แย่งพรสวรรค์ข้า? ข้าฆ่าจนสะเทือนทั้งโลก! - บทที่ 2 โดนอัดก็ต้องดิ้นสิ ไม่งั้นมันจะไปสะใจอะไร!
- Home
- แย่งพรสวรรค์ข้า? ข้าฆ่าจนสะเทือนทั้งโลก!
- บทที่ 2 โดนอัดก็ต้องดิ้นสิ ไม่งั้นมันจะไปสะใจอะไร!
ได้ยินเสียงลูกชาย หยางซู่อิงก็ดีใจสุดขีด
นางหันกลับมาเอาแก้มแนบหน้าผากหลี่หมู่
พร้อมส่งพลังปราณสายหนึ่งเข้าไปตรวจดูภายในร่าง
ตอนนี้หลังจากผ่านการปรับแต่งจากเคล็ดเซียนสวรรค์ไร้ระดับ
ร่างกายของหลี่หมู่ก็ฟื้นฟูไปเกือบแปดส่วนแล้ว
ดวงตาของหยางซู่อิงเป็นประกายขึ้นมาทันที
เมื่อครู่ตอนใช้ปราณตรวจดูยังเห็นร่องรอยบาดเจ็บสาหัสอยู่เลย ทำเอานางร้อนใจแทบตาย
แต่ตอนนี้หลี่หมู่พ้นขีดอันตรายแล้วชัด ๆ
“แม่ครับ ผมไม่เป็นไรแล้ว แค่เหนื่อย อยากพักผ่อน”
หลี่หมู่พูดขึ้นอีกครั้ง น้ำเสียงดีขึ้นกว่าเมื่อครู่มาก
ถ้าไม่ติดว่ากระดูกยังสมานไม่สนิท เขาอยากจะกระโดดลงไปเดินเองด้วยซ้ำ
“ได้! กลับบ้านเรา”
หยางซู่อิงพยักหน้ารัวด้วยความตื่นเต้น ฝีเท้ามีพลังขึ้นมาทันตา นางหมุนตัวเดินไปทางถนนเล็ก ๆ อีกฝั่ง
สิบกว่านาทีต่อมา ก็มาหยุดอยู่หน้าโรงตีเหล็กแห่งหนึ่ง
หยางซู่อิงทุบประตูรัว ๆ แล้วเงยหน้ามองกล้องวงจรปิด
ไม่นานประตูไม้ก็เปิดออก
หญิงวัยกลางคนหน้าตาจิ้มลิ้มที่เค้าโครงหน้าคล้ายหยางซู่อิงถึงหกส่วนรีบเปิดประตูออกมา
“พี่! เกิดอะไรขึ้น?”
คนคนนี้คือหยางโหย่วหรง น้องสาวแท้ ๆ ของหยางซู่อิง หรือก็คือน้าของหลี่หมู่นั่นเอง
ข้างกายมีชายร่างกำยำยืนอยู่ เขาคือน้าเขยของหลี่หมู่
เขารีบเข้ามาประคองหลี่หมู่
“เร็ว เข้ามาก่อนค่อยคุยกัน!”
ฟ้าแลบฟ้าร้องดังสนั่น
พายุฝนโหมกระหน่ำ
หลี่หมู่หลับสนิทไปตลอดคืน
เช้าวันรุ่งขึ้น ทันทีที่เขาลืมตา
ลองขยับตัวดูก็พบว่าร่างกายฟื้นฟูเต็มร้อยแล้ว
ไม่ใช่แค่เพราะเคล็ดเซียนสวรรค์ไร้ระดับของตัวเองเท่านั้น
แต่เป็นเพราะเมื่อคืนน้ากับน้าเขยยอมควักกระเป๋าเอายาฟื้นฟูราคาเหยียบสามหมื่นมาให้กินด้วย
หลี่หมู่ลุกขึ้นนั่งบิดขี้เกียจ
แต่พอมองไปตรงมุมห้องฝั่งตรงข้าม ก็เห็นเตียงพับสนามกางอยู่
หยางซู่อิงกำลังหลับโดยที่คิ้วยังขมวดเข้าหากัน
หลี่หมู่รู้สึกจมูกเฝื่อนขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
การมีแม่… มันรู้สึกแบบนี้นี่เอง
คล้ายมีกระแสจิตถึงกัน หยางซู่อิงสะลึมสะลือลืมตาขึ้น
พอเห็นหลี่หมู่ตื่นแล้ว ดวงตาที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยก็เบิกกว้างด้วยความดีใจ นางรีบลุกพรวดขึ้นมา
“แม่! ผมหายแล้ว!”
สิ่งเดียวที่หลี่หมู่ทำได้ คือรีบกระโดดลงจากเตียงโชว์ความแข็งแรง เพื่อไม่ให้แม่ต้องเป็นห่วงอีก
เห็นลูกชายกลับมาคึกคักเหมือนเดิม หยางซู่อิงก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ราวกับลูกโป่งโดนปล่อยลม
พอคลายกังวล ความเหนื่อยล้าที่ไม่เคยมีมาก่อนก็ถาโถมเข้าใส่
“หายแล้วก็ดี งั้นแม่ของีบต่ออีกหน่อยนะ…”
พูดจบก็ล้มตัวลงนอนหลับไปทันที
หลี่หมู่ทั้งขำทั้งสงสาร เดินเข้าไปห่มผ้าให้แม่
เขาหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาดู
ตระกูลหลี่ออกประกาศเปลี่ยนผังตระกูลบนโซเชียลมีเดียตามคาด
ตัวหนังสือสีแดงเข้มขีดฆ่าชื่อ ‘หลี่หมู่’ ออกจากผังตระกูลอย่างชัดเจน
คลิปนี้พุ่งติดเทรนด์ฮิตของเมืองอย่างรวดเร็ว
ก็แหงล่ะ เมื่อวานตระกูลหลี่เพิ่งจะติดเทรนด์ไปรอบหนึ่งจากเรื่องที่หลี่หมู่ไปแจ้งความว่าถูกแย่งพรสวรรค์ระดับ S
แต่เรื่องภายในตระกูลแบบนี้ ทางการไม่ยื่นมือเข้ามายุ่ง กระแสสังคมก็ทำได้แค่ด่าทอ ไม่ได้สร้างความเสียหายอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน
ชาวเมืองได้แต่สงสารหลี่หมู่ แต่ก็ทำอะไรตระกูลหลี่ไม่ได้
แถมตระกูลหลี่ก็ไม่สนสี่สนแปดกับกระแสสังคมด้วย!
พวกเขากำลังจะผงาดคับฟ้า แค่วิ่งวุ่นต้อนรับพวกชนชั้นนำจากหลากหลายวงการที่แห่มาขอร่วมธุรกิจก็แทบจะไม่มีเวลาหายใจแล้ว
เรื่องนี้ก็เลยเป็นแค่ข่าวซุบซิบข่าวหนึ่งเท่านั้น
หลี่หมู่ผลักประตูเดินออกมาข้างนอก
ที่นี่คือโรงตีเหล็กของบ้านน้า
บนโต๊ะหินในลานบ้านมีข้าวเช้าร้อน ๆ วางอยู่
น้ากำลังจัดกับข้าว ส่วนน้าเขยกำลังยกเหล็กเส้น เตรียมเริ่มงานของวัน
พอเห็นหลี่หมู่ ทั้งสองก็ชะงักมือพร้อมกัน
บรรยากาศอึมครึมลงชั่วขณะ
จู่ ๆ ขอบตาของน้าก็แดงก่ำ นางรีบเดินเข้ามาดึงหลี่หมู่ไปกอด ปลอบโยนด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“ไอ้พวกตระกูลหลี่บัดซบ ทำหลานน้าพังป่นปี้หมดแล้ว!”
น้ำเสียงสั่นเครือเต็มไปด้วยความปวดใจ
บาดเจ็บทางกายน่ะไม่เท่าไหร่
แต่โดนแย่งพรสวรรค์ระดับ S ไป นี่มันทำลายอนาคตกันชัด ๆ!
ชีวิตที่ควรจะรุ่งโรจน์ก้าวหน้าพุ่งทะยาน
กลับต้องกลายมาเป็นโคลนตมไปหน้าตาเฉย
น้าเขยที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็ไม่รู้จะปลอบยังไง ได้แต่เกาหัวแกรก ๆ
“หลานรัก ไม่เป็นไร! ต่อไปก็อยู่กับน้าเขยนี่แหละ มาเรียนตีเหล็ก!”
“ถึงยังไงก็ถือเป็นวิชาติดตัว”
หลี่หมู่รู้สึกอบอุ่นในใจ เขากลับเป็นฝ่ายตบไหล่ปลอบน้าแทน
“น้าครับ ผมไม่เป็นไรหรอก”
“น้าเขย วิชาตีเหล็กเนี่ยต้องสอนผมแน่นอน แต่เรียน… ผมก็จะไปเรียนต่อครับ”
น้าทั้งสองคนมองหน้ากันแล้วถอนหายใจ
ดูท่าหลี่หมู่คงยังรับความจริงไม่ได้ พรสวรรค์ระดับ F ขืนกลับไปเรียนต่อแล้วหวังจะผงาด มันยากยิ่งกว่าปีนขึ้นสวรรค์ซะอีก
แต่พวกเขาทำใจพูดทำร้ายจิตใจหลี่หมู่ไม่ได้จริง ๆ
“ได้! ไปเรียนก็ได้ แต่ต้องย้ายโรงเรียนนะ!”
“พวกลูกหลานตระกูลหลี่สันดานเสียนั่น ไม่มีทางปล่อยหลานไปง่าย ๆ แน่ ลูกพี่ลูกน้องของหลานก็เรียนอยู่โรงเรียนเดียวกันนี่”
น้าพูดด้วยความห่วงใย
หลี่หมู่ยิ้มกว้างอย่างสบายใจ น้ำเสียงหนักแน่น
“วางใจเถอะครับน้า ตระกูลหลี่คิดว่ามีพรสวรรค์ระดับ S แล้วจะผงาดได้งั้นเหรอ”
“หลี่หมู่คนนี้แหละ จะเหยียบพวกมันให้จมโคลนเอง!”
คำพูดของหลี่หมู่ฟังดูฮึกเหิมก็จริง
แต่ในหูของหยางโหย่วหรง มันยิ่งฟังยิ่งน่าเศร้า
เด็กคนนี้สติแตกไปแล้ว!
มันจะเป็นไปได้ยังไง?
พรสวรรค์ระดับ S ของหลี่เสี่ยวหาวไม่ต้องรอให้โตเต็มที่ด้วยซ้ำ
ตอนนี้คนที่ต่อแถวเอาเงินมาประเคน เสนอตัวร่วมธุรกิจกับตระกูลหลี่ก็มีเป็นพรวน
ตระกูลหลี่อาศัยจังหวะนี้ทะยานขึ้นเป็นตระกูลชั้นแนวหน้าได้อย่างสบาย ๆ
ใคร ๆ ก็รู้ว่าการลงทุนตั้งแต่เนิ่น ๆ มันถึงจะคุ้ม
ขืนรอให้เขาเก่งกล้าแล้วค่อยไปปะเหลาะตอนนั้น มันก็ช้าไปแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น อีกสี่วันจะมีการรบครั้งแรกที่เหวลึก
เป็นงานใหญ่ที่ผู้หลักผู้ใหญ่ทั้งจากกองทัพและสายการศึกษาต่างจับตามอง
หลี่เสี่ยวหาวต้องได้โชว์ออฟในศึกแรกนี้แน่นอน
ถึงตอนนั้นตระกูลก็จะยิ่งผงาดเร็วกว่าเดิมอีก!
หลี่หมู่ดูออกว่าพวกเขากำลังคิดอะไร แต่ก็ขี้เกียจอธิบาย เขาเปลี่ยนเรื่องถามขึ้นมาลอย ๆ
“เจียฉีกับเจียเฟิงล่ะครับ?”
น้ากับน้าเขยมีลูกชายลูกสาวคู่หนึ่ง เรียนอยู่ ม.4 กับ ม.5
“ไปโรงเรียนแล้วล่ะ” น้าตอบ “น้ายังไม่มีเวลาเล่าเรื่องของหลานให้พวกนั้นฟังเลย”
“งั้นผมก็ควรไปแล้วเหมือนกัน”
หลี่หมู่หยิบมือถือมาดูเวลา ก็สายแล้วจริง ๆ
บอกลาน้าทั้งสองคนเสร็จก็วิ่งพุ่งออกไปทันที
“กินข้าวก่อนสิ!” น้าตะโกนไล่หลัง
“เดี๋ยวกินกลางทางครับ”
เสียงหลี่หมู่ลอยมาตามลม ส่วนตัวก็วิ่งออกไปถึงถนนแล้ว
โรงเรียนวูตาวเถิงหลง
คือโรงเรียนนักรบที่หลี่หมู่กำลังเรียนอยู่
หลี่เสี่ยวหง ลูกพี่ลูกน้องของหลี่หมู่ก็เรียนอยู่ที่นี่เหมือนกัน
วันเดียวกับที่หลี่หมู่ปลุกพรสวรรค์ระดับ S ได้ หลี่เสี่ยวหงก็ได้รับตำแหน่งประธานนักเรียนทันที
แต่วันนี้ ทันทีที่หลี่หมู่ก้าวเท้าเข้าโรงเรียน นักเรียนคนหนึ่งที่ดูเหมือนจะดักรออยู่นานแล้วก็เดินตรงเข้ามาหา
“หลี่หมู่! เอ่อ… ประธานนักเรียนเรียกนายไปเป็นคู่ซ้อมน่ะ”
“ซ้อมให้ใคร?” หลี่หมู่ถามเสียงเรียบ
“ให้ซุนหลง…” นักเรียนชายตอบอึกอัก
แววตาของหลี่หมู่เย็นเยียบลงทันที
ซุนหลง ไอ้ลูกคุณหนูบ้านรวย
มันไม่กล้าลงไปสู้กับมอนสเตอร์ในเหวลึก แต่กลับชอบความรู้สึกซาดิสต์เวลาได้ชกคนให้เนื้อแตก
ก่อนจะปลุกพรสวรรค์ได้ มันก็ซ้อมนักเรียนบ้านจนมาตั้งไม่รู้กี่คนแล้ว
ตีคนอื่นจนเลือดอาบ แต่มันกลับหัวเราะชอบใจ
เมื่อวานซืน ซุนหลงปลุกพรสวรรค์ระดับ A ได้ ความกร่างก็ยิ่งพุ่งทะลุปรอท
ไม่คิดเลยว่าหลี่เสี่ยวหงจะไปจับคู่กับมันเร็วขนาดนี้
ต่อไปนี้หลี่เสี่ยวหงคงใช้อำนาจหา ‘กระสอบทรายมนุษย์’ มาประเคนให้ซุนหลงได้สบาย ๆ
ไอ้ซุนหลงก็คงได้ใจน่าดู
“ได้!” หลี่หมู่แค่นเสียงเย็นชา สาวเท้าเดินตรงดิ่งไปที่ลานประลองทันที
บริเวณลานประลองตอนนี้ นักเรียน ม.6 กลุ่มใหญ่กำลังยืนล้อมวงกันอยู่
ตรงกลางวง
ซุนหลงกำลังกระหน่ำอัดคู่ซ้อมอย่างเมามัน
คู่ซ้อมคนนั้นก่อนหน้าที่จะมีการปลุกพรสวรรค์ ถือว่าเป็นคนมีฝีมือ ฝีมือเหนือกว่าซุนหลงแน่นอน
ถึงจะเพิ่งปลุกพรสวรรค์ได้ แต่ก็เพิ่งผ่านมาแค่สองวัน
พลังเสริมความแข็งแกร่งจากพรสวรรค์ยังแสดงผลออกมาได้ไม่เต็มที่
แต่ถึงอย่างนั้น คู่ซ้อมคนนี้ก็ไม่กล้าตอบโต้แม้แต่หมัดเดียว
คู่ซ้อมอีกหลายคนที่ยืนรออยู่ข้าง ๆ ต่างก็หน้าดำคร่ำเครียด
แต่ก็ช่วยไม่ได้
ประธานนักเรียนมีอำนาจจัดสรรทรัพยากรบ่มเพาะพลังส่วนหนึ่ง ซึ่งเป็นทรัพยากรจากผู้บริจาคภายนอก แม้จะไม่เยอะเท่าโควตาของโรงเรียน
แต่สำหรับพวกนักเรียนที่ยากจน มันคือสิ่งจำเป็นต่อชีวิตอย่างยิ่ง
นักเรียนชายที่พาหลี่หมู่มาเดินไปกระซิบบอกหลี่เสี่ยวหง
หลี่เสี่ยวหงหันมาเห็นหลี่หมู่ รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมก็ผุดขึ้นบนใบหน้าทันที
นางรีบเดินเข้ามาหาหลี่หมู่ แล้วกระซิบข้างหูเขาว่า
“ไม่คิดเลยนะว่าแกจะหายเร็วขนาดนี้!”
“ฟังให้ดี แฟนฉันเจาะจงเลยว่าอยากกระทืบแก”
“เดี๋ยวพอขึ้นไป อย่าเอาแต่ยืนบื้อล่ะ ดิ้นรนขัดขืนซะบ้าง”
“ไม่งั้นเขาจะกระทืบไม่สะใจ!”
“ถ้าแกทำเขาหมดสนุกละก็ ฉันรับรองเลยว่าจะจัดหนักแกทุกวัน เอาให้ตายไปข้าง!”
พูดจบ หลี่เสี่ยวหงก็ตบไหล่หลี่หมู่เบา ๆ
แววตาเต็มไปด้วยความโรคจิตที่สื่อชัดเจนว่า ‘ฉันเหนือกว่าแก ฉันจะเหยียบแกให้จมดิน’
หลี่หมู่เคยปลุกพรสวรรค์ระดับ S ได้ แต่ชั่วข้ามคืนกลับร่วงหล่นลงมาคลุกฝุ่น
ไม่มีนักเรียนชายคนไหนหรอก ที่ไม่อยากจะกระทืบอดีตอัจฉริยะคนนี้ให้จมดิน
มันจะรู้สึกฟินและสะใจขนาดไหนกันล่ะ?
ซุนหลงถึงกับรีเควสว่าอยากอัดหลี่หมู่ หลี่เสี่ยวหงก็ตกปากรับคำว่าถ้าหลี่หมู่มา จะจัดคิวให้ทันที
ตอนแรกนางนึกว่าวันนี้หลี่หมู่จะมาไม่ได้ซะแล้ว
ไม่คิดเลยว่าหลี่หมู่จะโผล่หัวมาจริง ๆ