แย่งพรสวรรค์ข้า? ข้าฆ่าจนสะเทือนทั้งโลก! - บทที่ 27 เพลงดาบตัดเหล็ก น้ำหนักสามร้อยชั่ง!
- Home
- แย่งพรสวรรค์ข้า? ข้าฆ่าจนสะเทือนทั้งโลก!
- บทที่ 27 เพลงดาบตัดเหล็ก น้ำหนักสามร้อยชั่ง!
ยอดฝีมือคุยกัน แค่มองตาก็รู้ใจ
จางจือเหวยก้มหัวหลบวูบทันที
พลองดอกหนามของหลี่หมู่ฟาดเปรี้ยงเข้ากลางลำตัวงูยักษ์อย่างแรง
ปึง!
เสียงกระแทกดังสนั่น
พลองดอกหนามบดขยี้เกล็ดงูยักษ์จนแหลกละเอียด จมลึกเข้าไปในเนื้อ
เลือดสด ๆ สาดกระเซ็น
จากนั้นพลองก็ถูกแรงสะท้อนเด้งกลับ จางจือเหวยรีดเร้นพลังปราณทั้งหมดในร่าง
อาศัยจังหวะที่งูยักษ์ดิ้นพล่านด้วยความเจ็บปวดจนคลายการรัด คว้าหมับเข้าที่พลองดอกหนาม
แล้วออกแรงดึงตัวเองให้หลุดออกจากการรัดของงูยักษ์
หลี่หมู่กำพลองดอกหนามแน่น ออกแรงกระชากจางจือเหวยออกมาสุดแรง ทั้งคู่ลอยละลิ่วถอยห่างจากงูยักษ์ไปไกลหลายเมตร
“รับ!”
ลู่เฉินเฟิงที่กำลังพัวพันอยู่กับงูยักษ์อีกตัว ดึงทวนยาวของจางจือเหวยออกมาได้แล้ว
ตะโกนบอกพร้อมกับโยนทวนกลับไปให้ จางจือเหวยเอื้อมมือรับไว้ได้พอดี
“แทงไอ้ตัวใหญ่เข้าไหม?”
หลี่หมู่หันไปถามจางจือเหวย
ทวนเล่มนั้นถูกดึงออกมาจากเจ็ดนิ้วของงูยักษ์ตัวที่เล็กกว่า แสดงว่าพลังโจมตีของจางจือเหวยสามารถเจาะเกล็ดงูยักษ์เข้าได้
“เข้า!” จางจือเหวยกัดฟันตอบ
“ลุยเลย ฉันจะตรึงมันไว้เอง! เจ้าอ้วน นายถ่วงเวลาอีกตัวไว้ก่อนนะ!” หลี่หมู่สั่งการเฉียบขาด
จางจือเหวยพยักหน้า กระโดดถอยหลังไปสองเมตร ใช้เท้าถีบกำแพงเตี้ยสองสามที
แล้วดีดตัวลอยขึ้นไปในอากาศ!
ร่างของเขาหยุดนิ่งกลางอากาศชั่วครู่ แสงสีทองสว่างจ้าแผ่ซ่านออกมาจากตัว
จางจือเหวยชูทวนยาวขึ้นสูง เปล่งประกายเจิดจ้าราวกับดวงอาทิตย์
ส่วนหลี่หมู่ก็เงื้อพลองเหล็กเตรียมพร้อม พุ่งเข้าใส่งูยักษ์ระดับสามขั้นสมบูรณ์
ลู่เฉินเฟิงรับคำสั่ง ใช้พลังทั้งหมดที่มีต้านทานงูยักษ์อีกตัวไม่ให้เข้ามาขัดขวาง
ถึงจะเป็นการร่วมมือกันครั้งแรก แต่ก็แบ่งหน้าที่กันได้อย่างลงตัวภายใต้การบัญชาการของหลี่หมู่
ทีแรก งูยักษ์ระดับสามขั้นสมบูรณ์คิดว่าหลี่หมู่ที่กำลังพุ่งเข้ามาคือตัวอันตรายที่สุด
เพราะเพิ่งจะฟาดเกล็ดมันจนแตกไปหมาด ๆ
แต่พอเห็นจางจือเหวยลอยตัวชาร์จพลังอยู่กลางอากาศ มันก็รู้ทันทีว่าไอ้ที่อยู่ข้างบนนั่นแหละคือตัวอันตรายของจริง
มันเตรียมจะบิดตัวหลบการโจมตีที่กำลังจะพุ่งลงมา
“หยุด!”
หลี่หมู่ตะโกนก้อง
ร่างของงูยักษ์แข็งทื่ออยู่กับที่ทันที
“ตายซะ!!”
จางจือเหวยคำรามลั่นกลางอากาศ ทิ้งตัวลงมาพร้อมกับพุ่งทวนเข้าใส่
เงาทวนสีทองขนาดยักษ์ห่อหุ้มทวนของเขา พุ่งทะยานดุจดาวตก ทะลวงร่างงูยักษ์ในพริบตา
ตรึงงูยักษ์ระดับสามตัวนั้นติดกับพื้นดินอย่างแน่นหนา
ในเวลาเดียวกัน การโจมตีของหลี่หมู่ก็มาถึงพอดี
หลี่หมู่เริ่มชาร์จพลัง ‘เพลงดาบตัดเหล็ก’ มาตั้งแต่ตอนพุ่งตัวเข้ามาแล้ว
ตอนนี้พลองดอกหนามที่เงื้ออยู่เหนือหัว เปล่งแสงสีเขียวเจิดจ้า สั่นสะเทือนหึ่ง ๆ!
พลองดอกหนามฟาดลงมาพร้อมเสียงลมกรีดร้อง อากาศรอบ ๆ ราวกับจะฉีกขาด!
ปัง!!
เพลงดาบตัดเหล็กที่ชาร์จพลังเต็มสูบ บวกกับน้ำหนัก 300 ชั่ง ฟาดเปรี้ยงเข้าที่หัวของงูยักษ์
กะโหลกงูยักษ์แตกกระจายคาที่ สมองและเลือดสาดกระเซ็น
ทว่าง่ามนิ้วของหลี่หมู่ก็ไม่อาจทนรับแรงสะท้อนจากการโจมตีครั้งนี้ได้
ง่ามนิ้วฉีกขาด เลือดไหลอาบ
ขณะเดียวกัน งูยักษ์อีกตัวก็ร่อแร่เต็มที เรี่ยวแรงอ่อนลงเรื่อย ๆ
ลู่เฉินเฟิงสบโอกาส คว้าหมับเข้าที่แผลเหวอะหวะตรงหางของมัน
แล้วลากร่างยาวเฟื้อยของงูยักษ์วิ่งวนไปทั่ว!
เลือดที่ทะลักออกจากบาดแผลตรงเจ็ดนิ้วลากเป็นวงกลมวงใหญ่บนพื้น
หลี่หมู่อาศัยจังหวะนี้พุ่งตามไป ฟาดพลองเปรี้ยงเข้าที่หัวของมันจนแหลกละเอียด ปิดฉากการต่อสู้สุดระทึกนี้ลงอย่างสมบูรณ์
จางจือเหวยกุมแขนที่บาดเจ็บ ทรุดนั่งลงกับพื้นอย่างหมดสภาพ
ลู่เฉินเฟิงก็เหนื่อยหอบจนทิ้งตัวลงนอนแผ่หลา หายใจหอบฮัก ๆ ไม่สนฝุ่นควันที่ลอยคลุ้งอยู่รอบ ๆ
หลี่หมู่เองก็นั่งยอง ๆ หอบหายใจแรง
เขาฉีกเศษผ้ามาพันบาดแผลตรงง่ามนิ้วขวาอย่างลวก ๆ แต่แขนขวาทั้งแขนกลับสั่นเทิ้มด้วยความเจ็บปวด
เป็นอย่างที่คิด ร่างกายของเขามาถึงขีดจำกัดแล้วจริง ๆ
แค่รับมือน้ำหนัก 300 ชั่งจากวิชาเทพศัสตราก็แทบจะแย่แล้ว
แถมยังกินพลังปราณไปมหาศาลอีก
การต่อสู้เมื่อกี้ถึงจะจบลงอย่างรวดเร็ว แต่ก็สูบพลังปราณของหลี่หมู่ไปถึง 70%
แค่ท่า ‘เพลงดาบตัดเหล็ก’ ที่ใช้เผด็จศึกงูยักษ์ระดับสามขั้นสมบูรณ์ ก็สูบพลังปราณไปถึง 20% แล้ว
ไหนจะ ‘วิชาแบกภูเขา’ ที่ต้องเปิดใช้งานตลอดเวลาที่ถืออาวุธอีก
วิชาแบกภูเขาเองก็กินพลังปราณไปไม่น้อยเหมือนกัน
[เอาชนะ! ได้รับแต้มพิชิต +310]
[เอาชนะ! ได้รับแต้มพิชิต +167]
แต่หลี่หมู่ก็เก็บซ่อนความดีใจไว้ไม่อยู่!
ทีเดียวได้มา 400 กว่าแต้มเลยเรอะ!?
ฆ่ามอนสเตอร์ข้ามระดับนี่มันคุ้มค่าเหนื่อยจริง ๆ
ขณะเดียวกัน บนกระดานคะแนน คะแนนของหลี่หมู่ก็พุ่งทะยานขึ้นสู่อันดับหนึ่งในพริบตา!
ทิ้งห่างจางจือเหวยถึง 400 คะแนน
และทิ้งห่างลู่เฉินเฟิงถึง 1,000 คะแนน
ตัวเลขคะแนนไม่เคยหลอกใคร สมาร์ตวอตช์จะคำนวณผลงานในการจัดการมอนสเตอร์ แล้วแบ่งคะแนนให้แต่ละคนอย่างยุติธรรม
หลี่หมู่กวาดคะแนนจากงูยักษ์ระดับสามขั้นสมบูรณ์ไปได้เป็นกอบเป็นกำ ทิ้งห่างคนอื่นแบบไม่เห็นฝุ่น
ส่วนคะแนนจากงูยักษ์ระดับสามอีกตัว ได้น้อยกว่าจางจือเหวยไปนิดเดียว
เฮ้!!
ทั้งในและนอกห้องโถงมัลติมีเดีย เสียงเฮดังกึกก้องประหนึ่งระเบิดลง
กองเชียร์ของโรงเรียนเฮยสุ่ย โรงเรียนฉงหมิง และโรงเรียนวูตาวเซิ่งหลง ต่างส่งเสียงเชียร์กันดังสนั่นหวั่นไหว
โดยเฉพาะฝั่งโรงเรียนเฮยสุ่ย
เสียงตะโกนคำว่า ‘สุดตีน’ ดังลั่นจนเสียงแหบเสียงแห้ง
ภายในห้องโถง
“ลูกพี่โคตรสุดตีนเลยว้อยยย!!”
เฉินเจียเฟิงดีใจจนแทบจะกระโดดทะลุเพดาน ชูหมัดขึ้นฟ้าอย่างบ้าคลั่ง
หยางซู่อิงก็เอามือปิดปาก ร้องไห้ด้วยความปีติ
เมื่อกี้ตอนที่เห็นหลี่หมู่ควบม้าหายไปในจอ
พวกเธอยังนึกว่าหลี่หมู่กำลังหนีออกจากพื้นที่สีแดงซะอีก
ใครจะไปคิดว่าหลี่หมู่จะไปโผล่ที่สมรภูมิงูยักษ์ระดับสาม
ทำเอาหยางซู่อิงหัวใจแทบวาย
แต่ไม่นานหลี่หมู่ก็กลายเป็นจุดศูนย์กลางของสมรภูมิ ไม่เพียงแต่จะช่วยชีวิตอัจฉริยะระดับ S ไว้ได้
แต่ทั้งสามคนยังร่วมมือกันจัดการงูยักษ์ระดับสามไปได้ถึงสองตัว
เหนือความคาดหมายของทุกคนจริง ๆ
จังหวะนั้นเอง
ไม่รู้ว่าใครเป็นคนบังคับโดรน
ภาพหลักยังคงจับจ้องไปที่หลี่หมู่และพวกพ้องทั้งสามคน
แต่จอย่อยที่อยู่ถัดไป กลับตัดภาพไปที่หลี่เสี่ยวหาวที่เทเลพอร์ตหนีกลับมายังเซฟโซนแล้ว
ตอนนี้หลี่เสี่ยวหาวยังคงนั่งยิ้มกริ่มอย่างพอใจ พลางก้มดูคะแนนในสมาร์ตวอตช์
ถึงเขาจะมองไม่เห็นภาพถ่ายทอดสด
แต่เขาก็เห็นอันดับคะแนนของตัวเอง
คะแนนแบบกลุ่ม พวกเขาอยู่อันดับ 7
ส่วนคะแนนแบบเดี่ยว เขาก็รั้งอันดับ 31!
พอเห็นอันดับนี้ สีหน้าเขาก็เริ่มเจื่อนลงทันที
แต่พอเขาเลื่อนสายตาไปดูชื่อคนที่ครองอันดับหนึ่ง ทั้งแบบกลุ่มและแบบเดี่ยว
หลี่หมู่!!
หลี่เสี่ยวหาวถึงกับเด้งตัวลุกพรวด
จากภาพในห้องโถงมัลติมีเดีย เห็นชัดเลยว่าเขากำลังสบถด่าอย่างหัวเสีย
ท่าทางหงุดหงิดงุ่นง่านสุด ๆ
ทุกคนในห้องโถงเห็นภาพนี้กันเต็มสองตา
ไม่มีใครไม่ส่ายหัวด้วยความสมเพช
อัจฉริยะระดับ S อย่างหลี่เสี่ยวหาว พอเอาไปเทียบกับท็อปทรีแล้ว มันช่างแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว
ไม่ว่าจะเรื่องระดับพลัง ความกล้าหาญ ฝีมือการต่อสู้ หรือแม้แต่นิสัยใจคอ
ไม่มีอะไรสู้เขาได้เลยสักอย่าง
วินาทีนั้น ใบหน้าของคนตระกูลหลี่ทุกคนดำทะมึนราวกับก้นหม้อ!
งานนี้ตระกูลหลี่ เสียหน้าแบบไม่มีชิ้นดี
มอนสเตอร์ระดับสามโผล่มาแบบไม่คาดฝัน
จางจือเหวย ยอดอัจฉริยะจุติลงมาช่วยเหลือเพื่อนนักเรียน 8 คนให้หนีรอดอย่างไม่คิดชีวิต
แล้วยืนหยัดต่อสู้กับมอนสเตอร์ระดับสามเพียงลำพัง
ลู่เฉินเฟิง เลือดร้อนดุดัน เข้าสนับสนุนจางจือเหวยในยามวิกฤต สองยอดอัจฉริยะร่วมมือกันต่อกรกับมอนสเตอร์ข้ามระดับถึงสองตัว
หลี่หมู่ เทพเจ้าลงประทับ ช่วยชีวิตจางจือเหวยไว้ได้หวุดหวิด จากนั้นก็เป็นแกนนำของกลุ่ม นำทีมสังหารมอนสเตอร์ระดับสามทั้งสองตัว!
สามเด็กหนุ่ม
ท็อปทรีของศึกแรกที่แดนเหว
แต่ละคนโชว์ลวดลายได้อย่างสุดยอด
ช่างเจิดจรัสอะไรเช่นนี้!!
แต่ทั้งหมดนี้… ถ้ามันเป็นของหลี่เสี่ยวหาวสุดที่รักของพวกเขา มันจะดีแค่ไหนกันนะ?
อัจฉริยะระดับ S ถึงสามคน!
กวาดท็อปทรีไปครองหมด
มันคงเป็นตำนานที่ถูกเล่าขานไปอีกนาน!
แต่ความจริงมันเป็นยังไงล่ะ
อันดับหนึ่ง! พรสวรรค์ระดับ F!
ร่วมมือกับอัจฉริยะระดับ S อีกสองคน กวาดท็อปทรี แถมยังทำให้สองคนนั้นเป็นหนี้บุญคุณก้อนโตอีกต่างหาก
แล้วหลี่เสี่ยวหาวล่ะ
อันดับ 31 กับพรสวรรค์ระดับ S ที่แสนจะบาดตาบาดใจ?
เมื่อถูกเปรียบเทียบกับหลี่หมู่ที่ได้อันดับหนึ่งด้วยพรสวรรค์ระดับ F
บวกกับข่าวฉาวเรื่องปล้นพรสวรรค์เมื่อไม่กี่วันก่อน
หลี่เสี่ยวหาวก็กลายเป็นแค่ตัวตลกประจำเมือง
“เวรเอ๊ย! เวรเอ๊ย! ทำไมอันดับหนึ่งถึงไม่ใช่เสี่ยวหาวของเรา!!”
อาซ้อรองโมโหจนทุบพนักเก้าอี้ดังปัง
“ไอ้หลี่หมู่สารเลว แย่งอันดับหนึ่งของเสี่ยวหาวไป! หน้าด้าน! หน้าไม่อาย!!”
แม่เฒ่าหม่าหน้าดำทะมึนน่ากลัวสุด ๆ
นางจะไปคิดได้ยังไงว่า
หลี่เสี่ยวหาวที่มีพรสวรรค์ระดับ S จะทำได้แค่อันดับ 31?
ทำผลงานได้แค่นี้ ยังหวังจะให้กองทัพเหลียวแล? หวังจะผูกมิตรกับกองทัพ?
ฝันไปเถอะ! เขาไม่แม้แต่จะปรายตามองแกด้วยซ้ำ!
ในทางกลับกัน ผลงานของหลี่หมู่ที่ผงาดขึ้นอันดับหนึ่งอย่างสมภาคภูมิ ต้องเตะตากองทัพอย่างแน่นอน!
คิดได้ดังนั้น นางก็กระแทกไม้เท้าลงพื้นอย่างแรง
“ต้าหย่ง! เดี๋ยวหาจังหวะดักรอหลี่หมู่ ฉันจะไปเชิญมันกลับตระกูลด้วยตัวเอง!”
ลุงใหญ่ของหลี่หมู่รีบท้วง
“แม่ครับ! จะทำแบบนั้นได้ยังไง! จะให้แม่ลดตัวไปเชิญมันกลับตระกูลเนี่ยนะ? มันคู่ควรเหรอครับ?”
“หุบปาก! ให้พวกเสี่ยวหงไปชวน มันก็ไม่ยอมกลับ ตระกูลหลี่นอกจากฉันแล้ว แกคิดว่าใครจะไปพูดให้มันยอมได้ฮะ?”
แม่เฒ่าหม่าตวาดกลับอย่างอารมณ์เสีย ก่อนจะถอนหายใจยาว
นางไม่เคยนึกฝันเลยว่า จะมีวันที่นางต้องลดตัวไปง้อหลี่หมู่
แต่ก็ช่างเถอะ
ใครใช้ให้นางต้องคำนึงถึงภาพรวมของตระกูลเป็นหลักล่ะ!