แย่งพรสวรรค์ข้า? ข้าฆ่าจนสะเทือนทั้งโลก! - บทที่ 3 อ้อเฮ้ย หลอกเว้ย ไอ้ง่าว!
หลี่หมู่ไม่ตอบหลี่เสี่ยวหง
เขาทอดสายตามองการต่อสู้บนลาน
พรสวรรค์ระดับ A ‘พัดอัคคี’ ของซุนหลง เมื่อโจมตีระยะประชิดจะสร้างเปลวเพลิงรูปพัดแผ่ออกไปด้านหน้า
ความรุนแรงและรัศมีจะเพิ่มขึ้นตามระดับพลังที่สูงขึ้น
แถมยังได้โบนัสพิเศษจากการฝึกวิชากำลังภายในและเคล็ดวิชาธาตุไฟ
พอถึงช่วงหลัง ๆ ทุกหมัดทุกเตะจะกลายเป็นทะเลเพลิง น่ากลัวสุด ๆ
คู่ซ้อมคนนั้นถึงจะมีพรสวรรค์แค่ระดับ C แต่ก็เชี่ยวชาญวิชาป้องกันตัว
ในเมื่อไม่กล้าสวนกลับ ก็เลยงัดสกิลติดตัวอย่าง ‘ระฆังทองคุ้มกาย’ ออกมาตั้งรับ
ระฆังทองหนาเตอะแข็งแกร่ง รับการโจมตีของซุนหลงไว้ได้หมด
ซุนหลงกระหน่ำชกเป้ง ๆ ๆ ไปสิบกว่าหมัด ก็ยังเจาะระฆังทองที่อัดแน่นไปด้วยพลังของคู่ซ้อมไม่เข้า
คิ้วของซุนหลงขมวดเข้าหากันทันที!
แค่เกราะยังตีไม่แตก น่าขายหน้าชะมัด
เขาจึงย่อตัวรวบรวมลมปราณกะทันหัน ง้างหมัดขวาสุดแขนราวกับง้างธนู
คู่ซ้อมตะโกนลั่นทันที “หยุดนะ!”
นักเรียนที่มุงดูอยู่รอบ ๆ แตกฮือฮือฮาทันที
พากันด่าทอซุนหลงในใจว่าเลวทราม!
ท่า ‘หมัดทะลวงเกราะ’ นี้พลังทำลายล้างสูงมาก แต่ในจังหวะสู้เร็ว ๆ แบบนี้แทบไม่มีทางโดน
เพราะมันต้องใช้ท่าทางเฉพาะ แถมยังต้องชาร์จพลัง
เท่ากับเป็นการหยุดนิ่งเป็นเป้าให้ศัตรูชั่วขณะ คู่ต่อสู้มีวิธีสวนกลับเป็นร้อยเป็นพันวิธี
เขาแค่มาเป็นคู่ซ้อมให้ แกกลับฉวยโอกาสที่เขาไม่กล้าสู้กลับ งัดท่านี้ออกมาใช้เนี่ยนะ!
ทุเรศสิ้นดี!
แต่มันสายไปแล้ว ซุนหลงปล่อยหมัดเต็มแรง ระฆังทองแตกกระจายดังเพล้ง
ร่างของคู่ซ้อมถูกพลังเพลิงกลืนกิน กระเด็นลอยละลิ่วออกไป
ท่ามกลางเสียงร้องโหยหวน คู่ซ้อมกลิ้งเกลือกไปกับพื้นเพื่อดับไฟบนตัว เพื่อนนักเรียนหลายคนรีบเข้ามาช่วยเอาเสื้อฟาดดับไฟ
พอคู่ซ้อมถูกพยุงให้ลุกขึ้น เสื้อผ้าก็โดนไหม้เป็นรูพรุน ผมเผ้าแหว่งไปเกินครึ่ง สภาพดูไม่จืดเลยทีเดียว
ซุนหลงสะใจสุด ๆ เงยหน้าขึ้นสะบัดคอ สีหน้าดูฟินจัด
ส่วนหลี่เสี่ยวหงก็เดินเข้าไปพูดจาแดกดัน “มอนสเตอร์ในเหวลึก มันไม่หยุดมือให้แกง่าย ๆ หรอกนะ”
คู่ซ้อมกำหมัดแน่น แต่สุดท้ายก็ทำได้แค่กลืนความแค้นลงคอ
หลี่หมู่ลอบถอนใจ
โลกไฮวูนี่มันช่างโหดร้ายเสียจริง
ช่องว่างระหว่างสถานะของคนแข็งแกร่งกับคนอ่อนแอ มันช่างชัดเจนและเป็นเรื่องปกติซะเหลือเกิน
จังหวะนั้นเอง ซุนหลงที่กำลังบิดคอไปมาก็เหลือบมาเห็นหลี่หมู่
ตาเขาเป็นประกายขึ้นมาทันที
เขาชี้หน้าหลี่หมู่ “หลี่หมู่”
คนที่ซุนหลงอยากกระทืบที่สุดก็คือหลี่หมู่
เพราะเมื่อก่อนตอนที่เขารังแกนักเรียนบ้านจน หลี่หมู่เคยเข้ามาเตือนเขา
ตอนนี้ข้าเป็นถึงระดับ A ส่วนแกมันแค่ระดับ F แถมยังถูกตระกูลหลี่เตะโด่งออกมาอีก
ดูซิว่าแกจะยังกร่างได้อีกแค่ไหน
“เข้าไปสิ!” หลี่เสี่ยวหงกดเสียงต่ำสั่งการอยู่ข้าง ๆ
หลี่หมู่ว่านอนสอนง่ายมาก เขาเดินไปที่ชั้นวางอาวุธเป็นอันดับแรก
ทุกคนนึกว่าเขาจะเลือกอาวุธ ก็พากันแปลกใจ
“เขาจะทำอะไร? จะหยิบอาวุธเหรอ?”
“ยังไม่เจียมกะลาหัวอีกเหรอว่าตัวเองเป็นแค่กระสอบทราย”
“หลี่หมู่ อย่าโง่สิวะ ยืนให้เขาอัดเฉย ๆ ยังเจ็บน้อยกว่า ถ้าขัดขืนเดี๋ยวได้เจ็บหนักหรอก!”
แต่หลี่หมู่ไม่ได้หยิบอาวุธ เขาหยิบไม้กวาดด้ามโตที่วางอยู่ริมชั้นวางออกมา
แล้วดึงก้านไผ่ออกมาจากไม้กวาดหนึ่งก้าน
รูดใบไม้ทิ้ง ลองสะบัดเบา ๆ ก็เกิดเสียงแหวกอากาศดังขวับ
ซุนหลงแค่นเสียงหัวเราะหยัน เขาไม่สนหรอกว่าหลี่หมู่จะหยิบอาวุธหรือไม่
สำหรับนักรบ อาวุธต้องดูความเข้ากันได้กับพรสวรรค์
อย่างพรสวรรค์ ‘พัดอัคคี’ ของเขา ใช้พวกอาวุธไม่ได้หรอก แถมเขาก็ดูถูกการใช้อาวุธด้วย
หลี่หมู่ถือก้านไผ่เดินกลับมากลางลาน
ตอนที่เลือกก้านไผ่เมื่อกี้ หลี่หมู่ก็แอบอัปเกรด ‘วิชาเทพศัสตรา’ ไป 50 แต้มพิชิตแล้ว
[วิชาเทพศัสตรา: มอบน้ำหนักให้กับอาวุธ ปัจจุบันอยู่ที่ 50 ชั่ง]
ไอ้น้ำหนัก 50 ชั่งนี่คือการเพิ่มน้ำหนักของวิชาเทพศัสตรา ไม่ใช่น้ำหนักของตัวอาวุธเอง
ดังนั้นไม่ว่าหลี่หมู่จะใช้อาวุธอะไร ขอแค่ใช้วิชาเทพศัสตรา ก็สามารถเพิ่มน้ำหนักให้มันได้
หลี่หมู่ลองโยนก้านไผ่ในมือเบา ๆ กะน้ำหนักดู
ถึงตอนนี้หลี่หมู่จะมีระดับพลังแค่นักรบขั้นเริ่มต้น (ระดับเหลืองขั้นหนึ่ง)
น้ำหนัก 50 ชั่งเขายกไหวสบายมาก
แต่จะให้แกว่งไปมาเป็นอาวุธแบบชิล ๆ น่ะเหรอ ฝันไปเถอะ
มันก็กินแรงอยู่พอตัวเลยล่ะ
หลี่หมู่เลยไม่ลังเลที่จะควัก 30 แต้มพิชิตไปเรียน ‘วิชาแบกภูเขา’
[วิชาแบกภูเขา: เพิ่มพละกำลังเทียบเท่าหนึ่งพยัคฆ์สามกระทิง]
ข้างล่างยังมีคำอธิบายเล็ก ๆ อีกสิบหกตัวอักษร:
สิบกระทิงเท่ากับหนึ่งพยัคฆ์ สิบพยัคฆ์เท่ากับหนึ่งมังกร
แบกภูเขาเทลงทะเล พลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน!
พอพลังระดับหนึ่งพยัคฆ์สามกระทิงสถิตเข้าร่าง
ความรู้สึกของหลี่หมู่มีแค่สองคำ: โคตรเถื่อน!
แต่ก่อนหลี่หมู่เคยได้ยินแต่คำว่า ‘กำลังหนึ่งส่วนสยบสิบกระบวนท่า’
ตอนนี้ หลี่หมู่ซึ้งถึงแก่นแท้เลย
เขารู้สึกได้ถึงพลังมหาศาลที่พร้อมระเบิดออกมาทั่วร่าง
อย่าว่าแต่กระทืบซุนหลงเลย
ถ้าให้จับขาสองข้างมันไว้ หลี่หมู่รู้สึกว่าเขาสามารถฉีกมันเป็นชิ้น ๆ ได้สบาย!
ยังไม่ทันยืนให้มั่น ซุนหลงก็พุ่งเข้ามาด้วยความกระหาย
ตั้งแต่พ่อตาย หลี่หมู่ก็ไม่ค่อยเป็นที่ต้อนรับในตระกูลหลี่สักเท่าไหร่
ก็เลยไม่มีวิชาดี ๆ ติดตัวเลย
แม้แต่วิชากำลังภายในที่เป็นพื้นฐานของนักรบ ก็มีแค่วิชาระดับกาก ๆ
แต่ตอนนี้ เคล็ดเซียนสวรรค์ไร้ระดับได้เข้ามาแทนที่วิชากำลังภายในแล้ว
ส่วนวิชาอื่น ๆ หลี่หมู่ก็ยังจำเป็นต้องใช้อยู่
เขาใช้วิชาตัวเบา ‘เก้าก้าวท่องปฐพี’ พลิ้วหลบเบา ๆ
พร้อมกับตวัดก้านไผ่ในมือฟาดไปที่ข้อมือของซุนหลง
น้ำหนัก 50 ชั่งจากวิชาเทพศัสตราอัดแน่นอยู่ในก้านไผ่เรียบร้อยแล้ว
หมัดของซุนหลงเฉียดหน้าอกหลี่หมู่ไปนิดเดียว
วินาทีต่อมา ข้อมือก็เหมือนโดนค้อนปอนด์ทุบเข้าอย่างจัง เจ็บจนเขาร้องลั่น
เขาถอยกรูดไปสองก้าว ก้มดูข้อมือตัวเอง รอยเลือดเป็นทางยาวปรากฏขึ้น เขียวช้ำม่วงคล้ำ บวมเป่งในพริบตา
ส่วนหลี่หมู่ก็แอบทึ่ง การใช้วิชาตอนนี้มันต่างจากเดิมลิบลับจริง ๆ
เคล็ดเซียนสวรรค์ไหลเวียนไปทั่วร่าง เส้นลมปราณที่กว้างขวางทำให้พลังปราณเดินสะดวก จะปล่อยจะเก็บก็ทำได้ดั่งใจ
การใช้วิชาใด ๆ ก็รู้สึกเหมือนหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ!
ความเข้าใจในวิชานี้ลึกซึ้งทะลุปรอท เหมือนกับตาเฒ่าที่หมกมุ่นฝึกวิชานี้มาสักสี่ห้าสิบปีเลยทีเดียว
“แกกล้าทำร้ายฉันเรอะ??”
ซุนหลงตาเหลือกแทบถลน เค้นคำพูดลอดไรฟัน
คนมีพรสวรรค์ระดับ A อนาคตต้องรุ่งโรจน์แน่นอน
ไปขัดใจมัน วันข้างหน้ามันจะบี้แกที่เป็นแค่นักรบธรรมดาให้ตายยังไง แกยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ
พวกที่มาเป็นคู่ซ้อม ไม่ใช่ว่าสู้มันไม่ได้ แต่ไม่กล้าลงมือกับมันต่างหาก
“อ้อ ข้ากล้ามากเลยล่ะ”
หลี่หมู่แสยะยิ้ม ฝีเท้าเบาดุจลม ฟาดก้านไผ่แหวกอากาศเข้าใส่ซุนหลง
คราวนี้ เป้าหมายคือหน้าของมัน!
เพียะ!
เสียงดังฟังชัด รอยปื้นแดงเถือกพาดผ่านหน้าซุนหลงทันที
โดนฟาดด้วยน้ำหนัก 50 ชั่งเข้าที่หน้า ต่อให้ซุนหลงมีวิชาระดับสูงคอยเสริมความแกร่ง ก็ยังรู้สึกวิงเวียนไปชั่วขณะ…
ทั้งลานเงียบกริบ!
ซุนหลงโกรธจนตัวสั่น สะบัดหัวแรง ๆ เอามือลูบรอยเลือดบนหน้า เตรียมจะแหกปากคำราม
เพียะ! เพียะ! เพียะ!
ก้านไผ่ในมือหลี่หมู่กระหน่ำฟาดหน้าซุนหลงรัวเป็นปืนกล ฟาดเอาความโกรธแค้นของมันกลับลงคอไปหมด
ซุนหลงยังไม่ทันได้ด่า ก็ต้องรีบยกหมัดขึ้นปัดป้องสะเปะสะปะ พุ่งเข้าโจมตีหลี่หมู่เหมือนหมาบ้า
หลี่หมู่ใช้วิชา ‘เก้าก้าวท่องปฐพี’ ได้อย่างลื่นไหล พลิ้วหลบอยู่ในระยะประชิดอย่างชิล ๆ
แต่ก้านไผ่ในมือนี่สิ ฟาดเข้าหน้าซุนหลงเป๊ะ ๆ ทุกดอก!
นักเรียนที่มุงดูอยู่แตกตื่นกันใหญ่
“แม่เจ้าโว้ย! นี่มันวิชาตัวเบาเทพอะไรเนี่ย? เหมือนตาแก่หยอกเด็กเล่นเลย!”
“ทำไมฉันดูคล้าย ๆ เก้าก้าวท่องปฐพีวะ?”
“เก้าก้าวบ้าบออะไร เก้าก้าวท่องปฐพีของแกสามารถสวนกลับตอนกำลังหลบได้รึไง? อาจารย์คนไหนสอนแกวะเนี่ย?”
“นั่นดิ ฉันใช้เก้าก้าวท่องปฐพี ปราณส่วนใหญ่ก็ไปกองอยู่ช่วงล่างหมด จะเอาอะไรไปโจมตี!”
“ถึงหลี่หมู่จะโดนแย่งพรสวรรค์ระดับ S ไป แต่หมอนี่ก็เป็นท็อปของคลาสวิชาต่อสู้มาตลอดนะเว้ย”
“ดูท่าเขาคงไม่ยอมทนตระกูลหลี่อีกต่อไปแล้วล่ะมั้ง?”
“สุดจะทนก็ไม่ต้องทน! ลุยมันเลยพี่ตีได้สวย!”
เหล่านักเรียนเริ่มคึกคักขึ้นเรื่อย ๆ
หลี่หมู่ก็ยิ่งพริ้วราวกับปลาได้น้ำ
เหตุผลที่วิชา ‘เก้าก้าวท่องปฐพี’ ถูกจัดเป็นวิชาระดับต่ำ ก็เพราะต้องรวมปราณไว้ที่ช่วงล่าง ทำให้รวบรวมปราณเพื่อโจมตีได้ยาก
แต่หลี่หมู่ที่ผ่านการปรับแต่งจากวิชากำลังภายในเคล็ดเซียนสวรรค์ เส้นลมปราณกว้างขวางผิดปกติ การเดินปราณลื่นไหลไร้รอยสะดุด
แถมดูเหมือนจะเข้าถึงแก่นแท้ของเก้าก้าวท่องปฐพีนี้ไปอีกขั้น
ข้อจำกัดบ้าบอนี่ ทำอะไรเขาไม่ได้เลย!
วิชาตัวเบาระดับธรรมดา ถูกหลี่หมู่ดึงประสิทธิภาพออกมาใช้ได้อย่างเหนือชั้น พลิ้วไหวดุจสายน้ำ!
ซุนหลงกลายเป็นเป้าซ้อมวิชาใหม่ชั้นดีของเขา
ฟาดไม่ยั้งที่หน้าของซุนหลง จนหน้ามันแทบไม่เหลือชิ้นดีแล้ว!
หน้าบวมเป่งขึ้นเป็นสองเท่า มีแต่รอยช้ำเลือดช้ำหนองเต็มไปหมด!
หลี่หมู่พยายามไม่ลงน้ำหนักที่หัวของมันมาก เดี๋ยวสลบไปแล้วจะหมดสนุก
“หลี่หมู่! หยุดเดี๋ยวนี้! ยืนนิ่ง ๆ อยู่ตรงนั้นห้ามขยับ!!”
จู่ ๆ หลี่เสี่ยวหงก็แผดเสียงกรี๊ดลั่น!
เห็นซุนหลงโดนหลี่หมู่เล่นงานซะเละเป็นหมา หลี่เสี่ยวหงก็เพิ่งจะได้สติ
นางชี้หน้าหลี่หมู่ แล้วออกคำสั่งเด็ดขาด
คำพูดประโยคเดียวของนาง ทำเอานักเรียนรอบข้างใจหล่นวูบ!
เย็นยะเยือกไปถึงขั้วหัวใจ!
หมายความว่าไง?
ยืนนิ่ง ๆ ห้ามขยับ? หมายความว่าจะให้แฟนเธอชกสักหมัดระบายอารมณ์งั้นสิ?
ใช้สิทธิ์อะไร!
ก็แค่ตระกูลหลี่มีอิทธิพลงั้นเหรอ?
คนที่เก่งกว่านาย ไม่มีสิทธิ์สู้กลับ แถมยังต้องยืนนิ่ง ๆ ให้นายอัดเนี่ยนะ?
เอาอะไรมาตัดสิน??
แต่ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของทุกคน หลี่หมู่กลับหยุดชะงักจริง ๆ
ถึงตอนนี้ ซุนหลงไม่สนแล้วว่าจะต้องเกาะใบบุญผู้หญิงหรือไม่ มันโกรธจนฟิวส์ขาดแล้ว!
มันเหวี่ยงหมัดไปเป็นร้อยครั้ง แต่กลับแตะไม่โดนแม้แต่ชายเสื้อของหลี่หมู่
ความอัปยศ อัปยศอดสูที่สุด
มันแค่อยากจะอัดหลี่หมู่ให้จัง ๆ สักหมัด โดยไม่สนผลลัพธ์อะไรทั้งนั้น!
ดังนั้น มันจึงฉวยโอกาสตอนที่หลี่หมู่ยืนนิ่ง ย่อตัวลงต่ำ ง้างหมัดขวาสุดแขนอีกครั้ง
หมัดทะลวงเกราะ!
หมัดนี้หลี่หมู่ไม่ได้ตั้งรับเลย ถ้าโดนเข้าไป สาหัสแน่นอน
มันคำรามลั่นพร้อมปล่อยหมัด แต่เสียงที่ตอบกลับมากลับเป็นเสียงหัวเราะเยาะของหลี่หมู่
“หลอกเว้ย ไอ้ง่าว!”
หลี่หมู่เบี่ยงตัวหลบวูบ หลบการโจมตีของมันไปได้อีกครั้ง!
พร้อมกันนั้น ก้านไผ่ในมือที่อัดแน่นไปด้วยพลังอันน่าสะพรึงกลัว ก็ตวัดเป็นวงกลมกลางอากาศ เงื้อสุดวงแขนฟาดเข้าที่หน้ามันเต็มแรง!