่งรังเกียจเข้าไส้
ต่อให้เป็นระดับผู้บัญชาการพยัคฆ์อย่างฉินจ้านเย่ ถ้าคิดจะชวนสองท่านนี้ไปดื่ม
ศาสตราจารย์สวีก็ปฏิเสธแบบไม่ไว้หน้ามานักต่อนักแล้ว
“ท่านผู้อำนวยการ ผมไปได้ไหมครับ?”
หลี่หมู่หันไปถามอิ๋นฉางหมิง
อิ๋นฉางหมิงกับคนอื่น ๆ ยืนอ้าปากค้างตะลึงงันไปนานแล้ว
นี่มันนายทหารระดับผู้บังคับหมวดพยัคฆ์เชียวนะ!
ถึงจะเป็นแค่นายทหารระดับล่าง แต่เกณฑ์การคัดเลือกนายทหารของกองทัพจิ้นหยวนน่ะ โคตรจะหินเลยนะขอบอก!
แล้วเมื่อกี้ทหารกลุ่มนี้พูดว่าอะไรนะ?
ศาสตราจารย์อะไรนะ? หัวหน้าอะไรนะ? เรียนเชิญหลี่หมู่ไปหารือเรื่องสำคัญงั้นเหรอ??
“อ๊ะ! ได้สิ ได้ ๆ ๆ รีบไปเถอะ งานสำคัญต้องมาก่อน!”
อิ๋นฉางหมิงได้สติ รีบดันไหล่หลี่หมู่เบา ๆ
หลี่หมู่ควักป้ายม้าออกมาสะบัด
พรึ่บ!
เหย่ากู่กระโจนพรวดออกมา
ทำเอานักเรียนเฮยสุ่ยร้องว้าวกันเป็นแถว
ม้าศึกสีดำแผงคอสีเงิน มีทั้งเขาทั้งกระดูกปูดโปน ดูน่าเกรงขามและเท่ระเบิด
จะมีเด็กม.ปลายสักกี่คนกันเชียวที่มีม้าศึกเป็นของตัวเอง??
“ผมขี่ม้าตามคุณไปเลยละกัน” หลี่หมู่หันไปบอกผู้บังคับหมวดพยัคฆ์
“ได้ครับ!” ผู้บังคับหมวดพยัคฆ์พยักหน้ารับ หางตายังแอบชำเลืองมองเหย่ากู่ด้วย
ดูท่าทางม้าตัวนี้จะสง่างามกว่าม้าของเขาซะอีก
ไม่นึกเลยว่าหลี่หมู่จะมีม้าศึกกลายพันธุ์กับเขาด้วย
หรือว่าไอ้หนุ่มนี่จะแอบไปสมัครเป็นทหารกองหนุนล่วงหน้าแล้ว?
ถ้าเป็นงั้น ที่ศาสตราจารย์สวีกับบิ๊กบอสคนอื่น ๆ เชิญไปก็พอจะมีเหตุผลอยู่บ้าง…
เดี๋ยวนะ?
เหตุผลบ้าอะไรล่ะ?
ไอ้หนุ่มนี่มันระดับสัตว์ประหลาดชัด ๆ!!
หลี่หมู่กระโดดขึ้นหลังม้าอย่างคล่องแคล่ว
ก้มมองลงมาที่ซุนถงที่กำลังยืนหน้าถอดสี แล้วเอ่ยเสียงเรียบ
“หัวหน้าซุน”
“ห๊ะ… ห๊ะ??”
ซุนถง หัวหน้าฝ่ายแนะแนวของโรงเรียนจินหัว ถึงกับหน้าซีดเผือดเมื่อโดนหลี่หมู่เรียกชื่อ
มันเงยหน้ามองหลี่หมู่ด้วยความหวาดกลัว รอยยิ้มบนหน้ามันดูบิดเบี้ยวเหมือนคนกำลังจะร้องไห้
มันงงไปหมดแล้ว หลี่หมู่ไปมีเส้นสายในกองทัพได้ยังไงเนี่ย?
ถึงขั้นมีนายทหารระดับผู้บังคับหมวดพยัคฆ์มารับด้วยตัวเองเลยเหรอ?
หรือว่าจะเป็นเส้นสายของพ่อมันแต่ก่อน?
มันส่งสายตาวิงวอนหลี่หมู่ หวังว่าหลี่หมู่จะไม่เอาเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อกี้ไปฟ้อง
และถ้าไปถึงแดนเหวก็อย่าหลุดปากพูดเรื่องนี้เด็ดขาด!
เพราะถ้าหลี่หมู่เป่าหูนิดเดียว
ทำให้กองทัพจิ้นหยวนมองโรงเรียนจินหัวในแง่ลบ
จนส่งผลกระทบต่อแผนการขยายอิทธิพลเข้าสู่กองทัพของโรงเรียนล่ะก็
มันคงได้โดนพวกนายทุนเล่นงานจนตายทั้งเป็นแน่ ๆ!!
หลี่หมู่ไม่ได้ใจบุญขนาดนั้นหรอก
ความจริงแล้ว เอาเรื่องเมื่อกี้ไปฟ้องทหารคนนี้ก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไร
แต่ซุนถงไม่รู้ไงว่าเขาซี้กับคนพวกนี้ระดับไหน
หลี่หมู่ก็แค่อยากเห็นมันยืนตัวสั่นเป็นลูกนกแบบนี้แหละ
โคตรสะใจเลย!
“ถ้าโรงเรียนจินหัวของพวกแกอยากจะเล่นงานฉันให้ตายล่ะก็ พุ่งเป้ามาที่ฉันคนเดียวก็พอ อย่ามากัดโรงเรียนของพวกเราเลย”
“ฝากด้วยนะจ๊ะ…”