แย่งพรสวรรค์ข้า? ข้าฆ่าจนสะเทือนทั้งโลก! - บทที่ 22 ไอ้คลุมผ้าคลุมนั่นใช่หลี่หมู่หรือเปล่า?
- Home
- แย่งพรสวรรค์ข้า? ข้าฆ่าจนสะเทือนทั้งโลก!
- บทที่ 22 ไอ้คลุมผ้าคลุมนั่นใช่หลี่หมู่หรือเปล่า?
ในขณะที่อิ๋นฉางหมิงกำลังเหม่อลอย
ก็มีเสียงร้องด้วยความตื่นเต้นดังขึ้น
“มีบางกลุ่มปะทะกับมอนสเตอร์แล้ว!”
บนจอยักษ์
กลุ่มนักเรียน 4 คน กำลังเผชิญหน้ากับมอนสเตอร์ระดับหวงขั้นหนึ่ง… หมาป่าแมงมุม!
ในกลุ่มนี้มีนักรบระดับหวงขั้นสองอยู่ถึงสองคน
แต่พอปะทะกับมอนสเตอร์สุดสยองตัวนี้ แค่ยกแรก ก็มีนักรบโดนกรงเล็บข่วนจนได้แผลซะแล้ว
ทั้งกลุ่มตะลุมบอนกันวุ่นวาย กว่าจะฆ่ามอนสเตอร์ตัวนี้ได้ ก็เล่นเอาหืดขึ้นคอ
พวกเขาประเดิมเก็บคะแนนชุดแรกไปได้สำเร็จ ทะยานขึ้นสู่ตารางจัดอันดับ
ในดินแดนแห่งนี้ สิ่งที่มนุษย์ใช้เป็นเครื่องมือเอาชีวิตรอดที่สำคัญที่สุด ก็คือการร่วมมือกัน
มอนสเตอร์มักจะมีร่างกายที่แข็งแกร่งทนทาน ทำให้พวกมันมีพลังรบเหนือกว่านักรบในระดับเดียวกันเสมอ!
ตัดภาพมาที่หลี่หมู่ ผู้ซึ่งไม่ค่อยมีใครให้ความสนใจ นี่เป็นการลงแดนเหวครั้งแรกของเขา
เขาไม่ได้รีบร้อนจะทำคะแนนไต่อันดับอะไรทั้งนั้น แต่กลับระมัดระวังตัวเป็นพิเศษ
พื้นที่ที่เขาอยู่ ดูเหมือนจะเป็นซากเมืองร้าง
ท่ามกลางเศษซากปรักหักพังที่สลับซับซ้อน ไม่รู้ว่ามีอะไรซ่อนอยู่บ้าง หลี่หมู่เลยต้องคอยเดินเลาะไปตามกำแพง
หลังจากปีนข้ามกำแพงเตี้ย ๆ มาได้ เท้าของเขาก็เหยียบเข้ากับกิ่งไม้แห้ง ๆ กิ่งหนึ่ง
แกรบ!
หลี่หมู่ชะงักกึก
กิ่งไม้บ้าอะไรจะเสียงดังขนาดนี้ เขาก้มลงมองที่เท้า… มันคือท่อนกระดูกที่แตกหักต่างหาก
หลี่หมู่รู้สึกเย็นวาบไปถึงสันหลัง
เขาหันขวับกลับไปมองทันที
บนกำแพงเตี้ยที่เขาเพิ่งปีนผ่านมา มีมอนสเตอร์หน้าตาสยดสยองตัวหนึ่งกำลังไต่ขึ้นมาเกาะอยู่บนกำแพง มันจ้องมองหลี่หมู่ด้วยแววตาหิวโหย
ลำตัวเป็นหมาป่า มีกรงเล็บหมาป่า แต่กลับมีขาแมงมุมแหลมคมงอกออกมาจากหลังถึงสี่ข้าง แถมยังมีสองหัว… หัวนึงเป็นหมาป่า อีกหัวเป็นแมงมุม!
มันคือมอนสเตอร์ระดับหวงขั้นหนึ่งที่พบเห็นได้ทั่วไป… ‘หมาป่าแมงมุม’
ลำตัวมันยาวเกือบสองเมตร ทั้งหัวหมาป่าและหัวแมงมุมมีน้ำลายสีฟ้าเหนียวหนืดไหลยืดออกมาไม่หยุด
มนุษย์จัดระดับมอนสเตอร์ด้วยการตรวจวัดระดับพลังงานที่มันแผ่ออกมา
ระดับพลังงานของไอ้ตัวนี้ น่าจะพอ ๆ กับนักรบมนุษย์ระดับหวงขั้นหนึ่งระดับสูง… ก็คือระดับหนึ่งขั้นสูงนั่นแหละ
ถึงหลี่หมู่จะมีระดับพลังสูงกว่ามันหนึ่งขั้นก็เถอะ
แต่พอได้สบตากับดวงตาสีเลือดของหัวหมาป่า บวกกับดวงตาประหลาดนับไม่ถ้วนบนหัวแมงมุม
แค่เห็นก็ขนหัวลุกแล้ว
พริบตาต่อมา มอนสเตอร์ตัวนี้ก็กระโจนลงมาจากกำแพง พุ่งเข้าใส่หลี่หมู่ด้วยความกระหายเลือด!
มันตวัดกรงเล็บหมาป่า เงากรงเล็บขนาดมหึมาพาดผ่านอากาศเข้าหาหลี่หมู่
ต้องยอมรับเลยว่า ตอนที่มอนสเตอร์ตัวนี้พุ่งเข้ามา ความน่ากลัวของมันทะลุปรอทจริง ๆ!
ทั้งรวดเร็วและดุดัน หลี่หมู่ฟันธงได้เลยว่า ถ้านักรบทั่วไปมาเจอแบบตัวต่อตัว มีหวังฉี่ราดกางเกงแหง ๆ!
สัญชาตญาณแรกของหลี่หมู่คืออยากจะวิ่งหนี
แต่วิชา ‘เก้าก้าวท่องปฐพี’ ที่ผสานความเข้าใจระดับ 50 ปี ก็มอบความมั่นใจให้เขาอย่างเต็มเปี่ยม
หลี่หมู่เบี่ยงตัวหลบวูบ หลบการโจมตีไปได้อย่างหวุดหวิด พร้อมกับตวัด ‘พลองดอกหนาม’ ฟาดสวนกลับไปทันที
หลิวหยุนหนึ่งสั่น
ขาแมงมุมของมันยกขึ้นมากันอย่างว่องไว รับแรงกระแทกจากพลองของหลี่หมู่ไปเต็ม ๆ แล้วสะท้อนกระบองกลับมา
หลี่หมู่อาศัยแรงสะท้อนถอยหลังไปครึ่งก้าว แล้วหมุนตัวฟาดกลับไปอีกครั้งอย่างรุนแรง
หลิวหยุนสองสั่น
ไอ้หมาป่าแมงมุมมันคงนึกว่าหลี่หมู่จะวิ่งหนีล่ะมั้ง
มันยกขาแมงมุมขึ้นมากันอีกข้าง กะจะรับการโจมตีของหลี่หมู่เหมือนเดิม
ในขณะที่ขาแมงมุมข้างอื่น ๆ ก็เริ่มแทงเข้ามาด้านข้าง ปิดทางหนีของหลี่หมู่ไว้
แต่มันหารู้ไม่ว่า หลี่หมู่ไม่คิดจะหลบเลยสักนิด
พลองฟาดเปรี้ยงลงมา ขาแมงมุมที่ยกขึ้นมากันก็ดังกร๊อบ! หักสะบั้นทันที
หลี่หมู่ไม่รอช้า ตามไปซ้ำติด ๆ
คราวนี้หลี่หมู่อัดพลังปราณเข้าไปในอาวุธอย่างบ้าคลั่ง
หลิวหยุนสามสั่น! ผสาน เพลงดาบตัดเหล็ก!
ฟาดเปรี้ยงเข้ากลางกบาล เสียงกะโหลกหมาป่าแตกละเอียดดังสนั่น
หมาป่าแมงมุมร้องโหยหวน กลิ้งทุรนทุรายไปกับพื้น
แต่ในจังหวะที่มันกำลังดิ้นรนอยู่นั้น จู่ ๆ ก็มีขาแมงมุมแหลมคมพุ่งพรวดออกมาจากหน้าท้องของมัน!
ขาแมงมุมที่ซ่อนอยู่ตวัดพับ เปล่งประกายคมปลาบ ฟันฉับเข้าหาหลี่หมู่ด้วยความเร็วแสง
หลี่หมู่หรี่ตาลง… นี่คือการโจมตีสวนกลับเฮือกสุดท้ายของมอนสเตอร์ ‘หมาป่าแมงมุม’ ก่อนตาย
ที่เรียกกันว่า ‘ดาบปลิดชีพ’!
นักรบหน้าใหม่หลายคนต้องมาจบชีวิตลงเพราะท่าโจมตีทีเผลอนี้แหละ
แต่หลี่หมู่ระวังตัวไว้อยู่แล้ว
เขายกพลองดอกหนามขึ้นกัน
เคร้ง! ประกายไฟแลบแปลบปลาบ
ขาแมงมุมของหมาป่าแมงมุมกระแทกเข้ากับพลองดอกหนามจนหักกระเด็น
หลี่หมู่ไม่รอช้า ฟาดพลองเปรี้ยงเข้าที่หัวแมงมุมอีกที ปลิดชีพหมาป่าแมงมุมส่งมันไปลงนรกอย่างสมบูรณ์
[เอาชนะ! ได้รับแต้มพิชิต +30]
หลี่หมู่ถึงกับอึ้ง!
ไอ้หมาป่าแมงมุมระดับหนึ่งตัวนี้ ให้แต้มพิชิตน้อยกว่าไอ้ครูฝึกหัวแดงนิดเดียวเองเหรอเนี่ย?
งั้นก็แสดงว่า ฝีมือของไอ้ครูฝึกหัวแดงนั่น ก็พอ ๆ กับไอ้หมาป่าแมงมุมตัวนี้แหละ
แต่ถ้าอยู่โลกข้างบน หลี่หมู่คงไม่มีโอกาสได้ไปเที่ยวไล่อัดคนบ่อย ๆ หรอก
แต่ที่นี่… ในแดนเหว
การฆ่ามอนสเตอร์หนึ่งตัว ก็นับเป็นการเอาชนะหนึ่งครั้ง
สะสมแต้มพิชิตได้ไวกว่าเยอะ!
และที่สำคัญที่สุดก็คือ
ก่อนปลุกพรสวรรค์ นักรบจะต้องพึ่งพาการฝึกฝนด้วยตัวเองเป็นหลัก
ความก้าวหน้าก็จะช้าเป็นเต่าคลาน
แต่พอได้ลงสนามจริง โดยเฉพาะการต่อสู้เสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย
ระดับพลังของนักรบก็จะพุ่งทะยานอย่างรวดเร็ว
พวกอัจฉริยะบางคน ก่อนจะเข้ามหาลัย ก็สามารถทะลุขึ้นระดับห้าหรือระดับหก เทียบเท่าพวกอาจารย์ หรืออาจจะสูงกว่านั้นซะด้วยซ้ำ
นี่แหละคือเหตุผลว่าทำไมมหาลัยสายบุ๋นกับสายบู๊ ถึงได้ทิ้งห่างกันอย่างรวดเร็ว
เด็กสายบุ๋นหลายคน ทั้งชีวิตก็ไปได้แค่ระดับสองหรือระดับสามเท่านั้นแหละ
ส่วนใหญ่ก็วนเวียนอยู่แค่ระดับหนึ่ง หรือต่ำกว่านั้น อาศัยแค่พลังปราณหล่อเลี้ยงร่างกาย ให้แข็งแรงกว่าคนธรรมดาบนโลกนิดหน่อย
หลี่หมู่ไม่รอช้า อัดแต้มพิชิต 30 แต้มนี้ ให้กับวิชาเทพศัสตราทันที
[ใช้ 30 แต้มพิชิต อัปเกรด ‘วิชาเทพศัสตรา’ สำเร็จ]
[วิชาเทพศัสตรา: มอบน้ำหนักให้กับอาวุธ ปัจจุบันอยู่ที่ 100 ชั่ง]
หลี่หมู่ลองโยนพลองในมือเบา ๆ กะน้ำหนักดู
สมกับเป็นเคล็ดเซียนสวรรค์จริง ๆ ถึงจะเพิ่งระดับสอง แต่ร่างกายก็ถูกปรับแต่งจนแข็งแกร่งขึ้นมาก
น้ำหนักเดิมของพลองดอกหนามรวมกับวิชาเทพศัสตรา ก็ตกประมาณ 160 ชั่ง
ตอนนี้ต่อให้ไม่ใช้วิชาแบกภูเขาช่วย
หลี่หมู่ก็ยังพอจะแกว่งพลองน้ำหนัก 160 ชั่งนี้ได้อยู่ ถึงจะรู้สึกหนักมือไปนิดก็เถอะ
แต่ถ้าใช้วิชาแบกภูเขาด้วยล่ะก็… เบาหวิวเป็นปุยนุ่นเลยล่ะ!
ลองนึกภาพพลองหนัก 160 ชั่งฟาดเปรี้ยงลงมาสิ คราวนี้ไอ้หมาป่าแมงมุมคงรับหลิวหยุนสองสั่นไม่ไหวด้วยซ้ำ
หลี่หมู่สะบัดเสื้อคลุมเบา ๆ
ตอนที่เขาฆ่าหมาป่าแมงมุมเมื่อกี้ มีพลังงานไร้รูปไหลเข้าไปในเสื้อคลุม
หลี่หมู่สัมผัสได้ชัดเจน
เขาก้าวเท้าออกเดินทางต่อ มุ่งหน้าไปยังขอบเขตของพื้นที่สีแดงอย่างรวดเร็ว
มอนสเตอร์ระดับหนึ่งมันง่ายเกินไปสำหรับหลี่หมู่
ยิ่งเข้าใกล้พื้นที่สีแดง หลี่หมู่อาจจะเจอมอนสเตอร์ระดับสองขั้นต้น
จะได้ลองดูว่าได้แต้มพิชิตเท่าไหร่
ระหว่างทาง คะแนนของหลี่หมู่ก็พุ่งพรวดอย่างรวดเร็ว
เพราะกลุ่มอื่นต้องหารคะแนนกันสี่ห้าคน
ถึงจะฆ่ามอนสเตอร์ได้ไว แต่คะแนนก็ขึ้นช้า
แต่หลี่หมู่ลุยเดี่ยว รับคะแนนไปเต็ม ๆ คนเดียว
ถึงจะระมัดระวังตัว ฆ่าได้ช้าหน่อย แต่คะแนนก็พุ่งพรวดพราดอยู่ดี
ตัดภาพมาที่ด้านบน บริเวณนอกห้องโถงมัลติมีเดีย
นักเรียนโรงเรียนเฮยสุ่ยจับกลุ่มกันอยู่ข้างนอก ชะเง้อมองจอยักษ์ผ่านกระจกใส
บางกลุ่มถึงขั้นตั้งวงเล่นไพ่กันตรงนั้นเลย
“โรงเรียนเรามาก็แค่มาเป็นไม้ประดับแหละ”
“ถ้าไม่ติดกฎว่าห้ามกลับก่อนนะ ป่านนี้ฉันกลับไปตีป้อมที่โรงเรียนแล้ว ไม่มานั่งทนเป็นกองเชียร์แบบนี้หรอก”
“พวกนายว่า หลี่หมู่จะทำผลงานได้โดดเด่นไหม? เขาทะลุขึ้นระดับสองแล้วนี่”
“เขาเป็นนักรบระดับสองคนเดียวของโรงเรียนเราก็จริง แต่โรงเรียนอื่นมีเพียบนะเว้ย”
“ในจำนวนคนเกือบสี่พันคนเนี่ย มีระดับสองอยู่เกือบครึ่งนึงเลยนะ มันจะไปง่ายขนาดนั้นได้ไง?”
“เดี๋ยวนะ!”
จู่ ๆ นักเรียนคนหนึ่งที่หันหน้าเข้าหาห้องโถง ก็ทิ้งไพ่ในมือ แล้วค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน จ้องมองจอยักษ์เขม็ง
“ไอ้คนที่ใส่เสื้อคลุมนั่น… ใช่หลี่หมู่หรือเปล่า??”
เวลาเดียวกัน
หยางโหย่วหรงก็ลุกพรวดขึ้นมาเหมือนกัน
นางคว้าแขนเฉินเจียฉีที่นั่งอยู่ข้าง ๆ หมับ
“เจียฉี! ดูสิ นั่นพี่ชายแกหรือเปล่า?”
“ใช่ค่ะ! ใช่เลย!!”
เฉินเจียฉีกำหมัดแน่นด้วยความตื่นเต้น ชี้มือไปที่หน้าจอ
หลี่หมู่จริง ๆ ด้วย
ตอนอยู่บ้าน หลี่หมู่เอาทั้งพลองดอกหนาม ทั้งเสื้อคลุมมาให้พวกเธอเล่นกันสนุกมือ
พวกเธอต้องจำได้อยู่แล้ว
“ป้าคะ! ป้าดูสิ พี่หมู่ติดอันดับแล้ว!”
“นี่แปลว่าพี่ติดท็อป 100 แล้วนะคะ!”
“พี่หนูโคตรเจ๋งเลย! กรี๊ดดดดดดดดด!!”
เฉินเจียเฟิงกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ เอามือป้องปากทำเสียงร้องเหมือนลิง
โชคดีที่บรรยากาศรอบ ๆ เสียงดังโวยวายเหมือนอยู่ในสนามบอล เลยไม่มีใครสนใจท่าทางตื่นเต้นเว่อร์วังของพวกเธอ
แต่ทว่า… หยางซู่อิงที่นั่งอยู่ตรงนั้น กลับมีสีหน้าซีดเผือดแม้จะตื่นเต้นดีใจ
ทุกคนเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติของนาง
“พี่ เป็นอะไรไป?” หยางโหย่วหรงถาม
“ทำไม… เสี่ยวหมู่ถึงอยู่คนเดียวล่ะ เพื่อนร่วมทีมเขาไปไหนหมด?”
น้ำเสียงของหยางซู่อิงเจือไปด้วยความหวาดกลัว
ทุกคนหยุดร้องโวยวายทันที เพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่า หลี่หมู่ลุยเดี่ยวนี่หว่า
ต้องเข้าใจก่อนนะว่า บนจอยักษ์ทั้งหมด
มีแค่สามคนเท่านั้นที่ฉายเดี่ยว
อันดับหนึ่ง จางจือเหวย
อันดับสอง ลู่เฉินเฟิง
นอกนั้นก็ตั้งตี้กันหมด
แล้วตอนนี้หลี่หมู่ก็มาลุยเดี่ยวอีกคนเนี่ยนะ?
“หรือว่า… จะตายกันหมดแล้ว?”
หยางซู่อิงคว้ามือของน้องสาวไว้แน่น ทนไม่ไหวต้องถามคำถามที่นางกลัวที่สุดออกมา
ในขณะที่คนอื่นกำลังดีใจที่หลี่หมู่ติดท็อป 100
มีเพียงนางคนเดียว ที่เป็นห่วงลูกชายว่าจะต้องเผชิญหน้ากับมอนสเตอร์สุดสยองในแดนเหวเพียงลำพัง โดยไม่มีใครคอยช่วยเหลือ