แย่งพรสวรรค์ข้า? ข้าฆ่าจนสะเทือนทั้งโลก! - บทที่ 25
อิ๋นฉางหมิงสะดุ้งโหยงเมื่อถูกขานชื่อกะทันหัน
“มาครับ! ท่านผู้บังคับบัญชา ผมอิ๋นฉางหมิง ผู้อำนวยการโรงเรียนเฮยสุ่ยครับ!”
เขารีบก้าวไปข้างหน้าสองก้าว หยุดอยู่ตรงหน้าของรองรัฐมนตรีทรัพยากร
แม้แต่รองรัฐมนตรีศึกษาธิการยังหันมาประเมินอิ๋นฉางหมิงตั้งแต่หัวจรดเท้า พร้อมส่งยิ้มละไมให้
“มานี่ ๆ รีบบอกฉันทีว่านักเรียนคนนี้มีรายละเอียดความเป็นมายังไง”
รองรัฐมนตรีทรัพยากรดึงตัวอิ๋นฉางหมิงเข้ามาใกล้ทันที
ศึกแรกที่แดนเหว เป้าหมายคืออะไร?
ค้นหาอัจฉริยะ!
ค้นหาแล้วทำอะไรต่อ?
ก็บ่มเพาะให้เป็นยอดคนน่ะสิ!
ถ้ากระทรวงศึกษาธิการกับกระทรวงทรัพยากรดูแค่ระดับพรสวรรค์ว่าใครสูงใครต่ำ จะจัดศึกแรกที่แดนเหวหาพระแสงอะไร?
ใครพรสวรรค์ดีก็ปั้นคนนั้น วิธีนั้นมันมีอยู่แล้ว
แต่ที่ต้องจัดศึกนี้ขึ้นมา ก็เพื่อคัดกรองอีกชั้น
คัดกรองพวกที่พรสวรรค์ธรรมดา แต่เป็นนักรบที่แข็งแกร่งของจริง!
ไม่อย่างนั้นถ้ามีแต่พรสวรรค์แต่ใจปลาซิวไม่กล้าสู้ ถือทรัพยากรไว้แต่ไม่ทำประโยชน์ มันจะมีค่าอะไร?
คนอย่างซุนหลง ต่อให้ช่วงแรกจะได้ทรัพยากรไปครอง
แต่พอนานเข้าไม่มีผลงานในแดนเหว สุดท้ายก็ต้องถูกกำจัดทิ้งอยู่ดี
เหล่าบิ๊กบอสพวกนี้ไม่มีใครธรรมดาสักคน
ไอ้พลองเมื่อกี้ของหลี่หมู่มันโหดขนาดไหน ไม่มีใครรู้ดีไปกว่าพวกเขา
นักรบระดับหวงขั้นสอง ฟาดมอนสเตอร์ระดับหวงขั้นสองอย่างตะขาบเกราะทองตายคาที่ในทีเดียว
ความแข็งแกร่งระดับนี้ไม่ต้องบรรยายให้เสียเวลา
ถึงตอนนี้หลี่หมู่จะอยู่อันดับหก แต่มันไม่ได้บดบังความโดดเด่นของเขาเลยสักนิด
เขามีค่าคู่ควรแก่การบ่มเพาะอย่างยิ่ง
ตอนนี้สมองของอิ๋นฉางหมิงขาวโพลนไปหมด พอถูกลากมาอยู่ท่ามกลางบิ๊กบอส หัวใจเขาก็หล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม
เรื่องที่เขากลัวที่สุดมาถึงแล้ว เขาจะไปรู้อะไรเกี่ยวกับหลี่หมู่มากขนาดนั้นล่ะ
เขาเพิ่งเห็นหน้าหลี่หมู่ครั้งเดียวเมื่อสามวันก่อนเองนะ!
ขณะที่เขากำลังทำตัวไม่ถูก จางเถิง ผู้อำนวยการโรงเรียนวูตาวเถิงหลงที่ยืนอยู่ข้างหลังก็ตะโกนลั่น
“ไม่ถูก! นักเรียนคนนี้เป็นคนของผม!”
เขารีบก้าวมาข้างหน้า พูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “ท่านผู้บังคับบัญชาครับ หลี่หมู่คนนี้ เขามาจากโรงเรียนวูตาวเถิงหลงของเราครับ”
อิ๋นฉางหมิงใจร่วงวูบ เมื่อเห็นทุกคนมองมาที่ตน เขาได้แต่พยักหน้ายอมรับ
“ท่านผู้บังคับบัญชาครับ ผมไม่กล้าปิดบัง ความจริงหลี่หมู่เพิ่งย้ายมาโรงเรียนผมเมื่อสามวันก่อนครับ”
“เรื่องนี้… ผมเองก็ยังไม่ค่อยรู้รายละเอียดนัก เดี๋ยวผมเรียกหัวหน้าฝ่ายทะเบียนมาให้ข้อมูลครับ”
จางเถิงทำหน้าเหมือนจะบอกว่า ‘ฉันบอกแล้วไง’
ขณะที่อิ๋นฉางหมิงต่อสาย จางเถิงก็รีบโทรหาฝ่ายทะเบียนและฝ่ายปกครองของตัวเองให้มาที่นี่ทันที
ไม่นาน หัวหน้าฝ่ายทะเบียนและครูประจำชั้นของโรงเรียนเฮยสุ่ย รวมถึงกลุ่มผู้นำของโรงเรียนวูตาวเถิงหลงที่เกี่ยวข้องกับหลี่หมู่ก็มาถึงกันครบ
บิ๊กบอสจากทั้งสองกระทรวงต่างหันมามองศึกชิงตัวอัจฉริยะครั้งนี้
เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยจนไม่มีใครมองว่ามันแปลก
ต่อหน้าคำถามของอิ๋นฉางหมิง เหล่าหม่า หัวหน้าฝ่ายทะเบียนของโรงเรียนเฮยสุ่ยพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“หลี่หมู่ย้ายมาโรงเรียนเราเมื่อสามวันก่อนจริงครับ ผมเป็นคนทำเรื่องให้เองกับมือ”
“และเขาก็มีใบแจ้งไล่ออกจากโรงเรียนวูตาวเถิงหลงมาด้วยครับ!”
“แกพูดจาเหลวไหล!!” จางเถิงตวาดขัดจังหวะทันที
พอเห็นบิ๊กบอสถลึงตาใส่ เขาถึงรู้ตัวว่าเสียมารยาท จึงลดเสียงลง
“หลี่หมู่เป็นนักเรียนของผมมาตลอด ไม่เคยโดนไล่ออก จะมีใบไล่ออกได้ยังไง?”
“พวกแกต้องปลอมแปลงเอกสารเพื่อแย่งคนแน่ ๆ ท่านผู้บังคับบัญชาครับ เรื่องนี้ต้องตรวจสอบให้เข้มงวดนะครับ”
ขณะที่จางเถิงกำลังแถไปเรื่อย ทุกสายตากลับจ้องไปที่ข้างหลังเขา
เพราะตอนนี้หัวหน้าฝ่ายปกครองและรองผู้อำนวยการโรงเรียนวูตาวเถิงหลงหน้าซีดเผือด เหงื่อไหลโชกเต็มหน้า
ภายใต้ความกดดันมหาศาล หัวหน้าฝ่ายทะเบียนของโรงเรียนวูตาวเถิงหลงก็ยกมือขึ้นรายงานเอง
“ท่านผู้บังคับบัญชา ท่านผู้อำนวยการ ใบแจ้งไล่ออกนั่น… ผมเป็นคนออกเองครับ!”
ได้ยินดังนั้น จางเถิงถึงกับหน้ามืด
“ว่าไงนะ?”
“เป็นเหลียงไห่ครับ! หัวหน้าฝ่ายปกครองเหลียงไห่โทรมาสั่งผมวันนั้นว่าให้ไล่หลี่หมู่ออก!”
“ผมบอกเขาแล้วว่าต้องขออนุญาตผู้อำนวยการก่อน แต่เขาบอกว่าไม่ต้องรายงาน”
“ผมขอยอมรับความผิดครับ เพราะผมเกรงกลัวอำนาจของหัวหน้าเหลียง ก็เลยออกใบไล่ออกให้ไป!”
หัวหน้าฝ่ายทะเบียนทำท่าสำนึกผิดอย่างดี ยอมแฉหมดเปลือก
เหลียงไห่รู้สึกขาอ่อนแรงทันที ‘แกจะแฉก็แฉไปสิวะ จะมาบอกว่าข้ามีอำนาจบ้าบออะไรตอนนี้!’
มาพูดว่าตัวเองมีอำนาจต่อหน้าบิ๊กบอสเนี่ยนะ? หาที่ตายชัด ๆ!
จางเถิงกัดฟันจ้องเหลียงไห่เขม็ง
“แก… แกไล่หลี่หมู่ออกทำไม?”
เหลียงไห่ตัวสั่นเทิ้มไปหมดแล้ว
“ผม… คือหลี่หมู่เขาทำร้ายเพื่อนร่วมชั้นปางตาย แถมไม่ยอมขอโทษ และไม่เห็นครูบาอาจารย์อยู่ในสายตาครับ”
“ผมเห็นว่า สิ่งสำคัญที่สุดของนักเรียนคือความประพฤติ ต่อให้เก่งแค่ไหน แต่ถ้าสันดานเสียก็ทำโรงเรียนเสื่อมเสียครับ”
ในฐานะหัวหน้าฝ่ายปกครอง เหลียงไห่ก็ยังอุตส่าห์ใช้โวหารน้ำขุ่น ๆ กู้สถานการณ์กลับมาได้นิดหน่อย
ทว่าจังหวะนั้นเอง จ้ายหลง ครูประจำชั้นคนเดิมของหลี่หมู่ก็ยกมือขึ้น
“ท่านผู้บังคับบัญชาครับ ผมเป็นครูประจำชั้นคนเก่าของหลี่หมู่ เรื่องที่หัวหน้าเหลียงบอกว่าเขาทำร้ายเพื่อน ผมรู้ความจริงดีครับ!”
“ลูกพี่ลูกน้องคนเก่าของหลี่หมู่ที่เป็นประธานนักเรียน อ้างชื่อว่าให้เขาเป็นคู่ซ้อม แต่กลับจงใจจัดฉากให้หลี่หมู่สู้กับนักเรียนพรสวรรค์ระดับ A ของโรงเรียนเรา”
“นักเรียนพรสวรรค์ระดับ A คนนั้นทำร้ายคู่ซ้อมคนอื่นจนบาดเจ็บสาหัส แต่หลี่หมู่แค่ทำร้ายที่ใบหน้าเพื่อสั่งสอนเล็กน้อยเท่านั้น”
“แต่หัวหน้าเหลียงกลับบังคับให้หลี่หมู่ไปขอโทษนักเรียนคนนั้น พอหลี่หมู่ไม่ยอม หัวหน้าเหลียงก็อยากจะโชว์พาว ข้ามหน้าข้ามตาผู้อำนวยการสั่งไล่หลี่หมู่ออกทันที!”
“เรื่องนี้ผมไปแจ้งรองผู้อำนวยการแล้วในบ่ายวันนั้น”
“แต่ท่านรองรู้เรื่องแล้วกลับบอกว่าไล่ออกน่ะดีแล้ว โรงเรียนเราต้องรักษานักเรียนพรสวรรค์ระดับ A ไว้ ส่วนหลี่หมู่น่ะไม่สำคัญ!”
“แถมท่านรองยังบอกว่าจะไล่ผมออกไปอีกคนด้วย”
“ผมพูดจบแล้วครับ!”
จ้ายหลงพูดจบก็ถอยหลังไปก้าวหนึ่ง เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยด้วยสายตาเหยียดหยาม
เขาเขารู้ดีว่าพูดแบบนี้ไป เขาอยู่ที่โรงเรียนวูตาวเถิงหลงต่อไปไม่ได้แน่
แต่มันจะเป็นไรไปล่ะ? ไล่นักเรียนข้าออกโดยไม่ให้ความเป็นธรรม
ข้าก็ต้องระบายความแค้นนี้ออกมาให้ได้!!
ทั้งห้องโถงเงียบกริบ…
รองผู้อำนวยการที่นึกว่าตัวเองจะรอดตัวไปได้แล้ว ตอนนี้กัดฟันจนกรามแทบแตก
เขาแค้นจ้ายหลงสุดขีด!
‘ไอ้สวะ แฉเหลียงไห่คนเดียวไม่ได้หรือไง ทำไมต้องลากข้าเข้าไปเกี่ยวด้วย!’
เหลียงไห่ยิ่งแล้วใหญ่ เขาอยากจะกินเลือดกินเนื้อจ้ายหลงให้รู้แล้วรู้รอด!
ถ้าพิสูจน์ได้ว่าหลี่หมู่สันดานเสีย เขาก็ยังพอจะมีทางรอด
แต่ทำไมแกต้องโผล่หัวออกมาขวางทางตอนนี้ด้วย!!
“ผู้อำนวยการจาง ดูเหมือนคุณจะหย่อนยานเรื่องการปกครองคนเกินไปนะ”
“ดูผลการแข่งต่อเถอะ เรื่องอื่นไว้ค่อยคุยกันหลังจบงาน”
รองรัฐมนตรีศึกษาธิการพูดเสียงเรียบ ก่อนจะหันกลับไปจ้องที่หน้าจอ
ทุกคนในที่นั้นต่างไว้อาลัยให้คนจากโรงเรียนวูตาวเถิงหลง
เพราะในวงการข้าราชการ
ถ้ายิ่งโดนผู้ใหญ่ด่าแรง บทลงโทษมักจะเบา
แต่ถ้าผู้ใหญ่ไม่ด่าเลยล่ะก็ เตรียมตัวรับกรรมหนักได้เลย
จางเถิงหน้าเขียวคล้ำ ได้แต่พยักหน้ารับแล้วถอยออกมา
เขามองหน้าคณะผู้บริหารโรงเรียนคนอื่น ๆ ด้วยสายตาที่อยากจะฉีกร่างพวกมันเป็นชิ้น ๆ
ในทางกลับกัน ฝั่งโรงเรียนเฮยสุ่ย
อิ๋นฉางหมิง เหล่าหม่า และจ้าวชิงซาน สบตากันด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก
จังหวะนั้นเอง
ไฟในห้องโถงมัลติมีเดียก็วูบวาบ พร้อมเสียงสัญญาณเตือนภัยดังขึ้นสองครั้ง
ภาพของกลุ่มนักรบที่อยู่อันดับสามสิบกว่าถูกตัดขึ้นมาที่หน้าจอหลักทันที!
บนหน้าจอ สมาชิกกลุ่มสี่คนกำลังตะลุมบอนกับพญางูยักษ์ที่น่าสะพรึงกลัว!
บนพื้นมีชิ้นส่วนแขนขาของนักเรียนคนหนึ่งตกอยู่ สมาชิกที่เหลือต่างก็สู้กันอย่างหืดขึ้นคอ
ปัง! เสียงฟาดดังสนั่น หางของงูยักษ์ฟาดนักเรียนคนหนึ่งลงกับพื้นอย่างแรง
พอมันเห็นศัตรูบาดเจ็บสาหัส มันก็อ้าปากกว้างกลืนร่างนักเรียนคนนั้นเข้าไปครึ่งตัว เสียงร้องโหยหวนยังดังลอดออกมาจากปากงู
วินาทีต่อมา เขาก็ถูกกลืนลงท้องไปทั้งตัว!
สมาชิกที่เหลือแตกกระเจิงไปคนละทิศละทาง
พร้อมกันนั้น สมาร์ตวอตช์ของนักเรียนทุกคนในแดนเหวก็มีคำสั่งจากนายทหารดังขึ้น
“นักเรียนในศึกแรกที่แดนเหวทุกคนโปรดฟัง! พื้นที่สีแดง พิกัด 358,4972 พบมอนสเตอร์ระดับหวงขั้นสามอาละวาด”
“มอนสเตอร์ระดับนี้ไม่อยู่ในการทดสอบ ขอให้ทุกคนรีบถอยห่างจากพื้นที่ดังกล่าวทันที! ย้ำ ถอยห่างทันที!!”
กลุ่มนักเรียนต่างพากันแตกตื่น กลุ่มที่กำลังก้าวเข้าสู่พื้นที่สีแดงต่างรีบถอยทัพกันจลาจล
ทว่าท่ามกลางความวุ่นวาย มีเพียงสามเงาร่างที่ลุยเดี่ยว
กลับพุ่งตะบึงมุ่งหน้าไปยังพิกัดเป้าหมายนั้นแทน!