แย่งพรสวรรค์ข้า? ข้าฆ่าจนสะเทือนทั้งโลก! - บทที่ 26 การรวมตัวของสามอันดับแรก
ผู้คนทั้งหมดที่ชมการถ่ายทอดสดอยู่ในห้องโถงมัลติมีเดียต่างก็ใจเต้นระทึก
“ซวยแล้ว นั่นมันมอนสเตอร์ระดับสาม ‘งูหางพิฆาต’ นี่นา!”
“เกราะหนาแถมยังไวเป็นกรด จะสู้ก็ไม่ไหว จะหนีก็ไม่รอด!”
“จบเห่แล้ว กลุ่มนั้นหนีไม่พ้นแน่ ๆ”
“ต้องตายกันหมดแน่เลย!”
บรรยากาศในห้องโถงกลายเป็นความสับสนวุ่นวายทันที
ญาติพี่น้องของนักเรียนในกลุ่มนั้นร้องไห้คร่ำครวญกันระงม
นี่อาจจะเป็นภาพสุดท้ายของลูกหลานพวกเขาแล้วจริง ๆ!
บรรยากาศในแดนเหวก็ตึงเครียดขึ้นมาทันทีเช่นกัน
พร้อม ๆ กับที่หวังหลงเฉิง ผู้บัญชาการสูงสุด ออกคำสั่งให้ถอยทัพ
เขาก็ได้ส่งทีมกู้ภัยมุ่งหน้าไปยังจุดเกิดเหตุทันที
พื้นที่สอบถูกแบ่งออกเป็นพื้นที่สีเหลืองและพื้นที่สีแดง
พื้นที่สีเหลืองส่วนใหญ่จะมีแต่มอนสเตอร์ระดับหนึ่ง ส่วนพื้นที่สีแดงก็จะมีมอนสเตอร์ระดับสอง หรืออย่างมากก็ระดับสองขั้นสมบูรณ์
มอนสเตอร์ระดับสองขั้นสมบูรณ์ ถือเป็นขีดจำกัดสูงสุดที่นักเรียนในการสอบครั้งนี้จะรับมือไหวแล้ว
ความจริงแล้ว สำหรับทหารกองทัพจิ้นหยวน การต่อสู้ข้ามระดับ หรือการสู้แบบหนึ่งต่อหลายตัว ถือเป็นเรื่องปกติ
แต่สถานการณ์ในแดนเหวนั้นแปรปรวนตลอดเวลา แถมพื้นที่ก็กว้างใหญ่ไพศาล
เป็นไปไม่ได้ที่จะดูแลได้ทั่วถึงทุกตารางนิ้ว
พื้นที่สอบสองเขตนี้ ก็เป็นพื้นที่ที่ทหารกองทัพจิ้นหยวนจำนวนมากช่วยกันกวาดล้างมอนสเตอร์เอาไว้ให้โดยเฉพาะ
ต้องใช้ทั้งกำลังคนและเวลาไปไม่ใช่น้อย
เพื่อให้พวกนักเรียนได้มีสนามสอบที่ค่อนข้างปลอดภัย
แต่ถึงยังไง นักเรียนพวกนี้ก็เป็นแค่นักรบหน้าใหม่ที่เพิ่งจะปลุกพรสวรรค์
ไม่ใช่ทหารเจนศึกของกองทัพจิ้นหยวน
ณ สมรภูมิที่งูยักษ์อาละวาด มีกลุ่มนักเรียนกลุ่มหนึ่งที่ไม่เจียมตัวอยู่ใกล้ที่สุด
พอได้ยินเสียงเตือน พวกเขากลับไม่ยอมถอย
ด้วยความที่ในกลุ่มมีนักรบระดับสองอยู่ถึงสี่คน พวกเขาเลยรีบพุ่งไปที่จุดเกิดเหตุทันที
แล้วไปรวมกลุ่มกับนักเรียนที่เหลืออีกสามคน กลายเป็นกลุ่มแปดคน เข้าปะทะกับมอนสเตอร์ระดับสามอย่างไม่เกรงกลัว
“ตีตรงเจ็ดนิ้วมัน!”
หัวหน้ากลุ่มตะโกนลั่น พร้อมกับกระโดดลอยตัวขึ้นสูง ง้างขวานยักษ์ฟาดลงพื้นเต็มแรง
พื้นดินสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น พลังทำลายล้างมหาศาลพุ่งทะลุจากพื้นดินใต้ท้องงูยักษ์ กระแทกใส่มันอย่างจัง
การเคลื่อนไหวของงูยักษ์ชะงักไปชั่วครู่
นักรบที่ใช้ดาบและมีดสั้นอีกสองคน กระโจนเข้าใส่จุดตายที่เจ็ดนิ้วของมันทันที
เคร้ง! เคร้ง!
เสียงอาวุธปะทะเกล็ดงูดังสนั่น อาวุธของทั้งคู่ถูกเกล็ดที่เงางามของมันสะท้อนกลับจนกระเด็น
งูยักษ์ไม่ระคายเคืองแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำยังโกรธจัด ตวัดหางฟาดกลับอย่างรุนแรง
“ฉันรับเอง!”
นักรบร่างยักษ์กระทืบเท้าลงพื้น สร้างเกราะหมอกสีขาวขึ้นคลุมตัว
แล้วพุ่งเอาไหล่เข้าชนรับหางงูยักษ์แบบเต็ม ๆ
เป๊าะ!
อั้ก!
เกราะหมอกสีขาวแตกกระจาย นักรบคนนั้นถูกหางงูฟาดกระเด็นลอยละลิ่ว กลางอากาศก็กระอักเลือดคำโต
ฟันไม่เข้า!
รับไม่ไหว!
มาถึงตอนนี้ กลุ่มนักเรียนถึงได้รู้ซึ้งว่า การมาเป็นหน่วยเสริมของพวกเขานั้น มันช่างไม่เจียมตัวเอาซะเลย
แต่ตอนนี้จะหนีก็หนีลำบากแล้ว เพราะการจะใช้หินเทเลพอร์ตกลับเมืองต้องใช้เวลาร่ายคาถา
ยิ่งพลังปราณในร่างปั่นป่วนมากเท่าไหร่ การร่ายคาถาก็ยิ่งช้าลงเท่านั้น
นักรบที่ถูกฟาดกระเด็นยังไม่ทันได้ลุกขึ้น หางของงูยักษ์ก็ชูขึ้นสูง เตรียมจะฟาดลงมาอีกครั้ง
พร้อมกับเสียงลมแหวกอากาศที่ดังสนั่น
ถ้าโดนฟาดซ้ำอีกที มีหวังแหลกเป็นโจ๊กแน่
ในวินาทีที่นักรบคนนั้นกำลังสิ้นหวัง จู่ ๆ ก็มีเงาทวนสีทองพุ่งแหวกอากาศลงมา แทงทะลุหางงูยักษ์ ปักมันตรึงไว้กับพื้นอย่างแรง!
งูยักษ์ดิ้นพล่านด้วยความเจ็บปวด
สมาชิกในกลุ่มทุกคนหันไปมองด้วยความตกตะลึง และก็มีคนร้องตะโกนขึ้นมา
“จางจือเหวย!?”
บนกำแพงเตี้ย ๆ เด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาในชุดนักเรียนโรงเรียนฉงหมิง ยืนตระหง่านท้าลมอย่างสง่างาม
เขาสะบัดทวนในมือเบา ๆ สายตาจดจ้องไปที่งูยักษ์ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“หนีไป! ที่นี่ฉันจัดการเอง!”
ทุกคนดีใจสุดขีด
สมกับเป็นดาวรุ่งพุ่งแรง พรสวรรค์ระดับ S แห่งเขตตะวันออก ระดับหวงขั้นสองระดับสูงสุด ยอดอัจฉริยะตัวจริง!
ถ้าจะมีใครต่อกรกับงูยักษ์ระดับสามได้ ก็คงมีแต่เขาคนนี้แหละ
ทุกคนรู้ดีว่า ขืนอยู่ต่อก็เป็นแค่ตัวถ่วงของจางจือเหวยเปล่า ๆ
จึงรีบกระโดดหนีแยกย้ายกันไปคนละทิศละทางอย่างรวดเร็ว
ตอนนี้เงาทวนสีทองที่ตรึงหางงูยักษ์ไว้ค่อย ๆ สลายไป งูยักษ์บิดตัวพุ่งเข้าใส่
มันสะบัดตัวไปมาอย่างบ้าคลั่ง พื้นดินสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับแผ่นดินไหว
จางจือเหวยใช้ทวนในมือที่เปล่งแสงสีทอง เข้าปะทะกับงูยักษ์ด้วยวิชาทวนอันยอดเยี่ยม
ภายในห้องโถงมัลติมีเดีย ทุกคนลุกขึ้นยืนกันหมดแล้ว
ทุกคนกลั้นหายใจลุ้นระทึก
“สมกับเป็นอัจฉริยะแห่งเขตตะวันออก ต่อกรกับมอนสเตอร์ระดับสามได้สูสีขนาดนี้!”
“พรสวรรค์ระดับ S ‘ทวนทองม้าเหล็ก’ นี่มันสุดยอดจริง ๆ!”
“แย่แล้ว นั่นมันอะไรน่ะ?”
ใครคนหนึ่งร้องขึ้นด้วยความตกใจ บรรดาบิ๊กบอสต่างก็หน้าถอดสี!
ทางด้านขวาของการต่อสู้ มีเงาดำขนาดยักษ์พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว!
มันคืองูยักษ์ตัวที่สอง แถมตัวใหญ่กว่าตัวแรกซะอีก ความยาวไม่ต่ำกว่ายี่สิบเมตร
แผ่รังสีอำมหิตน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า
อย่างน้อย ๆ ก็ต้องเป็นมอนสเตอร์ระดับสามขั้นสมบูรณ์!
จางจือเหวยกำลังร่ายรำทวนสร้างเงาทวนครอบคลุมงูยักษ์ เตรียมจะใช้ท่าไม้ตายเผด็จศึก
แต่กลับไม่ทันสังเกตเห็นงูยักษ์ตัวที่สองที่พุ่งเข้ามาจากด้านข้าง
กว่าจะรู้ตัว ก็สายไปเสียแล้ว!
ตู้ม!
งูยักษ์ตวัดหางฟาดจางจือเหวยกระเด็นลอยละลิ่ว จางจือเหวยกระอักเลือดกลางอากาศ
แค่งูยักษ์ตัวเดียว เขาก็ยังพอสู้ได้
แต่ตอนนี้เขาบาดเจ็บ การจะเอาชนะงูยักษ์สองตัวเป็นไปไม่ได้เลย
ยิ่งตัวที่สองแผ่พลังระดับสามขั้นสมบูรณ์ออกมาอย่างชัดเจน
งูยักษ์ทั้งสองตัวโจมตีประสานกัน หางยักษ์ฟาดกระหน่ำไม่ยั้ง ที่ไหนโดนฟาด ที่นั่นก็กลายเป็นหลุมลึก
แผ่นดินสะเทือนเลื่อนลั่น!
จางจือเหวยรีบควักยาอายุวัฒนะยัดเข้าปาก แล้วกลิ้งหลบหางงูยักษ์อย่างทุลักทุเล
สถานการณ์ย่ำแย่สุด ๆ
ในเวลาเดียวกัน ห้องโถงมัลติมีเดียก็แทบจะแตกเป็นเสี่ยง ๆ
“ซวยแล้ว! ทำไมถึงมีสองตัวล่ะ!”
“ต่อให้เป็นจางจือเหวยก็ไม่มีทางสู้ไหวหรอก”
“จบสิ้นแล้ว จบสิ้นกันหมด!!” ผู้อำนวยการโรงเรียนฉงหมิงกระทืบเท้าด้วยความร้อนรน!
รองรัฐมนตรีศึกษาธิการถึงกับต่อสายตรงลงไปหาหน่วยทหารที่ประจำการอยู่ในแดนเหว
กำชับให้รีบส่งทีมช่วยเหลือไปให้เร็วที่สุด
หัวใจของทุกคนหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม
ในแดนเหว จางจือเหวยหลบหลีกอย่างยากลำบาก ไม่มีทางหนีพ้นวงล้อมหางงูยักษ์ไปได้เลย
สุดท้ายคงต้องหมดแรงตายแน่ ๆ ดูท่าแล้วทีมช่วยเหลือคงมาไม่ทัน
“เดี๋ยวฉันช่วยเอง!!”
จังหวะนั้นเอง ก็มีเสียงตะโกนดังกึกก้องมาแต่ไกล
ตามมาด้วยเงาร่างที่ใหญ่โตราวกับภูเขาลูกย่อม ๆ กระโดดลอยข้ามมา
จางจือเหวยหันไปมองตามเสียง
ชายคนนั้นสูงเกือบสองเมตร! ไหล่กว้างเป็นแผ่นกระดาน แขนล่ำบึก!
เขาเบ่งกล้ามเต็มแรง ชุดนักเรียนของโรงเรียนฉงหมิงถึงกับฉีกขาดดังแควก!
เผยให้เห็นมัดกล้ามที่แข็งแกร่งดุจหินผา!
ลู่เฉินเฟิง จากโรงเรียนฉงหมิง!
ผู้มีพรสวรรค์ระดับ S คนที่สองในการแข่งขันครั้งนี้
ลู่เฉินเฟิงพุ่งชนดุจรถถังประจัญบาน ฝ่าดงหางงูยักษ์เข้ามาหาจางจือเหวยอย่างไม่คิดชีวิต!
เมื่อหางงูยักษ์ฟาดลงมา ลู่เฉินเฟิงไม่ถอยหนี กลับยกแขนทั้งสองข้างขึ้นรับ พร้อมตะโกนลั่น
“เข้ามาเลย!”
เคร้ง!
เสียงปะทะดังสนั่นราวกับเหล็กกระทบเหล็ก แรงกระแทกมหาศาลทำเอาพื้นดินรอบ ๆ ยุบเป็นวงกว้าง ฝุ่นควันตลบอบอวล
พรสวรรค์ระดับ S ‘เหล็กพันหลอม’
ภายใต้การปกป้องของแสงสีเขียว แขนของลู่เฉินเฟิงไม่ได้รับบาดเจ็บเลยแม้แต่น้อย
ทว่า…
“ช่วยที! ขาติด!” ลู่เฉินเฟิงรับการโจมตีจากงูยักษ์อีกตัว แล้วตะโกนบอกจางจือเหวย
จางจือเหวยได้โอกาสพักหายใจ พอหันไปมองก็เห็นว่า ขาของลู่เฉินเฟิงจมมิดลงไปในดินจนถึงเข่าแล้ว!
รู้ดีว่าเวลานี้ไม่ใช่เวลามาเกรงใจ จางจือเหวยตะโกนบอก “ระวังเป้า!”
พร้อมกับสอดทวนเข้าไปหว่างขาของลู่เฉินเฟิง แล้วงัดขึ้นสุดแรง!
“เฮ้ย! เบา ๆ หน่อย ระวังของสงวนฉันด้วย!!”
ลู่เฉินเฟิงเสียวสันหลังวาบ ร้องลั่น ก่อนจะถูกจางจือเหวยงัดตัวลอยขึ้นมาจากพื้น
ทั้งคู่กลิ้งหลบออกมาจากการปะทะ ลู่เฉินเฟิงใช้ร่างกายตัวเองเป็นโล่รับการโจมตีของงูยักษ์ทั้งสองตัว แล้วตะโกนถามจางจือเหวย
“นายเป็นอะไรไหม!”
“ไม่เป็นไร!”
“ไม่เป็นไรก็สู้สิวะ!!” ลู่เฉินเฟิงตวาดลั่น
พลังป้องกันของเขาแข็งแกร่งก็จริง แต่มันก็กินพลังงานเยอะมาก
ไอ้งูยักษ์ระดับสามตัวแรกน่ะ เขารับมือไหวสบาย ๆ แต่ไอ้ตัวระดับสามขั้นสมบูรณ์นี่สิ เขาทนได้อีกไม่นานแน่!
ถ้าไม่รีบจัดการให้จบ พวกเขาทั้งคู่ต้องตายแน่
พลังโจมตีของเขาไม่ค่อยสูง ต้องพึ่งจางจือเหวยเป็นคนเผด็จศึก
จางจือเหวยคิ้วกระตุก เช็ดเลือดที่มุมปาก แล้วพุ่งกลับเข้าไปร่วมวงต่อสู้ทันที
สองอัจฉริยะระดับ S ปะทะกับสองมอนสเตอร์ข้ามระดับ ผลัดกันรุกผลัดกันรับอย่างดุเดือด
ในที่สุดจางจือเหวยก็สบโอกาส เล็งเป้าไปที่งูยักษ์ตัวที่อ่อนแอกว่า
หลังจากการตวัดทวนหลอกล่อสามครั้ง เขาก็แทงทวนเข้าใส่เจ็ดนิ้วของงูยักษ์ด้วยมุมที่เฉียบขาด
ในวินาทีที่แทง เงาทวนสีทองขนาดยักษ์ก็ปรากฏขึ้นห่อหุ้มปลายทวน พลังทำลายล้างรุนแรงจนอากาศรอบ ๆ สั่นสะเทือน
ฉึก!
ทวนทะลวงร่าง!
งูยักษ์ที่อ่อนแอกว่าดิ้นพล่านด้วยความเจ็บปวด มันสะบัดตัวไปมา อ้าปากส่งเสียงร้องโหยหวนอย่างน่าประหลาด
ทันใดนั้น ดวงตาของงูยักษ์ระดับสามขั้นสมบูรณ์ก็เปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน!
รังสีความโกรธแผ่ซ่านขึ้นอย่างรวดเร็ว
“ซวยแล้ว! หนีเร็ว!”
จางจือเหวยตัดสินใจเด็ดขาด ยอมทิ้งทวนของตัวเอง แล้วหันหลังเตรียมวิ่งหนี
แต่งูยักษ์ระดับสามขั้นสมบูรณ์อ้าปากกว้างรออยู่แล้ว
แรงดูดมหาศาลปะทุออกมา อากาศรอบ ๆ บิดเบี้ยวอย่างเห็นได้ชัด
แม้แต่ผิวดินยังถูกดูดเข้าไปในปากอันน่าสะพรึงกลัวของมัน
เสียงลมที่ถูกดูดเข้าไปดังกึกก้องราวกับเสียงคำรามของสัตว์ร้ายนับหมื่นตัว ทำเอาแก้วหูแทบฉีก!
ลู่เฉินเฟิงกระทืบเท้าซ้ายขวาลงพื้นอย่างแรง แล้วเอามือทั้งสองข้างจิกพื้นดินไว้
แขนขาทั้งสี่เกาะยึดพื้นดินแน่นเหมือนลวดเย็บกระดาษ เพื่อต้านแรงดูด
แต่จางจือเหวยกลับกลิ้งตัวไปมาได้แค่ไม่กี่ครั้ง ก็ถูกแรงดูดมหาศาลนั้นดูดจนลอยละลิ่ว
งูยักษ์ตวัดลำตัวเข้าม้วนรัดจางจือเหวยเอาไว้ทันที
ลำตัวของมันรัดแน่น หมายจะบดขยี้จางจือเหวยให้แหลกคาอก
“อ๊ากกก!”
จางจือเหวยเงยหน้าคำรามลั่น แสงสีทองบนร่างเปล่งประกายเจิดจ้า ภายในร่างมีเสียงดังคล้ายเหล็กกระทบเหล็ก
แต่การรัดของงูยักษ์นั้นทรงพลังเกินไป
แม้ว่าเกล็ดงูจะถูกแสงสีทองของจางจือเหวยบาดจนเลือดสาดกระจาย
แต่มันก็ไม่ถึงขั้นเป็นบาดแผลฉกรรจ์
ลู่เฉินเฟิงเองก็ตะโกนลั่นด้วยความร้อนรน พยายามจะเข้าไปช่วย แต่ก็ถูกงูยักษ์ที่ใกล้ตายอีกตัวดิ้นพล่านสะบัดหางขวางทางไว้
จางจือเหวยสัมผัสได้ถึงพลังรัดอันน่าสะพรึงกลัวของงูยักษ์ เขาเปล่งเสียงคำรามด้วยความแค้นใจ!
เขาคืออัจฉริยะระดับ S ที่ยังไม่ทันได้เติบโต
ต้องมาตายเพราะความประมาทเลินเล่อเพียงครั้งเดียวแบบนี้ เขาจะยอมรับได้ยังไง?
งูยักษ์ระดับสามขั้นสมบูรณ์ชูคอขึ้นสูง ส่งเสียงขู่ฟ่ออย่างเกรี้ยวกราด
ดูเหมือนมันต้องการจะแก้แค้นให้คู่ของมัน
มันอ้าปากกว้าง เตรียมจะงับหัวจางจือเหวย
ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย จางจือเหวยก็เหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างข้างหน้า
ม้าศึกสายเลือดมอนสเตอร์สีดำสนิท แผงคอสีเงิน กำลังพุ่งทะยานเข้ามา!
บนหลังม้า มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งถือพลองเหล็ก
เสื้อคลุมสีดำพลิ้วไหวไปตามแรงลม!
ม้าศึกพุ่งเข้ามาใกล้ราวกับดาวตก
เด็กหนุ่มคนนั้นกลับยืนขึ้นบนหลังม้า เหยียบหัวม้า ย่อตัวลงต่ำ แล้วพุ่งตัวออกไปเหมือนลูกปืนใหญ่
ตรงดิ่งมาหาเขา
กลางอากาศ เด็กหนุ่มคนนั้นง้างพลองเหล็กเตรียมฟาดเข้าที่หัวของจางจือเหวย
พร้อมกับตะโกนสั่งเสียงเข้ม:
“ก้มหัวลง!”